






Rassapoom Clinic ร่วมงาน THE GENESIS OF PURITY NIGHT 2026 งานเปิดตัวโปรแกรม LAETIGEN อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการดูแลคุณภาพผิว โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (ว.19863) ได้รับเกียรติเป็น KOL Speaker ร่วมบรรยายในหัวข้อ “FROM CASE STUDY TO CLINICAL INSIGHT” ถ่ายทอดมุมมองจากประสบการณ์ทางคลินิก ตั้งแต่การวิเคราะห์ใบหน้าและคุณภาพผิว ไปจนถึงการนำข้อมูลมาออกแบบการดูแลให้สอดคล้องกับแต่ละบุคคล
หัวใจสำคัญของการนำเสนอ คือการมองการดูแลผิวมากกว่าการ “ฉีดคอลลาเจน” โดยเริ่มจากการอ่าน Skin Quality ของแต่ละใบหน้า แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประกอบการวางแผน ทั้งตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
THE GENESIS OF PURITY NIGHT 2026 จัดขึ้นในโอกาสเปิดตัวโปรแกรม LAETIGEN อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์ของคอลลาเจน รวมถึงบทบาทของโครงสร้างและคุณภาพผิว โดยมีแพทย์และบุคลากรในวงการความงามเข้าร่วมงาน
ภายในงานมีช่วง Academic Session สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ข้อมูลเกี่ยวกับกลไกและข้อบ่งใช้ ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย ไปจนถึงเทคนิคการฉีดและการประยุกต์ใช้ในทางคลินิก โดยมีแพทย์จากประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์
สำหรับ Rassapoom Clinic การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสในการแบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานจริง และนำเสนอแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการประเมินผิวและใบหน้าก่อนนำผลิตภัณฑ์มาใช้ในการดูแล
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (ว.19863) ได้รับเชิญเป็น KOL Speaker ในหัวข้อ “FROM CASE STUDY TO CLINICAL INSIGHT” โดยถ่ายทอดประสบการณ์จากเคสจริง พร้อมเชื่อมโยงสิ่งที่พบจากการดูแลผู้รับบริการเข้ากับการวางแผนในบริบททางคลินิก
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การมองคุณภาพผิวและลักษณะของใบหน้าเป็นรายบุคคล เพราะแต่ละคนมีทั้งสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน การวางแผนจึงควรเริ่มจากการประเมินข้อมูลเหล่านี้ ก่อนกำหนดรายละเอียดของการดูแล
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับ LAETIGEN Approach ของ Rassapoom Clinic ซึ่งให้ความสำคัญกับการอ่าน Skin Quality และนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบการดูแลให้สอดคล้องกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ ในการถ่ายทอดยังมีการกล่าวถึงประสบการณ์หลังการดูแลด้วยโปรแกรม LAETIGEN เช่น ผิวรู้สึกนุ่มขึ้น แต่งหน้าได้เรียบเนียนขึ้น ผิวดูโกลว์ขึ้น และรูขุมขนดูดีขึ้น รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัวของ นพ.รัสมิ์ภูมิ หลังได้รับการดูแลประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งกล่าวถึงความรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มขึ้นและแต่งหน้าได้ติดขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวเป็นประสบการณ์จากเคสและบุคคลที่มีการกล่าวถึงในเนื้อหาประชาสัมพันธ์ จึงควรมองเป็นประสบการณ์รายบุคคล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของผิวอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและปัจจัยเฉพาะของแต่ละคน
แนวทางการดูแลเริ่มจากการอ่าน Skin Quality และประเมินลักษณะของแต่ละใบหน้า ไม่ได้พิจารณาเพียงปัญหาผิวที่มองเห็นจากภายนอก แต่ยังคำนึงถึงบริเวณที่ต้องการดูแลและรายละเอียดของปัญหาในแต่ละบุคคล
จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบรายละเอียดให้เหมาะกับแต่ละคน โดยพิจารณาทั้งตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณ ให้สัมพันธ์กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการดูแล ไม่ใช่เพียงเลือกผลิตภัณฑ์แล้วใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน
อีกส่วนสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายของการดูแลให้ชัดเจน เพื่อให้การวางแผนมีทิศทางและสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการดูแลจริง
ดังนั้น หัวใจสำคัญของ LAETIGEN Approach จึงอยู่ที่การวิเคราะห์สภาพผิว ออกแบบรายละเอียดการดูแล และกำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับแต่ละบุคคล มากกว่าการมองว่าการดูแลผิวเป็นเพียงการเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิว
โปรแกรม LAETIGEN ใช้ผลิตภัณฑ์ Pure Atelocollagen Type I จาก porcine skin โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในงานระบุความเข้มข้น 30 mg/ml และบรรจุ 2 ml ต่อ syringe พร้อมคุณสมบัติ Particle-Free หรือไม่มีอนุภาคในผลิตภัณฑ์
คอลลาเจน Type I เป็นคอลลาเจนชนิดหลักที่พบในผิว การนำเสนอผลิตภัณฑ์จึงให้ความสำคัญกับบทบาทของ Atelocollagen ในการดูแลคุณภาพผิว โดยมีการกล่าวถึงทั้งการเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิวและการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
การนำผลิตภัณฑ์มาใช้ควรดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์ตามข้อบ่งใช้และแนวทางที่เกี่ยวข้อง โดยการเลือกตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณควรพิจารณาร่วมกับสภาพผิวและลักษณะของแต่ละบุคคล
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในงาน คือการประยุกต์ใช้เทคนิคการฉีดร่วมกับผลิตภัณฑ์ เพื่อมุ่งดูแลคุณภาพผิวในบริเวณ Extracellular Matrix หรือ ECM
ในการบรรยาย มีการพูดถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว รวมถึงการดูแลโครงสร้างผิวในระดับ ECM ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิดการดูแล Skin Quality มากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก
ประเด็นนี้จึงสะท้อนแนวทางของ LAETIGEN Approach ที่ให้ความสำคัญกับการพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งสภาพผิว บริเวณที่ต้องการดูแล และรายละเอียดของเทคนิค ก่อนนำไปใช้จริง
การบรรยายในหัวข้อ “FROM CASE STUDY TO CLINICAL INSIGHT” สะท้อนการนำประสบการณ์จากเคสจริงมาเชื่อมโยงกับการวางแผนดูแลผิว ตั้งแต่การอ่าน Skin Quality การวิเคราะห์ใบหน้า ไปจนถึงการออกแบบตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การดูแลด้วยโปรแกรม LAETIGEN ไม่ได้จบลงที่การเลือกผลิตภัณฑ์ แต่ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลของแต่ละบุคคลมาประกอบการวางแผน เพื่อให้รายละเอียดการดูแลสอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายที่ต้องการ
สำหรับ Rassapoom Clinic การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้บนเวที THE GENESIS OF PURITY NIGHT 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการนำประสบการณ์ทางคลินิกมาแบ่งปัน และต่อยอดเป็นมุมมองในการดูแลคุณภาพผิวที่ให้ความสำคัญกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล