โปรแกรม ThermaLift คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับผิวสไตล์เกาหลี

เทรนด์ความงามแบบเกาหลีได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดการดูแลผิวให้มีความเรียบเนียน ดูสุขภาพดี และมีความสมดุลของรูปหน้า มากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้าอย่างชัดเจน โปรแกรม ThermaLift จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด พร้อมสัมผัสประสบการณ์การดูแลผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF จากประเทศเกาหลี

โปรแกรมนี้ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ซึ่งส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวในระดับที่เหมาะสม โดยมีระบบ Real Time Impedance Detect (RTID) ช่วยตรวจวัดค่าความต้านทานของผิว เพื่อให้สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ด้วยเทคโนโลยี Volumetric Heat ที่ช่วยกระจายพลังงานความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ จึงถูกนำมาใช้เพื่อดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ และคุณภาพผิว โดยช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการประเมินของแพทย์

โปรแกรม ThermaLift คืออะไร? กลไกการทำงานต่อชั้นผิว

โปรแกรม ThermaLift คือเทคโนโลยีดูแลผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) โดยส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวในระดับที่เหมาะสม โดยไม่ทำลายผิวบริเวณด้านบน

เมื่อผิวได้รับพลังงานความร้อนในระดับที่เหมาะสม จะช่วยกระตุ้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในชั้นผิว โดยความร้อนสามารถส่งผลต่อเส้นใยคอลลาเจนเดิม ทำให้เกิดการหดตัวของเส้นใย พร้อมสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติของร่างกาย ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น

จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือสามารถเลือกใช้หัวทิปส์หลายขนาด เพื่อให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น ใบหน้า รอบดวงตา แก้ม เหนียง ลำคอ หรือลำตัว โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ทำความรู้จักกับพลังงาน Monopolar RF ของโปรแกรมนี้ว่าทำงานกับชั้นผิวอย่างไร?

ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

แม้พลังงานของโปรแกรมนี้จะมุ่งเน้นการทำงานในชั้นผิวที่ลึกกว่า แต่ความร้อนที่ส่งผ่านผิวสามารถช่วยสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวบริเวณชั้นบน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและพร้อมรับการบำรุงมากขึ้น

ชั้นหนังแท้ (Dermis)

เมื่อพลังงานความร้อนส่งลงสู่ชั้นหนังแท้ จะช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ รวมถึงช่วยส่งเสริมการจัดเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวดูมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous)

พลังงาน Monopolar RF สามารถส่งผ่านลงสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังในระดับที่เหมาะสม ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นดูแน่นกระชับขึ้น และช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นในบางบุคคล ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์

โปรแกรม ThermaLift แตกต่างจากการยกกระชับแบบอื่นอย่างไร?

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสำหรับดูแลความกระชับของผิวหลายรูปแบบ โดยแต่ละเทคโนโลยีมีหลักการทำงาน ระดับความลึกของพลังงาน และแนวทางการดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนแนวทางการดูแลอย่างเหมาะสม

โปรแกรมเทคโนโลยีจุดเด่น
โปรแกรม ThermaLift คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ใช้พลังงานความร้อนเพื่อดูแลความกระชับของผิว พร้อมช่วยดูแลคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น 
โปรแกรม HIFUคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับลึก เหมาะสำหรับการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยตามการประเมินของแพทย์ 
โปรแกรม Thermage  คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF)ใช้เทคโนโลยี RF เช่นเดียวกัน แต่มีระบบการส่งพลังงานและรูปแบบหัวทิปส์ที่แตกต่างกันตามเทคโนโลยีของแต่ละเครื่อง  

หมายเหตุ: ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ ปัญหาผิว และการประเมินของแพทย์ ผู้เข้ารับบริการควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง

โปรแกรม ThermaLift เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณหรือไม่?

ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการ การเตรียมตัว และการดูแลหลังเข้ารับบริการ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม ThermaLift เหมาะกับใคร?

ความหย่อนคล้อยของผิวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนตามธรรมชาติ หรือปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวดูไม่กระชับ กรอบหน้าดูไม่ชัด และเกิดริ้วรอยตื้น ๆ ในบางบริเวณ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเหล่านี้โดยไม่ต้องผ่าตัด และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

บริการอาจเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ผู้ที่รู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมชัด มีเหนียง หรือแก้มเริ่มหย่อน
  • ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณใบหน้าและลำคอ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวรอบดวงตาที่เริ่มสูญเสียความกระชับ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว โดยอาศัยกลไกการทำงานของพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF)
  • ผู้ที่มองหาทางเลือกในการดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำหัตถการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

ข้อควรระวังก่อนเข้ารับบริการ

แม้โปรแกรมนี้จะเป็นทางเลือกในการดูแลผิวสำหรับหลายคน แต่ก็อาจไม่เหมาะกับผู้รับบริการบางกลุ่ม ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการควรแจ้งประวัติสุขภาพและเข้ารับการประเมินจากแพทย์ทุกครั้ง โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ภายในร่างกาย
  • ผู้ที่มีบาดแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของการทำหัตถการเป็นรายบุคคล เพื่อวางแผนการดูแลให้สอดคล้องกับสภาพผิว และคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการเป็นสำคัญ

โปรแกรม ThermaLift ทำบริเวณไหนได้บ้าง?

โปรแกรม ThermaLift ทำบริเวณไหนได้บ้าง

สามารถใช้ดูแลได้ทั้งบริเวณใบหน้าและบางส่วนของร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกหัวทิปส์และปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่ทำหัตถการ รวมถึงสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม โดยบริเวณที่นิยมทำ ได้แก่

  • กรอบหน้าและแนวกราม สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิวในบริเวณดังกล่าว
  • แก้มและเหนียง สำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของผิว
  • รอบดวงตา เพื่อดูแลผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับ
  • หน้าผากและขมับ สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม
  • ลำคอ ซึ่งเป็นอีกบริเวณที่อาจเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยตามวัย
  • บางบริเวณของลำตัว เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือเหนือเข่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

บริเวณที่เหมาะสมสำหรับการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

ก่อนเข้ารับบริการ ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวและแจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม รวมถึงพิจารณาข้อจำกัดเฉพาะบุคคล โดยมีคำแนะนำเบื้องต้นก่อนทำ ดังนี้

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ และประวัติการแพ้ยา
  • แจ้งหัตถการหรือการดูแลผิวที่เคยได้รับมาก่อน
  • หากมีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง หากแพทย์แนะนำ

ทั้งนี้ แนวทางการเตรียมตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลตามการประเมินของแพทย์

การเข้ารับบริการนี้เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นหรือไม่?

ก่อนตัดสินใจทำหัตถการหลายคนมักมีคำถามว่า “ระหว่างทำเจ็บไหม?” และ “หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่?” เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบกับการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป โปรแกรมนี้เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีการใช้เข็ม จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

ระหว่างรับบริการรู้สึกอย่างไร?

  • เครื่องจะส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ลงสู่ชั้นผิวตามระดับที่แพทย์ประเมินความเหมาะสม
  • ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกอุ่นบริเวณใต้ผิวในระหว่างทำ
  • ระดับความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำหัตถการ ความไวของผิว และระดับพลังงานที่ใช้

หลังทำมีอาการอย่างไร?

  • ผิวอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่นเล็กน้อยบริเวณที่ทำหัตถการ
  • อาการดังกล่าวมักเป็นเพียงชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาไม่นาน
  • การตอบสนองของผิวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่?

  • โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ การตอบสนองของผิวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  • การล้างหน้า แต่งหน้า หรือการดูแลผิวหลังทำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

คำแนะนำหลังการรับบริการ

  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนในช่วงแรก
  • ดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV
  • หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยหลังทำ ควรติดต่อคลินิกหรือปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล

หมายเหตุ: ความรู้สึกระหว่างทำและการตอบสนองของผิวหลังทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำหัตถการ และการประเมินของแพทย์

ผลลัพธ์หลังทำ ผู้รับบริการสามารถเห็นเมื่อไหร่?

การเปลี่ยนแปลงของผิวไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทั้งหมด แต่จะค่อย ๆ พัฒนาตามกระบวนการตอบสนองของร่างกาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว

ในช่วงแรกหลังทำ ผู้เข้ารับบริการบางรายอาจรู้สึกว่าผิวดูกระชับขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิมจากพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวสามารถสังเกตได้ตามช่วงเวลา ดังนี้

  • หลังทำทันที ผู้เข้ารับบริการบางรายอาจรู้สึกว่าผิวดูแน่นหรือกระชับขึ้นเล็กน้อย
  • ประมาณ 2–3 เดือนหลังทำ อาจเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของความกระชับและคุณภาพผิวมากขึ้น จากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนใต้ผิว
  • ประมาณ 6 เดือนหลังทำ ในบางราย ผิวอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ของหัตถการไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น อายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการดูแลตัวเองหลังทำ โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอย่างเหมาะสม อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพผิวโดยรวม

สำหรับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แพทย์จะประเมินสภาพผิวและการเปลี่ยนแปลงหลังทำ เพื่อวางแผนแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ทำไมโปรแกรม ThermaLift ถึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ชื่นชอบความงามสไตล์เกาหลี?

เทรนด์ความงามแบบเกาหลีในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้ดูแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ให้ความสำคัญกับผิวที่ดูสุขภาพดี ความกระชับของผิว และกรอบหน้าที่ดูได้สัดส่วน เพื่อให้ใบหน้าโดยรวมดูสมดุลและมีมิติมากขึ้น

ด้วยแนวคิดดังกล่าว หลายคนจึงมองหาเทคโนโลยีที่ใช้ดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน โปรแกรม ThermaLift จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวในลักษณะนี้ โดยเหตุผลที่ได้รับความนิยม มีดังนี้

ช่วยดูแลความกระชับของผิวควบคู่กับคุณภาพผิว

ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ซึ่งมีกลไกการทำงานเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับและคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินความเหมาะสมของการทำหัตถการตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โปรแกรมนี้ได้รับความสนใจ คือเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ การตอบสนองต่อหัตถการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

สามารถดูแลได้หลายบริเวณของใบหน้าและลำตัว

มีหัวทิปหลายขนาด ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ เช่น กรอบหน้า แก้ม เหนียง รอบดวงตา ลำคอ และบางบริเวณของลำตัว เพื่อวางแผนการดูแลให้สอดคล้องกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล

สามารถออกแบบแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

สภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์จึงจะประเมินสภาพผิวก่อนเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และบริเวณที่ทำหัตถการ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย

เหตุผลที่หลายคนเลือกทำโปรแกรม ThermaLift ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก

การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรม ไม่ได้พิจารณาเฉพาะเทคโนโลยีที่ใช้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประเมินสภาพผิว การวางแผนการทำหัตถการ และมาตรฐานการดูแลในทุกขั้นตอน รัสมิ์ภูมิ คลินิกจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวทางการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล ดังนี้

ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า

ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าและการดูแลผิวยกกระชับ โดยใช้แนวทางการดูแลตามมาตรฐานของคลินิก แพทย์จะพิจารณาโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อนำมาวางแผนการดูแลและเลือกค่าพลังงานให้เหมาะกับแต่ละเคส

ประเมินสภาพผิวก่อนวางแผนการดูแล

สภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงมีการประเมินก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง เพื่อวางแผนการดูแลและเลือกแนวทางการทำหัตถการให้สอดคล้องกับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล

ใช้เครื่องโปรแกรมตามแนวทางการใช้งานของผู้ผลิต

รัสมิ์ภูมิ คลินิกให้บริการด้วยเครื่องโปรแกรม ThermaLift โดยแพทย์จะเลือกหัวทิปส์และปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่ทำหัตถการและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามแผนที่แพทย์ประเมินไว้

วางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

สามารถใช้ดูแลได้หลายบริเวณ เช่น กรอบหน้า แก้ม เหนียง ลำคอ รอบดวงตา และบางบริเวณของร่างกาย แพทย์จะพิจารณาเลือกบริเวณที่ทำหัตถการและวางแผนการดูแลให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละราย

ให้คำแนะนำก่อนและหลังเข้ารับบริการ

ก่อนรับบริการแพทย์จะซักประวัติสุขภาพและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัว ส่วนหลังเข้ารับบริการจะอธิบายวิธีดูแลผิวและข้อควรปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถดูแลผิวได้อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม ThermaLift ใช้เวลาทำนานไหม?

ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 60 นาที ต่อครั้ง โดยระยะเวลาจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณที่ทำ เช่น เฉพาะใบหน้า หรือรวมลำคอด้วย

ในช่วงแรกแนะนำให้ทำติดต่อกันทุก 1 เดือน เป็นเวลา 3 ครั้ง และหลังจากนั้นควรกลับมาทำซ้ำทุก 3 ถึง 4 เดือน หรือประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ครั้ง เพื่อคงสภาพผิวและการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้อยู่ได้นานขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวและการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

โปรแกรม ThermaLift สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์, โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม แต่แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างหรือจัดลำดับการทำ เพื่อให้ประเมินผลลัพธ์ของแต่ละพลังงานได้อย่างชัดเจน และป้องกันความร้อนส่งผลกระทบต่อตัวยา

ปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน การประเมินโดยแพทย์จะช่วยพิจารณาความเหมาะสมของการรักษา รวมถึงเลือกบริเวณและแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถทำโปรแกรม ThermaLift ได้ หากไม่มีอาการอักเสบหรือแผลเปิด แต่หากกำลังมีสิวอักเสบรุนแรงควรรักษาสิวให้หายหรือหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นสิวและแผลเปิดก่อน เพราะพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) อาจไปกระตุ้นให้อาการอักเสบแย่ลง

โปรแกรม ThermaLift หรือการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF) เหมาะกับผู้ชายมาก เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และลดเหนียงใต้คางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ชายที่ต้องการความรวดเร็ว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยใช้คลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนลึก, จัดเรียงคอลลาเจนใหม่ และช่วยกระชับผิวที่หย่อยคล้อยจากการลดน้ำหนักได้ดี ในระดับที่ไม่รุนแรงมากนัก

ช่วยดูแลปัญหารูขุมขนกว้างได้ โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีความแน่นกระชับขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนที่กว้างหรือหย่อนคล้อยตามวัยแลดูเล็กลงและเรียบเนียนขึ้น

Dr. Patcharee Phongsarikorn Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69355 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ