โปรแกรม CoolSculpting เทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น ลดไขมันเฉพาะจุด

ไขมันบางจุดลดเท่าไรก็ยังอยู่? โปรแกรม CoolSculpting เป็นทางเลือกสำหรับดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดด้วยความเย็น เพื่อช่วยลดปริมาณเซลล์ไขมันบริเวณที่ต้องการโดยไม่ต้องมีแผลบนผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนบริเวณหน้าท้อง เอว หรือจุดที่ไขมันลดได้ยากจากการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ทั้งนี้ไม่ใช่โปรแกรมลดน้ำหนักและไม่ได้มุ่งลดน้ำหนักทั้งร่างกาย

มารู้จัก โปรแกรม CoolSculpting คืออะไร?

โปรแกรม CoolSculpting คือเทคโนโลยีลดไขมันเฉพาะจุดด้วยความเย็น (Cryolipolysis) โดยใช้หัว Applicator ดูดชั้นไขมันเข้าสู่บริเวณที่ต้องการ แล้วควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการทำงานของเทคโนโลยี

ความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันในบริเวณที่ได้รับการทำงานเกิดการเปลี่ยนแปลง จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันเหล่านี้ตามกระบวนการธรรมชาติ จึงเหมาะกับการดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวหนัง

จึงทำให้โปรแกรมนี้แตกต่างจากการลดน้ำหนัก เพราะไม่ได้เน้นการลดน้ำหนักทั้งร่างกาย แต่เป็นการปรับบริเวณที่มีไขมันสะสมและยังเห็นเป็นสัดส่วนได้ชัดเจน โดยแพทย์จะประเมินลักษณะไขมัน สรีระ และเลือกหัว Applicator ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณก่อนทำ

โปรแกรม CoolSculpting ช่วยลดไขมันได้จริงไหม?

สามารถช่วยลดชั้นไขมันบริเวณที่ทำได้ ด้วยหลักการ Cryolipolysis โดยร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันที่ได้รับผลจากความเย็นออกตามกระบวนการของร่างกาย จึงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดทันทีหลังทำ

บริเวณที่สามารถพิจารณาทำได้ เช่น หน้าท้อง เอว ต้นขา ต้นแขน แผ่นหลัง หรือใต้คาง ทั้งนี้ตำแหน่งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง หัว Applicator และการประเมินของแพทย์

โปรแกรม CoolSculpting ช่วยลดน้ำหนักได้ไหม?

โปรแกรมนี้ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยรวม แต่เน้นดูแลไขมันส่วนเกินเฉพาะบริเวณที่ต้องการปรับสัดส่วน

หากมีน้ำหนักตัวเกินหรืออยู่ระหว่างควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกายยังเป็นพื้นฐานสำคัญ ส่วนการดูแลด้วยโปรแกรมนี้สามารถพิจารณาเพิ่มเติมในบริเวณที่ยังมีไขมันสะสม แม้น้ำหนักโดยรวมจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก

โปรแกรม CoolSculpting ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม CoolSculpting ใช้หลักการ Cryolipolysis หรือการใช้ความเย็นกับชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยเน้นบริเวณที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด การทำงานแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การนำชั้นไขมันเข้าสู่หัว Applicator ไปจนถึงกระบวนการกำจัดเซลล์ไขมันของร่างกาย

Step 1: ใช้หัว Applicator ดูดชั้นไขมันเข้าสู่หัวเครื่อง

เริ่มจากแพทย์ประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลและเลือกหัว Applicator ให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะของชั้นไขมัน จากนั้นหัวเครื่องจะดึงชั้นไขมันเข้าสู่บริเวณหัว Applicator เพื่อให้ความเย็นทำงานกับชั้นไขมันที่ต้องการ

การเลือกหัว Applicator เป็นส่วนสำคัญของการทำโปรแกรมนี้ เพราะแต่ละหัวออกแบบมาสำหรับลักษณะและตำแหน่งที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้หัวเดียวกับทุกบริเวณ

Step 2: ส่งความเย็นไปยังชั้นไขมัน

เมื่อชั้นไขมันเข้าสู่หัว Applicator แล้ว เครื่องจะส่งความเย็นไปยังบริเวณดังกล่าวตามโปรแกรมของหัวที่เลือกใช้

หลักการ Cryolipolysis อาศัยความไวต่อความเย็นของเซลล์ไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันที่ได้รับความเย็นเกิดการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการกำจัดตามธรรมชาติของร่างกาย

อุณหภูมิและระยะเวลาที่ใช้ควรอ้างอิงตามรุ่นเครื่องและหัว Applicator ที่คลินิกใช้งานจริง จึงไม่ควรระบุว่าทุกเคสต้องใช้ที่อุณหภูมิ -11°C หรือใช้เวลาประมาณ 35 นาทีเหมือนกันทั้งหมด

Step 3: ร่างกายค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันที่ได้รับผล

หลังจากเซลล์ไขมันได้รับผลจากความเย็น ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการเซลล์เหล่านั้นผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ

การเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันจึงต้องใช้เวลา ไม่ได้เห็นผลทั้งหมดทันทีหลังทำ โดยสามารถเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงประมาณ 1–3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน บริเวณที่ทำ และปัจจัยเฉพาะบุคคล

ดังนั้น จุดสำคัญของการทำโปรแกรมนี้คือการประเมินไขมันและเลือกหัว Applicator ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ มากกว่าการกำหนดเพียงอุณหภูมิหรือระยะเวลาในการทำ

ลดไขมันเฉพาะจุดยาก ทั้งที่คุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว?

ทีมแพทย์ Rassapoom Clinic พร้อมประเมินชั้นไขมันและวางแผนทำโปรแกรม CoolSculpting ให้เหมาะกับสรีระและบริเวณที่ต้องการดูแล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม CoolSculpting มีหัว Applicator กี่แบบ?

ในโปรแกรมนี้ มีหัว Applicator หลายรูปแบบ โดยแต่ละหัวออกแบบมาให้เหมาะกับขนาดพื้นที่และลักษณะของไขมันที่แตกต่างกัน จึงไม่ได้ใช้แทนกันทุกบริเวณ

การเลือกหัว Applicator ควรดูจากตำแหน่ง ปริมาณไขมัน และสรีระของแต่ละคน เพื่อให้หัวเครื่องวางได้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล

Applicatorลักษณะหัวบริเวณที่เหมาะกับการดูแล
CoolAdvantageหัวขนาดกลาง รองรับชั้นไขมันที่สามารถดึงเข้าสู่หัว Applicator ได้หน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขาด้านใน ปีกหลัง หรือใต้ก้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของบริเวณ
CoolAdvantage Petiteหัวขนาดเล็กกว่า CoolAdvantage เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้นบริเวณที่มีพื้นที่หรือก้อนไขมันขนาดเล็ก และต้องการหัวที่เหมาะกับสรีระมากขึ้น
CoolAdvantage Plusหัวขนาดใหญ่ รองรับพื้นที่ได้กว้างขึ้นในการวางหัว Applicatorบริเวณที่มีพื้นที่และชั้นไขมันมากกว่า เช่น หน้าท้องหรือเอว
CoolMiniหัวขนาดเล็ก ออกแบบให้วางในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านขนาดใต้คาง และบริเวณขนาดเล็กที่ต้องเลือกหัวให้เหมาะกับรูปทรง
CoolSmooth Proหัว Applicator แบบวางแนบกับผิว โดยไม่ใช้ระบบดูดสุญญากาศบริเวณที่มีลักษณะแบนหรือไม่เหมาะกับการดึงชั้นไขมันเข้าสู่หัว

โปรแกรม CoolSculpting เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดและต้องการปรับสัดส่วน มากกว่าการลดน้ำหนักโดยรวม โดยแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่ง ลักษณะ และปริมาณไขมัน รวมถึงความเหมาะสมของบริเวณที่จะวางหัว Applicator ก่อนวางแผนดูแล

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณ เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา หลัง หรือใต้คาง แม้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ยังมีไขมันใต้ผิวหนังบางส่วนที่ต้องการปรับลด 
  • ผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ แต่ยังมีไขมันใต้ผิวหนังบางบริเวณที่ต้องการปรับสัดส่วน เป็นกลุ่มที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโปรแกรม มากกว่าผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจำนวนมาก
  • ผู้ที่ไม่ต้องการวิธีที่ต้องพักฟื้น เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ความเย็นจากภายนอกบริเวณชั้นไขมัน จึงไม่ทำให้เกิดแผลเปิด ทำให้ไม่จำเป็นต้องพักจากกิจวัตรประจำวันเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปและแลดูเป็นธรรมชาติ โดยการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน ช่วยให้สัดส่วนดูกระชับและสมดุลขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนดูผิดสัดส่วน 

ใครที่อาจไม่เหมาะกับโปรแกรม CoolSculpting?

โปรแกรมนี้อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสุขภาพหรือความผิดปกติบางอย่าง ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบและประเมินก่อนทำ เพื่อพิจารณาว่าเหมาะกับการใช้ความเย็นบริเวณนั้นหรือไม่

  • ผู้ที่มีภาวะไวต่อความเย็น เช่น Cold Urticaria หรือ Cryoglobulinemia ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการรักษาด้วยความเย็น
  • ผู้ที่มีแผล การอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มการรักษา
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนพิจารณาทำ
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
  • ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักทั้งตัวหรือมีไขมันสะสมปริมาณมาก เนื่องจากเป็นการเน้นดูแลไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยรวม

ทั้งนี้ การพิจารณาความเหมาะสมไม่ควรดูจาก BMI เพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินร่วมกับตำแหน่งและลักษณะของไขมัน สภาพผิว ประวัติสุขภาพ และเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

โปรแกรม CoolSculpting ทำบริเวณไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดได้หลายบริเวณ เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา ใต้คาง และปีกหลัง โดยแพทย์จะประเมินลักษณะและตำแหน่งของไขมันก่อนทำ เพื่อเลือก Applicator ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณและสรีระของแต่ละคน

บริเวณที่ทำลักษณะไขมันที่ต้องการดูแล
หน้าท้องไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องส่วนบนหรือส่วนล่าง
เอวไขมันสะสมบริเวณ ด้านข้างลำตัว หรือเอวด้านข้าง
ต้นแขนไขมันสะสมบริเวณต้นแขนด้านบน
ต้นขาไขมันสะสมบริเวณต้นขาด้านในหรือด้านนอก
เหนียงหรือใต้คางไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือคางสองชั้น
ปีกหลังหรือหลังส่วนบนไขมันสะสมบริเวณด้านหลังและด้านข้างลำตัว

นอกจากนี้ ยังมีหัว Applicator ที่ออกแบบมาสำหรับบริเวณเฉพาะบางตำแหน่ง เช่น ใต้ก้น หรือบริเวณรอยพับใต้ก้น รวมถึงบริเวณหน้าอกในผู้ชายที่มีไขมันสะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและข้อบ่งใช้ของหัว Applicator แต่ละแบบ

หมายเหตุ: ตำแหน่งที่สามารถทำได้อาจแตกต่างกันตามรุ่นของเครื่อง Applicator และข้อบ่งใช้ของอุปกรณ์แต่ละรุ่น ควรตรวจสอบรายละเอียดของเครื่องที่ใช้จริงและรับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำ

การเตรียมตัวก่อนทำ

ก่อนทำเข้ารับบริการ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือการเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินชั้นไขมันและวางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากตำแหน่งและปริมาณไขมัน รวมถึงเลือกหัว Applicator ให้สอดคล้องกับบริเวณที่ต้องการดูแล

ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะ

  • โรคประจำตัวหรือประวัติการรักษาที่สำคัญ
  • ยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
  • ประวัติการแพ้หรือภาวะที่ไวต่อความเย็น
  • บริเวณที่มีแผล การอักเสบ หรือความผิดปกติของผิวหนัง

ในวันทำสามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและเปิดบริเวณที่จะทำได้สะดวก

การดูแลตัวเองหลังทำ

หลังทำ ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในช่วงที่บริเวณทำยังมีอาการชา ตึง หรือระบม 

  • รับประทานอาหารให้สมดุล เน้นอาหารที่มีประโยชน์และควบคุมปริมาณพลังงานให้เหมาะสม
  • ออกกำลังกายตามความเหมาะสม เมื่อไม่มีอาการที่รบกวนการเคลื่อนไหว สามารถกลับไปออกกำลังกายตามกิจวัตรได้
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับคงที่ เพราะแม้เซลล์ไขมันบางส่วนในบริเวณที่ได้รับการทำจะถูกกำจัดออกตามกระบวนการของร่างกาย แต่เซลล์ไขมันที่เหลือยังสามารถมีขนาดเพิ่มขึ้นได้หากน้ำหนักตัวเพิ่ม

หลังทำโปรแกรม CoolSculpting มีอาการอะไรบ้าง?

หลังทำโปรแกรม บริเวณที่ใช้ Applicator อาจมีอาการชั่วคราวได้ โดยอาการที่พบอาจแตกต่างกันในแต่ละคน เช่น

  • ชา หรือรู้สึกไว บริเวณที่ทำ
  • แดงหรือบวม
  • ตึงหรือระบม
  • รู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำในช่วงแรก

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นทันทีหลังทำหรือค่อย ๆ ตามมา และโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา การทราบถึงอาการที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยให้เตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำได้เหมาะสมมากขึ้น

ทำไมต้องทำโปรแกรม CoolSculpting ที่ Rassapoom Clinic?

ในการเข้ารับบริการควรเริ่มจากการประเมินลักษณะและตำแหน่งของชั้นไขมัน ไม่ใช่เพียงเลือกบริเวณที่ต้องการลดไขมันเท่านั้น เพราะแต่ละคนมีสรีระและลักษณะไขมันแตกต่างกัน

ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะประเมินก่อนทำ โดยพิจารณาทั้งปริมาณไขมัน ตำแหน่ง ลักษณะผิว และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการใช้หัว Applicator และจำนวนตำแหน่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ประเมินปริมาณและตำแหน่งไขมันก่อนทำ

ก่อนเริ่มทำ แพทย์จะตรวจบริเวณที่ต้องการดูแลว่ามีชั้นไขมันที่สามารถใช้หัว Applicator เข้าจับได้หรือไม่ รวมถึงพิจารณาความหนาและลักษณะของไขมันในแต่ละตำแหน่ง

ข้อมูลจากการประเมินจะนำมาใช้ประกอบการวางแผน เพื่อให้ตำแหน่งที่ทำสอดคล้องกับสรีระและบริเวณที่ต้องการดูแล

เลือกหัว Applicator ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ

หัว Applicator ที่ใช้ในโปรแกรมนี้มีหลายรูปแบบ การเลือกหัวจึงต้องพิจารณาให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะของชั้นไขมัน

แพทย์จะประเมินรูปร่าง ขนาด และตำแหน่งของไขมันก่อนเลือกหัว Applicator สำหรับบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน หรือบริเวณอื่นที่สามารถประเมินและทำได้

วางแผนจำนวนหนีบตามสรีระ

จำนวนตำแหน่งในการทำ ไม่ได้กำหนดจากสูตรเดียว เพราะแต่ละคนมีพื้นที่และปริมาณไขมันที่แตกต่างกัน

การวางแผนจึงพิจารณาจากบริเวณที่ต้องการดูแล ขนาดของพื้นที่ และสรีระโดยรวม เพื่อกำหนดตำแหน่งการทำให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ดูแลโดยแพทย์ตั้งแต่การประเมินก่อนทำ

การประเมินโดยแพทย์ช่วยพิจารณาว่า โปรแกรม CoolSculpting เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแลหรือไม่ รวมถึงประเมินข้อจำกัดของแต่ละบุคคลก่อนวางแผนการทำ

หากบริเวณดังกล่าวไม่เหมาะกับโปรแกรมนี้ แพทย์สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดูแลอื่นที่เหมาะกับลักษณะปัญหาและสรีระมากกว่าได้

ติดตามผลหลังทำ

หลังทำสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ดูแล พร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองตามความเหมาะสม

การตอบสนองหลังทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การติดตามผลจึงช่วยให้แพทย์ประเมินการเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ดูแล และให้คำแนะนำได้เหมาะกับแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม CoolSculpting

โปรแกรม CoolSculpting คืออะไร?

โปรแกรม CoolSculpting คือเทคโนโลยีลดไขมันเฉพาะจุดด้วยความเย็น หรือ Cryolipolysis โดยใช้หัว Applicator ส่งความเย็นไปยังชั้นไขมันใต้ผิวบริเวณที่ต้องการดูแล

เมื่อเซลล์ไขมันได้รับความเย็นตามเงื่อนไขที่กำหนด ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันเหล่านั้นออกตามกระบวนการของร่างกาย

จุดสำคัญคือการดูแล ชั้นไขมันใต้ผิวเฉพาะบริเวณ จึงไม่ใช่โปรแกรมสำหรับการลดน้ำหนักโดยรวม

สามารถช่วยลดชั้นไขมันใต้ผิวเฉพาะบริเวณที่ทำได้ โดยใช้หลักการ Cryolipolysis ซึ่งมีข้อมูลทางคลินิกสนับสนุนการลดชั้นไขมัน

ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณและตำแหน่งของไขมัน รวมถึงการเลือก Applicator และการวางแผนตำแหน่งในการทำ จึงควรประเมินจากลักษณะไขมันและสรีระของแต่ละคนเป็นหลัก

ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดน้ำหนัก แต่เน้นดูแลไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด จึงเหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ แต่ยังมีไขมันสะสมในบางบริเวณที่ต้องการดูแลเพิ่มเติม เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน หรือต้นขา

ระหว่างทำอาจรู้สึก เย็น ตึง หรือมีแรงดึงจากหัว Applicator โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น เมื่อบริเวณที่ทำเริ่มเย็นลง อาจมีอาการชาหรือความรู้สึกบริเวณผิวลดลงชั่วคราว

หลังทำ บางรายอาจมีอาการ แดง บวม ช้ำ ตึง หรือชา บริเวณที่ดูแล ซึ่งอาการและระยะเวลาที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

เนื่องจากเป็นการใช้เครื่องมือภายนอกและไม่มีแผลจากการทำ โดยทั่วไปหลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

ผลลัพธ์ ไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการกำจัดเซลล์ไขมันที่ได้รับผลจากความเย็น โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน จึงค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ดูแล

ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปริมาณไขมัน และการตอบสนองของร่างกาย

บางรายอาจทำเพียงครั้งเดียวแล้วติดตามการเปลี่ยนแปลง ขณะที่บางรายอาจต้องทำซ้ำเพื่อปรับสัดส่วนเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและบริเวณที่ทำ โดยแพทย์จะประเมินผลหลังทำก่อนวางแผนครั้งถัดไป 

สามารถพิจารณาทำซ้ำได้ในบางกรณี โดยควรประเมินผลจากครั้งก่อนและระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนวางแผนครั้งถัดไป

การทำซ้ำไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องทำหลายครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่เหลือ ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และเป้าหมายด้านสัดส่วน

จำนวนหนีบไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ปริมาณไขมัน และหัว Applicator ที่เหมาะกับแต่ละบริเวณ โดยพื้นที่กว้าง เช่น หน้าท้องหรือเอว อาจต้องใช้หลายตำแหน่ง

ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลก่อนกำหนดจำนวนหนีบ เพื่อให้การวางแผนสอดคล้องกับสรีระของแต่ละบุคคล

ทั้งสองโปรแกรมเน้นดูแลรูปร่างคนละด้าน โดยสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

  • โปรแกรม CoolSculpting ใช้เทคโนโลยี Cryolipolysis เพื่อดูแลชั้นไขมันใต้ผิวเฉพาะจุด
  • โปรแกรม Emsculpt ใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ

ดังนั้น การเลือกโปรแกรมควรพิจารณาจากปัญหาและเป้าหมายที่ต้องการดูแลเป็นหลัก

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ