โปรแกรม Ultraformer III ยกกระชับ ลดริ้วรอย สลายไขมันใต้ชั้นผิว

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของผิวเป็นสิ่งที่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือไขมันสะสมบริเวณใต้คางและเหนียง ซึ่งอาจส่งผลให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีดูแลผิวด้วยโปรแกรม Ultraformer III ที่ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเกินไป

โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความสนใจสำหรับการยกกระชับผิว เพราะสามารถดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด พร้อมช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับและกรอบหน้าดูชัดขึ้น ก่อนตัดสินใจทำควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงาน เทคโนโลยีที่ใช้ ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรมนี้ รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลผิวที่เหมาะสมกับตัวเอง

โปรแกรม Ultraformer III คืออะไร

โปรแกรม Ultraformer III คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) ในรูปแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) โดยสามารถส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ เพื่อดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและความไม่กระชับของผิว

เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณและคุณภาพของคอลลาเจนในผิวจะลดลง ส่งผลให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลง เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม เทคโนโลยี MMFU จึงถูกนำมาใช้เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวที่เหมาะสม ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและส่งเสริมให้โครงสร้างผิวมีความกระชับมากขึ้น 

โปรแกรมนี้สามารถดูแลปัญหาผิวได้หลายบริเวณ ตั้งแต่ความหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ ไปจนถึงไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น บริเวณใต้คางและเหนียง ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิว อายุ และปัจจัยของแต่ละบุคคล

เทคโนโลยี MMFU ของโปรแกรม Ultraformer III แบ่งการทำงานออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

Micro Focused Ultrasound (พลังงานเพื่อการยกกระชับ)

Micro Focused Ultrasound เป็นพลังงานคลื่นที่เน้นส่งผ่านความร้อนแม่นยำไปยังผิวชั้นลึกถึงระดับ SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic system) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อสำคัญที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อใบหน้า (ชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) ด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะระหว่าง 65-75 องศาเซลเซียส จะเข้าไปทำให้เนื้อเยื่อชั้นนี้เกิดการหดตัวทันที ส่งผลให้โครงสร้างผิวหน้าค่อย ๆ ดูยกกระชับและเต่งตึงขึ้นตามการตอบสนองของผิวในแต่ละบุคคล 

Macro Focused Ultrasound (พลังงานเพื่อการสลายไขมัน)

Macro Focused Ultrasound คือพลังงานคลื่นที่ออกแบบมาเพื่อดูแลบริเวณที่มีไขมันสะสมบนใบหน้าและเหนียง โดยส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นไขมันในระดับที่กำหนด พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งอาจช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และกรอบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น 

นอกจากความโดดเด่นของพลังงานทั้งสองรูปแบบแล้ว โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมหัว Applicator ที่มีหลายขนาด เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ตามบริเวณผิวและความกังวลของแต่ละบุคคล โดยแพทย์สามารถพิจารณาปรับระดับพลังงานและความลึกในการส่งพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวและแผนการดูแลของแต่ละราย เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามการประเมินของแพทย์

หมายเหตุ: ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Ultraformer III ช่วยดูแลปัญหาอะไรได้บ้าง?

ก่อนตัดสินใจทำ หลายคนอาจมีคำถามว่า โปรแกรมนี้เหมาะกับปัญหาผิวที่ตัวเองกำลังกังวลอยู่หรือไม่ เพราะปัญหาผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งความหย่อนคล้อย กรอบหน้าที่ไม่ชัด หรือริ้วรอยที่เริ่มเห็นได้ชัดขึ้น

และโปรแกรมนี้ยังเป็นหัตถการที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับที่เหมาะสม ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระบวนการฟื้นฟูผิว โดยแพทย์สามารถประเมินระดับพลังงานและความลึกให้เหมาะกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล 

ปัญหาผิวที่มักนิยมใช้โปรแกรมนี้เพื่อดูแล ได้แก่

1. ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ (Loss of Elasticity)

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อย จะสามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นและกระชับขึ้น

2. กรอบหน้าไม่ชัด (Blurred Jawline)

เมื่อผิวบริเวณกรอบหน้าเริ่มหย่อนลง อาจทำให้แนวขากรรไกรดูไม่ชัดเหมือนเดิม บริการนี้จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลบริเวณกรอบหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนและมีความคมชัดมากขึ้น

3. เหนียงและไขมันใต้คาง (Double Chin)

บริเวณใต้คางเป็นหนึ่งในจุดที่หลายคนกังวล เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูกลมและขาดความชัดเจน เครื่องทำหัตถการนี้มีหัว Applicator ที่ออกแบบมาสำหรับดูแลชั้นไขมันในบางบริเวณ โดยช่วยให้ผิวบริเวณใต้คางดูกระชับขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและสภาพผิวของแต่ละคน

4. แก้มหย่อนคล้อย (Sagging Cheeks)

เมื่อผิวบริเวณแก้มเริ่มสูญเสียความกระชับ อาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือมีอายุขึ้น โปรแกรมนี้สามารถช่วยดูแลความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม เพื่อให้ผิวโดยรวมดูกระชับและใบหน้าดูสดใสขึ้น

5. ริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines)

การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวอาจช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวที่ดูไม่เรียบเนียนมีแนวโน้มดูดีขึ้น

6. คิ้วตกและหางตาไม่กระชับ (Brow Ptosis)

เมื่อผิวบริเวณรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อย อาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า การยกกระชับบริเวณนี้อาจช่วยให้บริเวณรอบดวงตาดูสดใสและเปิดขึ้นมากขึ้น

7. ลำคอไม่กระชับ (Neck Laxity)

นอกจากใบหน้าแล้ว บริเวณลำคอก็เป็นอีกจุดที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของวัย โปรแกรมนี้สามารถใช้ดูแลผิวบริเวณลำคอ เพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น

โดยทั่วไป การทำโปรแกรมUltraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว โดยมุ่งเน้นการเสริมความกระชับให้ใบหน้าโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างหรือทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม 

โปรแกรม Ultraformer III เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณหรือไม่?

ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการ การเตรียมตัว และการดูแลหลังเข้ารับบริการ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Ultraformer III ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Ultraformer III ทำงานอย่างไร

ทำงานด้วยเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) ที่สามารถส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด โดยไม่ทำลายผิวบริเวณด้านบน พลังงานจะถูกส่งไปยังชั้นผิวเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในชั้นผิว ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวดูมีความกระชับมากขึ้น 

หลักการทำงาน สามารถอธิบายได้เป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1. ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำ

หัว Applicator ของเครื่องจะปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปยังชั้นผิวในระดับความลึกที่เหมาะสม เช่น 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร โดยแพทย์สามารถเลือกใช้หัวและปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น ผิวหน้า กรอบหน้า ใต้คาง หรือบริเวณลำคอ

2. เปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนในชั้นผิว

เมื่อพลังงานถูกส่งไปยังจุดเป้าหมาย จะเกิดความร้อนเฉพาะบริเวณที่ต้องการดูแล โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่มีบทบาทต่อโครงสร้างความกระชับของใบหน้า ความร้อนในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวอาจดูกระชับขึ้นหลังทำ

3. กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่

หลังจากได้รับพลังงาน ร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูบริเวณที่ได้รับการกระตุ้น ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ผิวจึงค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงมักเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2–3 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาและผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล

ด้วยหลักการทำงานที่ลงลึกถึงชั้นผิว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน

หลังทำโปรแกรม Ultraformer III จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อไร?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจรับบริการ คือ “หลังทำแล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่?” เนื่องจากโปรแกรมนี้ไม่ได้เป็นการปรับเปลี่ยนผิวแบบทันที แต่เป็นการใช้พลังงานกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย จึงต้องใช้เวลาให้ผิวค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง

โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงหลังทำสามารถแบ่งออกเป็นช่วงต่าง ๆ ดังนี้

  • หลังทำทันที

หลังเข้ารับบริการ บางคนอาจรู้สึกว่าผิวบริเวณที่ทำดูกระชับขึ้นเล็กน้อยประมาณ 20-30% หรือสัมผัสได้ถึงความแน่นของผิวมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการหดตัวของเนื้อเยื่อในบริเวณที่ได้รับพลังงาน

  • ช่วง 1–3 เดือนหลังทำ

ในช่วงเวลานี้ ร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และกรอบหน้าดูชัดขึ้น ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละคน

  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาของผลลัพธ์หลังการรับบริการ ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิวเดิม ระดับความหย่อนคล้อย รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ โดยการดูแลผิวอย่างเหมาะสมและการป้องกันปัจจัยที่ทำร้ายผิว อาจช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น

  • การประเมินผิวก่อนทำเป็นขั้นตอนสำคัญ

แม้โปรแกรมนี้จะสามารถดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยได้หลายรูปแบบ แต่ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน การเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนทำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะแพทย์สามารถวิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อย เลือกบริเวณที่เหมาะสม รวมถึงวางแผนการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคน

ตอนรับบริการเจ็บไหม? สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

หนึ่งในข้อกังวลที่หลายคนมีเกี่ยวกับการรับบริการชนิดนี้ คือความรู้สึกระหว่างทำ เพราะเป็นหัตถการที่มีการส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิว โดยทั่วไปความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำและระดับพลังงานที่ใช้

ระหว่างทำรู้สึกอย่างไร?

ขณะเครื่องส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิว อาจรู้สึกอุ่น ตึง หรือมีความรู้สึกคล้ายจี๊ด ๆ เป็นบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวอยู่ใกล้กระดูกหรือมีเนื้อเยื่อรองรับน้อย เช่น แนวกรอบหน้า โหนกแก้ม หรือบริเวณใต้คาง

อะไรมีผลต่อความรู้สึกระหว่างทำ?

ความรู้สึกขณะทำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับพลังงาน บริเวณที่ทำ และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน แพทย์จะประเมินสภาพผิวและปรับการตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสม เพื่อให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างปลอดภัยและสบายมากขึ้น

หากเป็นผู้ที่มีความไวต่อความรู้สึกหรือมีความกังวล สามารถแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มทำได้ เพื่อให้แพทย์วางแผนการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณ

โปรแกรม Ultraformer III แตกต่างจากหัตถการยกกระชับอื่นอย่างไร?

ปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับผิวหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละโปรแกรมมีหลักการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกหัตถการจึงควรพิจารณาจากปัญหาผิวที่ต้องการดูแล บริเวณที่ทำ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง มากกว่าการเลือกจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

หัวข้อโปรแกรม Ultraformer IIIโปรแกรม  Ultherapy Primeโปรแกรม Thermage FLX
เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงแบบ MMFUคลื่นอัลตราซาวด์แบบ Micro-focused Ultrasoundคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF)
จุดเด่นดูแลความหย่อนคล้อย พร้อมช่วยดูแลชั้นไขมันในบางจุดเน้นการยกกระชับผิวในชั้นลึกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลความกระชับของผิว
เหมาะกับใครต้องการดูแลกรอบหน้า ความหย่อนคล้อย หรือไขมันสะสมเฉพาะจุดต้องการยกกระชับบริเวณใบหน้าและลำคอมีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อยและต้องการเพิ่มความกระชับ
บริเวณที่นิยมกรอบหน้า แก้ม ใต้คาง และลำคอกรอบหน้าและลำคอ ใบหน้า ลำคอ รอบดวงตา และผิวบริเวณอื่น

หมายเหตุ: การเปรียบเทียบข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกลไกและลักษณะการทำงานของแต่ละเทคโนโลยี ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิว อายุ ระดับความหย่อนคล้อย และการประเมินของแพทย์ การเลือกหัตถการที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละคน

ทำไมถึงควรเลือกทำโปรแกรม Ultraformer III ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก

ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก เราผสาน “เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน” เข้ากับ “ศิลปะการออกแบบการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง” เพื่อเปลี่ยนการยกกระชับให้เป็นการปรับรูปหน้าอย่างมีมิติ โดยเน้นจุดเด่นที่แตกต่างดังนี้

มาตรฐานเครื่องมือที่ปลอดภัย

เราเลือกใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล อุปกรณ์ทุกชิ้นมีการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของการส่งผ่านพลังงานและความปลอดภัยของผิวพรรณในระยะยาว

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของแพทย์ 

ทุกขั้นตอนดำเนินการโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าโดยตรง ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้งคลินิก แพทย์มีความเข้าใจในกลไกการทำงานของเครื่องมือและชั้นผิวเป็นอย่างดี สามารถควบคุมพลังงานให้เหมาะสมกับเนื้อเยื่อแต่ละจุดได้อย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐานสูงสุดในทุกเคส 

การวิเคราะห์และออกแบบเฉพาะบุคคล 

แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า ชั้นไขมัน และชั้นกระดูกของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณโดยเฉพาะ ทั้งการเลือกชนิดหัวยิง และกำหนดจำนวนช็อตที่แม่นยำในแต่ละบริเวณ

ความโปร่งใสในการดูแล

เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจน แพทย์จะอธิบายเหตุผลในการวางแผนการรักษา ขั้นตอนที่ทำ และการดูแลตัวเองหลังรับบริการ เพื่อให้คุณมั่นใจและเห็นภาพผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

รัสมิ์ภูมิ คลินิก มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ออกแบบความงามที่เข้าใจโครงสร้างผิวหน้าของคุณอย่างแท้จริง ด้วยมาตรฐานเครื่องมือและฝีมือแพทย์เฉพาะทางที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกช็อตที่ทำ คือการลงทุนเพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ

ผลลัพธ์หลังรับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ultraformer III (FAQ)

โปรแกรมนี้เหมาะกับช่วงอายุเท่าไร?

เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยแต่ละช่วงวัยจะมีเป้าหมายและปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป สามารถทำได้ครอบคลุมทุกช่วงอายุ ตามรายละเอียดดังนี้

ช่วงอายุต่างๆ และเป้าหมายในการทำ

  • อายุ 20–30 ปี: เน้นลดไขมันบริเวณแก้มและเหนียง ช่วยให้กรอบหน้าชัด และปรับรูปหน้าให้แลดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องฉีด รวมถึงช่วยชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคต
  • อายุ 30–40 ปี: เริ่มเห็นสัญญาณความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอยรอบดวงตาหรือร่องแก้ม และยกกระชับผิวให้เต่งตึง
  • อายุ 40–50 ปีขึ้นไป: เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับต้นถึงกลาง ช่วยยกกระชับกรอบหน้า และคืนความแลดูอ่อนเยาว์ให้ผิว (ในบางรายอาจต้องทำร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อผลลัพธ์ที่ดี)

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ ให้เลือกคลินิกและแพทย์ที่ได้มาตรฐาน พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง งดครีมผลัดเซลล์ผิวหรือกรดรุนแรง งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ 3-7 วัน รวมถึงแจ้งประวัติโรคประจำตัวและการศัลยกรรมหรือฉีดสารเติมเต็มบนใบหน้าให้แพทย์ทราบก่อนรับบริการ

หลังรับบริการ สามารถแต่งหน้าและทาครีมได้ทันที โดยไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากพลังงานคลื่นเสียงไม่ทำให้เกิดแผลเปิดที่ผิวชั้นนอก แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการถูหรือกดนวดใบหน้าแรงๆ และควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงทุกวัน

โดยทั่วไปควรทำซ้ำทุกๆ 5–6 เดือน หรือประมาณ ปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องและคงความกระชับไว้ โดยผลลัพธ์จากการทำในแต่ละครั้งจะอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ โดยแพทย์มักแนะนำให้ทำโปรแกรมUltraformer III เพื่อยกกระชับผิวและลดไขมันใต้ผิวก่อน จากนั้นจึงตามด้วยหัตถการประเภทอื่นในคอร์สเดียวกันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจนยิ่งขึ้น

หัตถการที่ทำร่วมกันได้

  • โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox): ทำโปรแกรม Ultraformer III ยกกรอบหน้าก่อน แล้วค่อยฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ลดริ้วรอยหรือกรามทีหลัง
  • โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (Filler): ทำเครื่องยกกระชับก่อนฉีดสารเติมเต็ม หากเพิ่งฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์มาใหม่ควรให้แพทย์ประเมินระยะเวลาก่อน
  • โปรแกรมเมโสแฟต (Meso Fat): ทำคู่กันได้ดีในจุดที่มีไขมันสะสม เพื่อช่วยทั้งยกกระชับและสลายไขมันเฉพาะจุด
  • เครื่องยกกระชับอื่น (เช่น โปรแกรม Oligio): ทำร่วมกันได้เพื่อเสริมประสิทธิภาพทั้งชั้นลึกและผิวชั้นตื้น

ควรดูแลผิวอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการนวดกดหรือถูหน้าแรง ๆ ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงทุกวัน ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และงดกิจกรรมที่สัมผัสความร้อนจัดหรือแอลกอฮอล์ในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและได้ผลลัพธ์ที่ดี

ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโลหะหรือเหล็กฝังในร่างกายรวมถึงรากฟันเทียม ผู้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ผู้มีโรคผิวหนังหรือแผลอักเสบบริเวณที่จะทำ และผู้ที่มีประวัติฉีดสารเติมเต็มหรือทำโปรแกรมร้อยไหมมาไม่นาน

ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปอาจอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำ

การปกป้องผิวจากแสงแดด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเพียงพอ และดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาสุขภาพผิวโดยรวม

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ