






เหนียงหรือคางสองชั้นอาจเกิดจากไขมันใต้คาง ความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อ หรือโครงสร้างบริเวณคางและขากรรไกรร่วมกัน ทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ช่วยให้ใต้คางหรือกรอบหน้าชัดขึ้นในทุกกรณี โปรแกรม FaceTite เป็นแนวทางที่ใช้เทคโนโลยี RFAL (Radiofrequency-Assisted Lipocoagulation) เพื่อดูแลบริเวณที่มีไขมันร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยการเลือกหัวอุปกรณ์และวางแผนการทำจะพิจารณาจากตำแหน่งและลักษณะของแต่ละบุคคล
โปรแกรม FaceTite เป็นแนวทางการดูแลบริเวณใบหน้าและลำคอด้วยเทคโนโลยี RFAL (Radiofrequency-Assisted Lipocoagulation) โดยอุปกรณ์สามารถเลือกใช้หัวที่มีขนาดแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ต้องการดูแล
หัวอุปกรณ์ที่ใช้กับโปรแกรมมีทั้งหัวขนาดปกติและหัวขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริเวณที่มีลักษณะแตกต่างกันได้ โดยการเลือกใช้ไม่ได้พิจารณาจากชื่อหัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินร่วมกับปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณนั้น
หัว FaceTite เป็นหัวอุปกรณ์ขนาดปกติที่ใช้กับโปรแกรม FaceTite เหมาะสำหรับพิจารณาใช้ในบริเวณที่มีพื้นที่มากกว่า เช่น
หัวอุปกรณ์ประกอบด้วยส่วนที่ทำงานบริเวณด้านนอกผิวและส่วนที่สอดผ่านจุดเปิดขนาดเล็กเข้าสู่บริเวณใต้ผิว เพื่อส่งพลังงาน RF ระหว่างกันไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย
หัว AccuTite เป็นหัวอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม FaceTite โดยออกแบบมาเพื่อเข้าถึงบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการความละเอียดในการทำงานมากขึ้น เช่น
โดยหัว AccuTite มีขนาดเล็กกว่าหัว FaceTite จึงสามารถพิจารณาใช้กับบริเวณที่ต้องการเข้าถึงอย่างละเอียด ทั้งนี้ ตำแหน่งที่สามารถใช้ได้ต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้ของอุปกรณ์และการประเมินของแพทย์
ทั้งสองเป็น หัวอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม FaceTite และใช้เทคโนโลยี RFAL เช่นเดียวกัน ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขนาดของหัวและลักษณะพื้นที่ที่ต้องการเข้าถึง
| หัวอุปกรณ์ | ลักษณะ | บริเวณที่ใช้ดูแล |
| หัว FaceTite | หัวขนาดปกติ เหมาะกับพื้นที่กว้างกว่า | แก้ม แก้มล่าง เหนียง กรอบหน้า |
| หัว AccuTite | หัวขนาดเล็ก เหมาะกับพื้นที่จำกัดและต้องการความละเอียด | ใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก และบริเวณเฉพาะจุด |
หมายเหตุ: การเลือกหัวอุปกรณ์ไม่ได้พิจารณาจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินลักษณะของไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณนั้นร่วมด้วย
ใช้เทคโนโลยี RFAL (Radiofrequency-Assisted Lipocoagulation) โดยส่งพลังงานคลื่นวิทยุระหว่าง Internal Electrode ที่อยู่ใต้ผิวและ External Electrode ที่สัมผัสบริเวณผิวด้านนอก ทำให้เกิดความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมายอย่างควบคุมได้ โดยระบบจะติดตามอุณหภูมิและควบคุมการส่งพลังงานตามค่าที่กำหนด
ความร้อนจากพลังงาน RF มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อไขมันและการหดตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในบริเวณที่ทำ โดยแพทย์จะกำหนดตำแหน่งและระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล
เหนียงหรือคางสองชั้นไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว โดยปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่ ไขมันใต้คาง ความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณคางและขากรรไกร
การแยกสาเหตุออกจากกันมีความสำคัญ เพราะแต่ละปัญหาอาจต้องใช้แนวทางดูแลแตกต่างกัน
ไขมันสะสมบริเวณใต้คางเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ใต้คางดูหนาและเกิดเป็นคางสองชั้น โดยการสะสมของไขมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อายุ และการกระจายตัวของไขมันในแต่ละบุคคล
ลักษณะที่พบได้ เช่น มีเนื้อบริเวณใต้คางชัดเมื่อมองจากด้านข้าง หรือเห็นแนวต่อระหว่างคางกับลำคอไม่ชัดเจน
เมื่อผิวและเนื้อเยื่อบริเวณใต้คางมีความหย่อนคล้อยมากขึ้น อาจทำให้บริเวณดังกล่าวดูไม่กระชับและทำให้กรอบหน้าไม่ชัด แม้ปริมาณไขมันจะไม่ได้มากก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงตามวัย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ มีส่วนทำให้ความหย่อนคล้อยเห็นได้ชัดขึ้น
สัดส่วนของคาง ขากรรไกร และแนวระหว่างคางกับลำคอ มีผลต่อรูปลักษณ์ของกรอบหน้า ผู้ที่มีคางสั้น คางถอย หรือมีโครงสร้างขากรรไกรบางลักษณะ อาจมองเห็นแนวกรอบหน้าไม่ชัด แม้มีไขมันใต้คางไม่มาก
หากปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้าง การดูแลเฉพาะไขมันใต้คางหรือความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อ อาจไม่ตอบโจทย์ปัญหาหลักทั้งหมด แพทย์จึงควรประเมินโครงสร้างใบหน้าและบริเวณใต้คางร่วมกับลักษณะของไขมันและความหย่อนคล้อยก่อนวางแนวทางการดูแล
สำหรับกรณีที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในระดับที่เหมาะสม แพทย์จะประเมินลักษณะของไขมัน ความหย่อนคล้อย และสภาพเนื้อเยื่อเป็นรายบุคคลก่อนวางแนวทางการดูแล
สำหรับตำแหน่งที่มีพื้นที่แตกต่างกัน แพทย์สามารถพิจารณาเลือกหัวอุปกรณ์ให้เหมาะกับบริเวณนั้น เช่น
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักเกิดจากความหย่อนคล้อยมาก ปริมาณไขมันมาก หรือโครงสร้างคางและขากรรไกร แพทย์อาจพิจารณาแนวทางอื่นที่เหมาะกับปัญหามากกว่า
การมีเหนียงเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นเกณฑ์ว่าทุกคนจะเหมาะกับโปรแกรมดังกล่าว แพทย์จะพิจารณาทั้งปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว โครงสร้าง และความคาดหวังของแต่ละบุคคล
หมายเหตุ: การพิจารณาความเหมาะสมควรทำโดยแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ ไม่ควรตัดสินจากภาพถ่ายหรือปริมาณเหนียงเพียงอย่างเดียว
วิธีดูแลเหนียงแต่ละแบบมีจุดเน้นและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกจึงควรพิจารณาจากสาเหตุของเหนียงและปัญหาหลักที่ต้องการดูแล
| วิธีดูแล | การจัดการไขมันเฉพาะจุด | การดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อ | ลักษณะการทำงาน |
| ฉีดสารเพื่อลดไขมัน | มุ่งลดไขมันเฉพาะจุด | ช่วยดูแลบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยหลังปริมาณไขมันลดลง | ฉีดสารเข้าสู่บริเวณที่ต้องการดูแล |
| โปรแกรม SUPER HIFU | ช่วยดูแลบริเวณที่มีไขมันสะสม | มุ่งดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อ | ส่งพลังงาน HIFU จากภายนอกเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย |
| เทคโนโลยี RF จากภายนอก | ช่วยดูแลไขมันในบริเวณเป้าหมาย | มุ่งดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อ | ส่งพลังงาน RF จากภายนอกเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย |
| โปรแกรม FaceTite | ช่วยดูแลไขมันในบริเวณที่ต้องการ | มุ่งกระชับเนื้อเยื่อและปรับความเรียบตึงของผิว | ใช้พลังงาน RFAL ผ่านหัวอุปกรณ์ที่ทำงานบริเวณใต้ผิว |
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบลักษณะการทำงานโดยภาพรวม วิธีแต่ละประเภทมีเทคโนโลยี อุปกรณ์ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน ความเหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหา ข้อบ่งใช้ และการประเมินของแพทย์
ขั้นตอนเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ เพื่อดูตำแหน่งและปริมาณไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณที่ต้องการดูแล จากนั้นจึงวางแผนและเลือกหัวอุปกรณ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แพทย์ประเมินบริเวณใต้คาง กรอบหน้า และเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อดูปริมาณและตำแหน่งของไขมัน รวมถึงระดับความหย่อนคล้อยและลักษณะโครงสร้างใบหน้า ก่อนพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม
กำหนดบริเวณที่ต้องการดูแลและเลือกหัวอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับตำแหน่งและลักษณะปัญหา โดยอาจมีการทำเครื่องหมายบนผิวเพื่อใช้เป็นแนวทางระหว่างทำ เช่น
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ทำความสะอาดและเตรียมผิวบริเวณที่จะทำหัตถการตามขั้นตอนของสถานพยาบาล เพื่อเตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มทำ
แพทย์พิจารณาวิธีการใช้ยาชาหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะบริเวณตามแผนการรักษาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
เมื่อบริเวณที่จะทำพร้อมแล้ว แพทย์จะใช้หัวอุปกรณ์ที่เลือกไว้ตามแผน โดยสอดหัวอุปกรณ์เข้าสู่บริเวณใต้ผิวผ่านจุดเปิดขนาดเล็ก และส่งพลังงาน RFAL ไปยังบริเวณเป้าหมายตามระดับพลังงานที่กำหนด
หลังเสร็จขั้นตอน แพทย์จะดูแลบริเวณที่ทำตามความเหมาะสม อาจมีการปิดบริเวณจุดเปิดด้วยพลาสเตอร์หรือวัสดุที่เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลหลังทำและนัดติดตามตามแผนการรักษา
การเตรียมตัวควรเริ่มจากการแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยาที่ใช้ และประวัติการทำหัตถการบริเวณที่จะทำให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน
รายละเอียดการเตรียมตัวอาจแตกต่างกันตามสุขภาพ ยาที่ใช้ ตำแหน่งที่ทำ และแผนการรักษา แพทย์จะแจ้งคำแนะนำเฉพาะบุคคลก่อนเข้ารับบริการ
หลังทำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะการดูแลบริเวณที่มีจุดเปิดและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจรบกวนบริเวณที่ทำ
ในช่วงแรกอาจพบอาการบวม ช้ำ ตึง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำได้ ซึ่งระดับและระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการบวมแดงมากขึ้น ปวดมากผิดปกติ มีแผลหรือของเหลวผิดปกติ มีไข้ หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อแพทย์หรือคลินิกเพื่อประเมินอาการโดยเร็ว
การดูแลเหนียงและคางสองชั้นที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์และการวางแผนให้เหมาะกับลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยพิจารณาปัญหาและข้อจำกัดก่อนเลือกแนวทาง ไม่ได้กำหนดรูปแบบการทำจากตำแหน่งเหนียงเพียงอย่างเดียว
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลและพูดคุยถึงความกังวลของแต่ละบุคคล เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางที่เหมาะสม การประเมินก่อนทำยังช่วยให้เข้าใจได้ว่าปัญหาที่เห็นเกิดจากองค์ประกอบใด และโปรแกรมที่เลือกสามารถตอบโจทย์ในด้านใดบ้าง
เนื่องจากโปรแกรม FaceTite มีหัวอุปกรณ์หลายขนาด การวางแผนจึงไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อโปรแกรม แต่รวมถึงการเลือกหัวที่เหมาะกับพื้นที่ด้วย
การปรึกษาที่ดีควรทำให้ผู้รับบริการเข้าใจทั้งสิ่งที่โปรแกรมสามารถดูแลได้และข้อจำกัดของโปรแกรม หากลักษณะปัญหาไม่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่าได้
หลังทำควรมีการติดตามอาการและการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางของแพทย์ เพื่อประเมินการฟื้นตัวและให้คำแนะนำในการดูแลบริเวณที่ทำอย่างเหมาะสม เพราะการเปลี่ยนแปลงหลังทำอาจเกิดขึ้นตามลำดับเวลา และผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน
สามารถพิจารณาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับผู้ที่มีไขมันบริเวณใต้คางหรือเหนียงร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในระดับที่เหมาะสม โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าปัญหาหลักเกิดจากไขมัน ความหย่อนคล้อย โครงสร้าง หรือหลายปัจจัยร่วมกัน
ทั้งสองเป็นหัวอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม FaceTite และใช้เทคโนโลยี RFAL เหมือนกัน แต่มีขนาดแตกต่างกัน
การเลือกหัวขึ้นอยู่กับตำแหน่งและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล
น้ำหนักตัวไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ใช้พิจารณา เพราะคนที่มีรูปร่างผอมก็สามารถมีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณใต้คาง หรือมีความหย่อนคล้อยและโครงสร้างที่ทำให้เห็นเหนียงได้ แพทย์จึงควรประเมินสาเหตุและลักษณะเนื้อเยื่อก่อน
ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับหัตถการนี้ โดยต้องพิจารณาปริมาณไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้าและลำคอ รวมถึงความคาดหวังของแต่ละบุคคล
ระหว่างทำอาจรู้สึกถึงแรงสัมผัส ความร้อน หรือความไม่สบายบริเวณที่ทำ ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะพิจารณาวิธีการระงับความรู้สึกและการควบคุมพลังงานให้เหมาะกับบริเวณและสภาพของแต่ละบุคคล
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้อุปกรณ์ผ่านผิวเข้าสู่บริเวณเนื้อเยื่อ จึงอาจมีจุดเปิดขนาดเล็กบริเวณที่สอดอุปกรณ์ รวมถึงอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงหลังทำได้ แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลบริเวณดังกล่าว
หลังทำสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ หรือทำงานในสำนักงานได้ภายในประมาณ 1–3 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามอาการบวม ช้ำ แดง หรือตึงบริเวณที่ทำ รวมถึงลักษณะงานของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินและแนะนำระยะเวลาการกลับไปทำกิจวัตรตามสภาพของแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ และมักเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน เมื่ออาการบวมลดลงและเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ
ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย หากมีความหย่อนคล้อยมาก อาจเกินขอบเขตของแนวทางดังกล่าว แพทย์จึงควรประเมินก่อนว่าเทคโนโลยีนี้เหมาะกับระดับปัญหาหรือควรพิจารณาแนวทางอื่น
หากปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้างคางหรือขากรรไกรมากกว่าปริมาณไขมัน การดูแลไขมันหรือความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด แพทย์จึงควรประเมินโครงสร้างร่วมกับลักษณะเนื้อเยื่อก่อนวางแผนการดูแล




