ลดเหนียง แก้คางสองชั้น ด้วยโปรแกรม FaceTite ดูแลทั้งไขมันและความหย่อนคล้อย

เหนียงหรือคางสองชั้นอาจเกิดจากไขมันใต้คาง ความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อ หรือโครงสร้างบริเวณคางและขากรรไกรร่วมกัน ทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ช่วยให้ใต้คางหรือกรอบหน้าชัดขึ้นในทุกกรณี โปรแกรม FaceTite เป็นแนวทางที่ใช้เทคโนโลยี RFAL (Radiofrequency-Assisted Lipocoagulation) เพื่อดูแลบริเวณที่มีไขมันร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยการเลือกหัวอุปกรณ์และวางแผนการทำจะพิจารณาจากตำแหน่งและลักษณะของแต่ละบุคคล 

โปรแกรม FaceTite คืออะไร?

โปรแกรม FaceTite เป็นแนวทางการดูแลบริเวณใบหน้าและลำคอด้วยเทคโนโลยี RFAL (Radiofrequency-Assisted Lipocoagulation) โดยอุปกรณ์สามารถเลือกใช้หัวที่มีขนาดแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ต้องการดูแล

หัวอุปกรณ์ที่ใช้กับโปรแกรมมีทั้งหัวขนาดปกติและหัวขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริเวณที่มีลักษณะแตกต่างกันได้ โดยการเลือกใช้ไม่ได้พิจารณาจากชื่อหัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินร่วมกับปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณนั้น

หัว FaceTite คืออะไร?

หัว FaceTite เป็นหัวอุปกรณ์ขนาดปกติที่ใช้กับโปรแกรม FaceTite เหมาะสำหรับพิจารณาใช้ในบริเวณที่มีพื้นที่มากกว่า เช่น

  • แก้ม
  • แก้มล่าง
  • เหนียงหรือบริเวณใต้คาง
  • กรอบหน้า

หัวอุปกรณ์ประกอบด้วยส่วนที่ทำงานบริเวณด้านนอกผิวและส่วนที่สอดผ่านจุดเปิดขนาดเล็กเข้าสู่บริเวณใต้ผิว เพื่อส่งพลังงาน RF ระหว่างกันไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย

มารู้จัก หัว AccuTite คืออะไร?

หัว AccuTite เป็นหัวอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม FaceTite โดยออกแบบมาเพื่อเข้าถึงบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการความละเอียดในการทำงานมากขึ้น เช่น

  • ใต้ตา
  • ร่องแก้ม
  • มุมปาก
  • บริเวณเฉพาะจุดที่มีพื้นที่จำกัด

โดยหัว AccuTite มีขนาดเล็กกว่าหัว FaceTite จึงสามารถพิจารณาใช้กับบริเวณที่ต้องการเข้าถึงอย่างละเอียด ทั้งนี้ ตำแหน่งที่สามารถใช้ได้ต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้ของอุปกรณ์และการประเมินของแพทย์

หัว FaceTite และหัว AccuTite ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเป็น หัวอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม FaceTite และใช้เทคโนโลยี RFAL เช่นเดียวกัน ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขนาดของหัวและลักษณะพื้นที่ที่ต้องการเข้าถึง

หัวอุปกรณ์ลักษณะบริเวณที่ใช้ดูแล
หัว FaceTiteหัวขนาดปกติ เหมาะกับพื้นที่กว้างกว่าแก้ม แก้มล่าง เหนียง กรอบหน้า
หัว AccuTiteหัวขนาดเล็ก เหมาะกับพื้นที่จำกัดและต้องการความละเอียดใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก และบริเวณเฉพาะจุด

หมายเหตุ: การเลือกหัวอุปกรณ์ไม่ได้พิจารณาจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินลักษณะของไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณนั้นร่วมด้วย 

หลักการทำงานของโปรแกรม FaceTite

ใช้เทคโนโลยี RFAL (Radiofrequency-Assisted Lipocoagulation) โดยส่งพลังงานคลื่นวิทยุระหว่าง Internal Electrode ที่อยู่ใต้ผิวและ External Electrode ที่สัมผัสบริเวณผิวด้านนอก ทำให้เกิดความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมายอย่างควบคุมได้ โดยระบบจะติดตามอุณหภูมิและควบคุมการส่งพลังงานตามค่าที่กำหนด

ความร้อนจากพลังงาน RF มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อไขมันและการหดตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในบริเวณที่ทำ โดยแพทย์จะกำหนดตำแหน่งและระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล

เหนียงและคางสองชั้นเกิดจากอะไร?

เหนียงหรือคางสองชั้นไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว โดยปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่ ไขมันใต้คาง ความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณคางและขากรรไกร

การแยกสาเหตุออกจากกันมีความสำคัญ เพราะแต่ละปัญหาอาจต้องใช้แนวทางดูแลแตกต่างกัน

  1. ไขมันใต้คาง

ไขมันสะสมบริเวณใต้คางเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ใต้คางดูหนาและเกิดเป็นคางสองชั้น โดยการสะสมของไขมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อายุ และการกระจายตัวของไขมันในแต่ละบุคคล

ลักษณะที่พบได้ เช่น มีเนื้อบริเวณใต้คางชัดเมื่อมองจากด้านข้าง หรือเห็นแนวต่อระหว่างคางกับลำคอไม่ชัดเจน

  1. ผิวและเนื้อเยื่อหย่อนคล้อย

เมื่อผิวและเนื้อเยื่อบริเวณใต้คางมีความหย่อนคล้อยมากขึ้น อาจทำให้บริเวณดังกล่าวดูไม่กระชับและทำให้กรอบหน้าไม่ชัด แม้ปริมาณไขมันจะไม่ได้มากก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงตามวัย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ มีส่วนทำให้ความหย่อนคล้อยเห็นได้ชัดขึ้น

  1. โครงสร้างคางและขากรรไกร

สัดส่วนของคาง ขากรรไกร และแนวระหว่างคางกับลำคอ มีผลต่อรูปลักษณ์ของกรอบหน้า ผู้ที่มีคางสั้น คางถอย หรือมีโครงสร้างขากรรไกรบางลักษณะ อาจมองเห็นแนวกรอบหน้าไม่ชัด แม้มีไขมันใต้คางไม่มาก

หากปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้าง การดูแลเฉพาะไขมันใต้คางหรือความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อ อาจไม่ตอบโจทย์ปัญหาหลักทั้งหมด แพทย์จึงควรประเมินโครงสร้างใบหน้าและบริเวณใต้คางร่วมกับลักษณะของไขมันและความหย่อนคล้อยก่อนวางแนวทางการดูแล

โปรแกรมนี้สามารถช่วยดูแลปัญหาอะไรได้บ้าง?

สำหรับกรณีที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในระดับที่เหมาะสม แพทย์จะประเมินลักษณะของไขมัน ความหย่อนคล้อย และสภาพเนื้อเยื่อเป็นรายบุคคลก่อนวางแนวทางการดูแล

  • ไขมันใต้คาง มีไขมันสะสมทำให้บริเวณใต้คางดูหนาขึ้น
  • เหนียงหรือคางสองชั้น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไขมันใต้คางและความหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าไม่ชัด จากไขมันบริเวณใต้คางหรือแก้มล่างร่วมกับผิวที่หย่อนตัว 
  • ไขมันบริเวณแก้มล่าง ในกรณีที่ตำแหน่งและปริมาณเหมาะสม
  • ความหย่อนคล้อยระดับที่เหมาะสม ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วว่าสอดคล้องกับแนวทางการดูแลนี้

สำหรับตำแหน่งที่มีพื้นที่แตกต่างกัน แพทย์สามารถพิจารณาเลือกหัวอุปกรณ์ให้เหมาะกับบริเวณนั้น เช่น 

  • หัว FaceTite สำหรับพื้นที่อย่างแก้ม เหนียง และกรอบหน้า 
  • หัว AccuTite สำหรับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม และมุมปาก

อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักเกิดจากความหย่อนคล้อยมาก ปริมาณไขมันมาก หรือโครงสร้างคางและขากรรไกร แพทย์อาจพิจารณาแนวทางอื่นที่เหมาะกับปัญหามากกว่า

ใครเหมาะกับโปรแกรม FaceTite และใครอาจไม่เหมาะ?

การมีเหนียงเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นเกณฑ์ว่าทุกคนจะเหมาะกับโปรแกรมดังกล่าว แพทย์จะพิจารณาทั้งปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว โครงสร้าง และความคาดหวังของแต่ละบุคคล

ผู้ที่อาจเหมาะกับโปรแกรมนี้

  • มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือแก้มล่าง
  • มีเหนียงหรือคางสองชั้นจากไขมันร่วมกับผิวที่หย่อนตัว
  • มีสภาพผิวและเนื้อเยื่อ ที่เหมาะสมกับแนวทางดังกล่าว
  • ต้องการดูแลกรอบหน้าและบริเวณใต้คาง
  • มีปัญหาเฉพาะจุดที่แพทย์สามารถพิจารณาเลือกหัวอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่ได้

ผู้ที่อาจไม่เหมาะกับโปรแกรมนี้

  • มีความหย่อนคล้อยมากจนไม่เหมาะสมกับเทคโนโลยี
  • มีปริมาณไขมันมากหรือลักษณะปัญหาที่ต้องใช้แนวทางอื่น
  • ปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้างคางหรือขากรรไกรมากกว่าปริมาณไขมัน
  • มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือปัจจัยอื่นที่แพทย์ประเมินแล้วไม่เหมาะกับหัตถการ

หมายเหตุ: การพิจารณาความเหมาะสมควรทำโดยแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ ไม่ควรตัดสินจากภาพถ่ายหรือปริมาณเหนียงเพียงอย่างเดียว

โปรแกรม FaceTite ต่างจากวิธีลดเหนียงอื่นอย่างไร?

วิธีดูแลเหนียงแต่ละแบบมีจุดเน้นและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกจึงควรพิจารณาจากสาเหตุของเหนียงและปัญหาหลักที่ต้องการดูแล

วิธีดูแลการจัดการไขมันเฉพาะจุด  การดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อ ลักษณะการทำงาน
ฉีดสารเพื่อลดไขมันมุ่งลดไขมันเฉพาะจุดช่วยดูแลบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยหลังปริมาณไขมันลดลงฉีดสารเข้าสู่บริเวณที่ต้องการดูแล
โปรแกรม SUPER HIFU ช่วยดูแลบริเวณที่มีไขมันสะสมมุ่งดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อส่งพลังงาน HIFU จากภายนอกเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย 
เทคโนโลยี RF จากภายนอก ช่วยดูแลไขมันในบริเวณเป้าหมายมุ่งดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อส่งพลังงาน RF จากภายนอกเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย 
โปรแกรม FaceTiteช่วยดูแลไขมันในบริเวณที่ต้องการมุ่งกระชับเนื้อเยื่อและปรับความเรียบตึงของผิวใช้พลังงาน RFAL ผ่านหัวอุปกรณ์ที่ทำงานบริเวณใต้ผิว

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบลักษณะการทำงานโดยภาพรวม วิธีแต่ละประเภทมีเทคโนโลยี อุปกรณ์ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน ความเหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหา ข้อบ่งใช้ และการประเมินของแพทย์

ขั้นตอนการลดเหนียงด้วยโปรแกรม FaceTite ที่ Rassapoom Clinic

ขั้นตอนเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ เพื่อดูตำแหน่งและปริมาณไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณที่ต้องการดูแล จากนั้นจึงวางแผนและเลือกหัวอุปกรณ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

  1. ประเมินใบหน้าและปัญหา

แพทย์ประเมินบริเวณใต้คาง กรอบหน้า และเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อดูปริมาณและตำแหน่งของไขมัน รวมถึงระดับความหย่อนคล้อยและลักษณะโครงสร้างใบหน้า ก่อนพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม

  1. วางแผนและกำหนดตำแหน่ง

กำหนดบริเวณที่ต้องการดูแลและเลือกหัวอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับตำแหน่งและลักษณะปัญหา โดยอาจมีการทำเครื่องหมายบนผิวเพื่อใช้เป็นแนวทางระหว่างทำ เช่น 

  • บริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า อาจพิจารณาใช้หัว FaceTite ขนาดปกติ 
  • บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม หรือมุมปาก อาจพิจารณาใช้หัว AccuTite ขนาดเล็ก 

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

  1. เตรียมบริเวณที่จะทำ

ทำความสะอาดและเตรียมผิวบริเวณที่จะทำหัตถการตามขั้นตอนของสถานพยาบาล เพื่อเตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มทำ

  1. ใช้ยาชาเพื่อระงับความรู้สึก

แพทย์พิจารณาวิธีการใช้ยาชาหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะบริเวณตามแผนการรักษาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

  1. ใช้หัวอุปกรณ์ของโปรแกรม FaceTite บริเวณที่กำหนด

เมื่อบริเวณที่จะทำพร้อมแล้ว แพทย์จะใช้หัวอุปกรณ์ที่เลือกไว้ตามแผน โดยสอดหัวอุปกรณ์เข้าสู่บริเวณใต้ผิวผ่านจุดเปิดขนาดเล็ก และส่งพลังงาน RFAL ไปยังบริเวณเป้าหมายตามระดับพลังงานที่กำหนด

  1. ดูแลหลังทำและติดตามผล

หลังเสร็จขั้นตอน แพทย์จะดูแลบริเวณที่ทำตามความเหมาะสม อาจมีการปิดบริเวณจุดเปิดด้วยพลาสเตอร์หรือวัสดุที่เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลหลังทำและนัดติดตามตามแผนการรักษา

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม FaceTite

การเตรียมตัวควรเริ่มจากการแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยาที่ใช้ และประวัติการทำหัตถการบริเวณที่จะทำให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน

  • แจ้งโรคประจำตัวและประวัติการรักษา รวมถึงประวัติแพ้ยา หากมี เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลไปประกอบการประเมิน
  • แจ้งยาที่รับประทาน วิตามิน และอาหารเสริม โดยเฉพาะชนิดที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับหรือหยุดชนิดใดและควรเว้นระยะเท่าใด ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
  • แจ้งหากเคยฉีดสารเติมเต็มหรือทำหัตถการบริเวณที่จะทำ เช่น ฟิลเลอร์หรือโบทูลินัมท็อกซิน เพื่อให้แพทย์ประเมินตำแหน่งและระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนทำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการ
  • ทำความสะอาดผิวและหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันที่ทำ โดยเฉพาะบริเวณที่จะเข้ารับหัตถการ ตามคำแนะนำของคลินิก

รายละเอียดการเตรียมตัวอาจแตกต่างกันตามสุขภาพ ยาที่ใช้ ตำแหน่งที่ทำ และแผนการรักษา แพทย์จะแจ้งคำแนะนำเฉพาะบุคคลก่อนเข้ารับบริการ

การดูแลตัวเองหลังการทำโปรแกรม FaceTite

หลังทำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะการดูแลบริเวณที่มีจุดเปิดและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจรบกวนบริเวณที่ทำ

  • ดูแลบริเวณที่ทำให้สะอาด และทำความสะอาดตามวิธีที่คลินิกแนะนำ หากมีของเหลวซึมจากจุดเปิด ควรดูแลและเปลี่ยนวัสดุปิดแผลตามคำแนะนำ
  • ประคบเย็นในช่วงแรก หากแพทย์แนะนำ สามารถประคบบริเวณที่มีอาการบวมตามระยะเวลาและความถี่ที่ได้รับคำแนะนำ โดยไม่กดหรือสัมผัสบริเวณที่ทำแรงเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและการกดหรือสัมผัสบริเวณที่ทำ จนกว่าจะถึงระยะเวลาที่แพทย์อนุญาต
  • งดหัตถการหรือทรีตเมนต์บริเวณที่ทำชั่วคราว เช่น เลเซอร์ การนวด การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน หรือฟิลเลอร์ โดยระยะเวลาที่ควรเว้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งและการประเมินของแพทย์
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงพักฟื้น ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และไม่ปรับหรือหยุดยาเอง
  • หากแพทย์แนะนำให้ใช้ผ้ารัดหรืออุปกรณ์พยุงบริเวณที่ทำ ควรสวมใส่ตามระยะเวลาและวิธีที่กำหนด เนื่องจากความจำเป็นและระยะเวลาในการใช้แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง

ในช่วงแรกอาจพบอาการบวม ช้ำ ตึง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำได้ ซึ่งระดับและระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการบวมแดงมากขึ้น ปวดมากผิดปกติ มีแผลหรือของเหลวผิดปกติ มีไข้ หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อแพทย์หรือคลินิกเพื่อประเมินอาการโดยเร็ว

ทำไมต้องทำโปรแกรม FaceTite ที่ Rassapoom Clinic

การดูแลเหนียงและคางสองชั้นที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์และการวางแผนให้เหมาะกับลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยพิจารณาปัญหาและข้อจำกัดก่อนเลือกแนวทาง ไม่ได้กำหนดรูปแบบการทำจากตำแหน่งเหนียงเพียงอย่างเดียว

วางแผนการดูแลโดยแพทย์

ก่อนทำ แพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลและพูดคุยถึงความกังวลของแต่ละบุคคล เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางที่เหมาะสม การประเมินก่อนทำยังช่วยให้เข้าใจได้ว่าปัญหาที่เห็นเกิดจากองค์ประกอบใด และโปรแกรมที่เลือกสามารถตอบโจทย์ในด้านใดบ้าง

เลือกหัวอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับตำแหน่ง

เนื่องจากโปรแกรม FaceTite มีหัวอุปกรณ์หลายขนาด การวางแผนจึงไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อโปรแกรม แต่รวมถึงการเลือกหัวที่เหมาะกับพื้นที่ด้วย

  • บริเวณที่มีพื้นที่กว้าง เช่น แก้ม เหนียง และกรอบหน้า อาจพิจารณาใช้หัว FaceTite ขนาดปกติ 
  • บริเวณที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม และมุมปาก อาจพิจารณาใช้หัว AccuTite ขนาดเล็กตามความเหมาะสม

ให้ข้อมูลทั้งข้อดี ข้อจำกัด และทางเลือก

การปรึกษาที่ดีควรทำให้ผู้รับบริการเข้าใจทั้งสิ่งที่โปรแกรมสามารถดูแลได้และข้อจำกัดของโปรแกรม หากลักษณะปัญหาไม่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่าได้

ติดตามการเปลี่ยนแปลงหลังทำ

หลังทำควรมีการติดตามอาการและการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางของแพทย์ เพื่อประเมินการฟื้นตัวและให้คำแนะนำในการดูแลบริเวณที่ทำอย่างเหมาะสม เพราะการเปลี่ยนแปลงหลังทำอาจเกิดขึ้นตามลำดับเวลา และผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม FaceTite

โปรแกรม FaceTite ช่วยลดเหนียงได้ไหม?

สามารถพิจารณาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับผู้ที่มีไขมันบริเวณใต้คางหรือเหนียงร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในระดับที่เหมาะสม โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าปัญหาหลักเกิดจากไขมัน ความหย่อนคล้อย โครงสร้าง หรือหลายปัจจัยร่วมกัน

ทั้งสองเป็นหัวอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับโปรแกรม FaceTite และใช้เทคโนโลยี RFAL เหมือนกัน แต่มีขนาดแตกต่างกัน

  • หัว FaceTite เป็นหัวขนาดปกติ เหมาะสำหรับพิจารณาใช้กับพื้นที่ เช่น แก้ม เหนียง และกรอบหน้า
  • หัว AccuTite เป็นหัวขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพิจารณาใช้กับพื้นที่จำกัด เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม และมุมปาก

การเลือกหัวขึ้นอยู่กับตำแหน่งและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

น้ำหนักตัวไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ใช้พิจารณา เพราะคนที่มีรูปร่างผอมก็สามารถมีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณใต้คาง หรือมีความหย่อนคล้อยและโครงสร้างที่ทำให้เห็นเหนียงได้ แพทย์จึงควรประเมินสาเหตุและลักษณะเนื้อเยื่อก่อน

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับหัตถการนี้ โดยต้องพิจารณาปริมาณไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้าและลำคอ รวมถึงความคาดหวังของแต่ละบุคคล

ระหว่างทำอาจรู้สึกถึงแรงสัมผัส ความร้อน หรือความไม่สบายบริเวณที่ทำ ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะพิจารณาวิธีการระงับความรู้สึกและการควบคุมพลังงานให้เหมาะกับบริเวณและสภาพของแต่ละบุคคล

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้อุปกรณ์ผ่านผิวเข้าสู่บริเวณเนื้อเยื่อ จึงอาจมีจุดเปิดขนาดเล็กบริเวณที่สอดอุปกรณ์ รวมถึงอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงหลังทำได้ แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลบริเวณดังกล่าว

หลังทำสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ หรือทำงานในสำนักงานได้ภายในประมาณ 1–3 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามอาการบวม ช้ำ แดง หรือตึงบริเวณที่ทำ รวมถึงลักษณะงานของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินและแนะนำระยะเวลาการกลับไปทำกิจวัตรตามสภาพของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ และมักเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน เมื่ออาการบวมลดลงและเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ

ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย หากมีความหย่อนคล้อยมาก อาจเกินขอบเขตของแนวทางดังกล่าว แพทย์จึงควรประเมินก่อนว่าเทคโนโลยีนี้เหมาะกับระดับปัญหาหรือควรพิจารณาแนวทางอื่น

หากปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้างคางหรือขากรรไกรมากกว่าปริมาณไขมัน การดูแลไขมันหรือความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด แพทย์จึงควรประเมินโครงสร้างร่วมกับลักษณะเนื้อเยื่อก่อนวางแผนการดูแล

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ