






ในยุคนี้ใครๆ ก็อยากมีผิวหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์และยกกระชับสมวัย แต่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและโครงสร้างกระดูกบนใบหน้าก็เริ่มทรุดตัวลงตามธรรมชาติ ทำให้หน้าตกและดูมีอายุ การเลือกตัวช่วยอย่างโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทว่าการจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยกกระชับได้ถึงขีดสุดนั้น ต้องอาศัย เทคนิค Tri-Lift ซึ่งเป็นเทคนิคการฉีดหนึ่งเดียวในประเทศไทย เพราะถึงแม้โปรแกรมฟิลเลอร์หรือตัวยาจะเหมือนกัน แต่เทคนิคและฝีมือของแพทย์ที่ทำการรักษานั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกใช้เทคนิคที่ถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างและยกกระชับผิวหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การพึ่งพาสกินแคร์เพียงอย่างเดียว แม้จะเป็นขั้นตอนการดูแลพื้นฐานที่สำคัญ แต่ก็ไม่สามารถแทรกซึมลงไปแก้ไขปัญหาลึกถึงระดับโครงสร้างชั้นผิว เพื่อต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ เทคโนโลยีอย่างโปรแกรมฉีด Radiesse Filler ซึ่งเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Stimulator) ที่มีสารประกอบหลักคือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA: Calcium Hydroxylapatite Microsphere) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปลุกการทำงานของเซลล์ให้ผลิตคอลลาเจนใหม่ และเมื่อนำมาผสานกับเทคนิคเฉพาะทาง ยิ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเหนือระดับกว่าการฉีดแบบธรรมดาทั่วไป
หัวใจสำคัญที่ทำให้เทคนิคนี้โดดเด่นและให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการฉีดแบบทั่วไป คือความสามารถในการเข้าถึงและยกพยุงโครงสร้างชั้นผิวได้ลึกถึง 3 ระดับชั้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยแบบบูรณาการ ประกอบไปด้วย:
เทคนิค Tri-Lift คือเทคนิคการฉีดปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวขั้นสูงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง Rassapoom Clinic เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เทคนิคนี้ถูกคิดค้น พัฒนา และออกแบบโดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผู้ก่อตั้งคลินิกและแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านผิวหนัง (Board of Dermatology) ที่มีความเข้าใจในเรื่องโครงสร้างกายวิภาคศาสตร์บนใบหน้าอย่างลึกซึ้ง
แนวทางการรักษานี้เป็นการผสานศาสตร์แห่งการปรับโครงสร้างใบหน้าเข้ากับการใช้สารกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Radiesse (CaHA) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปที่มุ่งเน้นการเติมเต็มผิวชั้นตื้น เพราะอาศัยความเชี่ยวชาญในการคลี่ผิว พร้อมผสมผสานการใช้สาร Collagen Stimulator ร่วมกับกรดไฮยาลูรอนิก (HA: Hyaluronic Acid) เพื่อสร้างแรงดึงและขึงผิวหน้า เสมือนการสร้างตาข่ายพยุงผิวไม่ให้หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ใบหน้าได้รับการยกกระชับอย่างมีมิติ
การทำโปรแกรนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฉีดแบบปกติถึง 2-3 เท่า เนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ (ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล) โดยมีข้อดีดังนี้
การทำโปรแกรมนี้ เป็นทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาโครงสร้างใบหน้าที่เริ่มส่งสัญญาณความร่วงโรยอย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูแบบลงลึก
กลุ่มที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรับบริการ คือ:
กลุ่มผู้ที่ไม่เหมาะกับการรับบริการ ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนรับบริการ:
การทำเทคนิคนี้เป็นศิลป์ขั้นสูงที่ต้องอาศัยความแม่นยำด้านกายวิภาคศาสตร์ ซึ่ง Rassapoom Clinic มีจุดเด่นที่เหนือกว่าดังนี้
ก่อนการทำหัตถการ จะมีการแปะยาชาและฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บปวด นอกจากนี้ตัวยาบางชนิดมียาชาผสมอยู่ด้วย ทำให้ระหว่างการรับบริการ ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกสบาย อาจมีความรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ฉีดเพียงเล็กน้อย
สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องการยกกระชับได้ทันทีหลังทำประมาณ 20-30% จากการรับริการในการขึงผิว และผลลัพธ์เรื่องคุณภาพผิวจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นใน 3-4 สัปดาห์ และสมบูรณ์ที่สุดในช่วง 3 เดือนหลังทำ
เนื่องจากเทคนิคนี้ เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ยาวนานประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิม
ฟิลเลอร์ทั่วไปจะเน้นการเติมเต็มร่องลึก แต่สาร Radiesse ผสานกับเทคนิค จะเน้นที่การ “กระตุ้น” ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ พร้อมกับการสร้างตาข่ายพยุงผิว 3 ชั้น ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุดกว่า
หลังรับบริการไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองใน 3-7 วัน ควรดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงความร้อนจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรก และงดการนวดคลึงใบหน้าแรงๆ บริเวณที่ฉีด

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )




