โปรแกรม EMFACE Submentum เทคโนโลยียกกระชับเหนียงและกรอบหน้า

โปรแกรม EMFACE Submentum คือเทคโนโลยียุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง หรือที่เรามักเรียกกันว่า “เหนียง” (Double Chin) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาโครงสร้างใบหน้าที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคน เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อใต้คางที่เกิดขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

แม้จะมีการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด ปัญหาบริเวณใต้คางก็มักจะเป็นจุดที่แก้ไขได้ยากที่สุด ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน รูปหน้าโดยรวมแลดูไม่ได้สัดส่วน และอาจทำให้ใบหน้าแลดูมีอายุกว่าความเป็นจริง

ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังจึงยกให้โปรแกรมนี้เป็นทางเลือกสำคัญในการช่วยฟื้นบำรุงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและผิวพรรณใต้คาง เพื่อช่วยให้กรอบหน้าแลดูคมชัดและได้สัดส่วนอย่างเป็นสไตล์ธรรมชาติ โดยไม่ต้องเจ็บตัวจากเข็มหรือการผ่าตัด

โปรแกรม EMFACE Submentum คืออะไร?

โปรแกรม EMFACE Submentum คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมบริเวณใต้คางโดยเฉพาะ เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่านการผ่าตัด (Non-invasive)

นวัตกรรมนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเทคโนโลยีดูแลผิวหน้าเดิม โดยออกแบบหัวแอปพลิเคชัน (Applicator) ให้มีขนาดและรูปทรงที่โค้งรับกับสรีระบริเวณใต้คาง (Submental area) เพื่อส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

หลักการทำงานของโปรแกรม EMFACE Submentum

กลไกการทำงานของโปรแกรมนี้อาศัยการผสาน 2 เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าด้วยกันเพื่อการดูแลโครงสร้างแบบลึกซึ้ง ได้แก่ เทคโนโลยี Sync RF (Synchronized Radiofrequency) และ HIFES (High-Intensity Facial Electrical Stimulation)

เทคโนโลยี Sync RF จะส่งผ่านความร้อนเข้าไปยังชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน ความร้อนในระดับที่เหมาะสมจะช่วยลดปริมาณเซลล์ไขมันสะสมใต้คาง พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีความตึงกระชับมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยี HIFES จะส่งคลื่นพลังงานเข้าไปกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใต้คาง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ Digastric ซึ่งทำหน้าที่พยุงโครงสร้างใต้คาง การกระตุ้นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งและคลายตัวอย่างเป็นจังหวะ ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีความหนาแน่น แข็งแรง และยกกระชับขึ้นจากภายใน

โปรแกรม EMFACE Submentum ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

จากการผสานสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โปรแกรมนี้จึงสามารถจัดการปัญหาใต้คางได้อย่างครอบคลุม ทั้งในส่วนของการลดปริมาณเซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางและคางสองชั้นให้ดูลดลง

นอกจากนี้ ยังช่วยฟื้นฟูความตึงกระชับของกล้ามเนื้อใต้คางที่หย่อนคล้อยตามวัย เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงและไขมันลดลง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือกรอบหน้า (Jawline) จะแลดูคมชัดและมีมิติมากขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าโดยรวมแลดูอ่อนเยาว์และได้สัดส่วน

บอกลาเหนียงแน่น กรอบหน้าไม่ชัด คืนความตึงกระชับให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์!

ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวิเคราะห์โครงหน้าและสัดส่วนชั้นไขมันแบบ Case by Case พร้อมรับคำแนะนำการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

ผู้ใดควรเข้ารับบริการโปรแกรมนี้?

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณใต้คาง หรือมีลักษณะคางสองชั้นที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือการเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก รวมถึงผู้ที่มีปัญหาผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณใต้คางหย่อนคล้อยตามวัย นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้รับบริการที่ต้องการมีกรอบหน้าที่คมชัด ต้องการดูแลรูปหน้าให้ได้สัดส่วน แต่มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้เข็ม (Needle phobia) หรือไม่ต้องการพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดศัลยกรรม

ลักษณะของผู้ที่ควรเข้ารับบริการ

  • ผู้ที่มีปัญหา เหนียงยาน หรือ คางสองชั้น จากความหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการ เพิ่มความชัดของกรอบหน้า และลำคอ
  • ผู้ที่ กลัวเข็ม เจ็บ หรือไม่อยากผ่าตัด
  • ผู้ที่ ไม่มีเวลาพักฟื้น หลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังรับบริการได้เลย

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการรับบริการ

แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง แต่มีข้อห้ามสำหรับบางกลุ่ม ได้แก่ สตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร ผู้ที่มีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะฝังอยู่บริเวณคางและลำคอ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลเปิดบริเวณพื้นที่ที่ต้องรับบริการ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจรับบริการเสมอ

ข้อดีของโปรแกรม EMFACE Submentum

โปรแกรม EMFACE Submentum เป็นเทคยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อใต้คาง (บริเวณเหนียง) โดยไม่ใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีข้อดีเด่นหลายด้าน ดังนี้ครับ

1. รักษาลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใต้คาง

  • ใช้เทคโนโลยี Sync HIFES ส่งพลังงานไปกระตุ้นกล้ามเนื้อขนาดเล็กใต้คาง (Digastric Muscle)
  • ช่วยเพิ่มความตึงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยตรง

2. ผสาน 2 พลังงานในเวลาเดียวกัน

  • ทำงานร่วมกับ Synchronized RF (คลื่นวิทยุ) ในเซสชันเดียว
  • ความร้อนจาก RF ช่วยสลายไขมันสะสมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ไปพร้อมกัน

3. เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น

  • ไม่มีการใช้เข็ม ไม่ต้องฉีดยาชา และไม่มีแผลผ่าตัด
  • ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ และมีการสั่นของกล้ามเนื้อเท่านั้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที

4. ใช้เวลาน้อยและเห็นผลชัดเจน

  • ใช้เวลาทำเพียง 20 นาที ต่อครั้งเท่านั้น
  • กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ผิวใต้คางกระชับ และเหนียงดูลดลงอย่างเป็นดูแลธรรมชาติ

ข้อควรระวังและการดูแลหลังรับบริการ

หลังจากการรับบริการ ผู้รับบริการอาจรู้สึกอุ่นบริเวณใต้คาง หรือมีรอยแดงเรื่อๆ เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติจากการส่งผ่านพลังงานความร้อน รอยแดงเหล่านี้มักจะค่อยๆ จางหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สำหรับการดูแลตัวเอง แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อสนับสนุนระบบการไหลเวียนและกระบวนการขับของเสียของร่างกาย พร้อมทั้งสามารถบำรุงผิวและทาครีมกันแดดได้ตามปกติโดยไม่ต้องมีข้อจำกัดพิเศษ

การเปรียบเทียบกับเทคโนโลยียกกระชับอื่น

การเปรียบเทียบโปรแกรม EMFACE Submentum กับเทคโนโลยียกกระชับและลดเหนียงยอดนิยมอื่น ๆ เพื่อช่วยให้เห็นภาพและเลือกวิธีที่ตอบโจทย์ในการเลือกรับบริการ

1. เทียบกับโปรแกรม Ulthera /โปรแกรม Thermage (กลุ่มพลังงาน)

  • กลไก: โปรแกรม Ulthera ใช้คลื่นเสียง (Ultrasound) ลึกถึงชั้น SMAS ส่วนโปรแกรม Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) แน่นผิวชั้นบน แต่ โปรแกรม EMFACE Submentum เน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อใต้คาง (HIFES) ควบคู่กับ RF
  • ความเจ็บ:
    • โปรแกรม EMFACE Submentum : รู้สึกอุ่น ๆ สบายผิว ร่วมกับความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อใต้คางกำลังขยับหรือถูกออกกำลังกายเบา ๆ โดยไม่ต้องแปะยาชา
    • โปรแกรม Ulthera : รู้สึกจี๊ด ๆ หรืออุ่นลึกใต้ผิวในระดับที่ทนได้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังลงลึกไปยกกระชับถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) โดยแพทย์จะมีการแปะยาชาก่อนทำเพื่อความสบายตัว
    • โปรแกรม Thermage : รู้สึกอุ่นร้อนสลับเย็นเป็นจังหวะ เป็นการส่งพลังงานลงไปหดกระชับก้อนไขมันและคอลลาเจนอย่างทั่วถึง โดยมีการแปะยาชาและมีระบบพ่นความเย็นเคลือบผิวตลอดการรักษา
  • เป้าหมาย: หากเหนียงเกิดจาก กล้ามเนื้อใต้คางหย่อน โปรแกรม EMFACE จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุด แต่หากผิวหลวมมากโปรแกรม Ulthera จะยกดึงได้แรงกว่า

2. เทียบกับการฉีดโปรแกรม Meso Fat (สลายไขมัน)

  • กลไก: โปรแกรม Meso Fat ใช้ตัวยาฉีดสลายไขมันโดยตรง แต่โปรแกรม EMFACE ใช้พลังงาน RF สลายไขมันร่วมกับการยกกระชับ
  • แผลและความช้ำ: โปรแกรม Meso Fat ใช้เข็ม มีรอยช้ำและอาการบวมยา 1-3 วัน ส่วนโปรแกรม EMFACE ไม่มีแผล ไม่บวม ไม่ต้องพักฟื้น
  • ผลลัพธ์: โปรแกรม Meso Fat ลดเฉพาะปริมาณไขมันแต่อาจทำให้ผิวหย่อนลงหากไขมันหายไปเร็ว ส่วนโปรแกรม EMFACE ลดไขมันพร้อมยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อตึงขึ้นทันที ไม่ทำให้ผิวห้อย

3. เทียบกับการร้อยไหมเหนียง (Thread Lifting)

  • กลไก: โปรแกรมร้อยไหมคือการใช้ไหมละลายมีเงี่ยงเกี่ยวล็อกดึงผิวขึ้นทันที แต่โปรแกรม EMFACE คือการฟื้นฟูโครงสร้างจากภายใน
  • ความเสี่ยง: การร้อยไหมมีโอกาสเขียวช้ำ ไหมขาด หรือผิวเป็นคลื่นหากแพทย์ไม่ชำนาญ ขณะที่โปรแกรม EMFACE ไม่มีความเสี่ยงเรื่องแผลหรือผิวไม่เรียบ
  • ระยะเวลาเห็นผล: ไหมเห็นผลทันทีหลังทำ แต่โปรแกรม EMFACE จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อและคอลลาเจนถูกสร้างใหม่ (ประมาณ 1-2 เดือน)

ตารางสรุปการเลือกใช้

ปัญหาผิวใต้คางเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ที่สุด
เหนียงยานจาก กล้ามเนื้อใต้คางหย่อนตัวโปรแกรม EMFACE Submentum
ไขมันหนา แน่นจับแล้วเป็นก้อนชัดเจนโปรแกรม Meso Fat (หรือทำร่วมกับโปรแกรม EMFACE)
ผิวหนัง หย่อนคล้อย ขาดคอลลาเจนขั้นสุดโปรแกรม Ulthera / โปรแกรม Thermage

ระยะเวลาผลลัพธ์ที่คาดหวัง

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานทางการแพทย์ แนะนำให้รับบริการอย่างต่อเนื่องประมาณ 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ ผู้รับบริการมักจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นหลังจากการรับบริการครั้งที่ 2 หรือ 3

ผลลัพธ์จะดูเข้าที่และชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณ 1-3 เดือน หลังจากการรับบริการครบตามกำหนด โดยทั่วไปผลลัพธ์จะสามารถคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของโครงสร้างร่างกายและการดูแลรักษาน้ำหนักตัวของแต่ละบุคคล

ความคุ้มค่าเมื่อเลือกดูแลที่ Rassapoom Clinic

ที่ Rassapoom Clinic การดูแลรูปหน้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้เครื่องมือ แต่ยึดมั่นในหลักการออกแบบรูปหน้าแบบองค์รวม (Holistic Face Design) แพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า กระดูก กล้ามเนื้อ และไขมัน ของผู้รับบริการแต่ละท่านอย่างละเอียด

การประเมินที่แม่นยำจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด บางกรณีอาจพิจารณาแนะนำให้ใช้โปรแกรม EMFACE Submentum ร่วมกับโปรแกรมอื่นเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบและดูกลมกลืนเป็นสไตล์ธรรมชาติมากที่สุด ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

ผลลัพธ์หลังการรับบริการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขณะรับบริการรู้สึกเจ็บหรือไม่?

ในระหว่างการรับบริการ จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด ผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่นๆ บริเวณผิวหนังใต้คางจากพลังงานความร้อน และรู้สึกถึงการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะตามการปล่อยพลังงาน ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ทนได้และให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

สามารถทำควบคู่กันได้ แต่ควรให้แพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้ประเมินและจัดลำดับการรักษาที่เหมาะสม โดยทั่วไปแพทย์อาจแนะนำให้ทำโปรแกรมเครื่องมือแพทย์ให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงเว้นระยะเวลาตามความเหมาะสมก่อนรับบริการโปรแกรมฉีดต่างๆ ถัดไป

แนะนำทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง (เว้นระยะห่างสัปดาห์ละ 1 ครั้ง) จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งที่ 2-3 และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 1–3 เดือนหลังทำครบโปรแกรม โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและน้ำหนักตัว)

ไม่ต้องพักฟื้นและไม่มีรอยแผลใด ๆ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีแบบ Non-invasive (ไม่ใช้เข็ม) หลังทำอาจมีรอยแดงเรื่อ ๆ หรือรู้สึกอุ่นใต้ผิวเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง สามารถแต่งหน้า ทาครีม และใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที

โปรแกรม EMFACE Submentum โดดเด่นด้วยการกระตุ้นและสร้างความแข็งแรงให้ กล้ามเนื้อใต้คาง (Digastric) ควบคู่ไปกับการสลายไขมันและกระชับผิวในเครื่องเดียว ในขณะที่โปรแกรม Ulthera/โปรแกรม Thermage เน้นการยกกระชับชั้นผิว/SMAS และโปรแกรมฉีด Meso Fat เน้นสลายเฉพาะเซลล์ไขมันแต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความตึงกระชับของกล้ามเนื้อ

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร, ผู้ที่มีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย (เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ), ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่บริเวณคางและลำคอ รวมถึงผู้ที่มีแผลเปิดหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการ

Dr. Thadanat Sungtrakanakul Rassapoom clinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69902 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ