






ไม่เคยตกกระแสเพราะไม่ว่าจะมีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นเมื่อไรอาจารย์ นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ Board of Dermatology & Medical Director ก็จะไปอัพเดทเพื่อนำมาพัฒนาให้ Rassapoom Clinic นำกระแสก่อนใคร งานนี้ก็เช่นเดียวกัน อาจารย์ นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ ในฐานะ KOL and Speaker of EMFACE ได้เป็นแพทย์คนไทยคนแรกที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมยกกระชับกล้ามเนื้อ EMFACE ที่มาพร้อม Applicator สำหรับใช้ในบริเวณใหม่ ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับแปะติดที่บริเวณใต้คาง (Double Chin) หรือเหนียงโดยเฉพาะที่มีชื่อว่าโปรแกรม “EMFACE Submentum”
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม “EMFACE Submentum” เป็นเทคโนโลยีจากโปรแกรม EMFACE เดิม ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่มีใครสามารถทำได้เหมือนหรือเทียบเท่า ที่สามารถทำการยกกระชับใบหน้าได้จริง และสามารถคงสภาพผลลัพธ์ได้นานมากกว่า 1 ปี หากทำครบจำนวนครั้งตามที่กำหนด และสิ่งที่ทำให้โปรแกรม EMFACE ได้ใจคนมากมายนั่นก็คือการที่ สามารถยกกระชับได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดศัลยกรรม แต่ให้ผลลัพธ์ที่เทียบเท่า เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยการแปะแผ่นหนึ่งครั้งสามารถยกกระชับได้ทั่วทั้งใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก หางตา ร่องแก้ม มุมปาก กรอบหน้า จะเห็นได้ว่าโปรแกรม EMFACE สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบนใบหน้าได้ทั้งหมด
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ในปีนี้โปรแกรม “EMFACE Submentum” จึงออกมาเพื่อเพิ่มการยกกระชับในบริเวณเหนียง เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษา สวยครบทั้งใบหน้า และเหนียง โดยยังคง Concept เดิมคือยกกระชับถึงชั้นกล้ามเนื้อ บริเวณคางหรือเหนียง ที่คนทั่วไปปกติจะทราบกันว่ามีไขมันสะสมจำนวนมาก จึงเกิดเป็นเหนียงขึ้นมา แต่ในความจริงแล้ว นอกจากไขมันบริเวณคางยังมีกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้คาง ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย หากกล้ามเนื้อบริเวณคางหย่อนคล้อยลงมา ก็จะเป็นส่วนที่ดึงให้ใบหน้าตกหย่อนคล้อยตามลงมาได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้จัดเป็นส่วนที่สำคัญมากนั่นเอง
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม EMFACE Submentum ทำงานโดยการใช้คลื่นวิทยุส่งลงไปใต้ผิว ถึง 2 เทคโนโลยี อย่าง Synchronized Radiofrequency ที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ความแรงสูงและ HIFES™ ในการกระตุ้นกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อบริเวณคาง เป็นการรักษาแบบ non-invasive ที่สามารถปล่อยคลื่นวิทยุลงลึกทุกชั้นผิวตั้งแต่ผิวชั้นบน ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ
โดย HIFES เป็นคลื่นที่ช่วยในการกระชับกล้ามเนื้อ โดยการกระตุ้นให้เกิดการยกกระชับกล้ามเนื้อเพื่อให้เกิดความหนาแน่นที่มากขึ้นเหมือนกับการออกกำลังกายกล้ามเนื้อ เพิ่มเส้นใยของกล้ามเนื้อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดกระชับกล้ามเนื้อที่มากขึ้น และ Synchronized Radiofrequency จะช่วยในการลดขนาดเซลล์ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณใต้คาง หรือเหนียงจนเกิดเป็นคางสองชั้น Synchronized Radiofrequency ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนรวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการสร้างอีลาสตินที่บริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อให้ผิวหนังหลังทำการรักษา มีความยืดหยุ่น กระชับ เรียบเนียน อิ่มฟู ในคราวเดียวกัน
โดยนวัตกรรมโปรแกรม EMFACE Submentumนี้เป็นนวัตกรรมเฉพาะของโปรแกรม EMFACE ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร จึงสามารถมั่นใจว่าเป็นการยกกระชับกล้ามเนื้อที่มีความปลอดภัย มั่นใจได้
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังทำโปรแกรม EMFACE Submentum จะสามารถช่วยในการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของคอลลาเจน (Collagen) ได้ถึงได้ 27% จากเดิม สามารถเพิ่มปริมาณอิลาสติน (Elastin) ได้ถึง 129% เพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อรวมทั้งความหนาแน่นของกล้ามเนื้อได้มากถึง 19.2% นอกจากนี้ โปรแกรม EMFACE Submentum ยังสามารถช่วยในการยกกระชับผิวหนัง ได้มากถึง 30% จากงานวิจัยอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น โปรแกรม EMFACE Submentum ยังเป็นเพียงโปรแกรมเดียวที่สามารถยกกระชับกล้ามเนื้อได้ตั้งแต่ชั้น SMAS และชั้น Muscle ทั้งยังสามารถปรับและลดความหย่อนคล้อยในผิวหนัง บริเวณที่ทำอย่างชั้น Epidermis and Dermis รวมถึง Superfacial Fat ได้
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โดยการแปะ Applicator ของโปรแกรม EMFACE Submentum จะแปะที่บริเวณมุมปากด้านซ้ายและด้านขวา ของใบหน้า เพื่อให้เกิดการยกกระชับกล้ามเนื้อที่อยู่ในส่วนล่างของใบหน้า หรือที่เรียกกันว่า Lower face และเพื่อการยกกระชับใบหน้าส่วนล่างหรือ Lower face อย่างเต็มรูปแบบ EMFACE Submentum Applicator ใหม่จึงออกแบบมาให้แปะบริเวณเหนียง และเข้ากันกับสรีระของบริเวณคางและเหนียงได้เป็นอย่างดี ไม่หลุดและไม่เคลื่อนที่
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• โปรแกรม EMFACE Submentum ทำงานกับชั้นผิวหนังกำพร้า และผิวหนังแท้
• โปรแกรม EMFACE Submentum ทำงานกับชั้นไขมันชั้นตื้น
• โปรแกรม EMFACE Submentum ทำงานกับชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน
• โปรแกรม EMFACE Submentum ทำงานกับชั้นกล้ามเนื้อส่วนลึก
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• การโปรแกรม EMFACE Submentum ต่อหนึ่งครั้งจะใช้ระยะเวลาในการทำเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น โดยจะเป็นการตั้งเวลา และเครื่องจะหยุดทำงานได้เองเมื่อครบเวลา
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• โปรแกรม EMFACE Submentum เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมที่ใบหน้า เช่นเหนียง หรือคางสองชั้น ที่ต้องการแก้ปัญหาในระยะยาวที่ไม่ใช่เพียงแค่การใช้สารสลายไขมันเท่านั้น รวมทั้งผู้ที่ต้องการยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณคาง ให้ยกกระชับขึ้น เพื่อป้องกันใบหน้าตกหย่อนลงมาในอนาคต
• ทั้งนี้ โปรแกรม EMFACE Submentum ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินให้กับใบหน้า เพื่อความยกกระชับ อิ่มฟู และเรียบเนียนของใบหน้า
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• ตามขั้นตอนและจำนวนการทำของ โปรแกรม EMFACE Submentum แนะนำให้ทำให้ครบ 4 ครั้ง ตามบริษัทกำหนด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• โปรแกรม EMFACE Submentum ในแต่ละครั้งเว้นระยะห่าง 1 สัปดาห์ ทำให้ครบ 4 ครั้ง และจะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้เรื่อยๆ ตั้งแต่การทำครั้งแรก และจะเห็นผลได้ชัดเจนเมื่อทำได้ในระยะ 3 เดือนเป็นต้นไป
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• สามารถทำโปรแกรม EMFACE Submentum ได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ทั้งนี้สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษาได้ความความเหมาะสม
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือจะรู้สึกมีความอุ่นสบายบนใบหน้า ไม่มีความแสบร้อน หรือเจ็บปวด จะมีความสั่นและกระตุกจากคลื่น RF ระหว่างทำเพียงเล็กน้อย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนถูกนวดใบหน้า เคลิบเคลิ้ม และเพลิน โดยใช้เวลาในการทำที่สั้น
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการฝังโลหะในร่างกาย หรือสามารถปรึกษาแพทย์เบื้องต้น หากโลหะที่ฝังไม่ได้ใกล้เคียงกับบริเวณที่ทำการรักษา
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่เคยผ่านการรักษาโรคด้วยเครื่องกระตุ้นหัวใจ
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือด
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่มีแผลในบริเวณที่ต้องสัมผัสเครื่อง
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการใช้รังสีรักษาร่วมกับเคมีบำบัด
• โปรแกรม EMFACE Submentum ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการหรือสภาวะตับหรือไตวาย
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ยกกระชับได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อ
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ให้ผลลัพธ์ที่ดีเทียบเท่าการผ่าตัดทำศัลยกรรมดึงหน้า
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ไม่เจ็บ
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่มีรอยเข็ม
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ไม่ต้องผ่าตัด
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาทายาชา
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ใช้ระยะเวลาในการทำเพียง 20 นาทีต่อครั้งเท่านั้น
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ไม่ส่งผลกระทบหลังจากเข้ารับบริการ
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ไม่อันตราย
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ นอกจากจะช่วยเรื่องการยกกระชับแล้วในระหว่างการทำโปรแกรม EMFACE Submentum ยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
• ข้อดีของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ สามารถทำร่วมกับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ ได้
• ข้อเสียของการทำโปรแกรม EMFACE Submentum คือ ต้องทำติดกันให้ครบ 4 ครั้ง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สำหรับการแปะแผ่น Applicator ของ โปรแกรม EMFACE Submentum นั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรแปะหรือติดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในด้าน anatomy หรือสรีระ เพื่อให้ได้ความแม่นยำในการติด และเพื่อให้เกิดผลในการยกกระชับกล้ามเนื้อที่ดีที่สุด โดย อาจารย์ นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์เจ้าของ Rassapoom Clinic เป็น KOL and Speaker of EMFACE จึงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความแม่นยำเกี่ยวกับโปรแกรม EMFACE Submentum ที่สุดอีกทั้ง Rassapoom Clinic ยังเป็น 1 ใน 3 คลินิกแรกในประเทศไทยที่มีเครื่องโปรแกรม EMFACE จึงสามารถการันตีได้ถึงฝีมือและความสามารถ
โดยสามารถเข้ารับบริการโปรแกรม EMFACE Submentum และสามารถเข้าปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาใบหน้าและผิวหน้าได้ที่ Rassapoom Clinic ในช่องทางออนไลน์ทุกช่องทาง




