โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE คืออะไร? ตัวช่วยสำหรับคนผมบาง ผมร่วง และกังวลเรื่องศีรษะล้าน

ผมบางลงเรื่อย ๆ ผมร่วงจนเริ่มเห็นหนังศีรษะ หรือแนวผมด้านหน้าถอยจนรู้สึกว่าหน้าผากกว้างขึ้น? หากกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาแบบตรงจุด โปรแกรม ปลูกผมเทคนิค FUE เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ใช้สำหรับเพิ่มเส้นผมในบริเวณที่มีผมบางหรือผมร่วง

เทคนิค FUE คือการนำกราฟต์ผมจากบริเวณที่มีเส้นผมแข็งแรงมาปลูกในตำแหน่งที่ต้องการ โดยก่อนวางแผน แพทย์จะประเมินสาเหตุของผมร่วง ความหนาแน่นของเส้นผมเดิม คุณภาพของกราฟต์ และบริเวณที่ต้องการปลูก เพื่อวางแผนจำนวนกราฟต์และออกแบบแนวผมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE คืออะไร?

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE เป็นเทคนิคปลูกผมที่ใช้หน่วยรากผม (Follicular Unit) ในการย้ายเส้นผมจากบริเวณที่มีรากผมแข็งแรงไปยังบริเวณที่ต้องการ โดยเก็บกราฟต์ออกมาเป็นหน่วย ๆ แทนการนำหนังศีรษะออกเป็นแถบยาว จึงแตกต่างจากเทคนิค FUT ที่ใช้การตัดหนังศีรษะเป็นแนวยาวเพื่อเก็บกราฟต์

เทคนิค FUE ย่อมาจากอะไร?

เทคนิค FUE ย่อมาจาก Follicular Unit Extraction หมายถึงการนำหน่วยรากผมออกมาเป็นหน่วย ๆ เพื่อนำไปใช้ในการปลูกผม โดยกราฟต์ที่ได้จะได้รับการดูแลและรักษาสภาพอย่างเหมาะสม ก่อนนำไปปลูกในตำแหน่งที่วางแผนไว้

คำว่า Follicular Unit หมายถึงกลุ่มเส้นผมที่ขึ้นรวมกันตามธรรมชาติ ซึ่งในหนึ่งหน่วยอาจมีเส้นผม 1 เส้นหรือหลายเส้น การเข้าใจลักษณะของหน่วยรากผมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนปลูกผมให้สอดคล้องกับแนวผมและลักษณะเส้นผมเดิม

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ทำงานอย่างไร?

หลักการของเทคนิค FUE คือการนำกราฟต์ผมจาก พื้นที่บนศีรษะที่มีรากผมแข็งแรง โดยทั่วไปอยู่บริเวณท้ายทอยและเหนือใบหูขึ้นมา ซึ่งเป็นบริเวณที่รากผมมีความไวต่อฮอร์โมนที่กระตุ้นผมร่วงน้อยกว่า จากนั้นใช้เครื่องมือขนาดเล็กแยกกราฟต์ออกมาเป็นหน่วย ๆ เพื่อนำไปเตรียมและจัดวางในบริเวณที่ต้องการปลูก

ระหว่างการทำ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำ ส่วนการใช้ยาหรือวิธีช่วยผ่อนคลายเพิ่มเติม จะพิจารณาตามการประเมินและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

หลังจากนำกราฟต์ออกมาแล้ว จะต้องดูแลและเตรียมกราฟต์อย่างเหมาะสมก่อนนำไปปลูก โดย ตำแหน่งและทิศทางของการวางกราฟต์มีความสำคัญ เพราะควรสอดคล้องกับแนวผมเดิมและลักษณะการขึ้นของเส้นผมในบริเวณนั้น

กราฟต์ผมคืออะไร? ปลูกผม 1 กราฟต์มีผมกี่เส้น?

กราฟต์ผม (Hair Graft) คือหน่วยของเนื้อเยื่อที่มีรากผม ซึ่งนำออกจากพื้นที่หรือบริเวณบนศีรษะ โดยทั่วไปคือบริเวณท้ายทอยและเหนือใบหูขึ้นมา ซึ่งเป็นแหล่งของรากผมที่แข็งแรงและไม่ไวต่อฮอร์โมนที่กระตุ้นผมร่วง เพื่อนำไปใช้ในการปลูกผม โดย 1 กราฟต์อาจมีเส้นผม 1 เส้นหรือหลายเส้น ขึ้นอยู่กับลักษณะการรวมตัวของเส้นผมตามธรรมชาติ

ดังนั้น จำนวนกราฟต์จึงไม่เท่ากับจำนวนเส้นผม หาก 1 กราฟต์มีเส้นผมหลายเส้น จำนวนเส้นผมที่นำไปปลูกก็จะมากกว่าจำนวนกราฟต์ การวางแผนปลูกผมจึงควรพิจารณาทั้งจำนวนกราฟต์และจำนวนเส้นผมที่อยู่ในแต่ละกราฟต์ร่วมกัน

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ต้องใช้กี่กราฟต์?

จำนวนกราฟต์ที่ใช้ในโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ไม่ได้กำหนดเป็นจำนวนเดียวสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการปลูก ขนาดของพื้นที่ ความหนาแน่นของเส้นผมเดิม และลักษณะของเส้นผมใน พื้นที่หรือบริเวณบนศีรษะที่ใช้เป็นแหล่งรากผม ซึ่งโดยทั่วไปอยู่บริเวณท้ายทอยและเหนือใบหูขึ้นมา

หากต้องการเพิ่มความหนาแน่นในบริเวณที่ผมบาง จำนวนกราฟต์ที่ใช้ก็อาจแตกต่างจากกรณีที่ต้องการออกแบบแนวผมด้านหน้า หรือมีพื้นที่ผมบางเป็นบริเวณกว้าง จึงไม่ควรนำจำนวนกราฟต์ของบุคคลอื่นมาใช้เป็นเกณฑ์โดยตรง

ทำไมต้องประเมินจำนวนกราฟต์ก่อนปลูกผม?

ก่อนวางแผนปลูกผม แพทย์ควรประเมินลักษณะและขนาดของบริเวณที่ผมบาง รวมถึงตรวจดูพื้นที่หรือบริเวณบนศีรษะบริเวณท้ายทอยและเหนือใบหูขึ้นมา ว่ามีความหนาแน่นและคุณภาพของเส้นผมเพียงพอสำหรับนำมาใช้หรือไม่

การประเมินเหล่านี้ช่วยให้สามารถวางแผนจำนวนกราฟต์และการกระจายกราฟต์ให้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการปลูก โดยพิจารณาร่วมกับลักษณะเส้นผมและความแตกต่างของแต่ละบุคคล ไม่ได้ดูจากขนาดของบริเวณที่ผมบางเพียงอย่างเดียว

FUE Hair Transplant Progress Showcase

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

รูปแบบศีรษะล้านมีแบบไหนบ้าง?

รูปแบบผมบางที่พบบ่อยมีทั้ง แนวผมด้านหน้าถอยร่น ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม และการเกิดร่วมกันทั้งสองบริเวณ การสังเกตรูปแบบเหล่านี้ช่วยให้เห็นลักษณะปัญหาเบื้องต้น ส่วนการวางแผนทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE จะต้องประเมินพื้นที่ที่ต้องการปลูกและเส้นผมบริเวณที่ใช้เป็นแหล่งรากผมเพิ่มเติม

รูปแบบ M

แนวผมบริเวณขมับทั้งสองข้างค่อย ๆ ถอยร่น ทำให้แนวผมด้านหน้าดูเป็นรูปตัว M โดยระดับการถอยและความหนาแน่นของเส้นผมแตกต่างกันในแต่ละคน หากต้องการปลูกบริเวณแนวผมด้านหน้า แพทย์จะดูแนวผมเดิม รูปทรงหน้าผาก และทิศทางของเส้นผม เพื่อวางแนวผมและตำแหน่งปลูกให้เหมาะกับใบหน้า

รูปแบบ O

ผมบางเริ่มบริเวณกลางกระหม่อมหรือกลางศีรษะ และอาจขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ การวางแผนปลูกผมจะพิจารณาขนาดของพื้นที่ผมบาง รวมถึงความหนาแน่นและปริมาณเส้นผมบริเวณท้ายทอยและเหนือใบหู ซึ่งสามารถใช้ประเมินเป็นแหล่งรากผมสำหรับปลูกได้

รูปแบบ A

แนวผมด้านหน้าถอยร่นหรือบางลง โดยพื้นที่ผมบางอาจต่อเนื่องขึ้นไปทางด้านบนของศีรษะ หากวางแผนปลูกบริเวณแนวผม แพทย์จะประเมินรูปทรงหน้าผาก แนวผมเดิม และทิศทางของเส้นผม เพื่อกำหนดตำแหน่งและการกระจายกราฟต์ให้เหมาะสม

รูปแบบ M และ O

เป็นลักษณะที่พบทั้งแนวผมด้านหน้าถอยร่นและผมบางบริเวณกลางกระหม่อม จึงต้องประเมินทั้งสองบริเวณร่วมกัน เพื่อวางแผนการกระจายกราฟต์ให้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการปลูกและปริมาณเส้นผมที่สามารถนำมาใช้ได้

ระดับศีรษะล้านมีผลต่อจำนวนกราฟต์อย่างไร?

ระดับศีรษะล้านมีผลต่อจำนวนกราฟต์ที่อาจต้องใช้ โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ผมบางมีขนาดกว้างขึ้น แต่การประเมินจำนวนกราฟต์ไม่ได้ดูจากระดับศีรษะล้านเพียงอย่างเดียว ยังต้องพิจารณาความหนาแน่นของเส้นผมเดิม ลักษณะเส้นผม และปริมาณเส้นผมบริเวณที่ใช้เป็นแหล่งรากผมร่วมด้วย

ระดับศีรษะล้าน 0–6 แตกต่างกันอย่างไร?

การแบ่งระดับศีรษะล้าน 0–6 ใช้อธิบายตั้งแต่แนวผมที่ยังใกล้เคียงเดิม ไปจนถึงระยะที่แนวผมด้านหน้าถอยร่นและมีผมบางบริเวณกลางกระหม่อมมากขึ้น โดยแต่ละระดับอาจมีขนาดพื้นที่และความหนาแน่นของเส้นผมแตกต่างกัน

ระดับศีรษะล้านใช้กำหนดจำนวนกราฟต์ได้หรือไม่?

ไม่สามารถกำหนดจำนวนกราฟต์จากระดับศีรษะล้านเพียงอย่างเดียวได้ เพราะพื้นที่ผมบางและความหนาแน่นของเส้นผมแตกต่างกันในแต่ละคน สำหรับโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE แพทย์จึงต้องประเมินสภาพเส้นผมและพื้นที่ที่ต้องการปลูกก่อนกำหนดจำนวนกราฟต์

ทำไมไม่ควรใช้จำนวนกราฟต์ของคนอื่นเป็นเกณฑ์?

แม้จะมีผมบางบริเวณเดียวกัน แต่จำนวนกราฟต์ที่เหมาะสมอาจต่างกัน เช่น 500 กราฟต์ หรือ 1,500 กราฟต์ จึงไม่ควรใช้เป็นตัวเลขมาตรฐานสำหรับทุกคน เพราะต้องดูขนาดพื้นที่และปริมาณเส้นผมที่สามารถนำมาใช้ได้ร่วมด้วย

ผมบางจนเห็นหนังศีรษะ? แนวผมร่น หน้าผากกว้างขึ้น หรือกังวลศีรษะล้าน? 

ที่ Rassapoom Clinic แพทย์ประเมินสาเหตุของผมร่วง ความหนาแน่นของเส้นผมเดิม บริเวณรากผมที่แข็งแรง และพื้นที่ที่ต้องการปลูก เพื่อวางแผนโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล  
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE เหมาะกับใคร?

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE อาจเหมาะกับผู้ที่มีผมบางหรือศีรษะล้านเป็นบริเวณ และต้องการเพิ่มเส้นผมในตำแหน่งที่มีปัญหา เช่น แนวผมด้านหน้าถอยร่น หน้าผากกว้าง ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม หรือมีรอยแผลเป็นบางประเภท

การพิจารณาว่าเหมาะกับการปลูกผมหรือไม่ ไม่ได้ดูจากลักษณะผมบางเพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินสาเหตุของผมร่วง สภาพหนังศีรษะ และความหนาแน่นของเส้นผมบริเวณท้ายทอยและเหนือใบหู ซึ่งเป็นแหล่งรากผมสำหรับนำมาปลูกร่วมด้วย 

1. ผมบางหรือศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์

ผู้ที่มีผมบางหรือศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ สามารถพิจารณาโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ได้ โดยอาจพบทั้งแนวผมด้านหน้าถอยร่น ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม หรือผมบางหลายบริเวณร่วมกัน

ในผู้หญิงก็สามารถพบภาวะผมบางได้เช่นกัน แต่สาเหตุของผมร่วงมีหลายรูปแบบ จึงควรประเมินสาเหตุก่อนว่า การปลูกผมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่

2. แนวผมร่นหรือหน้าผากกว้าง

หากมีแนวผมถอยร่น หน้าผากกว้าง หรือขมับเว้าลึก โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE อาจช่วยเพิ่มเส้นผมบริเวณแนวผมด้านหน้าและขมับได้ในบางกรณี

การวางแผนบริเวณนี้ควรดูทั้งรูปทรงใบหน้า แนวผมเดิม และทิศทางการขึ้นของเส้นผม เพื่อกำหนดแนวผมและตำแหน่งปลูกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

3. ต้องการปรับแนวผมหรือกรอบหน้า

ผู้ที่ต้องการปรับแนวผมเพื่อให้กรอบหน้าดูสมดุลขึ้น อาจพิจารณาการปลูกผมบริเวณหน้าผากและขมับที่มีเส้นผมบางหรือถอยร่น

การวางแผนไม่ได้พิจารณาเพียงการลดพื้นที่หน้าผาก แต่ต้องคำนึงถึงแนวผมที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า รวมถึงปริมาณและคุณภาพของเส้นผมที่สามารถนำมาใช้ได้

4. มีรอยแผลเป็นบริเวณหนังศีรษะบางกรณี

ผู้ที่มีรอยแผลเป็นบริเวณหนังศีรษะจากสาเหตุบางประเภท อาจพิจารณาการปลูกผมเพื่อเพิ่มเส้นผมในบริเวณดังกล่าวได้ 

เนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณแผลเป็นแตกต่างจากหนังศีรษะปกติ แพทย์จึงควรประเมินสภาพแผล สาเหตุ และเนื้อเยื่อโดยรอบก่อนวางแผน

5. ผมบางที่ได้รับการดูแลสาเหตุแล้ว แต่ยังมีบริเวณที่ต้องการเพิ่มเส้นผม

ในกรณีที่มีผมร่วงหรือผมบางจากสาเหตุที่ได้รับการประเมินและดูแลแล้ว แต่ยังมีบางบริเวณที่เส้นผมบางหรือสูญเสียไป การปลูกผมอาจเป็นอีกทางเลือกที่นำมาพิจารณาได้

ทั้งนี้ ควรประเมินว่าสาเหตุของผมร่วงได้รับการควบคุมหรืออยู่ในภาวะคงที่เพียงใด เพราะการปลูกผมไม่ได้ทดแทนการดูแลสาเหตุของผมร่วงที่ยังดำเนินอยู่

FUE Hair Transplant Before and After

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ไม่เหมาะกับใคร?

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE อาจยังไม่เหมาะในช่วงที่มีผมร่วงจากสาเหตุที่ยังไม่ได้รับการประเมิน มีภาวะของหนังศีรษะที่ต้องดูแลก่อน หรือมีพื้นที่สำหรับเก็บรากผมไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินจากโรคหรือภาวะใดภาวะหนึ่งเพียงอย่างเดียว แพทย์ควรประเมินสาเหตุ สุขภาพโดยรวม และสภาพเส้นผมของแต่ละบุคคลก่อน

1. ผู้ที่มีผมร่วงผิดปกติหรือยังไม่ทราบสาเหตุ

หากมีผมร่วงอย่างรวดเร็ว ผมร่วงจำนวนมาก หรือผมร่วงเป็นหย่อม ควรประเมินหาสาเหตุก่อนวางแผนปลูกผม เพราะภาวะผมร่วงแต่ละรูปแบบมีสาเหตุและแนวทางดูแลแตกต่างกัน

2. ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะสุขภาพที่ควบคุมได้ไม่ดี

ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หรือมีภาวะที่อาจส่งผลต่อการหายของแผล ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบก่อน

แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีโรคประจำตัวจะไม่สามารถปลูกผมได้ เพราะแพทย์จะประเมินความพร้อมและความเสี่ยงของแต่ละบุคคลก่อนตัดสินใจ

3. ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองบางชนิด

ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองบางชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังหรือเส้นผม ควรประเมินสาเหตุและความคงที่ของโรคก่อน

หากโรคยังอยู่ในช่วงกำเริบหรือมีการอักเสบของหนังศีรษะ แพทย์อาจพิจารณาดูแลภาวะดังกล่าวก่อน แล้วจึงประเมินความเหมาะสมในการปลูกผมอีกครั้ง

4. ผู้ที่มีพื้นที่สำหรับเก็บรากผมไม่เพียงพอ

การทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ต้องอาศัยเส้นผมจากบริเวณท้ายทอยและเหนือใบหู ซึ่งเป็นแหล่งรากผมสำหรับนำมาปลูก หากบริเวณดังกล่าวมีความหนาแน่นต่ำ หรือมีเส้นผมที่เหมาะสำหรับนำมาใช้จำกัด ก็อาจทำให้การวางแผนปลูกผมมีข้อจำกัด 

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE เจ็บไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE อาจมีความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายบริเวณหนังศีรษะได้ โดยเฉพาะช่วงฉีดยาชาและหลังทำ แต่ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หลังทำอาจพบอาการคัน ตึง บวม หรือมีตุ่มเล็ก ๆ บริเวณที่นำกราฟต์ออกและบริเวณที่ปลูก ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้ในช่วงพักฟื้น ทั้งนี้ควรดูแลตามคำแนะนำของแพทย์

ระหว่างทำรู้สึกเจ็บหรือไม่?

ระหว่างทำ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดความรู้สึกบริเวณหนังศีรษะ จึงอาจรู้สึกเจ็บหรือแสบเล็กน้อยในช่วงฉีดยาชา แต่เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว ความรู้สึกระหว่างทำจะลดลง ทั้งนี้ระดับความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์สามารถประเมินและดูแลให้เหมาะสมระหว่างทำได้

หลังทำอาจมีอาการอะไรบ้าง?

หลังทำ อาจมีอาการคัน ตึง บวม หรือระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำ หากมีอาการคันควรหลีกเลี่ยงการเกา แกะ หรือแคะบริเวณที่ปลูก เพื่อไม่ให้กราฟต์ได้รับการกระทบกระเทือน

อาจมีอาการบวมบริเวณหนังศีรษะหรือหน้าผากในช่วงแรกได้ ระยะเวลาที่อาการลดลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์อาจแนะนำวิธีดูแลเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ อาจพบตุ่มเล็ก ๆ หรือจุดสีขาวตรงบริเวณที่ปลูกหรือบริเวณที่นำกราฟต์ออกในช่วงที่หนังศีรษะกำลังฟื้นตัว หากไม่แน่ใจว่าอาการที่พบเป็นปกติหรือไม่ ควรให้แพทย์ตรวจประเมิน

หลังปลูกผมอาจมีผมร่วงชั่วคราวในบริเวณที่ปลูกหรือบริเวณใกล้เคียงได้ ระยะเวลาที่เกิดและการกลับมาของเส้นผมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงไม่ควรนำระยะเวลาของผู้อื่นมาเปรียบเทียบกับผลของตัวเอง

เมื่อไรควรกลับมาพบแพทย์?

หากหลังทำมีอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้น หรือพบความผิดปกติบริเวณหนังศีรษะ ควรติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมิน

โดยเฉพาะกรณีที่กังวลเกี่ยวกับอาการบวม คัน ตุ่ม หรือความผิดปกติอื่น ๆ ไม่ควรเกา แกะ หรือซื้อยามาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุ การติดตามอาการกับแพทย์จะช่วยให้ได้รับคำแนะนำในการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะของแต่ละบุคคล

หลังทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ผมจะขึ้นเมื่อไร?

เส้นผมที่ปลูกด้วยเทคนิค FUE จะยังไม่ขึ้นทันทีหลังทำ โดยมักเริ่มเห็นเส้นผมใหม่ในช่วงประมาณ 3–4 เดือน และค่อย ๆ ยาวและหนาขึ้นในช่วงหลายเดือนถัดไป ระยะเวลาการงอกและความหนาแน่นที่เห็นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

เส้นผมเปลี่ยนแปลงอย่างไร? หลังทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE

ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงที่อาจพบ
7–14 วันสะเก็ดบริเวณที่ปลูกจะค่อย ๆ หลุดออก และอาจยังมีรอยแดงบริเวณหนังศีรษะ
ประมาณ 1 เดือนเส้นผมที่ปลูกบางส่วนอาจเริ่มหลุดร่วงจากภาวะ Shock Loss ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงหลังปลูกผม
ประมาณ 3 เดือนในบางรายเริ่มเห็นเส้นผมใหม่งอกขึ้น โดยช่วงแรกอาจมีลักษณะบางและสั้น
ประมาณ 6 เดือนเส้นผมใหม่ค่อย ๆ ยาวและหนาขึ้น ทำให้เริ่มเห็นความหนาแน่นของบริเวณที่ปลูกชัดเจนขึ้น
ประมาณ 12 เดือนเส้นผมมีการพัฒนาทั้งความยาวและความหนา ทำให้สามารถประเมินภาพรวมของผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ช่วง 2–8 สัปดาห์แรก อาจพบการหลุดร่วงของเส้นผมที่ปลูกชั่วคราว หรือที่เรียกว่า Shock Loss ได้ จึงไม่ควรใช้การร่วงของเส้นผมในช่วงนี้เพียงอย่างเดียวมาตัดสินผลการปลูกผม หลังจากนั้นเส้นผมจะค่อย ๆ เข้าสู่ระยะงอกใหม่ โดยระยะเวลาการพัฒนาและความหนาแน่นของเส้นผมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล 

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE 

ก่อนทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE แพทย์จะประเมินสุขภาพ สภาพหนังศีรษะ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ เพื่อวางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยสิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนทำ มีดังนี้

  • แจ้งยาและอาหารเสริมที่รับประทานอยู่ โดยเฉพาะ Aspirin, Plavix หรือ Vitamin E หากมีการใช้ยาเหล่านี้ไม่ควรหยุดยาเอง แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ รวมถึงหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนเข้ารับบริการ
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้เป็นประจำ เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลไปประกอบการประเมินและวางแผน
  • เลือกเสื้อที่เปิดด้านหน้า เช่น เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อติดกระดุม เพื่อให้เปลี่ยนเสื้อได้สะดวกและลดการเสียดสีกับบริเวณศีรษะหลังทำ
  • เตรียมผู้ติดตามมารับกลับ หากแพทย์พิจารณาให้ยานอนหลับหรือยาที่ทำให้ง่วงซึมระหว่างทำ เพราะไม่ควรขับรถด้วยตัวเองหลังทำ

หมายเหตุ: การงดยา อาหารเสริม แอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือคาเฟอีน รวมถึงการใช้ยาระหว่างทำ อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรยึดคำแนะนำของแพทย์ผู้ประเมินเป็นหลัก

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE 

หลังทำ ควรดูแลบริเวณกราฟต์อย่างเบามือ รวมถึงพยายามรักษาความสะอาดของหนังศีรษะ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกด แรงเสียดสี เหงื่อ หรือความร้อนมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก

สิ่งที่ควรดูแลหลังทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE มีดังนี้

  • สระผมอย่างเบามือ ตามวิธีและระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ โดยหลีกเลี่ยงการขยี้ เกา ใช้เล็บแกะสะเก็ด หรือฉีดน้ำแรง ๆ ลงบริเวณกราฟต์
  • จัดท่านอนให้ไม่กดทับบริเวณที่ปลูก โดยเฉพาะในช่วงแรก อาจใช้หมอนรองคอหรือจัดท่านอนตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก ในช่วงแรก รวมถึงกิจกรรมที่มีโอกาสกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ในช่วงที่หนังศีรษะยังมีแผลหรือสะเก็ด หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์
  • ระวังการสวมหมวกและหมวกกันน็อก เพราะอาจเกิดแรงกดหรือเสียดสีกับบริเวณที่ปลูก ควรกลับมาใช้เมื่อแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
  • งดทำสี ดัด หรือยืดผมในช่วงแรก โดยเฉพาะขณะที่หนังศีรษะยังมีแผล สะเก็ด หรือรอยแดง
  • งดแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • ใช้ยาและผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรเพิ่มยา วิตามิน เซรั่ม หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมด้วยตัวเองในช่วงที่หนังศีรษะยังฟื้นตัว

ระยะเวลาที่สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล จึงควรยึดคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลเป็นหลัก

FUE Hair Transplant Before and After

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ทำไมควรทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ที่ Rassapoom Clinic?

การทำโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE ควรเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ เพราะปัญหาผมบางและศีรษะล้านของแต่ละคนมีสาเหตุ ลักษณะเส้นผม และพื้นที่ที่ต้องการปลูกแตกต่างกัน การวางแผนจึงไม่ควรพิจารณาจากจำนวนกราฟต์หรือราคาเพียงอย่างเดียว

ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะก่อนวางแผน โดยพิจารณาทั้งบริเวณที่ต้องการปลูกและ บริเวณที่สามารถนำกราฟต์ผมออกมาได้ เพื่อกำหนดแนวทางให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ประเมินสภาพเส้นผมและบริเวณที่นำกราฟต์ผมออกมา

ก่อนวางแผน แพทย์จะดูระดับผมบางหรือศีรษะล้าน ความหนาแน่นของเส้นผมเดิม รวมถึงสภาพของ บริเวณที่นำกราฟต์ผมออกมา เพื่อประเมินว่ามีกราฟต์ที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้มากน้อยเพียงใด

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการใช้กราฟต์ได้เหมาะกับสภาพเส้นผมของแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนกราฟต์เท่ากันในผู้ที่มีปัญหาผมบางบริเวณเดียวกัน

วางแผนจำนวนกราฟต์ให้เหมาะกับพื้นที่ปลูก

เมื่อทราบสภาพเส้นผมและพื้นที่ที่ต้องการแก้ไขแล้ว แพทย์จะพิจารณาจำนวนกราฟต์และตำแหน่งที่จะปลูก โดยดูร่วมกับความหนาแน่นของเส้นผมเดิมและปริมาณกราฟต์ที่สามารถนำมาใช้ได้

การวางแผนลักษณะนี้ช่วยให้การกระจายกราฟต์เป็นไปตามความจำเป็นของแต่ละบริเวณ และคำนึงถึงปริมาณกราฟต์ที่มีอยู่อย่างเหมาะสม

ออกแบบแนวผมให้เหมาะกับใบหน้า

การปลูกผมบริเวณด้านหน้าไม่ได้ดูเฉพาะจุดที่ผมบาง แต่ต้องพิจารณา รูปทรงแนวผม สัดส่วนใบหน้า และแนวผมเดิม ร่วมกัน

แพทย์จึงจะวางแนวผมให้เหมาะกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล พร้อมพิจารณาการกระจายกราฟต์ในแต่ละบริเวณให้สอดคล้องกับแผนการปลูกผมโดยรวม

ให้คำแนะนำในการดูแลหลังปลูกผม

หลังทำ ผู้เข้ารับบริการจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลบริเวณที่ปลูกผมและบริเวณที่นำกราฟต์ผมออกมา รวมถึงการสระผม การใช้ชีวิตประจำวัน และข้อควรระวังในช่วงแรก

รายละเอียดการดูแลอาจแตกต่างกันตามสภาพหนังศีรษะและการฟื้นตัวของแต่ละคน จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแล

ติดตามการเปลี่ยนแปลงหลังปลูกผม

หลังปลูกผม แพทย์จะติดตามการฟื้นตัวของหนังศีรษะและการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมตามระยะเวลา เพื่อประเมินพัฒนาการและให้คำแนะนำเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE

โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE คืออะไร?

เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นเทคนิคที่แพทย์นำกราฟต์ผมออกมาทีละหน่วยจากบริเวณที่มีเส้นผมแข็งแรง แล้วนำไปปลูกในบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้าน โดยไม่ต้องนำหนังศีรษะออกมาเป็นแถบยาว ทั้งนี้ แพทย์จะวางแผนตามสภาพเส้นผม หนังศีรษะ และพื้นที่ที่ต้องการปลูกของแต่ละคน

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง แนวผมร่น หน้าผากกว้าง หรือศีรษะล้าน และมีกราฟต์ผมที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในการปลูก อย่างไรก็ตาม ควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุของผมร่วงและสภาพเส้นผมก่อน เพื่อพิจารณาว่า โปรแกรมปลูกผมเทคนิค FUE เหมาะกับปัญหาที่พบหรือไม่

จำนวนกราฟต์ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะต้องพิจารณาจากพื้นที่ที่ต้องการปลูก ความหนาแน่นของเส้นผมเดิม และจำนวนกราฟต์ที่สามารถนำมาใช้ได้ รวมถึงลักษณะแนวผมที่ต้องการออกแบบ แพทย์จึงต้องประเมินก่อนจึงจะวางแผนจำนวนกราฟต์ได้เหมาะสม

ระหว่างทำ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ บริเวณหนังศีรษะ จึงอาจรู้สึกตึงหรือมีแรงกดในบางช่วงของขั้นตอน มากกว่าความรู้สึกเจ็บ ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ในช่วงแรก เส้นผมที่ปลูกอาจมีการหลุดร่วงชั่วคราวได้ จากนั้นเส้นผมใหม่มักเริ่มงอกให้เห็นประมาณ 3–4 เดือน และค่อย ๆ ยาวและหนาขึ้นตามระยะเวลา โดยการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมอาจต่อเนื่องไปถึงประมาณ 12–18 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาในการเห็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หลังปลูกผมอาจเกิดภาวะผมร่วงชั่วคราว (Shock Loss) ได้ โดยเส้นผมบริเวณที่ปลูกหรือบริเวณใกล้เคียงอาจหลุดร่วงในช่วงแรก ก่อนเข้าสู่ระยะการงอกใหม่ จึงไม่ควรประเมินผลจากการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกเพียงอย่างเดียว

หากผมร่วงต่อเนื่องมากผิดปกติหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมินและติดตามการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา

หลังทำอาจพบอาการชั่วคราว เช่น บวม แดง คัน ระคายเคือง หรือตุ่มเล็ก ๆ บริเวณที่ปลูกหรือบริเวณที่นำกราฟต์ออกมา อาการและระยะเวลาที่พบแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การดูแลหนังศีรษะและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

หากมีอาการ บวม แดง คัน หรือระคายเคืองมากขึ้น หรือพบความผิดปกติบริเวณที่ปลูก ควรติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรแกะ เกา หรือซื้อยามาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุ

ง

สามารถกลับมาตัดหรือจัดแต่งทรงผมได้เมื่อหนังศีรษะและบริเวณที่ปลูกฟื้นตัวตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือเสียดสีบริเวณที่ปลูก รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการทำสี ดัด หรือยืดผมจนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ