โปรแกรมฉีด HArmonyCa เติมเต็มผิว พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนในครั้งเดียว

ใบหน้าดูตอบ แก้มเริ่มยุบ ร่องแก้มชัดขึ้น หรือผิวดูไม่แน่นกระชับเหมือนเดิม แต่ไม่อยากเติมเต็มจนใบหน้าดูเปลี่ยนไปจากเดิม? การดูแลปัญหาเหล่านี้อาจต้องพิจารณาทั้งมิติของใบหน้าและคุณภาพผิวควบคู่กัน โปรแกรม HArmonyCa เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งการเติมเต็มและสภาพผิวในขั้นตอนเดียว โดยเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเทคโนโลยี Hybrid Filler ที่ผสานคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) เข้าด้วยกัน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาและลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล

โปรแกรม HArmonyCa คืออะไร?

โปรแกรม HArmonyCa (ฮา-โม-นี-คา) คือเทคโนโลยีสารเติมเต็มผิว (Program Filler) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Allergan Aesthetics แบรนด์ความงามระดับสากลผู้อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่างโปรแกรม Allergan Botox และโปรแกรม Juvederm

ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานคุณสมบัติของสารฟื้นฟูผิวไว้ด้วยกัน ทำให้โปรแกรมนี้จัดอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี Hybrid Filler หรือเทคโนโลยีฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนแบบลูกผสม (Biostimulatory Filler) ที่ผสานจุดเด่นของสารฟื้นฟูผิว 2 ชนิดเข้าไว้ด้วยกันในหลอดเดียว มอบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์นิยาม “ยิ่งฉีดยิ่งฟู ยิ่งแน่น ยิ่งกระชับ” อย่างแท้จริง

ผสาน 2 พลังฟื้นฟูผิวในหนึ่งเดียว

ความพิเศษของโปรแกรมนี้ คือการทำงานแบบ Dual-Action ที่ให้ผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่

  • สังเกตุเห็นการฟื้นฟูหลังทำ (Immediate Effect): เติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าให้ดูอิ่มฟูขึ้นทันทีหลังทำ ด้วย Hyaluronic Acid (HA)
  • กระตุ้นต่อเนื่อง (Long-term Effect): กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ด้วย Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ทำให้ผิวแน่นกระชับและแลดูอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน

ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานความปลอดภัย ทำให้เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์รุ่นแรกที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย ในหมวด Medical Device Class III และได้รับ US FDA Clearance ในหลายด้านของการฟื้นฟูผิวหน้า คุณจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

เจาะลึก 2 ส่วนประกอบสำคัญของโปรแกรม HArmonyCa

ตัวยาของโปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาในสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วย

  1. Hyaluronic Acid (HA) 70% มาในรูปแบบ Cross-linked ที่มีความคงตัวสูง กระจายตัวได้ดีเยี่ยม ช่วยเติมเต็มชั้นผิวที่ยุบตัวให้กลับมาเต่งตึงหลังทำ
  2. Calcium Hydroxylapatite (CaHA) 30% มาในรูปแบบอนุภาคขนาดจิ๋ว (Microspheres) ขนาด 25–45 ไมครอน ทำหน้าที่เป็น “เครื่องยนต์” กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermis) อย่างต่อเนื่อง โดยตัวยาจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อผิว

เทคโนโลยีการผลิตเหนือระดับ (Crosslinking Technology)

โปรแกรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำสาร 2 ชนิดมาผสมกันเท่านั้น แต่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสร้างเนื้อวัสดุแบบ Composite Material เพื่อแก้ปัญหาเดิม ๆ ของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในอดีต (เช่น เนื้อไม่เนียน เสี่ยงเป็นก้อน หรือกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ)

กระบวนการนี้เริ่มจากการนำ HA มาเชื่อมข้ามสาย (Crosslinking) ด้วยสาร BDDE เพื่อเพิ่มความคงตัวและยืดอายุการใช้งาน จากนั้นจึงค่อย ๆ เติมอนุภาค CaHA ลงไปผสมผสานอย่างเป็นขั้นตอน (Stepwise Manner) ทำให้ได้เนื้อของโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เนียนละเอียด กลมกลืนไปกับผิว และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ

ทำไมถึงต้องชื่อ “โปรแกรม HArmonyCa” ?

ชื่อนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่เป็นการดึงเอาความหมายและส่วนประกอบหลักมาผสานกันอย่างลงตัว

  • HA = Hyaluronic Acid
  • Harmony = ความกลมกลืน การทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
  • Ca = CaHA (Calcium Hydroxyapatite)

ซึ่งทำให้โปรแกรมนี้สื่อถึง เทคโนโลยีที่ผสานการ “เติมเต็มทันที + ฟื้นฟูระยะยาว” ไว้ในเข็มเดียวอย่างกลมกลืน ช่วยคืนความแลดูอ่อนเยาว์ให้ผิวคุณดูฟู แน่น และกระชับมาขึ้น

โปรแกรม HArmonyCa ทำงานอย่างไร?

จุดสำคัญของโปรแกรมนี้ คือการนำ HA และ CaHA ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันมาอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน จึงเกิดการทำงานที่ครอบคลุมทั้งด้านการเติมเต็มและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน

การทำงานของทั้งสององค์ประกอบมีลักษณะและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดย HA จะเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มวอลลุ่ม ขณะที่ CaHA จะค่อย ๆ เกี่ยวข้องกับกระบวนการของเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา

HA และ CaHA ทำงานต่างกันอย่างไร?

หากแยกตามหน้าที่ของแต่ละองค์ประกอบ จะเห็นภาพการทำงานของ HArmonyCa ได้ชัดเจนขึ้น

  • HA เน้นการเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มของเนื้อเยื่ออ่อน จึงเกี่ยวข้องกับการปรับปริมาตรและมิติของใบหน้าในบริเวณที่ต้องการดูแล
  • CaHA อยู่ในรูปของ Microspheres และเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่กระตุ้นการทำงานของ Fibroblast ซึ่งมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนและองค์ประกอบของโครงสร้างผิว

ดังนั้น HA และ CaHA จึงไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกัน แต่เป็นองค์ประกอบที่มีบทบาทแตกต่างกันภายในผลิตภัณฑ์เดียว โดยส่วนหนึ่งเน้นการเติมเต็ม ขณะที่อีกส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในระยะต่อมา

โปรแกรม HArmonyCa ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปโปรแกรมนี้สามารถนำมาพิจารณาได้ทั้งในเรื่องการเติมเต็มวอลลุ่ม และการดูแลคุณภาพผิว เนื่องจากในผลิตภัณฑ์มีทั้ง HA และ CaHA ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

การเลือกใช้จึงไม่ได้ดูเพียงว่าบริเวณไหนมีปัญหาผิวหน้าตอบ แต่ต้องพิจารณาร่วมกับโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิว เพื่อให้เห็นว่าปัญหาหลักเกิดจากการสูญเสียวอลลุ่ม หรือมีเรื่องคุณภาพผิวเข้ามาร่วมด้วย

  1. เติมเต็มบริเวณที่วอลลุ่มผิวลดลง (HA): เมื่ออายุมากขึ้น วอลลุ่มบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า เช่น แก้มหรือขมับ อาจลดลงจนทำให้สัดส่วนใบหน้าดูเปลี่ยนไป HA (Hyaluronic Acid) ในโปรแกรม HArmonyCa มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่ออ่อน จึงช่วยให้บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่มกลับมาดูเต็มขึ้นและมีสัดส่วนที่สมดุลมากขึ้น
  2. ช่วยปรับมิติของใบหน้าให้ดูสมส่วน: การสูญเสียวอลลุ่มในแต่ละตำแหน่งส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้าแตกต่างกัน การเติมเต็มในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น แก้ม ขมับ หรือแนวกรอบหน้า โดยพิจารณาจากโครงสร้างและสัดส่วนโดยรวม จึงช่วยให้แต่ละส่วนของใบหน้าดูสัมพันธ์กันมากขึ้น และได้สไตล์ความสวยที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
  3. ฟื้นฟูโครงสร้างและคุณภาพผิว (CaHA): CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ในรูปแบบ Microspheres มีคุณสมบัติในการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวได้รับการดูแลจากภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกเหนือจากการเติมเต็มของ HA
  4. ช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับและยืดหยุ่นขึ้น: CaHA มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน เมื่อคอลลาเจนได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ผิวจึงมีแนวโน้มดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้น นอกเหนือจากความอิ่มฟูที่ได้จาก HA และในบางกรณีอาจช่วยให้แนวกรอบหน้าดูมีมิติมากขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างผิว กระดูก กล้ามเนื้อ และลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล

หน้าดูโทรม แก้มตอบ ร่องแก้มชัด แต่ไม่อยากเติมจนหน้าดูเต็มเกินไป? โปรแกรม HArmonyCa อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณ

นัดหมายปรึกษาแพทย์ที่ Rassapoom Clinic เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการดูแลให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม HArmonyCa เหมาะกับใคร?

หน้าเริ่มตอบและมิติของใบหน้าเปลี่ยนไปจากผิวหรือวอลลุ่มที่ลดลง? ก่อนเลือกวิธีดูแล ควรพิจารณาก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากส่วนใด เพราะปัญหาด้านผิวและโครงสร้างใบหน้าอาจเกิดขึ้นร่วมกันได้

ทำให้โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งการสูญเสียวอลลุ่มและคุณภาพผิว โดยพิจารณาจากลักษณะใบหน้า ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และปัญหาที่ต้องการแก้ไขเป็นหลัก

เริ่มมีการสูญเสียปริมาตร ใบหน้าดูตอบหรือบางจุดเริ่มยุบ

เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาตรของเนื้อเยื่อบนใบหน้าอาจลดลง ทำให้แก้ม ขมับ หรือบางส่วนของกรอบหน้าดูตอบลงกว่าเดิม

ลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มทุกบริเวณ แพทย์จะพิจารณาว่าปริมาตรลดลงตรงไหน และควรเติมบริเวณใด เพื่อให้สัดส่วนของใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

ผิวเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม 

บางคนไม่ได้มีการสูญเสียปริมาตรมาก แต่เริ่มรู้สึกว่าผิวบริเวณแก้มหรือกรอบหน้าดูไม่แน่นเหมือนเดิม เมื่อคอลลาเจนในผิวลดลงตามวัย ความยืดหยุ่นและคุณภาพของผิวก็เปลี่ยนไปด้วย การดูแลจึงอาจต้องพิจารณามากกว่าการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว

มีร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากที่เห็นชัดขึ้น

ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากริ้วรอยบนผิวเพียงอย่างเดียว หากวอลลุ่มบริเวณโดยรอบใบหน้าเปลี่ยนแปลง ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากก็อาจดูชัดขึ้นตามไปด้วย การเติมเฉพาะบริเวณร่องจึงไม่ใช่แนวทางที่เหมาะกับทุกคน

ในกรณีนี้ อาจพิจารณาบริเวณหน้าแก้มและเนื้อเยื่อโดยรอบร่วมด้วย เพื่อประเมินว่าควรเติมจุดใดและใช้ปริมาณเท่าใดให้เหมาะกับสัดส่วนของใบหน้า

ต้องการเติมเต็มใบหน้า พร้อมดูแลคุณภาพผิวไปด้วย

หากเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร แต่ต้องการดูแล คุณภาพผิว ร่วมด้วย โปรแกรมนี้จึงอาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะรวม HA และ CaHA ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า โปรแกรมนี้เหมาะกับทุกตำแหน่งหรือใช้แทนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ได้ การเลือกใช้ควรพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่ต้องการดูแล ปริมาตรของเนื้อเยื่อ และสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก

โปรแกรม HArmonyCa ไม่เหมาะกับใคร?

ข้อควรระวังก่อนเข้ารับบริการ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ มีการติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีด รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิดที่อาจต้องพิจารณาเป็นพิเศษ

ก่อนฉีดจึงควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน เพื่อประกอบการประเมินว่าเหมาะกับการฉีดหรือควรเลื่อนการรักษาออกไปก่อน

ผู้ที่เคยแพ้ส่วนประกอบของโปรแกรม HArmonyCa

ผู้ที่เคยแพ้ส่วนประกอบของโปรแกรม HArmonyCa หรือเคยมีอาการแพ้รุนแรงหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำหัตถการ

เนื่องจากโปรแกรมนี้มีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid (HA), Calcium Hydroxylapatite (CaHA) และ Lidocaine ประวัติการแพ้ยา ยาชา หรือส่วนประกอบเหล่านี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ควรทราบก่อนพิจารณาการทำหัตถการ

ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด

หากบริเวณที่ต้องการฉีดมีแผล การอักเสบ การติดเชื้อ หรือสิวอักเสบ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพราะในบางกรณีอาจต้องดูแลอาการบริเวณดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อน จึงพิจารณาฉีดตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล 

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ โดยแพทย์อาจพิจารณาเลื่อนการฉีดออกไปก่อน และประเมินความเหมาะสมอีกครั้งในภายหลัง 

ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ

โรคประจำตัวและยาที่รับประทานอยู่เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกและรอยช้ำ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือมีภาวะที่อาจส่งผลต่อการหายของแผล ควรแจ้งแพทย์เช่นกัน เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาความเหมาะสมก่อนทำหัตถการเป็นรายบุคคล

ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

หากเคยมีประวัติเป็นคีลอยด์ แผลเป็นนูน แผลหายช้า หรือเกิดปฏิกิริยาผิดปกติหลังทำหัตถการ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เพื่อใช้ประกอบการประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล 

โปรแกรม HArmonyCa ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

โปรแกรมนี้ไม่ได้มีตำแหน่งฉีดที่เหมือนกันทุกคน เพราะแต่ละใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มและสัดส่วนแตกต่างกัน บางคนมีแก้มตอบ ขมับตอบ ขณะที่บางคนมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณกรอบหน้าหรือคางร่วมด้วย

การเลือกตำแหน่งจึงควรดูจากโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่สูญเสียวอลลุ่ม และสภาพผิวประกอบกัน เพื่อให้แพทย์วางแผนบริเวณที่เหมาะสมและไม่เติมเกินความจำเป็น

หน้าแก้ม 

เมื่อวอลลุ่มบริเวณหน้าแก้มลดลง ใบหน้าอาจดูตอบหรือมิติของใบหน้าเปลี่ยนไป การฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสมจึงอาจช่วยปรับวอลลุ่มให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น

ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก 

ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากผิวบริเวณร่องเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มบริเวณแก้มและเนื้อเยื่อโดยรอบก็มีส่วนทำให้ร่องดูชัดขึ้นได้

ขมับ 

ขมับที่ตอบลงอาจทำให้สัดส่วนระหว่างขมับ โหนกแก้ม และกรอบหน้าดูเปลี่ยนไป ในบางกรณีจึงอาจพิจารณาเติมบริเวณนี้เพื่อช่วยปรับความสมดุลของใบหน้า

กรอบหน้า 

เมื่อวอลลุ่มบริเวณแก้มหรือใบหน้าส่วนล่างเปลี่ยนไป แนวกรอบหน้าอาจดูแตกต่างจากเดิม การวางแผนจึงควรมองตั้งแต่หน้าแก้ม แนวกราม ไปจนถึงคาง

คาง 

คางเป็นอีกตำแหน่งที่อาจนำมาพิจารณาในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อสัดส่วนของคางไม่สัมพันธ์กับใบหน้าส่วนอื่น

โปรแกรม HArmonyCa ต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA ทั่วไปอย่างไร?

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่มี Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก เช่น โปรแกรม Juvederm Volite หรือโปรแกรม BELOTERO REVIVE แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานและตำแหน่งบนใบหน้าที่แตกต่างกัน

ส่วนโปรแกรม HArmonyCa มีทั้ง HA และ CaHA จึงมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งกับการเติมเต็มวอลลุ่มและกระบวนการสร้างคอลลาเจนในเนื้อเยื่อ

หัวข้อโปรแกรม HArmonyCa โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA 
ส่วนประกอบหลักHyaluronic Acid (HA) + Calcium Hydroxylapatite (CaHA)Hyaluronic Acid (HA) 
การเติมเต็มHA มีบทบาทด้านการเติมเต็มวอลลุ่มมีบทบาทด้านการเติมเต็มและปรับวอลลุ่ม 
การดูแลคอลลาเจนCaHA เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการออกแบบของแต่ละผลิตภัณฑ์
แนวทางการดูแลพิจารณาตามโครงสร้างใบหน้า วอลลุ่ม และสภาพผิวพิจารณาตามตำแหน่งและเป้าหมายในการ

โปรแกรม HArmonyCa ต่างจาก Collagen Biostimulator อย่างไร?

โปรแกรม HArmonyCa โปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลโครงสร้างผิวและกระบวนการสร้างคอลลาเจน แต่มีส่วนประกอบและแนวทางการทำงานแตกต่างกัน 

โปรแกรมส่วนประกอบหลักจุดเด่นลักษณะการดูแล
โปรแกรม HArmonyCa Hyaluronic Acid (HA) + Calcium Hydroxylapatite (CaHA)มีทั้งส่วนที่ช่วยเติมเต็มและส่วนที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจนHA ช่วยเติมเต็มวอลลุ่ม ขณะที่ CaHA เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจน จึงสามารถดูแลทั้งปริมาตรใบหน้าและคุณภาพผิวร่วมกันได้
โปรแกรม Sculptra Poly-L-Lactic (PLLA)เน้นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามกระบวนการของร่างกาย จึงเหมาะกับการวางแผนดูแลโครงสร้างและคุณภาพผิว
โปรแกรม RadiesseCalcium Hydroxylapatite (CaHA)มีบทบาททั้งด้านการเติมเต็มและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใช้ CaHA เป็นส่วนประกอบหลัก จึงมีแนวทางการทำงานแตกต่างจากโปรแกรม HArmonyCa ที่มี HA ร่วมด้วย

การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรดูมากกว่าคำว่า “กระตุ้นคอลลาเจน” โดยพิจารณาร่วมกับตำแหน่งที่ต้องการดูแล ปริมาตรของเนื้อเยื่อ โครงสร้างใบหน้า และสภาพผิว เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการโปรแกรม HArmonyCa

ก่อนฉีด ควรเตรียมทั้งผิวและข้อมูลสุขภาพให้พร้อม โดยเฉพาะประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ รวมถึงหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • แจ้งยาที่รับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรืออาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย รวมถึงวิตามินและอาหารเสริมบางชนิด
  • ไม่ควรหยุดยาเอง หากเป็นยาที่แพทย์สั่ง ควรแจ้งแพทย์ก่อนเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับการใช้ยาหรือไม่
  • ตรวจดูสภาพผิวบริเวณที่จะฉีด หากมีสิวอักเสบ แผล ผื่นแดง หรือการระคายเคือง ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะหากผิวมีอาการแดง แสบ หรือไวต่อการระคายเคืองอยู่แล้ว
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง ก่อนเข้ารับบริการ
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนฉีด เพื่อลดปัจจัยที่อาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการบริเวณใบหน้าก่อนหน้านี้ เพื่อใช้ประกอบการประเมินก่อนฉีด

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดโปรแกรม HArmonyCa

หลังฉีด ควรดูแลบริเวณที่ฉีดอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในช่วงแรก

ส่วนอาการบวมแดง หรือรอยช้ำสามารถเกิดขึ้นได้หลังฉีด และระยะเวลาที่อาการเหล่านี้คงอยู่จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หลังฉีดโปรแกรม HArmonyCa ควรปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการซาวน่า อบไอน้ำ และกิจกรรมที่มีความร้อนสูง ในช่วงแรกหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน และดูแลผิวไม่ให้สัมผัสความร้อนมากเกินไป
  • ไม่ควรนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดด้วยตัวเอง เว้นแต่แพทย์จะแนะนำ
  • หากกำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • รับประทานอาหารที่หลากหลายและมีโปรตีนเพียงพอ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย 
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดการสูบบุหรี่ในช่วงแรกหลังฉีด

คำแนะนำหลังฉีดอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ทำ ปริมาณที่ใช้ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และคลินิกที่ให้บริการเป็นหลัก

ทำไมต้องฉีดโปรแกรม HArmonyCa ที่ Rassapoom Clinic?

การทำโปรแกรม HArmonyCa ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการเลือกผลิตภัณฑ์ แต่ตำแหน่งและเทคนิคการฉีดก็มีส่วนสำคัญต่อการวางแผนดูแลใบหน้า

ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละบุคคลก่อนวางแผนการฉีด รวมถึงมีแนวทางการดูแลที่ใช้ร่วมกันในทีมแพทย์

วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนวางแผน

ใบหน้าที่ดูตอบหรือมีร่องลึก ไม่ได้หมายความว่าต้องเติมตรงบริเวณที่เห็นปัญหาเสมอไป แพทย์จะพิจารณาทั้งโครงสร้างใบหน้า ปริมาตรของเนื้อเยื่อ และคุณภาพผิว เพื่อดูว่าบริเวณใดควรได้รับการดูแล และวางแผนให้เหมาะกับลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล

วางแผนตามปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน

โปรแกรม HArmonyCa มีทั้ง HA และ CaHA การวางแผนจึงต้องดูทั้งปริมาตรของใบหน้า คุณภาพผิว และความสัมพันธ์ของแต่ละบริเวณร่วมกัน เพื่อกำหนดตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม โดยไม่ใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน

ดูแลผู้รับบริการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

Rassapoom Clinic มีการแบ่งปันและอัปเดตองค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ เพื่อให้ทีมแพทย์มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและสามารถนำไปใช้ประกอบการดูแลผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดแนวทางการดูแลร่วมกัน เพื่อให้การประเมินและวางแผนการรักษาของแต่ละสาขาเป็นไปภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

ให้ความสำคัญกับสัดส่วนและความสวยในแบบของคุณ 

การวางแผนทำโปรแกรม HArmonyCa ไม่ได้เน้นเพียงการเติมให้เห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าหลังเติมแล้ว สัดส่วนของใบหน้าและบริเวณโดยรอบยังมีความสัมพันธ์กันหรือไม่

ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ใบหน้าเป็นพื้นฐาน ก่อนออกแบบการดูแลให้เหมาะกับโครงสร้างและลักษณะของแต่ละบุคคล

มีการติดตามและประเมินผลหลังฉีด

การดูแลไม่ได้จบลงทันทีหลังฉีด แต่ควรมีการติดตามอาการและประเมินการเปลี่ยนแปลงหลังทำ เพื่อดูผลลัพธ์และติดตามจุดที่อาจต้องดูแลเพิ่มเติม

หลังทำมีการติดตามอาการและประเมินผลตามความเหมาะสม เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและพิจารณาว่ามีจุดใดที่ควรดูแลเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม HArmonyCa

โปรแกรม HArmonyCa คืออะไร?

โปรแกรม HArmonyCa เป็นผลิตภัณฑ์ฉีดแบบ Hybrid ที่ผสาน Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว จึงมีทั้งส่วนที่ช่วยเติมเต็ม และส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจน

เป็นทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “โปรแกรม Hybrid Injectable” หรือ “โปรแกรม Hybrid Biostimulator” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของโปรแกรมฟิลเลอร์ HA และสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ไว้ในหลอดเดียวกัน เพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองเทคโนโลยีพร้อมกัน

สามารถนำมาพิจารณาในผู้ที่มีการสูญเสียปริมาตรของเนื้อเยื่อร่วมกับปัญหาด้านคุณภาพผิว โดยตำแหน่งและปริมาณที่ใช้จะพิจารณาตามโครงสร้างใบหน้าและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA มี Hyaluronic Acid (HA) เป็นองค์ประกอบหลัก ขณะที่ผลิตภัณฑ์นี้มีทั้ง HA และ Calcium Hydroxylapatite (CaHA)

ความแตกต่างสำคัญจึงอยู่ที่ส่วนประกอบและบทบาทของแต่ละองค์ประกอบ โดยโปรแกรม HArmonyCa มีส่วนของ CaHA ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนเพิ่มเติมเข้ามา

โปรแกรมนี้มีส่วนของ HA ที่เกี่ยวข้องกับการเติมเต็ม ขณะที่โปรแกรม Sculptra เน้นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนเป็นหลัก ผลลัพธ์และแนวทางการรักษาจึงแตกต่างกัน

ทั้งสองโปรแกรมมี CaHA เป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่โปรแกรม HArmonyCa มี HA เพิ่มเข้ามา จึงมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันและมีบทบาทในการดูแลที่ต่างกันด้วย

ตำแหน่งที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่ หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ขมับ กรอบหน้า และคาง โดยการเลือกตำแหน่งจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละบุคคล

หลังฉีด อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านการเติมเต็มจาก HA ได้ในระยะแรก โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือกรอบหน้า

ส่วน CaHA จะค่อย ๆ ทำงานผ่านกระบวนการสร้างคอลลาเจน โดยสามารถเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 1–2 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18 ถึง 24 เดือน (หรือประมาณ 1.5-2 ปี) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคลด้วยครับผลลัพธ์จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาดังนี้

  • ช่วง 1-3 เดือนแรก: เป็นผลลัพธ์ร่วมกันระหว่างตัวฟิลเลอร์ HA ที่ช่วยเติมเต็ม และตัว CaHA ที่กำลังเริ่มสตาร์ทกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหลัง
  • ตั้งแต่ 3 เดือนเป็นต้นไป: แม้ว่าตัว HA จะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ แต่เนื้อผิวจะยังคงแน่นตึงและยกกระชับอยู่ เพราะมีคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาทดแทนเรียบร้อย

โดยทั่วไป การฉีดซ้ำสามารถพิจารณาได้หลังจากครั้งแรกประมาณ 12 ถึง 18 เดือน (ประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง) โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผลลัพธ์ลดลงจนหมดก่อน (ซึ่งปกติอยู่ได้นาน 1.5-2 ปี) การฉีดซ้ำในช่วงเวลานี้มีข้อดีและรายละเอียดที่ควรรู้ ดังนี้ 

ทำไมจึงอาจพิจารณาฉีดซ้ำในช่วง 12–18 เดือน?

  • รักษาความแน่นของผิวอย่างต่อเนื่อง: ช่วงเวลานี้คอลลาเจนเก่าที่ถูกกระตุ้นจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ การฉีดซ้ำจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชุดใหม่ขึ้นมาเติมเต็ม
  • คงสภาพความยกกระชับ: ช่วยพยุงโครงสร้างผิวและกรอบหน้าไม่ให้กลับมาหย่อนคล้อย
  • ใช้ปริมาณยาน้อยลง: การฉีดเพื่อคงสภาพ (Maintenance) มักจะใช้จำนวนซีซี (cc) น้อยกว่าการฉีดครั้งแรก เพราะยังมีฐานคอลลาเจนเดิมเหลืออยู่

กรณีที่อาจพิจารณาฉีดซ้ำเร็วขึ้น (เช่น หลัง 6-9 เดือน)

  • ผู้ที่มีอายุมาก หรือผิวขาดคอลลาเจนอย่างรุนแรง (Severe Skin Laxity)
  • แพทย์อาจพิจารณาฉีดขยับซ้ำเร็วขึ้นในระยะแรก เพื่อเป็นตัวเริ่มต้น (Loading Dose) ในการสร้างฐานผิวให้หนาตัวขึ้นก่อน จากนั้นจึงค่อยเว้นระยะเป็นปีละครั้ง

ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึง แสบ หรือไม่สบายเล็กน้อย ซึ่งระดับความรู้สึกอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งและความไวของแต่ละคน

สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกอาจมีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือมีรอยช้ำ บริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

Dr. Phatcha Khanasap Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์ 
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ