






Rassapoom Clinic เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำบนเวทีเวชศาสตร์ความงามระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุด นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (หมอหนุ่ม) แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง (ว.19863) ผู้ก่อตั้ง Rassapoom Clinic ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการแพทย์ความงามไทย ผ่านการเดินสายร่วมงานวิชาการและเวทีสำคัญถึง 3 งาน ได้แก่ งานเปิดตัวเทคโนโลยีกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน Ellanse , งานบรรยายพิเศษด้านการออกแบบโครงสร้างใบหน้า Lafullen และงานสาธิตเทคนิคเชิงปฏิบัติการ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล. หรือ KMITL)
ไฮไลต์ที่สร้างความภาคภูมิใจและถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สุดของกิจกรรมในครั้งนี้ คือการที่ นพ.รัสมิ์ภูมิ ได้รับเกียรติจากผู้พัฒนานวัตกรรมระดับสากล ให้เป็นหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ร่วมพัฒนาโปรโตคอลดั้งเดิม (Original Protocol) ของสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่มีส่วนประกอบหลักจาก PCL (Polycaprolactone) และ CMC (Carboxymethyl Cellulose)
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติด้วยคุณสมบัติแบบ Dual Action นั่นคือการใช้ CMC เพื่อให้ผลลัพธ์การเติมเต็มในระยะแรก (Immediate Volumization) ควบคู่ไปกับการใช้อนุภาค PCL ในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 และชนิดที่ 3 ขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริบทของโครงสร้างกายวิภาคใบหน้า (Facial Anatomy) ระหว่างชาวตะวันตกและชาวเอเชียมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความลึกของฐานกระดูก การเรียงตัวของชั้นไขมัน (Fat Pads) ไปจนถึงความหนาของชั้นผิวหนัง
ด้วยเหตุนี้ นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ หรือ หมอหนุ่ม จึงได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ทางคลินิกที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มาประยุกต์และปรับแต่งโปรโตคอลดังกล่าวให้สอดคล้องกับลักษณะใบหน้าของคนไทยและคนเอเชียโดยเฉพาะ การพัฒนาโปรโตคอลใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่การคำนวณปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม การกำหนดความลึกของเข็ม และการเลือกเวกเตอร์ในการฉีด เพื่อป้องกันปัญหาความหนาหรือผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำโปรโตคอลฉบับพัฒนาเพื่อคนเอเชียมาเปิดเผยและถ่ายทอดอย่างเป็นทางการ

ความโดดเด่นของ Rassapoom Clinic บนเส้นทางเวชศาสตร์ความงามระดับนานาชาติ สะท้อนผ่านการได้รับเกียรติให้ขับเคลื่อนวาระสำคัญใน 3 เวทีที่แตกต่างกัน ซึ่งถูกนำมาร้อยเรียงเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แบบรอบด้าน ดังนี้
เพื่อให้การทำงานของสาร PCL+CMC เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และครอบคลุมการแก้ปัญหาในทุกมิติของชั้นผิว นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ ได้สาธิตเทคนิคการวางแผนการฉีดที่แบ่งออกเป็น 2 ระดับชั้นอย่างชัดเจน ซึ่งแพทย์สามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด:
การแยกแยะและผสมผสานทั้งสองเทคนิคนี้เข้าด้วยกัน ทำให้แพทย์สามารถมอบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการปรับรูปหน้า (Contouring) และการฟื้นฟูสภาพผิว (Rejuvenation) ไปพร้อมกัน

การที่ นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในงานระดับสากลครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความชำนาญการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเป็นผู้คิดค้นเทคนิค “Triangular Facelift” ซึ่งเป็นศาสตร์การวิเคราะห์ทิศทางการดึงรั้งของกล้ามเนื้อ และการออกแบบเวกเตอร์การฉีดให้เกิดแรงพยุงในรูปแบบสามเหลี่ยม เพื่อต้านแรงโน้มถ่วงและปรับโครงสร้างใบหน้าให้ยกกระชับอย่างเป็นสไตล์ธรรมชาติ เมื่อนำเทคนิคนี้มาผสานเข้ากับคุณสมบัติของโปรแกรมที่ประกอบด้วยสารกระตุ้นคอลลาเจน PCL+CMC จึงยิ่งเสริมให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพและยาวนานมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บทบาทในการเป็น Global Allergan Trainer ที่ต้องเดินทางไปบรรยายและถ่ายทอดเทคนิคการฉีดให้กับแพทย์ในหลายประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ยิ่งเป็นการการันตีมาตรฐานการทำงานในระดับสากล และสะท้อนให้เห็นว่าองค์ความรู้จากแพทย์ชาวไทยสามารถนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการดูแลรักษาผู้ป่วยในระดับสากลได้จริง

มิติที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของการจัดซีรีส์กิจกรรมในครั้งนี้ คือการเลือกใช้พื้นที่ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การนำประสบการณ์จากห้องตรวจคลินิก มาบรรจบกับงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และความก้าวหน้าทางวัสดุศาสตร์ (Biomaterials) ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของอุตสาหกรรมความงาม
ความร่วมมือในลักษณะนี้ช่วยทำลายกรอบเดิมๆ ที่มองว่าคลินิกความงามเป็นเพียงสถานที่ให้บริการ แต่ยกระดับให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ทางวิชาการ (Academic Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถาม การศึกษาวิจัยเพิ่มเติม และการพัฒนาวิทยาการชะลอวัยใหม่ๆ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนในอนาคต
ภาพรวมของความสำเร็จจากการจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า Rassapoom Clinic ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสวมบทบาทในการเป็นสถาบันที่บ่มเพาะและส่งต่อองค์ความรู้ด้าน Facial Anatomy อย่างต่อเนื่อง การนำร่องพัฒนาโปรโตคอล PCL+CMC เพื่อคนเอเชียในครั้งนี้ จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ช่วยยกระดับศักยภาพของแพทย์ไทย และขับเคลื่อนวงการแพทย์ความงามของประเทศให้ก้าวไปสู่การยอมรับบนเวทีระดับโลกได้อย่างสง่างามและยั่งยืน