






หน้าเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด แต่ยังไม่อยากผ่าตัดหรือเติมสารปริมาณมาก โปรแกรม ร้อยไหม Epiticon อาจเป็นอีกทางเลือกที่แพทย์ใช้เพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อและปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัดขึ้น โดยโปรแกรมนี้เป็นการร้อยไหมละลายชนิด PDO จากประเทศเกาหลี ที่ออกแบบโครงสร้างไหมและเงี่ยง (Barb) เพื่อช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย ทั้งนี้แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า แนวการหย่อนคล้อย และคุณภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนตำแหน่งและจำนวนเส้นไหมให้เหมาะสมกับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ
โปรแกรม ร้อยไหม Epiticon คือการดูแลผิวและปรับกรอบหน้าด้วยไหมละลายชนิด PDO จากประเทศเกาหลี โดยใช้เส้นไหมที่ออกแบบโครงสร้างเฉพาะเพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย และช่วยดูแลความชัดเจนของกรอบหน้า ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และคุณภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนตำแหน่งและจำนวนเส้นไหมให้เหมาะสมกับปัญหา
นอกจากการพยุงเนื้อเยื่อในเชิงโครงสร้าง ไหม PDO ยังสามารถกระตุ้นกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อตามธรรมชาติรอบแนวเส้นไหม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยสนับสนุนการดูแลคุณภาพผิวหลังเข้ารับโปรแกรม
โปรแกรมนี้ มีการออกแบบเส้นไหมหลายรูปแบบ โดยแต่ละรุ่นมีโครงสร้างและคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไหมแบบเงี่ยง (Barb) ที่เน้นการพยุงเนื้อเยื่อ หรือไหมโครงสร้างแบบเกลียวที่ออกแบบสำหรับการดูแลคุณภาพผิวและริ้วรอยในบางบริเวณ โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตำแหน่งและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล
เป็นรุ่นมาตรฐานของไหมของโปรแกรมร้อยไหมชนิดนี้ โดยเป็นไหมชนิดเงี่ยง (Barbed Thread) ที่ออกแบบให้มีลักษณะเงี่ยงแบบผีเสื้อ (Butterfly Barb) ซึ่งแยกออกเป็น 4 แฉก เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อใต้ผิว และช่วยพยุงเนื้อเยื่อในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย
ไหม Epiticon Original อาจถูกนำมาประยุกต์ใช้ในบริเวณที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยและปรับแนวโครงสร้างใบหน้า เช่น
ทั้งนี้ ตำแหน่งที่เหมาะสมและจำนวนเส้นไหมที่ใช้ จะขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล
Epiticon Jamber เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Epiticon Original โดยมีลักษณะโครงสร้างเส้นไหมแบบสปริงเกลียว (Spring Thread) ที่มีพื้นผิวเรียบ แตกต่างจากไหมแบบเงี่ยง โดยออกแบบมาเพื่อใช้ในบริเวณที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว ความเรียบเนียน และความตึงกระชับของผิว
ไหม Epiticon Jamber อาจถูกพิจารณาใช้ในบริเวณที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและริ้วรอย เช่น
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ไหมแต่ละรุ่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดไหมเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น สาเหตุของปัญหา ความหนาของชั้นผิว ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการร้อยไหมให้เหมาะสม
หลายคนเข้าใจว่าการร้อยไหมแตกต่างกันเพียง “จำนวนเส้นไหม” แต่ในทางปฏิบัติ แพทย์จะพิจารณาทั้งชนิดของไหม รูปแบบเงี่ยง (Barb) แนวการวางไหม และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลร่วมกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการยึดเกาะของเนื้อเยื่อและแนวทางการยกกระชับ
โปรแกรมร้อยไหม Epiticon จึงได้รับความสนใจจากการออกแบบไหมให้เหมาะกับการยึดเกาะเนื้อเยื่อ พร้อมนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการประเมินเฉพาะบุคคล เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลได้สอดคล้องกับปัญหาและสัดส่วนของใบหน้าในแต่ละราย
การยกกระชับด้วยโปรแกรมร้อยไหม Epiticon ไม่ได้อาศัยเพียงการ “ดึงผิว” เท่านั้น แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของ โครงสร้างไหม ลักษณะของเงี่ยง (Barb) และเทคนิคการวางไหมของแพทย์ เพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสมและคงความสมดุลของโครงสร้างใบหน้า
สำหรับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon กลไกการทำงานสามารถอธิบายได้ผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
ไหมที่ใช้ในโปรแกรมร้อยไหม Epiticon เป็นไหมละลายชนิด PDO (Polydioxanone) ที่ออกแบบให้มีเงี่ยง (Barb) เรียงตัวตลอดแนวเส้นไหม เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อใต้ผิว เมื่อแพทย์วางไหมในตำแหน่งที่เหมาะสม เงี่ยงจะช่วยยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ ทำให้สามารถพยุงผิวบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลักษณะของเงี่ยงและการออกแบบเส้นไหมเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการยกกระชับ โดยผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการเลือกแนวการร้อยไหมให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
หลังจากวางไหมตามแนวที่แพทย์วางแผนไว้ โครงสร้างของเส้นไหมจะช่วยพยุงเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น แก้ม กรอบหน้า หรือแนวขากรรไกร พร้อมกระจายแรงดึงตลอดแนวเส้นไหม เพื่อลดการดึงเฉพาะจุดและช่วยให้แนวการยกกระชับมีความกลมกลืนกับโครงสร้างใบหน้า
ด้วยเหตุนี้ การกำหนดตำแหน่ง ทิศทาง และจำนวนเส้นไหมจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่แพทย์จะพิจารณาร่วมกับระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของชั้นผิว และสัดส่วนของใบหน้า เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ไหม PDO จะค่อย ๆ สลายไปตามกระบวนการของร่างกายตามระยะเวลา ขณะเดียวกัน เนื้อเยื่อบริเวณรอบเส้นไหมจะเกิดการตอบสนองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย และช่วยดูแลคุณภาพผิวในบริเวณที่ทำ
อย่างไรก็ตาม ระดับการตอบสนองของเนื้อเยื่อและผลลัพธ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น อายุ คุณภาพผิว การดูแลหลังทำ และการประเมินวางแผนการรักษาโดยแพทย์
แม้ว่าการร้อยไหมจะใช้หลักการพยุงเนื้อเยื่อใต้ผิวเช่นเดียวกัน แต่ไหมแต่ละชนิดมีความแตกต่างทั้งด้านวัสดุ การออกแบบโครงสร้าง และกระบวนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณสมบัติของเส้นไหมและแนวทางการเลือกใช้ในแต่ละกรณี สำหรับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้
โปรแกรมร้อยไหม Epiticon ใช้ไหมละลายชนิด PDO ที่พัฒนาและผลิตในประเทศเกาหลี โดยออกแบบสำหรับการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและการปรับกรอบหน้า ทั้งนี้ แพทย์จะเลือกชนิดของไหมให้เหมาะกับตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการรักษา
หนึ่งในจุดเด่นของไหม Epiticon คือกระบวนการผลิตที่ควบคุมอุณหภูมิในขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นไหม เพื่อลดผลกระทบต่อโครงสร้างของวัสดุ ช่วยให้เส้นไหมคงรูปได้ดีและรักษาคุณสมบัติของเงี่ยง (Barb) ตามการออกแบบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อใต้ผิว
ไหม Epiticon ออกแบบให้มีเงี่ยง (Barb) เรียงตัวตลอดแนวเส้นไหม เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อใต้ผิว เมื่อแพทย์วางไหมในตำแหน่งที่เหมาะสม เงี่ยงจะช่วยยึดเกาะและพยุงเนื้อเยื่อในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการยกกระชับด้วยไหมละลาย
โปรแกรมร้อยไหม Epiticon ใช้เข็มนำไหมชนิดปลายทู่ (Blunt Tip) ซึ่งได้รับการออกแบบให้เคลื่อนผ่านชั้นเนื้อเยื่อได้อย่างเหมาะสม โดยอาจช่วยลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อและหลอดเลือดเมื่อเทียบกับเข็มปลายแหลมในบางกรณี ทั้งนี้ การเลือกใช้อุปกรณ์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และตำแหน่งที่ทำการรักษา
แม้คุณสมบัติของเส้นไหมจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผลลัพธ์ของโปรแกรมร้อยไหม Epiticon ยังขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย แนวการวางไหม และจำนวนเส้นไหมที่ใช้ในแต่ละบุคคล แพทย์จึงจะวางแผนการรักษาเฉพาะราย เพื่อให้การยกกระชับมีความเหมาะสมกับสัดส่วนของใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมร้อยไหม Epiticon เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการดูแลโครงสร้างใบหน้าให้ดูกระชับขึ้นโดยไม่เน้นการเพิ่มปริมาตรของใบหน้า ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินสาเหตุของปัญหาอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา เนื่องจากความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเสื่อมของชั้นผิว การเคลื่อนตัวของไขมันใต้ผิว หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าตามวัย
ผู้ที่อาจเหมาะกับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon ได้แก่
การวางแนวเส้นไหมจะอาศัยการประเมินโครงสร้างใบหน้าและทิศทางความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล เพื่อให้การพยุงเนื้อเยื่อมีความเหมาะสมกับสัดส่วนของใบหน้า โดยแพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมร้อยไหม Epiticon ในบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้าให้ดูคมชัดขึ้น หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณแนวขากรรไกร ซึ่งอาจทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป
เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณแก้มเริ่มเคลื่อนตัวลงตามวัย อาจทำให้ใบหน้าดูขาดความกระชับ การร้อยไหมสามารถช่วยพยุงเนื้อเยื่อในบริเวณที่แพทย์ประเมินว่ามีความเหมาะสมกับการรักษา
ในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางจากการเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อ โปรแกรมร้อยไหมอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์ใช้ร่วมกับการประเมินโครงสร้างใบหน้า เพื่อช่วยดูแลความกระชับของบริเวณดังกล่าว
ในบางรายที่มุมปากเริ่มตกหรือมีความหย่อนคล้อยบริเวณร่องข้างใบหน้า แพทย์อาจออกแบบแนวการวางไหมเพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาและการประเมินรายบุคคล
หมายเหตุ: ตำแหน่งที่สามารถร้อยไหมได้ และจำนวนเส้นไหมที่ใช้ จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกับระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และเป้าหมายการรักษา เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
แม้ว่าทั้งโปรแกรมร้อยไหม Epiticon, โปรแกรม SUPER HIFU และโปรแกรม Volnewmer จะเป็นแนวทางที่แพทย์อาจพิจารณาใช้เพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า แต่ทั้ง 3 โปรแกรมมีหลักการทำงานและวัตถุประสงค์ในการดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมจึงควรพิจารณาจากสาเหตุของปัญหา ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล มากกว่าการเลือกจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
| เทคโนโลยี | หลักการทำงาน | เหมาะกับผู้ที่ |
|---|---|---|
| โปรแกรมร้อยไหม Epiticon | ใช้ไหมละลายชนิด PDO เพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อใต้ผิวและปรับแนวกรอบหน้า | มีปัญหาความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อ ต้องการดูแลกรอบหน้า แนวขากรรไกร หรือแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อย |
| โปรแกรม SUPER HIFU | ใช้พลังงานคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound: HIFU) ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับที่กำหนด | ผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิว และมีความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น |
| โปรแกรม Volnewmer | ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานความร้อนสู่ชั้นผิว เพื่อดูแลคุณภาพผิวและความยืดหยุ่นของผิว | ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว ความยืดหยุ่น และความกระชับของผิว พร้อมลดเลือนสัญญาณแห่งวัยในภาพรวม |
การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีใดใหม่กว่าหรือได้รับความนิยมมากกว่า แต่ขึ้นอยู่กับ สาเหตุของปัญหา ที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยเป็นหลัก
ปัญหาความหย่อนคล้อยอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นร่วมกับการเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อ หรือมีไขมันสะสมเฉพาะจุด แพทย์จึงอาจพิจารณาวางแผนการรักษาโดยใช้มากกว่าหนึ่งเทคโนโลยี เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายการดูแลของแต่ละบุคคล
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon และการดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้กระบวนการรักษาเป็นไปตามแผนที่แพทย์วางไว้ เนื่องจากการร้อยไหมเป็นการดูแลโครงสร้างบริเวณใต้ผิว ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคนิคระหว่างทำและการปฏิบัติตัวหลังเข้ารับบริการร่วมกัน
ก่อนเข้ารับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และตำแหน่งที่ต้องการดูแล เพื่อวางแนวทางการร้อยไหมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ดังนั้น การแจ้งข้อมูลสุขภาพ ประวัติการใช้ยา รวมถึงพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัว จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มการรักษา
ก่อนเข้ารับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon ควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ยาที่รับประทานเป็นประจำ หรืออาหารเสริมบางชนิด เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการดูแลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนหรือหยุดใช้ยา ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้ดูแลสุขภาพ
ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงปัจจัยบางอย่างที่อาจส่งผลต่อการบวมช้ำก่อนเข้ารับบริการ ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ผิวบริเวณที่ทำมีความพร้อมมากขึ้น
หากมีแผนทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ ฟิลเลอร์ หรือหัตถการอื่นบริเวณใบหน้า ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพื่อประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสม และลดโอกาสเกิดการระคายเคืองของผิว
ควรทำความสะอาดผิวหน้าและหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันที่เข้ารับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการทำเป็นไปอย่างสะดวกและเหมาะสม
หลังเข้ารับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon ช่วงแรกเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อบริเวณใบหน้ากำลังปรับตัว จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัจจัยที่อาจรบกวนตำแหน่งของไหมและการฟื้นตัวของผิว
ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้า การกดบริเวณที่ทำ หรือพฤติกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดบนใบหน้าในช่วงแรก เพื่อช่วยลดโอกาสที่แนวไหมจะเปลี่ยนตำแหน่ง
ควรหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง รับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยวแรง หรืออาหารที่มีความเหนียวมากในช่วงแรก เพื่อลดแรงดึงบริเวณใบหน้า
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงในช่วงแรก เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ตามปกติ
หลังทำอาจพบอาการบวม แดง หรือรอยช้ำได้ ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้หลังหัตถการบางประเภท การประคบตามคำแนะนำของแพทย์อาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นในช่วงพักฟื้น
การติดตามผลหลังทำช่วยให้แพทย์ประเมินการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า และให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลในแต่ละช่วงเวลา
โปรแกรมร้อยไหม Epiticon ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกชนิดไหมเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และเทคนิคการวางแนวไหมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการดูแลโดยแพทย์ เพื่อออกแบบแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและรูปหน้าของแต่ละคน
ก่อนเข้ารับโปรแกรมร้อยไหม Epiticon แพทย์จะประเมินองค์ประกอบของใบหน้า เช่น แนวกรอบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และสัดส่วนของใบหน้า เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการวางไหม
เนื่องจากปัญหาความหย่อนคล้อยของแต่ละคนมีสาเหตุแตกต่างกัน การร้อยไหมจึงจำเป็นต้องออกแบบแนวทางให้เหมาะกับแต่ละเคส ไม่ใช่การใช้เทคนิคหรือจำนวนเส้นไหมแบบเดียวกันสำหรับทุกคน
Rassapoom Clinic เลือกใช้ไหม Epiticon จากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นไหมละลายกลุ่ม PDO ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยแพทย์จะพิจารณาข้อมูลผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมก่อนนำมาใช้กับผู้รับบริการแต่ละราย
การเลือกชนิดไหม รวมถึงขนาดและรูปแบบของไหม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การวางแผนการร้อยไหมสอดคล้องกับตำแหน่งและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล
การ้อยไหมจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในชั้นผิวและโครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแนวไหมในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยแพทย์จะพิจารณาทิศทางของแนวไหมและแรงพยุงของเนื้อเยื่อ เพื่อให้ใบหน้าดูสมดุลและยังคงความเป็นธรรมชาติ
แนวทางของ Rassapoom Clinic จึงไม่ได้เน้นเพียงการยกกระชับบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับภาพรวมของใบหน้า เช่น กรอบหน้า แก้ม และสัดส่วนโดยรวม เพื่อให้เหมาะกับลักษณะใบหน้าของแต่ละคน
การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความละเอียดในการประเมินตำแหน่งและเทคนิคการวางไหม แพทย์ของ Rassapoom Clinic มีประสบการณ์ด้านการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและการปรับรูปหน้า พร้อมประเมินแนวทางที่เหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ
นอกจากขั้นตอนการทำ แพทย์ยังให้ความสำคัญกับการติดตามและแนะนำการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจขั้นตอนและการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังเข้ารับโปรแกรม
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การเลือกใช้วัสดุทางการแพทย์ ไปจนถึงคำแนะนำหลังเข้ารับโปรแกรม
หลังร้อยไหม แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เช่น การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อบริเวณที่ทำ และแนวทางดูแลผิวในช่วงพักฟื้น เพื่อช่วยให้การดูแลหลังทำเป็นไปอย่างเหมาะสม
สามารถคงผลลัพธ์ได้โดยเฉลี่ยประมาณ 12–18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว อายุ โครงสร้างใบหน้า เทคนิคการวางแนวไหม ตำแหน่งที่ทำ และการดูแลตัวเองหลังเข้ารับโปรแกรม
ระหว่างทำโปรแกรมนี้ แพทย์จะมีการเตรียมผิวและใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างขั้นตอน
หลังทำอาจรู้สึกตึงบริเวณที่ร้อยไหม หรือมีอาการบวม ช้ำ และรอยเข็มเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้หลังเข้ารับโปรแกรม และมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
โปรแกรมร้อยไหม Epiticon และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นแนวทางการดูแลใบหน้าที่มีหลักการแตกต่างกัน
ดังนั้น การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาหลักของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินก่อนเลือกแนวทางการดูแล
ไม่ได้เหมาะกับทุกคนในรูปแบบเดียวกัน เนื่องจากปัญหาความหย่อนคล้อยและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
แพทย์จะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว รูปหน้า และความต้องการของผู้รับบริการ เพื่อประเมินว่าแนวทางการร้อยไหมเหมาะสมหรือไม่
ไหมของโปรแกรมร้อยไหม Epiticon เป็นไหมละลายที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในด้านการดูแลผิวและการปรับรูปหน้า โดยมีคุณสมบัติของเส้นไหมและรูปแบบโครงสร้างที่แตกต่างจากไหมแต่ละประเภท
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการร้อยไหมไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดไหมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเลือกตำแหน่ง เทคนิคการวางแนวไหม และการประเมินโครงสร้างใบหน้าของแพทย์ร่วมด้วย
ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมของไหมและเทคนิคให้สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละบุคคล
จำนวนเส้นไหมที่ใช้ไม่มีตัวเลขตายตัว เนื่องจากแต่ละคนมีลักษณะปัญหาและโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน
แพทย์จะประเมินตำแหน่งที่ต้องการดูแล ระดับความหย่อนคล้อย และแนวทางการวางไหม เพื่อกำหนดจำนวนเส้นและเทคนิคที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้า
โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ทำทันทีหลังเข้ารับโปรแกรม เพื่อให้บริเวณที่ร้อยไหมได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ระยะเวลาการกลับมาแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากสภาพผิวและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
หลังทำ อาจพบอาการบวม ช้ำ ตึงบริเวณที่ทำ หรือรอยจากเข็ม ซึ่งเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังเข้ารับโปรแกรม
การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ เป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงและดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )




