โปรแกรม Laetigen คืออะไร? มารู้จักกับตัวช่วยในดูแล Skin Quality ให้ดียิ่งขึ้น

ผิวเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม แต่งหน้าก็ไม่ค่อยเรียบ ความยืดหยุ่นลดลง และใบหน้าดูโทรมง่ายขึ้น ทั้งที่ดูแลผิวและเติมความชุ่มชื้นเป็นประจำ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ผิวแห้ง” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวและคุณภาพคอลลาเจนตามวัย โปรแกรม Laetigen จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแล Skin Quality โดยเน้นภาพรวมของผิว ทั้งความแน่น ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น โดยไม่มุ่งเน้นการเติมวอลลุ่มเพื่อเปลี่ยนรูปหน้า ทั้งนี้ ความเหมาะสมและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล 

โปรแกรม Laetigen คืออะไร?

โปรแกรม Laetigen คือโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวที่ใช้ Type I Atelocollagen เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมุ่งเน้น Skin Quality (คุณภาพผิว) ใน 3 ด้าน ได้แก่ Skin Density (ความหนาแน่นของผิว), Skin Elasticity (ความยืดหยุ่น) และ Skin Hydration (ความชุ่มชื้น) จึงเป็นแนวทางที่มองคุณภาพผิวในภาพรวม มากกว่าการดูแลเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

จุดสำคัญของโปรแกรม Laetigen คือการเน้นดูแลคุณภาพของผิวมากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าแบบสารเติมเต็ม โดยสามารถมองได้ว่าอยู่ในกลุ่มการดูแลเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลคุณภาพผิว ดังนั้น เป้าหมายของการดูแลจึงแตกต่างกันตามปัญหาที่ต้องการแก้ หากต้องการเน้นเรื่องคุณภาพผิวโดยรวม โปรแกรมนี้จะอยู่ในกลุ่มการดูแลที่ตอบโจทย์ลักษณะนี้ มากกว่าโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อเติมหรือปรับปริมาตรของใบหน้าโดยตรง 

Skin Quality ที่โปรแกรม Laetigen เน้นดูแลมีอะไรบ้าง?

คำว่า Skin Quality ไม่ได้หมายถึงความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมองผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1. Skin Density

หมายถึงลักษณะด้านความแน่นและความหนาแน่นของเนื้อผิว เมื่อโครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย ผิวอาจดูบางหรือไม่แน่นเหมือนเดิม การดูแลด้านนี้จึงเน้นภาพรวมของเนื้อผิวและความแน่นของผิว

2. Skin Elasticity

หมายถึงความยืดหยุ่นและความสามารถของผิวในการคืนตัว เมื่อความยืดหยุ่นลดลง ผิวอาจดูไม่กระชับหรือเริ่มมีความหย่อนคล้อยมากขึ้น

3. Skin Hydration

หมายถึงระดับความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะผิวที่ดูเรียบเนียนและสดใส การดูแลด้านนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม

Type I Atelocollagen คืออะไร?

ส่วนประกอบหลักของโปรแกรม Laetigen คือ Type I Atelocollagen หรือคอลลาเจน Type I ที่ผ่านกระบวนการนำส่วนปลายของโมเลกุลที่เรียกว่า Telopeptide ออก

Collagen Type I เป็นคอลลาเจนชนิดสำคัญที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมถึงโครงสร้างของผิว การนำ Telopeptide ออกเป็นขั้นตอนหนึ่งในการผลิต Atelocollagen โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดบริเวณที่อาจเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

จุดนี้จึงเป็นคุณสมบัติของวัตถุดิบที่ทำให้ Atelocollagen Type I แตกต่างจากคอลลาเจนที่ยังคง Telopeptide ไว้ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวทางการดูแล Skin Quality ในโปรแกรมนี้

โปรแกรม Laetigen ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของโปรแกรม Laetigen คือการนำ Type I Atelocollagen เข้าสู่ชั้นผิว เพื่อดูแลสภาพของเนื้อผิวและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิว โดยไม่ได้มุ่งเพิ่มปริมาตรของใบหน้าเป็นหลัก

ภายในผิวมีเซลล์ที่เรียกว่า Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง Collagen และองค์ประกอบต่าง ๆ ของเนื้อเยื่อ ขณะเดียวกัน Extracellular Matrix หรือ ECM คือโครงสร้างรอบเซลล์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายชนิด รวมถึง Collagen และโปรตีนโครงสร้างอื่น ๆ

จึงสามารถอธิบายแนวคิดของการดูแลด้วยโปรแกรมนี้ได้ง่าย ๆ ว่า Atelocollagen มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อและองค์ประกอบของโครงสร้างผิว โดยแนวทางนี้จึงมุ่งเน้นการดูแล Skin Quality โดยรวม

จุดเด่นของโปรแกรม Laetigen มีอะไรบ้าง?

นอกจากส่วนประกอบหลักแล้ว โปรแกรม Laetigen ยังมีรายละเอียดด้านกระบวนการผลิตและการออกแบบสูตรที่ใช้ประกอบการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ ได้แก่

High-Purity Type I Atelocollagen

ใช้ Type I Atelocollagen เป็นส่วนประกอบหลัก โดยผ่านกระบวนการกรอง 2 ขั้นตอนเพื่อให้ได้คอลลาเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง รายละเอียดนี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพของส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์

LTDP™ Technology

LTDP™ Technology เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต โดยมีการควบคุมอุณหภูมิในระดับต่ำเพื่อช่วยคงคุณสมบัติของ Collagen ระหว่างกระบวนการผลิต จึงเป็นรายละเอียดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

Physiological pH Technology

สูตรได้รับการออกแบบให้มีค่า pH ประมาณ 7.2–7.4 ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับสภาวะทางสรีรวิทยาของร่างกาย โดยค่า pH เป็นหนึ่งในรายละเอียดของสูตรที่ควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลผลิตภัณฑ์และแนวทางการใช้งาน

Triple Skin Quality Approach

เป้าหมายของการดูแลครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ Skin Density, Skin Elasticity และ Skin Hydration ทำให้สามารถมองการดูแลคุณภาพผิวได้มากกว่าการเน้นความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว

โปรแกรม Laetigen ช่วยเรื่องอะไร?

โปรแกรมนี้จะเน้นการดูแล Skin Quality ในภาพรวม โดยให้ความสำคัญกับความแน่น ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นของผิว จึงสามารถนำมาพิจารณาในผู้ที่มีปัญหาผิวเปลี่ยนแปลงตามวัยหรือคุณภาพผิวลดลง เช่น

  • ผิวไม่แน่นและขาดความยืดหยุ่น ผิวอาจดูบาง ไม่อิ่มฟู หรือไม่กระชับเหมือนเดิม การดูแลจึงมุ่งเน้นคุณภาพและความยืดหยุ่นของเนื้อผิว
  • ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น ผิวดูแห้งกร้าน ไม่สดใส หรือแต่งหน้าแล้วเห็นผิวไม่เรียบ การดูแลจะให้ความสำคัญกับความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวโดยรวม
  • ริ้วรอยขนาดเล็กหรือร่องตื้น การดูแลคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิวอาจช่วยให้ริ้วรอยตื้นบางบริเวณดูนุ่มนวลขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • เนื้อผิวไม่เรียบเนียน ผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูไม่สม่ำเสมอหรือขาดความละเอียด อาจพิจารณาการดูแล Skin Quality ในภาพรวม
  • ผิวดูอ่อนล้าหรือขาดความสดใส การดูแลทั้งความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความแน่นของผิวร่วมกัน อาจช่วยให้ภาพรวมของผิวดูสดใสและมีสุขภาพดีขึ้น

หมายเหตุ: โปรแกรมนี้ไม่ได้เน้นการเพิ่มวอลลุ่ม หากมีปัญหาร่องลึก การสูญเสียวอลลุ่ม หรืออยากปรับรูปหน้า ควรประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าเป็นรายบุคคล 

อยากดูแล Skin Quality แต่ไม่แน่ใจว่า โปรแกรม Laetigen เหมาะกับสภาพผิวของคุณหรือไม่?

ปรึกษาทีมแพทย์ที่ Rassapoom Clinic เพื่อประเมินสภาพผิว ทำความเข้าใจปัญหาที่ต้องการดูแล และวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Laetigen เหมาะกับใคร?

โปรแกรม Laetigen อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม และเริ่มสังเกตว่าผิวมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ 

  • ผู้ที่มีอายุ 30–40 ปีขึ้นไป: เป็นช่วงวัยที่การสร้างคอลลาเจนของร่างกายเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ผิวอาจเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและความแน่น อย่างไรก็ตาม อายุไม่ใช่เกณฑ์เดียวในการพิจารณาความเหมาะสม
  • ผิวไม่แน่นหรือดูไม่อิ่มฟู: ผิวเริ่มดูบาง ไม่แน่นเหมือนเดิม หรือขาดความยืดหยุ่น การดูแลจะเน้นที่คุณภาพและความแน่นของเนื้อผิวโดยรวม
  • ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น: ผิวดูแห้งกร้าน ไม่สดใส หรือแต่งหน้าแล้วเห็นผิวไม่เรียบ การดูแลจะเน้นเรื่องความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว
  • มีริ้วรอยตื้น: ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยขนาดเล็กหรือร่องตื้น และต้องการดูแลคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว
  • เนื้อผิวไม่เรียบเนียนและรูขุมขนดูไม่ละเอียด: ผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูละเอียดและสม่ำเสมอขึ้น โดยเน้นคุณภาพของเนื้อผิวในภาพรวม
  • ผิวดูอ่อนล้าหรือขาดความสดใส: ผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูโทรมและขาดความสดใส อาจพิจารณาการดูแลที่ครอบคลุมทั้งความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความแน่นของผิว
  • ต้องการดูแล Skin Quality โดยรวม: ผู้ที่ไม่ได้ต้องการปรับรูปหน้าหรือเพิ่มวอลลุ่มเป็นหลัก แต่ต้องการเน้นคุณภาพของผิวในหลายด้านพร้อมกัน

ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับโปรแกรม Laetigen

เนื่องจากโปรแกรมนี้เน้นการดูแล Skin Quality โดยรวม จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องวอลลุ่ม รูปหน้า หรือความหย่อนคล้อยเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • มีร่องลึกหรือสูญเสียวอลลุ่ม: หากมีร่องลึกหรือบริเวณใบหน้าที่ตอบและต้องการเพิ่มวอลลุ่มเพื่อเติมเต็มโดยตรง อาจต้องพิจารณาหัตถการที่ตอบโจทย์ด้านวอลลุ่มมากกว่า
  • ต้องการปรับรูปหน้าหรือเพิ่มความคมชัดของโครงหน้า: หากเป้าหมายหลักคือการปรับสัดส่วน กรอบหน้า หรือแนวขากรรไกร ควรพิจารณาแนวทางที่ออกแบบมาเพื่อการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ
  • มีความหย่อนคล้อยและต้องการยกกระชับเป็นหลัก: หากปัญหาหลักคือผิวหรือเนื้อเยื่อหย่อนคล้อย และต้องการเน้นการยกกระชับ อาจเหมาะกับโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายดังกล่าวโดยตรง

โปรแกรม Laetigen ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

สามารถพิจารณาดูแลบริเวณที่มีปัญหาด้าน Skin Quality เช่น ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอ และหลังมือ โดยแต่ละบริเวณมีความหนาของผิว โครงสร้างเนื้อเยื่อ และข้อควรระวังแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันทุกตำแหน่ง

  • ทั่วใบหน้า: เหมาะสำหรับการดูแล Skin Quality ในภาพรวม โดยอาจพิจารณาในผู้ที่มีผิวแห้ง เนื้อผิวไม่เรียบ หรือเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
  • รอบดวงตา: ผิวรอบดวงตามีความบางและมีโครงสร้างทางกายวิภาคเฉพาะ การพิจารณาบริเวณนี้จึงควรให้ความสำคัญกับตำแหน่ง เทคนิค และความเหมาะสมเป็นพิเศษ
  • ลำคอ: สามารถพิจารณาในผู้ที่มีผิวแห้ง ความยืดหยุ่นลดลง หรือมีริ้วรอยตื้นบริเวณลำคอ โดยแนวทางการดูแลควรปรับตามลักษณะผิวของแต่ละบุคคล
  • หลังมือ: ผิวหลังมืออาจดูบาง แห้ง และสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย การดูแลจึงเน้นคุณภาพผิวและความชุ่มชื้นของบริเวณดังกล่าว

หมายเหตุ: ตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณที่ใช้ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคเฉพาะ

วิธีดูแลตัวเองก่อนทำโปรแกรม Laetigen

ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยา และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ เพื่อให้สามารถประเมินความเหมาะสมและวางแผนการทำได้อย่างเหมาะสม

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนทำ
  • ดื่มน้ำตามปกติ และดูแลให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องดื่มในปริมาณมากเป็นพิเศษ
  • แจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้ รวมถึงประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และอาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
  • แจ้งยาที่อาจเกี่ยวข้องกับรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย เช่น Aspirin ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด โดยไม่ควรหยุดยาเอง
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนทำ ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากผิวระคายเคืองง่าย อาจพักผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสระคายเคือง เช่น Retinol, AHA, BHA หรือการสครับบริเวณที่จะทำก่อนเข้ารับบริการ

หลังทำโปรแกรม Laetigen ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

หลังทำควรดูแลบริเวณที่ฉีดอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีรอยเข็มหรือตุ่มบริเวณผิว

  • หลีกเลี่ยงการแกะ เกา นวด หรือกดคลึง บริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น
  • ดูแลความสะอาดของผิว และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการระคายเคือง
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด ที่เหมาะกับสภาพผิว
  • หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนหรือมีเหงื่อมาก ในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดหรือเลื่อนการออกกำลังกายหนัก ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • หากต้องการทำ เลเซอร์ ทรีทเมนต์ หรือหัตถการที่ใช้พลังงานความร้อน บริเวณเดียวกัน ควรสอบถามแพทย์ก่อน
  • หากมีอาการผิดปกติหรืออาการที่ไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์เพื่อประเมิน

โปรแกรม Laetigen ต่างจาก Collagen Biostimulator ตัวอื่นอย่างไร?

แม้โปรแกรมในกลุ่ม Skin Quality และ Collagen Biostimulator จะมีเป้าหมายบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่ส่วนประกอบและแนวทางการดูแลแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

โปรแกรมสารสำคัญแนวทางการดูแล
โปรแกรม LaetigenType I Atelocollagenใช้คอลลาเจน Type I ที่ผ่านกระบวนการกำจัด Telopeptide ออกจากโครงสร้าง โดยเน้นการดูแลคุณภาพผิวและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Collagen
โปรแกรม GouriLiquid PCLใช้ PCL เป็นองค์ประกอบหลัก โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและดูแลคุณภาพผิว
โปรแกรม GouriPDLLA + HAใช้ PDLLA เป็นส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ร่วมกับ HA ที่ช่วยดูแลคุณภาพและความชุ่มชื้นของผิว
โปรแกรม SculptraPLLAใช้ PLLA เป็นองค์ประกอบหลัก โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
โปรแกรม RejuranPNใช้ PN เป็นองค์ประกอบหลัก โดยเน้นการดูแลและฟื้นฟูคุณภาพผิว ซึ่งมีแนวทางแตกต่างจากกลุ่ม PCL, PLLA, PDLLA และ CaHA
โปรแกรม PCL+CMC PCL+CMC ใช้ PCL เป็นส่วนประกอบหลักร่วมกับ CMC ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารพา โดยเน้นการดูแลโครงสร้างผิวและการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน 

ทำโปรแกรม Laetigen ที่ Rassapoom Clinic ดีอย่างไร?

ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยไม่ได้พิจารณาจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ดูทั้งบริเวณที่ต้องการดูแลและเป้าหมายของผู้รับบริการร่วมกัน

วิเคราะห์คุณภาพผิวก่อนวางแผนดูแล

คุณภาพผิวมีหลายองค์ประกอบ ทั้งความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ความแน่น และลักษณะเนื้อผิว การพิจารณาภาพรวมจึงช่วยให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่ด้านใด และควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดในการดูแล

วางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

เมื่อทราบปัญหาผิวและเป้าหมายแล้ว จึงนำข้อมูลมาประกอบการวางแผน เช่น ต้องการดูแลความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น หรือคุณภาพของเนื้อผิว รวมถึงพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อกำหนดแนวทางให้สอดคล้องกับลักษณะผิวของแต่ละคน

ติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิว

การดูแล Skin Quality ควรมองการเปลี่ยนแปลงของผิวในระยะต่อเนื่อง ไม่ได้พิจารณาเฉพาะช่วงหลังทำทันที การติดตามจึงช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวและใช้เป็นข้อมูลประกอบการดูแลในครั้งต่อไป โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ทีมแพทย์ดูแลตามแนวทางของคลินิก

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลตามแนวทางของคลินิก โดยทีมแพทย์นำข้อมูลเกี่ยวกับสภาพผิว ปัญหา และเป้าหมายของผู้รับบริการมาใช้ประกอบการวางแผน เพื่อให้แนวทางการดูแลมีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Laetigen

โปรแกรม Laetigen คืออะไร?

โปรแกรมนี้คือโปรแกรมที่ช่วยดูแล Skin Quality ที่ใช้ Type I Atelocollagen เป็นส่วนประกอบหลัก โดยเน้นดูแลคุณภาพผิวในด้านความแน่น ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น

เน้นดูแล Skin Quality โดยรวม ทั้งความแน่น ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน และความชุ่มชื้นของผิว รวมถึงริ้วรอยตื้นและลักษณะเนื้อผิวที่อาจดูไม่สม่ำเสมอ โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

แนวทางตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการทำ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะประมาณ 1 เดือนต่อครั้ง อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ประมาณ 1–2 สัปดาห์หลังทำ โดยระยะเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงและลักษณะผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน แต่ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว การดูแลผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

สามารถพิจารณาใช้ในบริเวณ ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอ และมือ โดยตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณที่ใช้ควรพิจารณาตามลักษณะผิวและความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ

หลังทำ อาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ ชั่วคราว บริเวณที่ฉีดได้ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าตุ่มดังกล่าวมักค่อย ๆ ยุบภายในประมาณ 1–3 ชั่วโมง ทั้งนี้ระยะเวลาที่ตุ่มยุบอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Laetigen เน้นการดูแล Skin Quality และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Collagen ขณะที่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีจุดประสงค์หลักเพื่อเติมเต็มหรือเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ ดังนั้นทั้งสองแนวทางจึงมีเป้าหมายในการดูแลแตกต่างกัน และควรเลือกให้สอดคล้องกับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ

Dr. Phatcha Khanasap Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์ 
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ