






ผิวเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม แต่งหน้าก็ไม่ค่อยเรียบ ความยืดหยุ่นลดลง และใบหน้าดูโทรมง่ายขึ้น ทั้งที่ดูแลผิวและเติมความชุ่มชื้นเป็นประจำ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ผิวแห้ง” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวและคุณภาพคอลลาเจนตามวัย โปรแกรม Laetigen จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแล Skin Quality โดยเน้นภาพรวมของผิว ทั้งความแน่น ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น โดยไม่มุ่งเน้นการเติมวอลลุ่มเพื่อเปลี่ยนรูปหน้า ทั้งนี้ ความเหมาะสมและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Laetigen คือโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวที่ใช้ Type I Atelocollagen เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมุ่งเน้น Skin Quality (คุณภาพผิว) ใน 3 ด้าน ได้แก่ Skin Density (ความหนาแน่นของผิว), Skin Elasticity (ความยืดหยุ่น) และ Skin Hydration (ความชุ่มชื้น) จึงเป็นแนวทางที่มองคุณภาพผิวในภาพรวม มากกว่าการดูแลเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
จุดสำคัญของโปรแกรม Laetigen คือการเน้นดูแลคุณภาพของผิวมากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าแบบสารเติมเต็ม โดยสามารถมองได้ว่าอยู่ในกลุ่มการดูแลเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลคุณภาพผิว ดังนั้น เป้าหมายของการดูแลจึงแตกต่างกันตามปัญหาที่ต้องการแก้ หากต้องการเน้นเรื่องคุณภาพผิวโดยรวม โปรแกรมนี้จะอยู่ในกลุ่มการดูแลที่ตอบโจทย์ลักษณะนี้ มากกว่าโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อเติมหรือปรับปริมาตรของใบหน้าโดยตรง
คำว่า Skin Quality ไม่ได้หมายถึงความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมองผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
หมายถึงลักษณะด้านความแน่นและความหนาแน่นของเนื้อผิว เมื่อโครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย ผิวอาจดูบางหรือไม่แน่นเหมือนเดิม การดูแลด้านนี้จึงเน้นภาพรวมของเนื้อผิวและความแน่นของผิว
หมายถึงความยืดหยุ่นและความสามารถของผิวในการคืนตัว เมื่อความยืดหยุ่นลดลง ผิวอาจดูไม่กระชับหรือเริ่มมีความหย่อนคล้อยมากขึ้น
หมายถึงระดับความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะผิวที่ดูเรียบเนียนและสดใส การดูแลด้านนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม
ส่วนประกอบหลักของโปรแกรม Laetigen คือ Type I Atelocollagen หรือคอลลาเจน Type I ที่ผ่านกระบวนการนำส่วนปลายของโมเลกุลที่เรียกว่า Telopeptide ออก
Collagen Type I เป็นคอลลาเจนชนิดสำคัญที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมถึงโครงสร้างของผิว การนำ Telopeptide ออกเป็นขั้นตอนหนึ่งในการผลิต Atelocollagen โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดบริเวณที่อาจเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
จุดนี้จึงเป็นคุณสมบัติของวัตถุดิบที่ทำให้ Atelocollagen Type I แตกต่างจากคอลลาเจนที่ยังคง Telopeptide ไว้ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวทางการดูแล Skin Quality ในโปรแกรมนี้
หลักการทำงานของโปรแกรม Laetigen คือการนำ Type I Atelocollagen เข้าสู่ชั้นผิว เพื่อดูแลสภาพของเนื้อผิวและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิว โดยไม่ได้มุ่งเพิ่มปริมาตรของใบหน้าเป็นหลัก
ภายในผิวมีเซลล์ที่เรียกว่า Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง Collagen และองค์ประกอบต่าง ๆ ของเนื้อเยื่อ ขณะเดียวกัน Extracellular Matrix หรือ ECM คือโครงสร้างรอบเซลล์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายชนิด รวมถึง Collagen และโปรตีนโครงสร้างอื่น ๆ
จึงสามารถอธิบายแนวคิดของการดูแลด้วยโปรแกรมนี้ได้ง่าย ๆ ว่า Atelocollagen มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อและองค์ประกอบของโครงสร้างผิว โดยแนวทางนี้จึงมุ่งเน้นการดูแล Skin Quality โดยรวม
นอกจากส่วนประกอบหลักแล้ว โปรแกรม Laetigen ยังมีรายละเอียดด้านกระบวนการผลิตและการออกแบบสูตรที่ใช้ประกอบการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ ได้แก่
ใช้ Type I Atelocollagen เป็นส่วนประกอบหลัก โดยผ่านกระบวนการกรอง 2 ขั้นตอนเพื่อให้ได้คอลลาเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง รายละเอียดนี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพของส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์
LTDP™ Technology เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต โดยมีการควบคุมอุณหภูมิในระดับต่ำเพื่อช่วยคงคุณสมบัติของ Collagen ระหว่างกระบวนการผลิต จึงเป็นรายละเอียดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
สูตรได้รับการออกแบบให้มีค่า pH ประมาณ 7.2–7.4 ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับสภาวะทางสรีรวิทยาของร่างกาย โดยค่า pH เป็นหนึ่งในรายละเอียดของสูตรที่ควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลผลิตภัณฑ์และแนวทางการใช้งาน
เป้าหมายของการดูแลครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ Skin Density, Skin Elasticity และ Skin Hydration ทำให้สามารถมองการดูแลคุณภาพผิวได้มากกว่าการเน้นความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว
โปรแกรมนี้จะเน้นการดูแล Skin Quality ในภาพรวม โดยให้ความสำคัญกับความแน่น ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นของผิว จึงสามารถนำมาพิจารณาในผู้ที่มีปัญหาผิวเปลี่ยนแปลงตามวัยหรือคุณภาพผิวลดลง เช่น
หมายเหตุ: โปรแกรมนี้ไม่ได้เน้นการเพิ่มวอลลุ่ม หากมีปัญหาร่องลึก การสูญเสียวอลลุ่ม หรืออยากปรับรูปหน้า ควรประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าเป็นรายบุคคล
โปรแกรม Laetigen อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม และเริ่มสังเกตว่าผิวมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
เนื่องจากโปรแกรมนี้เน้นการดูแล Skin Quality โดยรวม จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องวอลลุ่ม รูปหน้า หรือความหย่อนคล้อยเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
สามารถพิจารณาดูแลบริเวณที่มีปัญหาด้าน Skin Quality เช่น ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอ และหลังมือ โดยแต่ละบริเวณมีความหนาของผิว โครงสร้างเนื้อเยื่อ และข้อควรระวังแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันทุกตำแหน่ง
หมายเหตุ: ตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณที่ใช้ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคเฉพาะ
ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยา และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ เพื่อให้สามารถประเมินความเหมาะสมและวางแผนการทำได้อย่างเหมาะสม
หลังทำควรดูแลบริเวณที่ฉีดอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีรอยเข็มหรือตุ่มบริเวณผิว
แม้โปรแกรมในกลุ่ม Skin Quality และ Collagen Biostimulator จะมีเป้าหมายบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่ส่วนประกอบและแนวทางการดูแลแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
| โปรแกรม | สารสำคัญ | แนวทางการดูแล |
| โปรแกรม Laetigen | Type I Atelocollagen | ใช้คอลลาเจน Type I ที่ผ่านกระบวนการกำจัด Telopeptide ออกจากโครงสร้าง โดยเน้นการดูแลคุณภาพผิวและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Collagen |
| โปรแกรม Gouri | Liquid PCL | ใช้ PCL เป็นองค์ประกอบหลัก โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและดูแลคุณภาพผิว |
| โปรแกรม Gouri | PDLLA + HA | ใช้ PDLLA เป็นส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ร่วมกับ HA ที่ช่วยดูแลคุณภาพและความชุ่มชื้นของผิว |
| โปรแกรม Sculptra | PLLA | ใช้ PLLA เป็นองค์ประกอบหลัก โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย |
| โปรแกรม Rejuran | PN | ใช้ PN เป็นองค์ประกอบหลัก โดยเน้นการดูแลและฟื้นฟูคุณภาพผิว ซึ่งมีแนวทางแตกต่างจากกลุ่ม PCL, PLLA, PDLLA และ CaHA |
| โปรแกรม PCL+CMC | PCL+CMC | ใช้ PCL เป็นส่วนประกอบหลักร่วมกับ CMC ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารพา โดยเน้นการดูแลโครงสร้างผิวและการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน |
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยไม่ได้พิจารณาจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ดูทั้งบริเวณที่ต้องการดูแลและเป้าหมายของผู้รับบริการร่วมกัน
คุณภาพผิวมีหลายองค์ประกอบ ทั้งความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ความแน่น และลักษณะเนื้อผิว การพิจารณาภาพรวมจึงช่วยให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่ด้านใด และควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดในการดูแล
เมื่อทราบปัญหาผิวและเป้าหมายแล้ว จึงนำข้อมูลมาประกอบการวางแผน เช่น ต้องการดูแลความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น หรือคุณภาพของเนื้อผิว รวมถึงพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อกำหนดแนวทางให้สอดคล้องกับลักษณะผิวของแต่ละคน
การดูแล Skin Quality ควรมองการเปลี่ยนแปลงของผิวในระยะต่อเนื่อง ไม่ได้พิจารณาเฉพาะช่วงหลังทำทันที การติดตามจึงช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวและใช้เป็นข้อมูลประกอบการดูแลในครั้งต่อไป โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลตามแนวทางของคลินิก โดยทีมแพทย์นำข้อมูลเกี่ยวกับสภาพผิว ปัญหา และเป้าหมายของผู้รับบริการมาใช้ประกอบการวางแผน เพื่อให้แนวทางการดูแลมีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้คือโปรแกรมที่ช่วยดูแล Skin Quality ที่ใช้ Type I Atelocollagen เป็นส่วนประกอบหลัก โดยเน้นดูแลคุณภาพผิวในด้านความแน่น ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น
เน้นดูแล Skin Quality โดยรวม ทั้งความแน่น ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน และความชุ่มชื้นของผิว รวมถึงริ้วรอยตื้นและลักษณะเนื้อผิวที่อาจดูไม่สม่ำเสมอ โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
แนวทางตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการทำ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะประมาณ 1 เดือนต่อครั้ง อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ประมาณ 1–2 สัปดาห์หลังทำ โดยระยะเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงและลักษณะผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน แต่ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว การดูแลผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
สามารถพิจารณาใช้ในบริเวณ ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอ และมือ โดยตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณที่ใช้ควรพิจารณาตามลักษณะผิวและความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ
หลังทำ อาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ ชั่วคราว บริเวณที่ฉีดได้ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าตุ่มดังกล่าวมักค่อย ๆ ยุบภายในประมาณ 1–3 ชั่วโมง ทั้งนี้ระยะเวลาที่ตุ่มยุบอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
โปรแกรม Laetigen เน้นการดูแล Skin Quality และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Collagen ขณะที่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีจุดประสงค์หลักเพื่อเติมเต็มหรือเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ ดังนั้นทั้งสองแนวทางจึงมีเป้าหมายในการดูแลแตกต่างกัน และควรเลือกให้สอดคล้องกับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )




