






เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อย แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพผิว เช่น ความยืดหยุ่น ความกระชับ และความชุ่มชื้นที่ลดลง หลายคนจึงมองหาวิธีดูแลผิวที่ไม่ได้เน้นเพียงการเติมเต็มวอลลุ่ม แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวควบคู่ไปด้วย โปรแกรม Lenisna เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Hybrid Biostimulator ที่ผสานส่วนประกอบเพื่อดูแลผิวในอีกมิติหนึ่ง โดยเลือกใช้ตามการประเมินของแพทย์ให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวตามวัยอย่างเหมาะสม
โปรแกรม Lenisna คือ Hybrid Collagen Biostimulator จากประเทศเกาหลี ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิวในผลิตภัณฑ์เดียว โดยประกอบด้วย Poly D,L-Lactide (PDLLA) 170 มก. และ Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) 30 มก.
จุดเด่นของโปรแกรมนี้ คือการทำงานมากกว่าการเติมเต็มวอลลุ่ม แต่เป็นการสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวในระยะแรกหลังทำหัตถการ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตามวัย เช่น ผิวบางลง ความยืดหยุ่นลดลง ผิวขาดความกระชับ หรือคุณภาพผิวไม่ดีเหมือนเดิม
แนวทางการดูแลของโปรแกรมจึงไม่ได้เน้นเพียงให้ใบหน้าดูเต็มขึ้น แต่ช่วยดูแลทั้ง Skin Quality และ Skin Structure ไปพร้อมกัน เพื่อให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน และแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Lenisna อาศัยการทำงานร่วมกันของสารสำคัญ 2 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน
PDLLA (Poly D,L-Lactide) เป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้ในวงการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง และจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator
เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว PDLLA จะช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ ทำให้โครงสร้างใต้ผิวค่อย ๆ ได้รับการฟื้นฟู ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น มีความยืดหยุ่น และเรียบเนียนมากขึ้นตามระยะเวลา
Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) คือกรดไฮยาลูรอนิกที่ไม่ได้ผ่านการเชื่อมโมเลกุล จึงมีเนื้อสัมผัสบางเบา กระจายตัวได้ดี และช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในช่วงแรกหลังทำหัตถการ
นอกจากนี้ HA ยังช่วยให้อนุภาค PDLLA กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอภายในชั้นผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Collagen Biostimulation คือหลักการฟื้นฟูผิวที่เน้นการสนับสนุนให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ แทนการเพิ่มปริมาตรด้วยสารเติมเต็มเพียงอย่างเดียว
เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ผิวจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความแน่น ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน และความแข็งแรงของผิว ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
คำว่า Hybrid Biostimulator หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่รวมสารออกฤทธิ์มากกว่าหนึ่งชนิดไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อให้แต่ละส่วนทำงานเสริมกัน
ด้วยการทำงานร่วมกันของสารทั้ง 2 ชนิด จึงทำให้โปรแกรมนี้ดูแลได้ทั้งคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เน้นเพียงการเติมเต็มหรือเพิ่มความชุ่มชื้นเพียงด้านเดียว
เมื่อผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ความยืดหยุ่น ความกระชับ และความแข็งแรงของผิวก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ผิวดูบางลง ริ้วรอยเริ่มเห็นชัด และใบหน้าดูไม่สดใสเหมือนเดิม
โปรแกรมนี้เป็น Hybrid Collagen Biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาเหล่านี้ โดยช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในระยะแรกหลังทำหัตถการ จึงช่วยดูแลทั้งคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิวไปพร้อมกัน
เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามกลไกของผลิตภัณฑ์ ผิวโดยรวมมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ได้แก่
จุดเด่นของโปรแกรมจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติมเต็ม แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม เพื่อให้ผิวดูแข็งแรงและเป็นธรรมชาติ
การสร้างคอลลาเจนของร่างกายจะลดลงตามอายุ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน เช่น
นอกจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของวัย (Intrinsic Ageing) แล้ว ปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด รังสี UV มลภาวะ การสูบบุหรี่ ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็มีส่วนเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น
จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวในระยะยาว โดยเน้นการฟื้นฟูจากภายในมากกว่าการแก้ไขเฉพาะจุด ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรแกรม Lenisna เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการใช้งานทางการแพทย์ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยให้อนุภาคกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ และผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การทำหัตถการควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
คือเทคโนโลยีการผลิตโครงสร้างอนุภาคที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเฉพาะของโปรแกรม Lenisna โดยออกแบบให้อณู PDLLA มีลักษณะเป็นทรงกลมและมีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ ซึ่งช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอภายในชั้นผิว ลดความเสี่ยงในการจับตัวเป็นก้อน ทั้งยังมีความเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อของร่างกาย (Biocompatibility)
ได้รับการรับรองจาก Korea Food & Drug Administration (KFDA) และผ่านการขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย ก่อนนำมาใช้ทางการแพทย์ โดยส่วนประกอบหลักได้รับการออกแบบให้สามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการทางชีวภาพของร่างกาย
ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hybrid Collagen Biostimulator สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และการประเมินของแพทย์ โดยจุดประสงค์หลักคือการฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิว มากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มเพียงอย่างเดียว
| บริเวณ | จุดประสงค์ในการดูแล |
| แก้ม | ดูแลผิวที่สูญเสียความกระชับ ช่วยให้ผิวดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น |
| ร่องแก้ม | สนับสนุนโครงสร้างใต้ผิวในผู้ที่มีผิวบางหรือเริ่มยุบตัวตามวัย |
| กรอบหน้า | ช่วยดูแลความกระชับของผิวและความคมชัดของกรอบหน้า |
| ขมับ | เหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียวอลลุ่มร่วมกับคุณภาพผิวลดลง โดยแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล |
| ลำคอ | ช่วยดูแลผิวที่ขาดความยืดหยุ่น ผิวดูบาง หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ |
| หลังมือ | ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น |
แม้ว่าโปรแกรมนี้จะสามารถใช้ดูแลผิวได้หลากหลายตำแหน่ง แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับทุกบริเวณของใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่มีผิวบางมาก หรือบริเวณที่ต้องการปรับโครงสร้างรูปร่างอย่างชัดเจน
บริเวณที่ไม่แนะนำให้ฉีด หรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:
เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มักเหมาะกับสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความยืดหยุ่นและขึ้นรูปได้ดีกว่า การเลือกแนวทางการรักษาจึงควรพิจารณาจากสาเหตุของปัญหา และอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
แม้ว่าทั้งสองหัตถการจะเป็นการฉีดเพื่อดูแลผิวและใบหน้า แต่มีหลักการทำงานและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
หากปัญหาหลักคือ การสูญเสียวอลลุ่มเฉพาะจุด เช่น ร่องลึก ขมับตอบ หรือคางสั้น สารเติมเต็ม HA มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากปัญหาเกิดจาก คุณภาพผิวและโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนแปลงตามวัย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอาจตอบโจทย์ได้มากกว่า
| หัวข้อ | โปรแกรม Lenisna | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA |
| จุดเด่น | ฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิว | เติมเต็มวอลลุ่มและปรับสัดส่วนใบหน้า |
| กลไกการทำงาน | สนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ | เติมเต็มด้วย Hyaluronic Acid |
| ลักษณะผลลัพธ์ | ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน | เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำหัตถการ |
| เหมาะกับ | ผิวขาดความกระชับ ผิวบาง คุณภาพผิวลดลง | ร่องลึก ใบหน้าตอบ หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม |
| เป้าหมายการรักษา | เน้น Skin Quality และ Skin Structure | เน้น Volume Restoration และ Facial Contouring |
ทั้งนี้ ในหลายกรณีแพทย์อาจวางแผนการรักษาโดยใช้ทั้งโปรแกรม Lenisna และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA ร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและการปรับสมดุลของใบหน้าอย่างเหมาะสม
หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยคือ โปรแกรม Lenisna กับโปรแกรม Juvelook ต่างกันอย่างไร? เนื่องจากทั้งสองผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator และใช้ PDLLA เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน
| หัวข้อ | โปรแกรม Lenisna | โปรแกรม Juvelook |
| ส่วนประกอบ | PDLLA + Non-crosslinked HA | PDLLA + Non-crosslinked HA |
| จุดเด่น | เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิวในบริเวณที่กว้าง | เน้นดูแลผิวบริเวณที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หลุมสิว และผิวละเอียด |
| ขนาดอนุภาค PDLLA | อนุภาคมีขนาดใหญ่กว่า เหมาะกับการดูแลโครงสร้างผิว | อนุภาคขนาดเล็กกว่า เหมาะกับผิวชั้นตื้น |
| บริเวณที่นิยมใช้ | แก้ม กรอบหน้า ขมับ ลำคอ หลังมือ | ใต้ตา ร่องแก้มตื้น หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ |
| เหมาะกับผู้ที่ | ต้องการดูแลผิวที่สูญเสียความกระชับหรือโครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย | ต้องการฟื้นฟูผิวละเอียด ผิวไม่เรียบเนียน หรือหลุมสิว |
แม้ว่าทั้งสองผลิตภัณฑ์จะใช้หลักการ Collagen Biostimulation เหมือนกัน แต่การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการรักษา ลักษณะปัญหาผิว และเป้าหมายของผลลัพธ์
สำหรับบางราย แพทย์อาจวางแผนใช้ทั้งสองผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งโครงสร้างผิวและรายละเอียดของผิวในแต่ละบริเวณอย่างเหมาะสม
การเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละคนไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน บางคนเริ่มสังเกตว่าผิวดูไม่กระชับตั้งแต่อายุ 30 ปี ขณะที่บางคนอาจเริ่มมีปัญหาชัดเจนในช่วงอายุ 40-50 ปี ดังนั้น การเลือกแนวทางดูแลจึงไม่ควรอ้างอิงจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก คุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และสาเหตุของปัญหา ร่วมกัน
โดยทั่วไป ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hybrid Collagen Biostimulator มักเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
เป็นช่วงวัยที่การสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลง แม้ใบหน้ายังไม่มีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยชัดเจน แต่คุณภาพผิวอาจเริ่มเปลี่ยนแปลง การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยวางรากฐานให้ผิวดูแข็งแรงในระยะยาว
หากรู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์มเหมือนเดิม ผิวดูบางลง หรือใบหน้าเริ่มสูญเสียความสดใส การฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วย Collagen Biostimulator สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลสาเหตุของปัญหา ไม่ใช่เพียงลักษณะที่มองเห็นจากภายนอก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมเสริมให้ผิวดูสุขภาพดีในภาพรวม โดยไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่มวอลลุ่มเป็นหลัก
เมื่อคอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ผิวอาจดูบางและสูญเสียความแข็งแรง การดูแลด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างผิวในระยะยาว
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA มีบทบาทในการเติมเต็มและปรับสัดส่วนใบหน้า ขณะที่โปรแกรม Lenisna เน้นการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างผิว ทั้งสองแนวทางสามารถวางแผนร่วมกันได้ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้การดูแลตอบโจทย์ทั้งเรื่องวอลลุ่มและคุณภาพผิวอย่างสมดุล
การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำหัตถการ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม และช่วยลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีด
ก่อนรับบริการควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ได้แก่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเหมาะสม วางแผนการรักษา และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
หลังการรักษา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม เช่น
การดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม รวมถึงการมาติดตามผลตามนัด จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงของผิวและปรับแผนการรักษาให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม
การดูแลผิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในโครงสร้างผิว กายวิภาคของใบหน้า และลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล เพราะการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในแต่ละช่วงวัยมีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งคุณภาพผิว ความยืดหยุ่น ปริมาณคอลลาเจนที่ลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวใต้ผิวหนัง
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำหัตถการ โดยแพทย์จะวิเคราะห์ภาพรวมของใบหน้าและคุณภาพผิว เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ตั้งแต่การเลือกบริเวณที่ต้องการดูแล เทคนิคที่ใช้ ไปจนถึงแนวทางการดูแลหลังรับบริการ
ก่อนการทำหัตถการ แพทย์จะประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับใบหน้าโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นลักษณะผิว ความยืดหยุ่น ชั้นผิว ตำแหน่งที่ต้องการดูแล รวมถึงความต้องการของผู้เข้ารับบริการ
เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละคนมีสาเหตุแตกต่างกัน บางรายอาจมีความกังวลเรื่องคุณภาพผิว บางรายอาจต้องการดูแลความเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย การประเมินอย่างละเอียดจึงช่วยให้สามารถวางแนวทางการดูแลได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
ใบหน้าแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกันทั้งในด้านโครงสร้าง ชั้นผิว และการเปลี่ยนแปลงตามวัย การทำหัตถการจึงจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดเฉพาะตำแหน่ง
แพทย์จะวางแผนเทคนิคให้สอดคล้องกับบริเวณที่ต้องการดูแล โดยอาศัยความเข้าใจด้านกายวิภาคของใบหน้า เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามหลักทางการแพทย์และเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
การดูแลผิวต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ และทักษะด้านเทคนิคการทำหัตถการ เพื่อให้สามารถวางแผนตำแหน่งและแนวทางการดูแลได้อย่างเหมาะสม
ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคนิคการฉีดและการใช้งานผลิตภัณฑ์ตามหลักวิชาการ พร้อมให้ความสำคัญกับการประเมินชั้นผิว ตำแหน่งการดูแล และลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคลก่อนทำหัตถการ
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลที่เป็นระบบ ตั้งแต่การซักประวัติ การประเมินโดยแพทย์ การวางแผนหัตถการ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำหลังรับบริการ
ทุกขั้นตอนมีแนวทางการดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับตัวเอง
การทำหัตถการด้วยกลุ่ม Collagen Biostimulator ไม่ใช่เพียงการเลือกผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความรู้ด้านโครงสร้างผิว เทคนิคทางการแพทย์ และการประเมินเฉพาะบุคคล
Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนก่อนทำหัตถการ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสม อธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และให้คำแนะนำในการดูแลหลังรับบริการ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเข้าใจแนวทางการดูแลอย่างครบถ้วน
แนวทางของ Rassapoom Clinic คือการดูแลผิวโดยคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้าและลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล ไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างผิวอย่างเหมาะสมตามความต้องการของแต่ละคน
สรุปแล้ว โปรแกรมนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว โดยแนวทางการดูแลจะพิจารณาจากปัญหาผิว อายุ และลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล การเลือกใช้จึงควรผ่านการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนตำแหน่ง เทคนิค และแนวทางการดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน
โปรแกรม Lenisna ไม่ใช่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA แต่เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hybrid Collagen Biostimulator
ความแตกต่างหลักอยู่ที่กลไกการทำงาน โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA มีหน้าที่หลักในการเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร เช่น ร่องลึก ขมับตอบ หรือการปรับสัดส่วนบางตำแหน่ง
ขณะที่ Hybrid Collagen Biostimulator ใช้หลักการ Collagen Biostimulation โดยอาศัยคุณสมบัติของ PDLLA ในการสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ พร้อมมี Non-crosslinked HA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
ดังนั้น จุดประสงค์ของทั้งสองวิธีจึงแตกต่างกัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA เน้นการเติมเต็ม ส่วนโปรแกรม Lenisna เน้นการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว
ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือระบมเล็กน้อยได้ แต่ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ก่อนทำ แพทย์จะมีการเตรียมผิวและใช้เทคนิคเพื่อลดความไม่สบายระหว่างการรักษา รวมถึงพิจารณาตำแหน่งและวิธีการฉีดให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ
หลังทำอาจพบอาการที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ เช่น บวม แดง หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราว ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และติดต่อคลินิกหากมีอาการผิดปกติ
ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและปัจจัยเฉพาะบุคคล
เนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ไม่ได้ทำงานด้วยการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงจึงค่อย ๆ เกิดขึ้นตามช่วงเวลา ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาของผลลัพธ์ ได้แก่
โดยทั่วไปไม่ใช่ตำแหน่งหลักสำหรับการรักษาใต้ตา และต้องประเมินเป็นรายบุคคล
บริเวณใต้ตามีโครงสร้างผิวที่บางและละเอียด การเลือกหัตถการจึงต้องพิจารณาจากสาเหตุของปัญหาเป็นหลัก เช่น
ดังนั้น ไม่ใช่ทุกปัญหาใต้ตาจะเหมาะกับการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวก่อนเลือกแนวทางรักษา
สามารถใช้ร่วมกันได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนตามปัญหาของแต่ละบุคคล เนื่องจากทั้งสองวิธีมีเป้าหมายแตกต่างกัน
ในผู้ที่มีทั้งปัญหาวอลลุ่มลดลงและคุณภาพผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย การวางแผนร่วมกันอาจช่วยให้การดูแลครอบคลุมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ลำดับขั้นตอน ตำแหน่ง และระยะเวลาที่เหมาะสม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
จำนวนครั้งในการฉีดโปรแกรม Lenisna ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์อาจพิจารณาแนะนำประมาณ 3 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้เหมาะกับกระบวนการทำงานของ Collagen Biostimulation

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69355 )




