โปรแกรม Lenisna คืออะไร? รู้จัก Hybrid Biostimulator เทคโนโลยีดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อย แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพผิว เช่น ความยืดหยุ่น ความกระชับ และความชุ่มชื้นที่ลดลง หลายคนจึงมองหาวิธีดูแลผิวที่ไม่ได้เน้นเพียงการเติมเต็มวอลลุ่ม แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวควบคู่ไปด้วย โปรแกรม Lenisna เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Hybrid Biostimulator ที่ผสานส่วนประกอบเพื่อดูแลผิวในอีกมิติหนึ่ง โดยเลือกใช้ตามการประเมินของแพทย์ให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวตามวัยอย่างเหมาะสม

โปรแกรม Lenisna คืออะไร?

โปรแกรม Lenisna คือ Hybrid Collagen Biostimulator จากประเทศเกาหลี ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิวในผลิตภัณฑ์เดียว โดยประกอบด้วย Poly D,L-Lactide (PDLLA) 170 มก. และ Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) 30 มก.

จุดเด่นของโปรแกรมนี้ คือการทำงานมากกว่าการเติมเต็มวอลลุ่ม แต่เป็นการสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวในระยะแรกหลังทำหัตถการ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตามวัย เช่น ผิวบางลง ความยืดหยุ่นลดลง ผิวขาดความกระชับ หรือคุณภาพผิวไม่ดีเหมือนเดิม

แนวทางการดูแลของโปรแกรมจึงไม่ได้เน้นเพียงให้ใบหน้าดูเต็มขึ้น แต่ช่วยดูแลทั้ง Skin Quality และ Skin Structure ไปพร้อมกัน เพื่อให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน และแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

โปรแกรม Lenisna ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Lenisna อาศัยการทำงานร่วมกันของสารสำคัญ 2 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน

PDLLA คืออะไร?

PDLLA (Poly D,L-Lactide) เป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้ในวงการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง และจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator

เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว PDLLA จะช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ ทำให้โครงสร้างใต้ผิวค่อย ๆ ได้รับการฟื้นฟู ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น มีความยืดหยุ่น และเรียบเนียนมากขึ้นตามระยะเวลา

Non-crosslinked Hyaluronic Acid คืออะไร?

Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) คือกรดไฮยาลูรอนิกที่ไม่ได้ผ่านการเชื่อมโมเลกุล จึงมีเนื้อสัมผัสบางเบา กระจายตัวได้ดี และช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในช่วงแรกหลังทำหัตถการ

นอกจากนี้ HA ยังช่วยให้อนุภาค PDLLA กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอภายในชั้นผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Collagen Biostimulation คืออะไร?

Collagen Biostimulation คือหลักการฟื้นฟูผิวที่เน้นการสนับสนุนให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ แทนการเพิ่มปริมาตรด้วยสารเติมเต็มเพียงอย่างเดียว

เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ผิวจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความแน่น ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน และความแข็งแรงของผิว ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ทำไมโปรแกรม Lenisna จึงเรียกว่า Hybrid Biostimulator?

คำว่า Hybrid Biostimulator หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่รวมสารออกฤทธิ์มากกว่าหนึ่งชนิดไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อให้แต่ละส่วนทำงานเสริมกัน

  • PDLLA ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างใต้ผิว
  • Non-crosslinked HA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้อนุภาค PDLLA กระจายตัวได้อย่างทั่วถึงภายในชั้นผิว

ด้วยการทำงานร่วมกันของสารทั้ง 2 ชนิด จึงทำให้โปรแกรมนี้ดูแลได้ทั้งคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เน้นเพียงการเติมเต็มหรือเพิ่มความชุ่มชื้นเพียงด้านเดียว

โปรแกรม Lenisna ช่วยเรื่องอะไร?

เมื่อผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ความยืดหยุ่น ความกระชับ และความแข็งแรงของผิวก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ผิวดูบางลง ริ้วรอยเริ่มเห็นชัด และใบหน้าดูไม่สดใสเหมือนเดิม

โปรแกรมนี้เป็น Hybrid Collagen Biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาเหล่านี้ โดยช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในระยะแรกหลังทำหัตถการ จึงช่วยดูแลทั้งคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิวไปพร้อมกัน

ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality)

เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามกลไกของผลิตภัณฑ์ ผิวโดยรวมมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ได้แก่

  • เพิ่มความยืดหยุ่น: ให้กลับมารู้สึกยืดหยุ่น ไม่ย้วยหรือบางง่าย
  • เสริมความกระชับ: ช่วยให้ที่เริ่มหย่อนคล้อยดูเฟิร์มขึ้น
  • ปรับให้เรียบเนียน: ให้สัมผัสที่ละเอียดและดูสุขภาพดี
  • ปรับพื้นให้สม่ำเสมอ: ช่วยให้โดยรวมแลดูเรียบเนียนเสมอกัน
  • เติมความอิ่มน้ำในระยะแรก: ด้วยคุณสมบัติของ Non-crosslinked HA ที่ช่วยโอบอุ้มความชุ่มชื้น

จุดเด่นของโปรแกรมจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติมเต็ม แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม เพื่อให้ผิวดูแข็งแรงและเป็นธรรมชาติ

ช่วยดูแลผิวที่เปลี่ยนแปลงตามวัย (Ageing Process)

การสร้างคอลลาเจนของร่างกายจะลดลงตามอายุ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน เช่น

  • ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
  • ผิวดูบางลง
  • ความกระชับลดลง
  • ริ้วรอยเริ่มเห็นชัด
  • ผิวดูไม่แข็งแรงเหมือนเดิม

นอกจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของวัย (Intrinsic Ageing) แล้ว ปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด รังสี UV มลภาวะ การสูบบุหรี่ ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็มีส่วนเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น

จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวในระยะยาว โดยเน้นการฟื้นฟูจากภายในมากกว่าการแก้ไขเฉพาะจุด ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Lenisna ได้รับการรับรองมาตรฐานอะไรบ้าง? 

โปรแกรม Lenisna เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการใช้งานทางการแพทย์ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยให้อนุภาคกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ และผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การทำหัตถการควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เทคโนโลยี Spherical and Foamy Shape คืออะไร?

คือเทคโนโลยีการผลิตโครงสร้างอนุภาคที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเฉพาะของโปรแกรม Lenisna โดยออกแบบให้อณู PDLLA มีลักษณะเป็นทรงกลมและมีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ ซึ่งช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอภายในชั้นผิว ลดความเสี่ยงในการจับตัวเป็นก้อน ทั้งยังมีความเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อของร่างกาย (Biocompatibility)  

โปรแกรมนี้ผ่านการรับรองจากหน่วยงานใดบ้าง? 

ได้รับการรับรองจาก Korea Food & Drug Administration (KFDA) และผ่านการขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย ก่อนนำมาใช้ทางการแพทย์ โดยส่วนประกอบหลักได้รับการออกแบบให้สามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการทางชีวภาพของร่างกาย

สามารถฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hybrid Collagen Biostimulator สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และการประเมินของแพทย์ โดยจุดประสงค์หลักคือการฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิว มากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มเพียงอย่างเดียว

บริเวณจุดประสงค์ในการดูแล
แก้มดูแลผิวที่สูญเสียความกระชับ ช่วยให้ผิวดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น
ร่องแก้มสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิวในผู้ที่มีผิวบางหรือเริ่มยุบตัวตามวัย
กรอบหน้าช่วยดูแลความกระชับของผิวและความคมชัดของกรอบหน้า
ขมับเหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียวอลลุ่มร่วมกับคุณภาพผิวลดลง โดยแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
ลำคอช่วยดูแลผิวที่ขาดความยืดหยุ่น ผิวดูบาง หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ
หลังมือช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

บริเวณที่ไม่แนะนำให้ฉีดด้วยโปรแกรม Lenisna มีที่ไหนบ้าง?

แม้ว่าโปรแกรมนี้จะสามารถใช้ดูแลผิวได้หลากหลายตำแหน่ง แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับทุกบริเวณของใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่มีผิวบางมาก หรือบริเวณที่ต้องการปรับโครงสร้างรูปร่างอย่างชัดเจน

บริเวณที่ไม่แนะนำให้ฉีด หรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ริมฝีปาก: เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่ออ่อนที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และต้องการความละเอียดสูง
  • ใต้ตาบริเวณที่มีผิวบางมาก: เพราะโครงสร้างผิวชั้นตื้น อาจทำให้เห็นการกระจายตัวของยาได้ยากกว่าปกติ
  • ปลายจมูก: เป็นตำแหน่งที่มีพื้นที่จำกัดและมีความเสี่ยงเรื่องหลอดเลือด
  • คาง (กรณีต้องการปรับรูปทรง): หากต้องการเสริมมิติหรือปั้นทรงให้ยาวขึ้นอย่างชัดเจน สารเติมเต็มกลุ่มโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA จะตอบโจทย์มากกว่า

เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มักเหมาะกับสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความยืดหยุ่นและขึ้นรูปได้ดีกว่า การเลือกแนวทางการรักษาจึงควรพิจารณาจากสาเหตุของปัญหา และอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

โปรแกรม Lenisna ต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA อย่างไร?

แม้ว่าทั้งสองหัตถการจะเป็นการฉีดเพื่อดูแลผิวและใบหน้า แต่มีหลักการทำงานและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

หากปัญหาหลักคือ การสูญเสียวอลลุ่มเฉพาะจุด เช่น ร่องลึก ขมับตอบ หรือคางสั้น สารเติมเต็ม HA มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากปัญหาเกิดจาก คุณภาพผิวและโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนแปลงตามวัย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอาจตอบโจทย์ได้มากกว่า

หัวข้อโปรแกรม Lenisna โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA 
จุดเด่นฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิวเติมเต็มวอลลุ่มและปรับสัดส่วนใบหน้า
กลไกการทำงานสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์เติมเต็มด้วย Hyaluronic Acid
ลักษณะผลลัพธ์ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำหัตถการ
เหมาะกับผิวขาดความกระชับ ผิวบาง คุณภาพผิวลดลงร่องลึก ใบหน้าตอบ หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม
เป้าหมายการรักษาเน้น Skin Quality และ Skin Structureเน้น Volume Restoration และ Facial Contouring

ทั้งนี้ ในหลายกรณีแพทย์อาจวางแผนการรักษาโดยใช้ทั้งโปรแกรม Lenisna และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA ร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและการปรับสมดุลของใบหน้าอย่างเหมาะสม

โปรแกรม Lenisna ต่างจากโปรแกรม Juvelook อย่างไร?

หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยคือ โปรแกรม Lenisna กับโปรแกรม Juvelook ต่างกันอย่างไร? เนื่องจากทั้งสองผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator และใช้ PDLLA เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

หัวข้อโปรแกรม Lenisna โปรแกรม Juvelook
ส่วนประกอบPDLLA + Non-crosslinked HAPDLLA + Non-crosslinked HA
จุดเด่นเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิวในบริเวณที่กว้างเน้นดูแลผิวบริเวณที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หลุมสิว และผิวละเอียด
ขนาดอนุภาค PDLLAอนุภาคมีขนาดใหญ่กว่า เหมาะกับการดูแลโครงสร้างผิวอนุภาคขนาดเล็กกว่า เหมาะกับผิวชั้นตื้น
บริเวณที่นิยมใช้แก้ม กรอบหน้า ขมับ ลำคอ หลังมือใต้ตา ร่องแก้มตื้น หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ
เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่สูญเสียความกระชับหรือโครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลงตามวัยต้องการฟื้นฟูผิวละเอียด ผิวไม่เรียบเนียน หรือหลุมสิว

แม้ว่าทั้งสองผลิตภัณฑ์จะใช้หลักการ Collagen Biostimulation เหมือนกัน แต่การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการรักษา ลักษณะปัญหาผิว และเป้าหมายของผลลัพธ์

สำหรับบางราย แพทย์อาจวางแผนใช้ทั้งสองผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งโครงสร้างผิวและรายละเอียดของผิวในแต่ละบริเวณอย่างเหมาะสม

โปรแกรม Lenisna เหมาะกับใคร?

การเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละคนไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน บางคนเริ่มสังเกตว่าผิวดูไม่กระชับตั้งแต่อายุ 30 ปี ขณะที่บางคนอาจเริ่มมีปัญหาชัดเจนในช่วงอายุ 40-50 ปี ดังนั้น การเลือกแนวทางดูแลจึงไม่ควรอ้างอิงจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก คุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และสาเหตุของปัญหา ร่วมกัน

โดยทั่วไป ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hybrid Collagen Biostimulator มักเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

ผู้ที่มีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป

เป็นช่วงวัยที่การสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลง แม้ใบหน้ายังไม่มีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยชัดเจน แต่คุณภาพผิวอาจเริ่มเปลี่ยนแปลง การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยวางรากฐานให้ผิวดูแข็งแรงในระยะยาว

ผู้ที่ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่นและความแน่นกระชับ

หากรู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์มเหมือนเดิม ผิวดูบางลง หรือใบหน้าเริ่มสูญเสียความสดใส การฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วย Collagen Biostimulator สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลสาเหตุของปัญหา ไม่ใช่เพียงลักษณะที่มองเห็นจากภายนอก

ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมเสริมให้ผิวดูสุขภาพดีในภาพรวม โดยไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่มวอลลุ่มเป็นหลัก

ผู้ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย

เมื่อคอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ผิวอาจดูบางและสูญเสียความแข็งแรง การดูแลด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างผิวในระยะยาว

ผู้ที่เคยทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA และต้องการดูแลคุณภาพผิวเพิ่มเติม

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA มีบทบาทในการเติมเต็มและปรับสัดส่วนใบหน้า ขณะที่โปรแกรม Lenisna เน้นการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างผิว ทั้งสองแนวทางสามารถวางแผนร่วมกันได้ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้การดูแลตอบโจทย์ทั้งเรื่องวอลลุ่มและคุณภาพผิวอย่างสมดุล

มีข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังทำหรือไม่?

การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำหัตถการ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม และช่วยลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีด

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

ก่อนรับบริการควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ได้แก่

  • โรคประจำตัวหรือภาวะทางสุขภาพที่กำลังรักษา
  • ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์
  • ประวัติการฉีดสารเติมเต็มหรือหัตถการอื่นบริเวณเดียวกัน
  • ยา วิตามิน หรืออาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะยาที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • หากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนจะมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตร ต้องแจ้งทันที (เคสนี้แพทย์อาจจะแนะนำให้เลี่ยงไปก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อผู้รับบริการ) 

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเหมาะสม วางแผนการรักษา และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

การดูแลหลังเข้ารับบริการ

หลังการรักษา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม เช่น

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลบริเวณที่ทำการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีด หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ
  • หากมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกตึงเล็กน้อยในช่วงแรก สามารถสังเกตอาการได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวซีด หรืออาการที่กังวล ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที
  • เข้ารับการติดตามผลตามวันนัด เพื่อประเมินการตอบสนองของผิวและวางแผนการดูแลในระยะต่อไป

การดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม รวมถึงการมาติดตามผลตามนัด จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงของผิวและปรับแผนการรักษาให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม

ทำไมการดูแลผิวด้วยโปรแกรม Lenisna ที่ Rassapoom Clinic จึงแตกต่าง?

การดูแลผิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในโครงสร้างผิว กายวิภาคของใบหน้า และลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล เพราะการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในแต่ละช่วงวัยมีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งคุณภาพผิว ความยืดหยุ่น ปริมาณคอลลาเจนที่ลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวใต้ผิวหนัง

ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำหัตถการ โดยแพทย์จะวิเคราะห์ภาพรวมของใบหน้าและคุณภาพผิว เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ตั้งแต่การเลือกบริเวณที่ต้องการดูแล เทคนิคที่ใช้ ไปจนถึงแนวทางการดูแลหลังรับบริการ

ประเมินโครงสร้างผิวก่อนวางแผนการดูแล

ก่อนการทำหัตถการ แพทย์จะประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับใบหน้าโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นลักษณะผิว ความยืดหยุ่น ชั้นผิว ตำแหน่งที่ต้องการดูแล รวมถึงความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละคนมีสาเหตุแตกต่างกัน บางรายอาจมีความกังวลเรื่องคุณภาพผิว บางรายอาจต้องการดูแลความเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย การประเมินอย่างละเอียดจึงช่วยให้สามารถวางแนวทางการดูแลได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

เลือกเทคนิคให้เหมาะกับตำแหน่งและสภาพผิว

ใบหน้าแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกันทั้งในด้านโครงสร้าง ชั้นผิว และการเปลี่ยนแปลงตามวัย การทำหัตถการจึงจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดเฉพาะตำแหน่ง

แพทย์จะวางแผนเทคนิคให้สอดคล้องกับบริเวณที่ต้องการดูแล โดยอาศัยความเข้าใจด้านกายวิภาคของใบหน้า เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามหลักทางการแพทย์และเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

แพทย์ผ่านการฝึกอบรมด้านเทคนิคการฉีดและผลิตภัณฑ์

การดูแลผิวต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ และทักษะด้านเทคนิคการทำหัตถการ เพื่อให้สามารถวางแผนตำแหน่งและแนวทางการดูแลได้อย่างเหมาะสม

ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคนิคการฉีดและการใช้งานผลิตภัณฑ์ตามหลักวิชาการ พร้อมให้ความสำคัญกับการประเมินชั้นผิว ตำแหน่งการดูแล และลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคลก่อนทำหัตถการ

ดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกันทุกขั้นตอน

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลที่เป็นระบบ ตั้งแต่การซักประวัติ การประเมินโดยแพทย์ การวางแผนหัตถการ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำหลังรับบริการ

ทุกขั้นตอนมีแนวทางการดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับตัวเอง

ใส่ใจความปลอดภัยและการดูแลอย่างเหมาะสม

การทำหัตถการด้วยกลุ่ม Collagen Biostimulator ไม่ใช่เพียงการเลือกผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความรู้ด้านโครงสร้างผิว เทคนิคทางการแพทย์ และการประเมินเฉพาะบุคคล

Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนก่อนทำหัตถการ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสม อธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และให้คำแนะนำในการดูแลหลังรับบริการ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเข้าใจแนวทางการดูแลอย่างครบถ้วน

มุ่งเน้นความสมดุลของใบหน้าและคุณภาพผิว

แนวทางของ Rassapoom Clinic คือการดูแลผิวโดยคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้าและลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล ไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างผิวอย่างเหมาะสมตามความต้องการของแต่ละคน

สรุปแล้ว โปรแกรมนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว โดยแนวทางการดูแลจะพิจารณาจากปัญหาผิว อายุ และลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล การเลือกใช้จึงควรผ่านการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนตำแหน่ง เทคนิค และแนวทางการดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Lenisna

โปรแกรม Lenisna เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือไม่?

โปรแกรม Lenisna ไม่ใช่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA แต่เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hybrid Collagen Biostimulator

ความแตกต่างหลักอยู่ที่กลไกการทำงาน โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA มีหน้าที่หลักในการเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร เช่น ร่องลึก ขมับตอบ หรือการปรับสัดส่วนบางตำแหน่ง

ขณะที่ Hybrid Collagen Biostimulator ใช้หลักการ Collagen Biostimulation โดยอาศัยคุณสมบัติของ PDLLA ในการสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของผลิตภัณฑ์ พร้อมมี Non-crosslinked HA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

ดังนั้น จุดประสงค์ของทั้งสองวิธีจึงแตกต่างกัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA เน้นการเติมเต็ม ส่วนโปรแกรม Lenisna เน้นการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างใต้ผิว

ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือระบมเล็กน้อยได้ แต่ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ก่อนทำ แพทย์จะมีการเตรียมผิวและใช้เทคนิคเพื่อลดความไม่สบายระหว่างการรักษา รวมถึงพิจารณาตำแหน่งและวิธีการฉีดให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ

หลังทำอาจพบอาการที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ เช่น บวม แดง หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราว ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และติดต่อคลินิกหากมีอาการผิดปกติ

ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและปัจจัยเฉพาะบุคคล

เนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ไม่ได้ทำงานด้วยการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงจึงค่อย ๆ เกิดขึ้นตามช่วงเวลา ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาของผลลัพธ์ ได้แก่

  • อายุและการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
  • คุณภาพผิวเดิม
  • ตำแหน่งที่ทำการรักษา
  • ปริมาณผลิตภัณฑ์และแผนการรักษา
  • การดูแลผิวหลังทำ

โดยทั่วไปไม่ใช่ตำแหน่งหลักสำหรับการรักษาใต้ตา และต้องประเมินเป็นรายบุคคล

บริเวณใต้ตามีโครงสร้างผิวที่บางและละเอียด การเลือกหัตถการจึงต้องพิจารณาจากสาเหตุของปัญหาเป็นหลัก เช่น

  • ใต้ตาลึกจากการสูญเสียวอลลุ่ม อาจเหมาะกับสารเติมเต็ม HA
  • ผิวใต้ตาบาง ขาดความชุ่มชื้น หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ อาจพิจารณาหัตถการฟื้นฟูคุณภาพผิวอื่นตามความเหมาะสม

ดังนั้น ไม่ใช่ทุกปัญหาใต้ตาจะเหมาะกับการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวก่อนเลือกแนวทางรักษา

สามารถใช้ร่วมกันได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนตามปัญหาของแต่ละบุคคล เนื่องจากทั้งสองวิธีมีเป้าหมายแตกต่างกัน

  • โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA เน้นเติมเต็มวอลลุ่มและปรับสมดุลของใบหน้า
  • โปรแกรม Lenisna เน้นดูแลคุณภาพผิวและสนับสนุนโครงสร้างใต้ผิว

ในผู้ที่มีทั้งปัญหาวอลลุ่มลดลงและคุณภาพผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย การวางแผนร่วมกันอาจช่วยให้การดูแลครอบคลุมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ลำดับขั้นตอน ตำแหน่ง และระยะเวลาที่เหมาะสม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

จำนวนครั้งในการฉีดโปรแกรม Lenisna ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์อาจพิจารณาแนะนำประมาณ 3 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้เหมาะกับกระบวนการทำงานของ Collagen Biostimulation

Dr. Patcharee Phongsarikorn Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69355 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ