






โปรแกรม Juvederm Volite ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับ “Skin Quality” หรือการดูแลคุณภาพผิวจากภายใน เพราะแม้จะบำรุงผิวด้วยสกินแคร์เป็นประจำ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือผิวต้องเผชิญกับแสงแดด มลภาวะ และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ความชุ่มชื้นของผิวก็อาจลดลง จนทำให้ผิวดูแห้ง แต่งหน้าไม่ติด และขาดความสดใส
แล้วอะไรคือจุดเด่นของโปรแกรมนี้ที่ทำให้หลายคนเลือกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลคุณภาพผิว?
โปรแกรม Juvederm Volite คือโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวด้วยฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Juvederm ของ Allergan Aesthetics ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ดูแลความเรียบเนียน และปรับสภาพผิวให้ดูอิ่มน้ำ โดยเน้นการดูแล Skin Quality มากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับโครงสร้างใบหน้า
โดยโปรแกรมได้รับการออกแบบสำหรับฉีดในชั้นผิวหนัง Dermis (ชั้นหนังแท้) ซึ่งเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นและคุณภาพผิว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปที่มักใช้เพื่อเติมเต็มหรือปรับรูปทรงใบหน้า ดปรแกรมนี้เป็น Skin Booster ที่มุ่งเน้นการดูแลสภาพผิว โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่แห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น หรือรู้สึกว่าผิวดูไม่สดใส
โปรแกรมนี้ มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างของ HA ให้มีความคงตัวมากขึ้นตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Vycross™ ที่ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความละเอียดและยืดหยุ่น สามารถกระจายตัวในชั้นผิวได้อย่างเหมาะสม
นอกจากคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid ที่มีบทบาทในการกักเก็บน้ำในผิวแล้ว ภายในชั้นผิวยังมีโปรตีนสำคัญอย่าง Aquaporin-3 (AQP3) ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางควบคุมการเคลื่อนผ่านของน้ำและสารให้ความชุ่มชื้น เช่น Glycerol ระหว่างเซลล์ผิว เปรียบเสมือน “ประตู” ที่ช่วยบริหารสมดุลความชุ่มชื้นของผิว
เมื่อ HA ทำงานร่วมกับกลไกตามธรรมชาติของผิวที่เกี่ยวข้องกับ AQP3 จึงช่วยสนับสนุนการรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ทำงานโดยการเติม Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked ลงในผิวหนังชั้น Dermis (ชั้นหนังแท้) เพื่อช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ผิวจึงดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดี ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
Step 1 เติม Hyaluronic Acid (HA) ลงในผิวหนังชั้น Dermis
แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดเพื่อให้ Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked กระจายตัวใน ผิวหนังชั้น Dermis ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีบทบาทสำคัญต่อความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และคุณภาพผิว
Step 2 ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว
HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว จึงช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ลดความรู้สึกแห้งตึง และทำให้ผิวดูสดใสขึ้น
Step 3 ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียน
เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ผิวอาจดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน แต่งหน้าติดผิวง่ายขึ้น และทำให้ผิวมีความโกลว์แลดูเป็นธรรมชาติ
Step 4 คุณภาพผิวดูดีขึ้นตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล
หลังการดูแล คุณภาพผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และการดูแลผิวหลังทำโปรแกรม
ได้รับการออกแบบเพื่อดูแล Skin Quality หรือคุณภาพผิว โดยเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ผิวจึงดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดี ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวก่อนเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
| กลุ่มผู้ที่สนใจ | เหมาะหรือไม่ | เหตุผล |
| ผิวแห้ง | ✅ | ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว |
| ผิวขาดน้ำ | ✅ | ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ |
| รูขุมขนที่มองเห็นได้ชัด | ✅ | เมื่อผิวชุ่มชื้นขึ้น ผิวอาจแลดูเรียบเนียนมากขึ้น |
| ผิวดูหมอง ไม่สดใส | ✅ | ช่วยให้คุณภาพผิวดูดีขึ้นและผิวดูสุขภาพดี |
| แต่งหน้าไม่ติด | ✅ | ผิวที่ชุ่มชื้นช่วยให้เมคอัพเกลี่ยง่ายและติดผิวได้ดีขึ้น |
| อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป | ✅ | เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิว |
หมายเหตุ: การเลือกแนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ รวมถึงสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skin Booster ที่เน้นการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น อย่างไรก็ตาม Skin Booster แต่ละชนิดมีสารสำคัญและแนวคิดในการพัฒนาที่แตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากสภาพผิว ความต้องการ และการประเมินของแพทย์
| โปรแกรม | สารสำคัญ | จุดเด่น |
| โปรแกรม Juvederm Volite | Cross-linked Hyaluronic Acid (HA) | ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิว |
| โปรแกรม Skinvive | Microdroplet Hyaluronic Acid (HA) | เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและให้ผิวดูอิ่มน้ำ |
| โปรแกรม Rejuran | Polynucleotide (PN) | ปรับปรุงคุณภาพผิว ให้เเข็งเเรง |
| โปรแกรม Profhilo | Hybrid Hyaluronic Acid (HA) | เติมความชุ่มชื้น เเละกระบวนการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเก่าที่เสื่อมสภาพ |
แม้จะอยู่ในกลุ่ม Skin Booster เช่นเดียวกัน แต่แต่ละผลิตภัณฑ์ใช้สารสำคัญและมีแนวคิดในการดูแลผิวที่แตกต่างกัน จึงไม่มีโปรแกรมใดที่เหมาะกับทุกคน การประเมินโดยแพทย์จะช่วยเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
หลายคนเข้าใจว่า โปรแกรม Juvederm Volite เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สำหรับเติมเต็มใบหน้าเช่นเดียวกับโปรแกรม Juvederm รุ่นอื่น แต่ในความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นถูกออกแบบให้มีจุดประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน ทั้งด้านคุณสมบัติของเนื้อเจลและบริเวณที่เหมาะสำหรับการดูแล
| ผลิตภัณฑ์ | จุดประสงค์หลัก |
| โปรแกรม Juvederm Voluma | เน้นเพิ่มปริมาตรและช่วยเสริมมิติของใบหน้าในตำแหน่งที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม |
| โปรแกรม Juvederm Volift | เน้นเติมเต็มร่องหรือบริเวณที่ต้องการความกลมกลืน พร้อมคงความยืดหยุ่นของเนื้อเจล |
| โปรแกรม Juvederm Volbella | เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียดของเนื้อเจล เช่น ริมฝีปากหรือร่องตื้น ตามการประเมินของแพทย์ |
| โปรแกรม Juvederm Volite | เน้นดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยออกแบบให้ฉีดในผิวหนังชั้น Dermis มากกว่าการเพิ่มปริมาตรของใบหน้า |
โปรแกรมในรุ่นนี้ได้รับการออกแบบเพื่อดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยระยะเวลาของผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล บริเวณที่ทำ และการดูแลผิวหลังทำโปรแกรม
การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำโปรแกรม
| 1 วัน | หลังทำอาจมีรอยเข็ม รอยแดง หรืออาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล |
| 1 สัปดาห์ | เมื่อผิวเริ่มปรับตัว ความชุ่มชื้นของผิวอาจเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนมากขึ้น |
| 1 เดือน | คุณภาพผิวอาจดูดีขึ้น ผิวดูชุ่มชื้น สัมผัสเรียบเนียน และแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล |
| ประมาณ 6 เดือน | หลายคนยังคงสังเกตได้ว่าผิวยังคงมีความชุ่มชื้นและดูสุขภาพดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ |
| ประมาณ 9–12 เดือน | ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ในช่วงเวลานี้ ก่อนที่ Hyaluronic Acid จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล |
หมายเหตุ: ระยะเวลาข้างต้นเป็นข้อมูลโดยประมาณ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว การใช้ชีวิต การดูแลหลังทำ และดุลยพินิจของแพทย์
โปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อดูแลคุณภาพผิวในหลายบริเวณของร่างกายที่มีปัญหาความแห้งกร้านหรือขาดความชุ่มชื้น โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
หมายเหตุ: ตำแหน่งที่เหมาะสมในการฉีดขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ รวมถึงข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการจะช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพผิว วางแผนการดูแลได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และลดปัจจัยที่อาจส่งผลต่อหัตถการ หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาเป็นประจำ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
หลังรับบริการแล้วควรดูแลผิวและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ตามปกติและลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์
หมายเหตุ: หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ บวมเพิ่มขึ้น สีผิวเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการที่น่ากังวล ควรติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการโดยเร็ว
การเลือกคลินิกสำหรับดูแลคุณภาพผิว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการประเมินของแพทย์ มาตรฐานการให้บริการ และการติดตามผลหลังทำ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
ก่อนเริ่มโปรแกรม แพทย์จะประเมินสภาพผิว ปัญหาที่กังวล และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์นี้สอดคล้องกับสภาพผิวหรือไม่
Rassapoom Clinic เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับบริการ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลตามแนวทางของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ
สภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งระดับความชุ่มชื้น อายุ และปัจจัยการใช้ชีวิต แพทย์จึงออกแบบแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล แทนการใช้แนวทางเดียวกับทุกคน
ก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการดูแล ข้อควรระวัง และการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถตัดสินใจจากข้อมูลที่เพียงพอ
หลังเข้ารับบริการ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิวหลังทำ รวมถึงติดตามผลตามความเหมาะสม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการให้บริการ ตั้งแต่การประเมินโดยแพทย์ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดูแลในแต่ละขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับบริการ
ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องเลือกโปรแกรมเดียวกัน หากแพทย์ประเมินแล้วพบว่ามีแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่า ก็จะแนะนำทางเลือกที่สอดคล้องกับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
การมีผิวที่ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และสุขภาพดี เริ่มต้นจากการเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน โปรแกรมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวจากภายใน โดยที่ Rassapoom Clinic ทีมแพทย์จะประเมินสภาพผิวและพูดคุยถึงความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม พร้อมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และให้คำแนะนำทั้งก่อนและหลังทำอย่างละเอียด
หากต้องการทราบว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับสภาพผิวของคุณหรือไม่ สามารถเข้ารับการปรึกษาและประเมินกับแพทย์ได้ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่สอดคล้องกับปัญหาผิวและเป้าหมายของคุณ พร้อมรับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
ผลิตภัณฑ์นี้จัดอยู่ในกลุ่ม Skin Booster แม้จะใช้ Hyaluronic Acid เช่นเดียวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แต่มีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น มากกว่าการเติมเต็มหรือปรับรูปหน้า
โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล บริเวณที่ทำ และการดูแลหลังทำ
ผู้เข้ารับบริการอาจเริ่มสังเกตได้ว่าผิวดูชุ่มชื้นและอิ่มน้ำขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ ส่วนคุณภาพผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการดูแล ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความละมุนในสไตล์ธรรมชาติ
โดยทั่วไป การดูแลผิวบริเวณทั่วใบหน้าอาจใช้ปริมาณเริ่มต้นประมาณ 2-3 cc ทั้งนี้ ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ระดับความชุ่มชื้น ปัญหาผิวที่ต้องการดูแล และบริเวณที่ต้องการเน้นการดูแล แนะนำให้แพทย์ประเมินโครงสร้างผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
ระหว่างการทำหัตถการ ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกตึง ๆ หรือระคายเคืองเล็กน้อยได้ ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยคลินิกจะมีการเตรียมความพร้อมก่อนทำ เช่น การแปะยาชา และแพทย์จะใช้เทคนิคที่เหมาะสมระหว่างการให้บริการ เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายและได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมตลอดขั้นตอน
จุดเด่นของโปรแกรม Juvederm Volite คือ ทำเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถดูแลคุณภาพผิวได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยระยะเวลาการคงสภาพอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัจจัยเฉพาะบุคคล แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพผิวเพื่อวางแผนการดูแลที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล
สามารถทำร่วมกันได้ แต่เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวเพื่อวางแผนจัดลำดับขั้นตอน และระยะเวลาการทำที่เหมาะสม
สามารถทำร่วมกับหัตถการดูแลผิวอื่น ๆ ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบแผนการดูแลที่เหมาะสมเฉพาะราย
หลังรับบริการ แนะนำให้งดแต่งหน้าและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำในช่วง 12-24 ชั่วโมงแรก ทั้งนี้ ระยะเวลาในการกลับมาดูแลผิวตามปกติอาจขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อการดูแลหลังทำที่เหมาะสม
ได้ โปรแกรมดูแลคุณภาพผิวนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ หรือผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ รวมถึงควรแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
หากมีแผนทำโปรแกรมเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการอื่น ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนลำดับการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมระหว่างแต่ละหัตถการ
สามารถกลับมารับการดูแลผิวซ้ำได้ตามความเหมาะสม โดยระยะเวลาในการประเมินอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ โดยทั่วไปแพทย์อาจพิจารณาประเมินสภาพผิวอีกครั้งในช่วงประมาณ 9-12 เดือนหลังรับบริการครั้งแรก

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69902 )




