โปรแกรม Juvederm Volite คืออะไร? รู้จักโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์งานผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวฉ่ำวาว เรียบเนียนขึ้น

โปรแกรม Juvederm Volite ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับ “Skin Quality” หรือการดูแลคุณภาพผิวจากภายใน เพราะแม้จะบำรุงผิวด้วยสกินแคร์เป็นประจำ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือผิวต้องเผชิญกับแสงแดด มลภาวะ และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ความชุ่มชื้นของผิวก็อาจลดลง จนทำให้ผิวดูแห้ง แต่งหน้าไม่ติด และขาดความสดใส

แล้วอะไรคือจุดเด่นของโปรแกรมนี้ที่ทำให้หลายคนเลือกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลคุณภาพผิว?

โปรแกรม Juvederm Volite คืออะไร

โปรแกรม Juvederm Volite คือโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวด้วยฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Juvederm ของ Allergan Aesthetics ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ดูแลความเรียบเนียน และปรับสภาพผิวให้ดูอิ่มน้ำ โดยเน้นการดูแล Skin Quality มากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับโครงสร้างใบหน้า

โดยโปรแกรมได้รับการออกแบบสำหรับฉีดในชั้นผิวหนัง Dermis (ชั้นหนังแท้) ซึ่งเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นและคุณภาพผิว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์งานผิวที่เน้นความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว

แตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปที่มักใช้เพื่อเติมเต็มหรือปรับรูปทรงใบหน้า ดปรแกรมนี้เป็น Skin Booster ที่มุ่งเน้นการดูแลสภาพผิว โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่แห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น หรือรู้สึกว่าผิวดูไม่สดใส

ใช้ Hyaluronic Acid (HA) พร้อมกลไกดูแลความชุ่มชื้นของผิว 

โปรแกรมนี้ มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างของ HA ให้มีความคงตัวมากขึ้นตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Vycross™ ที่ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความละเอียดและยืดหยุ่น สามารถกระจายตัวในชั้นผิวได้อย่างเหมาะสม

นอกจากคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid ที่มีบทบาทในการกักเก็บน้ำในผิวแล้ว ภายในชั้นผิวยังมีโปรตีนสำคัญอย่าง Aquaporin-3 (AQP3) ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางควบคุมการเคลื่อนผ่านของน้ำและสารให้ความชุ่มชื้น เช่น Glycerol ระหว่างเซลล์ผิว เปรียบเสมือน “ประตู” ที่ช่วยบริหารสมดุลความชุ่มชื้นของผิว

เมื่อ HA ทำงานร่วมกับกลไกตามธรรมชาติของผิวที่เกี่ยวข้องกับ AQP3 จึงช่วยสนับสนุนการรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

โปรแกรม Juvederm Volite ทำงานอย่างไร

ทำงานโดยการเติม Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked ลงในผิวหนังชั้น Dermis (ชั้นหนังแท้) เพื่อช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ผิวจึงดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดี ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

Step 1 เติม Hyaluronic Acid (HA) ลงในผิวหนังชั้น Dermis

แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดเพื่อให้ Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked กระจายตัวใน ผิวหนังชั้น Dermis ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีบทบาทสำคัญต่อความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และคุณภาพผิว

Step 2 ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว

HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว จึงช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ลดความรู้สึกแห้งตึง และทำให้ผิวดูสดใสขึ้น

Step 3 ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียน

เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ผิวอาจดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน แต่งหน้าติดผิวง่ายขึ้น และทำให้ผิวมีความโกลว์แลดูเป็นธรรมชาติ 

Step 4 คุณภาพผิวดูดีขึ้นตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล

หลังการดูแล คุณภาพผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และการดูแลผิวหลังทำโปรแกรม

โปรแกรม Juvederm Volite ช่วยดูแลเรื่องอะไร

ได้รับการออกแบบเพื่อดูแล Skin Quality หรือคุณภาพผิว โดยเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ผิวจึงดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดี ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

  • ผิวขาดน้ำ เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้น อาจทำให้ผิวดูไม่สดใสและขาดความยืดหยุ่น โปรแกรมนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อให้ผิวดูอิ่มน้ำมากขึ้น
  • ผิวแห้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือรู้สึกผิวตึงหลังล้างหน้า โดยช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวดูนุ่มและสบายผิวมากขึ้น
  • รูขุมขนที่มองเห็นได้ชัด เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นและเรียบเนียนมากขึ้น รูขุมขนอาจดูละเอียดขึ้น ส่งผลให้พื้นผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอ
  • ผิวไม่เรียบเนียน ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและมีสัมผัสที่นุ่มขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม
  • ริ้วรอยเล็ก ๆ จากผิวแห้ง ความชุ่มชื้นที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่สัมพันธ์กับผิวแห้งดูจางลง ทำให้ผิวดูสดชื่นขึ้น
  • แต่งหน้าไม่ติด เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น เครื่องสำอางอาจเกลี่ยได้ง่ายขึ้นและติดผิวได้ดีขึ้น ช่วยให้เมคอัพดูเรียบเนียน

โปรแกรม Juvederm Volite เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณหรือไม่?

*ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการที่ Rassapoom Clinic เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าแบบ Case by Case พร้อมรับแนวทางการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด 
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Juvederm Volite เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวก่อนเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

กลุ่มผู้ที่สนใจเหมาะหรือไม่เหตุผล
ผิวแห้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ผิวขาดน้ำช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ
รูขุมขนที่มองเห็นได้ชัดเมื่อผิวชุ่มชื้นขึ้น ผิวอาจแลดูเรียบเนียนมากขึ้น
ผิวดูหมอง ไม่สดใสช่วยให้คุณภาพผิวดูดีขึ้นและผิวดูสุขภาพดี
แต่งหน้าไม่ติดผิวที่ชุ่มชื้นช่วยให้เมคอัพเกลี่ยง่ายและติดผิวได้ดีขึ้น
อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไปเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิว

หมายเหตุ: การเลือกแนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ รวมถึงสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล 

โปรแกรม Juvederm Volite ต่างจากโปรแกรมในกลุ่ม Skin Booster อื่นอย่างไร

โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Skin Booster ที่เน้นการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น อย่างไรก็ตาม Skin Booster แต่ละชนิดมีสารสำคัญและแนวคิดในการพัฒนาที่แตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากสภาพผิว ความต้องการ และการประเมินของแพทย์

โปรแกรมสารสำคัญจุดเด่น
โปรแกรม Juvederm VoliteCross-linked Hyaluronic Acid (HA)ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิว
โปรแกรม SkinviveMicrodroplet Hyaluronic Acid (HA)เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและให้ผิวดูอิ่มน้ำ
โปรแกรม RejuranPolynucleotide (PN)ปรับปรุงคุณภาพผิว ให้เเข็งเเรง 
โปรแกรม ProfhiloHybrid Hyaluronic Acid (HA)เติมความชุ่มชื้น เเละกระบวนการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเก่าที่เสื่อมสภาพ 

แม้จะอยู่ในกลุ่ม Skin Booster เช่นเดียวกัน แต่แต่ละผลิตภัณฑ์ใช้สารสำคัญและมีแนวคิดในการดูแลผิวที่แตกต่างกัน จึงไม่มีโปรแกรมใดที่เหมาะกับทุกคน การประเมินโดยแพทย์จะช่วยเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Juvederm Volite ต่างจากโปรแกรม Juvederm รุ่นอื่นอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่า โปรแกรม Juvederm Volite เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สำหรับเติมเต็มใบหน้าเช่นเดียวกับโปรแกรม Juvederm รุ่นอื่น แต่ในความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นถูกออกแบบให้มีจุดประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน ทั้งด้านคุณสมบัติของเนื้อเจลและบริเวณที่เหมาะสำหรับการดูแล

ผลิตภัณฑ์จุดประสงค์หลัก
โปรแกรม Juvederm Volumaเน้นเพิ่มปริมาตรและช่วยเสริมมิติของใบหน้าในตำแหน่งที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
โปรแกรม
Juvederm Volift
เน้นเติมเต็มร่องหรือบริเวณที่ต้องการความกลมกลืน พร้อมคงความยืดหยุ่นของเนื้อเจล
โปรแกรม
Juvederm Volbella
เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการความละเอียดของเนื้อเจล เช่น ริมฝีปากหรือร่องตื้น ตามการประเมินของแพทย์
โปรแกรม
Juvederm Volite
เน้นดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยออกแบบให้ฉีดในผิวหนังชั้น Dermis มากกว่าการเพิ่มปริมาตรของใบหน้า

โปรแกรม Juvederm Volite อยู่ได้นานไหม

โปรแกรมในรุ่นนี้ได้รับการออกแบบเพื่อดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น โดยระยะเวลาของผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล บริเวณที่ทำ และการดูแลผิวหลังทำโปรแกรม

การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำโปรแกรม

1 วันหลังทำอาจมีรอยเข็ม รอยแดง หรืออาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
1 สัปดาห์เมื่อผิวเริ่มปรับตัว ความชุ่มชื้นของผิวอาจเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนมากขึ้น
1 เดือนคุณภาพผิวอาจดูดีขึ้น ผิวดูชุ่มชื้น สัมผัสเรียบเนียน และแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ประมาณ 6 เดือนหลายคนยังคงสังเกตได้ว่าผิวยังคงมีความชุ่มชื้นและดูสุขภาพดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
ประมาณ 9–12 เดือนผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ในช่วงเวลานี้ ก่อนที่ Hyaluronic Acid จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หมายเหตุ: ระยะเวลาข้างต้นเป็นข้อมูลโดยประมาณ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว การใช้ชีวิต การดูแลหลังทำ และดุลยพินิจของแพทย์

โปรแกรม Juvederm Volite ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

โปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อดูแลคุณภาพผิวในหลายบริเวณของร่างกายที่มีปัญหาความแห้งกร้านหรือขาดความชุ่มชื้น โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • ใบหน้า เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดี เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวแห้งหรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด
  • ลำคอ ผิวบริเวณลำคอมีแนวโน้มสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย การดูแลบริเวณนี้ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
  • หลังมือ เป็นอีกบริเวณที่อาจแสดงสัญญาณของผิวแห้งและการเปลี่ยนแปลงตามวัย การดูแลคุณภาพผิวบริเวณนี้ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น
  • เนินอก ผิวบริเวณเนินอกต้องเผชิญกับแสงแดดและการเสียดสีจากเสื้อผ้าอยู่เป็นประจำ การดูแลความชุ่มชื้นในบริเวณนี้ช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีและมีความเรียบเนียนมากขึ้น

หมายเหตุ: ตำแหน่งที่เหมาะสมในการฉีดขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ รวมถึงข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Juvederm Volite

การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการจะช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพผิว วางแผนการดูแลได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และลดปัจจัยที่อาจส่งผลต่อหัตถการ หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาเป็นประจำ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

  • แจ้งประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำโปรแกรม
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและสารต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการดูแล
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการใช้ยาและอาหารเสริมบางประเภท เพราะอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำได้ จึงไม่ควรหยุดยาด้วยตนเอง แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษา
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ เพื่อลดปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดรอยช้ำหรืออาการบวมในบางราย

การดูแลหลังทำโปรแกรม Juvederm Volite

หลังรับบริการแล้วควรดูแลผิวและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ตามปกติและลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์

  • ประคบเย็นเมื่อมีอาการบวม หากมีอาการบวมเล็กน้อย สามารถประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อช่วยบรรเทาอาการในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ การอาบน้ำร้อน หรือการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • งดกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ควรงดการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นในช่วงแรก ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งการล้างหน้า การใช้สกินแคร์ และการนัดติดตามผล เพื่อให้การดูแลเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

หมายเหตุ: หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ บวมเพิ่มขึ้น สีผิวเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการที่น่ากังวล ควรติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการโดยเร็ว

ทำไมหลายคนเลือกดูแลผิวด้วยโปรแกรม Juvederm Volite ที่ Rassapoom Clinic

การเลือกคลินิกสำหรับดูแลคุณภาพผิว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการประเมินของแพทย์ มาตรฐานการให้บริการ และการติดตามผลหลังทำ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

ดูแลโดยทีมแพทย์ที่ประเมินสภาพผิวก่อนทุกเคส

ก่อนเริ่มโปรแกรม แพทย์จะประเมินสภาพผิว ปัญหาที่กังวล และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์นี้สอดคล้องกับสภาพผิวหรือไม่

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้

Rassapoom Clinic เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับบริการ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลตามแนวทางของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ

วางแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล

สภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งระดับความชุ่มชื้น อายุ และปัจจัยการใช้ชีวิต แพทย์จึงออกแบบแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล แทนการใช้แนวทางเดียวกับทุกคน

ให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจอย่างครบถ้วน

ก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการดูแล ข้อควรระวัง และการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถตัดสินใจจากข้อมูลที่เพียงพอ

ใส่ใจการติดตามผลหลังทำ

หลังเข้ารับบริการ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิวหลังทำ รวมถึงติดตามผลตามความเหมาะสม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้

มาตรฐานการให้บริการและการดูแล

ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการให้บริการ ตั้งแต่การประเมินโดยแพทย์ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดูแลในแต่ละขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับบริการ

ให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องเลือกโปรแกรมเดียวกัน หากแพทย์ประเมินแล้วพบว่ามีแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่า ก็จะแนะนำทางเลือกที่สอดคล้องกับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

การมีผิวที่ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และสุขภาพดี เริ่มต้นจากการเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน โปรแกรมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวจากภายใน โดยที่ Rassapoom Clinic ทีมแพทย์จะประเมินสภาพผิวและพูดคุยถึงความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม พร้อมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และให้คำแนะนำทั้งก่อนและหลังทำอย่างละเอียด

หากต้องการทราบว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับสภาพผิวของคุณหรือไม่ สามารถเข้ารับการปรึกษาและประเมินกับแพทย์ได้ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่สอดคล้องกับปัญหาผิวและเป้าหมายของคุณ พร้อมรับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรมในกลุ่มของ Skin Booster

ผลิตภัณฑ์นี้จัดอยู่ในกลุ่ม Skin Booster แม้จะใช้ Hyaluronic Acid เช่นเดียวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แต่มีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น มากกว่าการเติมเต็มหรือปรับรูปหน้า

โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล บริเวณที่ทำ และการดูแลหลังทำ

ผู้เข้ารับบริการอาจเริ่มสังเกตได้ว่าผิวดูชุ่มชื้นและอิ่มน้ำขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ ส่วนคุณภาพผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการดูแล ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความละมุนในสไตล์ธรรมชาติ

โดยทั่วไป การดูแลผิวบริเวณทั่วใบหน้าอาจใช้ปริมาณเริ่มต้นประมาณ 2-3 cc ทั้งนี้ ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ระดับความชุ่มชื้น ปัญหาผิวที่ต้องการดูแล และบริเวณที่ต้องการเน้นการดูแล แนะนำให้แพทย์ประเมินโครงสร้างผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

ระหว่างการทำหัตถการ ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกตึง ๆ หรือระคายเคืองเล็กน้อยได้ ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยคลินิกจะมีการเตรียมความพร้อมก่อนทำ เช่น การแปะยาชา และแพทย์จะใช้เทคนิคที่เหมาะสมระหว่างการให้บริการ เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายและได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมตลอดขั้นตอน

จุดเด่นของโปรแกรม Juvederm Volite คือ ทำเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถดูแลคุณภาพผิวได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยระยะเวลาการคงสภาพอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัจจัยเฉพาะบุคคล แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพผิวเพื่อวางแผนการดูแลที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล

สามารถทำร่วมกันได้ แต่เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวเพื่อวางแผนจัดลำดับขั้นตอน และระยะเวลาการทำที่เหมาะสม

สามารถทำร่วมกับหัตถการดูแลผิวอื่น ๆ ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบแผนการดูแลที่เหมาะสมเฉพาะราย

หลังรับบริการ แนะนำให้งดแต่งหน้าและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำในช่วง 12-24 ชั่วโมงแรก ทั้งนี้ ระยะเวลาในการกลับมาดูแลผิวตามปกติอาจขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อการดูแลหลังทำที่เหมาะสม

ได้ โปรแกรมดูแลคุณภาพผิวนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ หรือผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ รวมถึงควรแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ

หากมีแผนทำโปรแกรมเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการอื่น ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนลำดับการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมระหว่างแต่ละหัตถการ

สามารถกลับมารับการดูแลผิวซ้ำได้ตามความเหมาะสม โดยระยะเวลาในการประเมินอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ โดยทั่วไปแพทย์อาจพิจารณาประเมินสภาพผิวอีกครั้งในช่วงประมาณ 9-12 เดือนหลังรับบริการครั้งแรก

Dr. Thadanat Sungtrakanakul Rassapoom clinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69902 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ