






หลายคนอาจเคยสังเกตว่า แม้จะบำรุงผิวเป็นประจำ แต่ผิวหน้ายังคงแห้ง ขาดความชุ่มชื้น แต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือดูหมองและไม่สดใส จึงเริ่มค้นหาว่า โปรแกรมฉีด SkinVive คืออะไร และเหมาะกับการดูแลปัญหาผิวของตนเองหรือไม่
โปรแกรมนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวที่มุ่งเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน เพื่อให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูสุขภาพดี โดยก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะประเมินสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละราย
ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวดูไม่เรียบเนียน หรือแต่งหน้าไม่ติด มักสงสัยว่า โปรแกรมนี้คืออะไร และแตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรม Skin Booster อื่นอย่างไร
โปรแกรมฉีด SkinVive เป็นโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวในกลุ่ม Skin Booster ระดับพรีเมียมจากบริษัท Allergan ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก Juvederm Volite ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลคุณภาพผิวโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และดูฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปหน้าเหมือนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
สารสำคัญของโปรแกรม คือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากนี้ยังมี Glycosaminoglycan (GAG) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างผิว มีส่วนช่วยสนับสนุนการกักเก็บน้ำภายในผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนมากขึ้น เช่น ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวดูหมองคล้ำ ผิวสัมผัสไม่เรียบ หรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลก่อนเข้ารับการรักษา

แม้โปรแกรมฉีด SkinVive และฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ใช้ Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกัน แต่มีเป้าหมายในการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเน้นการดูแลคุณภาพผิว (Skin Quality) ด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความฉ่ำวาวมากขึ้น ขณะที่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โดยทั่วไปจะเน้นการเติมเต็มปริมาตร (Volume) และปรับโครงสร้างหรือสัดส่วนของใบหน้าในบริเวณที่ต้องการ
ความแตกต่างของโปรแกรมฉีด SkinVive และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | โปรแกรมฉีด SkinVive | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป |
| 1. วัตถุประสงค์หลักในการฉีด | เน้นการปรับสภาพผิวในระดับคุณภาพผิว เช่น เพิ่มความชุ่มชื้น เรียบเนียน และฉ่ำวาว โดยไม่เน้นปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือเพิ่มมิติใบหน้า | เน้นการเติมเต็มและปรับโครงสร้างใบหน้า เติมเต็มส่วนที่สูญเสียปริมาตร ปรับสัดส่วน หรือเพิ่มมิติ |
| 2. ลักษณะเนื้อเจลของผลิตภัณฑ์ | เนื้อเจลมีความละเอียดและมีความเหลวมากกว่า กระจายตัวในชั้นผิวได้ง่าย | มีเนื้อเจลหลายรูปแบบ ตั้งแต่เนื้อคงตัวสูงเพื่อพยุงโครงสร้าง ไปจนถึงเนื้อนุ่มสำหรับบริเวณที่ต้องการความเป็นสไตล์ธรรมชาติ |
| 3. ชั้นผิวที่ใช้ในการฉีด | ฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Intradermal) เพื่อดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว | มักฉีดในชั้นผิวที่ลึกกว่า เช่น ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปทรง |
ดังนั้น โปรแกรมฉีด SkinVive และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จึงไม่ได้เป็นหัตถการที่ใช้ทดแทนกันโดยตรง แต่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนละด้าน โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นการดูแลคุณภาพผิว ส่วนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มหรือปรับสัดส่วนใบหน้า ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ ทั้งนี้รายละเอียดการรับรองอาจแตกต่างกันตามรุ่นของผลิตภัณฑ์และประเทศที่จำหน่าย ได้แก่
หมายเหตุ: การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ และควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีเลขทะเบียน อย. เป็นของแท้ และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ก่อนเข้ารับบริการ

ทำงานโดยอาศัย Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดึงดูดและกักเก็บน้ำไว้ในผิว เมื่อแพทย์ประเมินและฉีดในชั้นผิวตามความเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากการศึกษาที่ระบุว่า โปรแกรมนี้อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของ Aquaporin-3 (AQP3) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำและกลีเซอรอลระหว่างเซลล์ผิว จึงมีส่วนช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นและส่งเสริมคุณภาพผิวโดยรวม
สรุปแล้วโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่มุ่งเน้นการดูแล คุณภาพผิวและความชุ่มชื้นของผิว มากกว่าการเพิ่มปริมาตรหรือเปลี่ยนรูปทรงใบหน้า โดยอาศัยกลไกสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้
Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่พบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการดึงดูดและกักเก็บน้ำ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการคงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว
เมื่ออายุมากขึ้นหรือผิวต้องเผชิญกับแสงแดด มลภาวะ และปัจจัยด้านการใช้ชีวิต ปริมาณ HA ในผิวอาจลดลง ส่งผลให้ผิวดูแห้ง ขาดความอิ่มน้ำ และแต่งหน้าไม่เรียบ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวโดยตรง
เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ ความสามารถในการกักเก็บน้ำของผิวจะดีขึ้น ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผิวที่เคยดูแห้งหรือไม่สม่ำเสมออาจดูเรียบเนียนขึ้น ทำให้การแต่งหน้าดูสม่ำเสมอและติดผิวได้ง่ายกว่าเดิม
คุณภาพผิวที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระดับความชุ่มชื้นที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวดูสุขภาพดี
Aquaporin-3 (AQP3) เป็นโปรตีนที่พบในเซลล์ผิว มีหน้าที่ลำเลียงน้ำและกลีเซอรอลระหว่างเซลล์ ซึ่งมีบทบาทต่อการรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว
มีข้อมูลจากงานวิจัยที่ระบุว่า การทำงานของ AQP3 ที่เหมาะสมมีความสัมพันธ์กับผิวที่มีความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น โดยมีข้อมูลว่าอาจช่วยสนับสนุนการทำงานของ AQP3 จึงอาจมีส่วนช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรมนี้เป็นการดูแลคุณภาพผิวด้วย Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความอิ่มน้ำมากขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ เช่น
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของโปรแกรมฉีด SkinVive ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล การตอบสนองของร่างกาย และการประเมินของแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
แม้โปรแกรมฉีด SkinVive จะได้รับความนิยมสำหรับการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น แต่หลายคนอาจเข้าใจว่าให้ผลลัพธ์เหมือนโปรแกรมหัตถการอื่น ซึ่งในความเป็นจริง มีวัตถุประสงค์ในการดูแลผิวที่แตกต่าง ดังนี้
การเลือกโปรแกรมดูแลผิวที่เหมาะสมควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ เพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมฉีด SkinVive เหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคลหรือไม่ รวมถึงอาจแนะนำการดูแลร่วมกับวิธีอื่นตามความเหมาะสม
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและการประเมินของแพทย์

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เนื่องจากปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกัน
ในบางกรณีที่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยก่อนเข้ารับบริการ ได้แก่
หลายคนที่กำลังศึกษาข้อมูลก่อนดูแลผิว มักสงสัยว่า โปรแกรมนี้แตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์, โปรแกรม Skin Booster, โปรแกรม Rejuran หรือโปรแกรม Profhilo อย่างไร แม้ว่าหัตถการเหล่านี้จะเน้นการดูแลคุณภาพผิวเหมือนกัน แต่แต่ละโปรแกรมมีจุดเด่น วัตถุประสงค์ และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
| หัวข้อ | โปรแกรมฉีด SkinVive | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ | โปรแกรม Skin Booster | โปรแกรม Rejuran | โปรแกรม Profhilo |
| จุดประสงค์หลัก | เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและโกลว์ขึ้น | เติมเต็มบริเวณที่ต้องการเพิ่มมิติ และปรับสมดุลรูปหน้า | เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมดูแลคุณภาพผิวโดยรวม | ดูแลคุณภาพผิวและช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น | เพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยดูแลสภาพผิว |
| เพิ่มวอลลุ่ม | ✗ ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก เน้นเรื่องความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว | ✓ เหมาะสำหรับเติมเต็ม เพิ่มมิติ และปรับรูปทรงบางบริเวณ | ✗ ไม่เน้นเติมเต็มหรือเพิ่มวอลลุ่ม | ✗ ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า | ✗ ไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับโครงสร้างใบหน้า |
| เพิ่มความชุ่มชื้น | ✓ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มน้ำและสดใสขึ้น | △ อาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณที่ฉีด แต่เป้าหมายหลักคือการเติมเต็ม | ✓ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลผิวที่ขาดน้ำ | ✓ ช่วยดูแลความชุ่มชื้นและสภาพผิวโดยรวม | ✓ เด่นด้านการเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิว |
| เน้นคุณภาพผิว | ✓ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ละเอียด และมีความฉ่ำโกลว์ | △ เน้นการเติมเต็มและปรับรูปหน้า มากกว่าการดูแลคุณภาพผิว | ✓ ช่วยดูแลผิวสัมผัสและความชุ่มชื้น | ✓ เน้นดูแลพื้นผิวและคุณภาพผิวโดยรวม | ✓ ช่วยดูแลคุณภาพผิวและความชุ่มชื้นในระดับผิว |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น แต่งหน้าไม่ติด หรืออยากให้ผิวดูฉ่ำโกลว์ | ผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มมิติ หรือปรับสัดส่วนใบหน้า | ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยรวมและเพิ่มความชุ่มชื้น | ผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่ดูโทรม ผิวไม่เรียบเนียน หรือขาดความสดใส | ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นทั่วใบหน้า |
หมายเหตุ: หัตถการแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อบ่งใช้แตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
ปริมาณที่ใช้ในการฉีดแต่ละครั้ง ไม่มีจำนวนตายตัว โดยขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาผิว บริเวณที่ต้องการดูแล และผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งแพทย์จะประเมินเพื่อวางแผนปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป มักใช้ ขั้นต่ำ 1 กล่อง (2 cc.) ต่อการฉีด 1 ครั้ง ทั้งนี้จำนวน cc. อาจแตกต่างกันตามความเหมาะสมของแต่ละเคส เช่น
สำหรับที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะประเมินสภาพผิวก่อนทำ เพื่อกำหนดจำนวน cc. ตำแหน่งการฉีด และแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการและการดูแลผิวหลังทำโปรแกรมฉีด SkinVive เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
เพื่อเตรียมความพร้อมของผิวก่อนเข้ารับบริการ ควรปฏิบัติดังนี้
หลังเข้ารับบริการ ควรดูแลผิวบริเวณที่ฉีดอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและให้ผิวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
การทำโปรแกรมทุกโปรแกรมไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประเมินสภาพผิว การวางแผนการดูแล และขั้นตอนการให้บริการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินก่อนทำ การให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไปจนถึงคำแนะนำหลังรับบริการ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเข้าใจแนวทางการดูแลผิวที่เหมาะสมกับตนเอง
ก่อนเข้ารับบริการแพทย์จะประเมินสภาพผิว ความต้องการ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เนื่องจากแต่ละคนมีสภาพผิวและเป้าหมายในการดูแลที่แตกต่างกัน Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาผิวและความต้องการของผู้เข้ารับบริการ
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการ
แต่ละโปรแกรมดำเนินการโดยแพทย์ตามขั้นตอนการให้บริการของคลินิก พร้อมให้ความสำคัญกับความสะอาด อุปกรณ์ และกระบวนการดูแลในแต่ละขั้นตอน
ผู้เข้ารับบริการจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนทำ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังรับบริการ เพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
โปรแกรมนี้ เป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กในการนำสารเข้าสู่ชั้นผิว จึงอาจมีความรู้สึกขณะทำ เช่น เจ็บเล็กน้อย ตึง หรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีดได้
โดยทั่วไปก่อนทำอาจมีการประเมินผิวและเตรียมความพร้อมเพื่อลดความไม่สบายระหว่างขั้นตอน ทั้งนี้ระดับความรู้สึกขณะทำขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล รวมถึงบริเวณที่รับบริการ
หลังทำโปรแกรมนี้ผิวอาจเริ่มรู้สึกถึงความชุ่มชื้นและสัมผัสที่เปลี่ยนแปลงได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ พฤติกรรมการดูแลผิว และการประเมินของแพทย์
เพื่อให้ได้แนวทางการดูแลที่เหมาะสม ควรเข้ารับการประเมินก่อนทำ เพื่อให้แพทย์พิจารณาตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพผิว
โดยทั่วไป 1 ครั้งจะอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 9 เดือน โดยจะสังเกตุเห็นผลความชุ่มชื้นและผิวอิ่มน้ำหลังทำ ทั้งนี้ระยะเวลาของผลลัพธ์หลังเข้ารับบริการ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว การใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลผิวหลังทำ และกระบวนการสลายของสารในร่างกายแต่ละบุคคล
โดยทั่วไปแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมในการติดตามผลและวางแผนการดูแลเพิ่มเติมตามความต้องการของแต่ละคน
โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดเพียง ปีละ 1–2 ครั้ง เท่านั้น
ตารางการดูแลและคงผลลัพธ์
ความแตกต่าง: ไม่เหมือนโปรแกรมฉีดเมโสหน้าใสทั่วไปที่ต้องฉีดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์
ระยะแรก: ฉีดรักษาเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน
การคงสภาพ: แนะนำให้กลับมาฉีดซ้ำทุก ๆ 6–9 เดือน เพื่อรักษาความฉ่ำวาวของผิวอย่างต่อเนื่อง
บริเวณใต้ตาเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน เนื่องจากผิวบริเวณนี้มีความบางและมีโครงสร้างแตกต่างจากบริเวณอื่น การเลือกใช้โปรแกรมฉีด SkinVive บริเวณใต้ตาจึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อน
แพทย์จะพิจารณาจากปัญหาผิว ลักษณะบริเวณใต้ตา และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม
ผู้ชายสามารถรับบริการโปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกับผู้หญิง หากต้องการดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และความต้องการของแต่ละบุคคลก่อนให้คำแนะนำ
ปัจจุบันการดูแลผิวไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศใดเพศหนึ่ง ผู้ชายจำนวนมากให้ความสนใจกับการดูแลผิวเพื่อเสริมความมั่นใจและดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )




