






ปัญหาความร่วงโรยของผิวพรรณ ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ และสัดส่วนใบหน้าที่ไม่เข้ารูป เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามวัยและมักสร้างความกังวลใจในการใช้ชีวิตประจำวัน หากกำลังมองหาทางเลือกในการดูแลปัญหาผิว โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan ถือเป็นหนึ่งในหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
หัตถการนี้เป็นที่นิยมทั้งในกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการดูแลกรอบหน้า ไปจนถึงกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่ต้องการจัดการปัญหาริ้วรอย เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน และสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสรีระได้อย่างชัดเจนตามระยะเวลาที่กำหนด
ด้วยคุณสมบัติของตัวยาที่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างจำเพาะเจาะจง หัตถการนี้จึงมีส่วนช่วยในการดูแลปัญหาริ้วรอย พร้อมทั้งดูแลรูปหน้าให้แลดูได้สัดส่วน โดยเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความรู้ที่ถูกต้องก่อนการตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายถึงรายละเอียดเชิงลึกทางการแพทย์อย่างครบถ้วน
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างผิวจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ประกอบกับการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าที่มีการหดตัวจากการแสดงอารมณ์ซ้ำๆ เป็นระยะเวลายาวนาน เช่น การขมวดคิ้ว เลิกหน้าผาก หรือยิ้ม ทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดการพับตัว จนกลายเป็นริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร
นอกเหนือจากปัญหาริ้วรอย โครงสร้างของรูปหน้าที่ดูกว้างหรือไม่ได้สัดส่วน อาจมีสาเหตุมาจากการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ที่ทำงานหนักเกินไปจากการเคี้ยวอาหารแข็งหรือการกัดฟันในเวลานอน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อกล้ามเนื้อกรามขยายขนาด ส่งผลให้กรอบหน้าสูญเสียความคมชัดตามกลไกธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมหรือดูกว้างขึ้น ซึ่งกลไกเหล่านี้สามารถดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของกล้ามเนื้อได้ด้วยแนวทางทางเวชกรรม
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan คือการใช้สารโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดจากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะที่มีชื่อว่า Clostridium Botulinum หรือที่รู้จักกันในชื่อ Botulinum Toxin Type A ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดยบริษัท Allergan Aesthetics จากประเทศสหรัฐอเมริกา
กลไกการทำงานของสารชนิดนี้คือการเข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) บริเวณรอยต่อระหว่างปลายเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับการดูแลคลายตัว ทำงานลดลง และอยู่ในภาวะพักการทำงานชั่วคราว ทำให้ผิวหนังชั้นบนดูเรียบเนียนขึ้น
ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์นี้ถือเป็นต้นแบบที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับมากกว่า 4,000 งานวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 มีกระบวนการผลิตที่ทำให้ตัวยามีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5% และมีลักษณะการกระจายตัวของยาที่แคบ (Precise Action)
การที่ตัวยามีการกระจายตัวแคบ ทำให้แพทย์สามารถควบคุมทิศทางและบริเวณที่ต้องการให้ออกฤทธิ์ได้อย่างเจาะจง ลดโอกาสการกระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง การมีปริมาณโปรตีนเจือปนที่น้อยมาก ยังช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะต้านยาในระยะยาวได้
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan ได้รับการออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาทางด้านโครงสร้างสรีรวิทยา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของกล้ามเนื้อที่มากเกินไป หัตถการนี้จึงเหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความกังวลในเรื่องต่อไปนี้
เนื่องจากตัวยามีคุณสมบัติในเรื่องการกระจายตัวแคบและออกฤทธิ์ได้อย่างเฉพาะเจาะจง แพทย์จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลปัญหาตามหลักกายวิภาคศาสตร์ได้หลายบริเวณ ดังนี้
เพื่อให้การตอบสนองต่อตัวยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งก่อนและหลังรับบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ควรงดการใช้ยากลุ่มกรดวิตามิน A และ AHA รวมถึงงดการสครับหน้าเป็นเวลา 1-2 วัน ควรงดรับประทานยาหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาในกลุ่ม NSAIDs, Aspirin, วิตามินอี, แปะก๊วย และน้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ รวมถึงควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ
ภายหลังการรับบริการ ควรรักษาใบหน้าให้อยู่ในแนวตั้งตรง ไม่ควรนอนราบหรือก้มหน้าต่ำในช่วง 4 ชั่วโมงแรก และให้พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ทำหัตถการ 1-2 ชั่วโมงแรกเพื่อให้ยากระจายตัวเข้าสู่เซลล์ประสาทเป้าหมายได้ดีขึ้น
งดการนวด คลึง แกะ เกา หรือกดทับบริเวณที่ทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด เช่น การอบซาวน่า การอยู่หน้าเตาร้อน หรือทำเลเซอร์ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก งดการออกกำลังกายอย่างหนัก งดทายาและงดแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมแดงเล็กน้อยสามารถใช้การประคบเย็นได้
การตอบสนองต่อตัวยาจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 3-5 วันหลังทำหัตถการ โดยกล้ามเนื้อจะค่อยๆ คลายตัว และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ (สำหรับการดูแลริ้วรอย) และประมาณ 1 เดือน (สำหรับกล้ามเนื้อกรามหรือสัดส่วนร่างกาย)
ผลลัพธ์ของการรักษาจะคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณตัวยาที่ใช้ อัตราการเผาผลาญของร่างกาย ขนาดของกล้ามเนื้อเดิม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงานตามปกติ สามารถกลับมารับการประเมินจากแพทย์เพื่อดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยแพทย์จะแนะนำให้เว้นระยะห่างการทำหัตถการแต่ละครั้งอย่างน้อย 4-6 เดือน เพื่อป้องกันภาวะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวยา
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan ได้ผลิตออกมา 2 ขนาดคือโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan 50 units และโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan 100 units โดยสามารถตรวจเช็กว่าเป็นผลิตภัณฑ์ Allergan ได้ดังนี้
ทั้งนี้หากจะทำการเข้ารับการรักษาหรือต้องการลดขนาดกราม ลดริ้วรอย และยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆนอกจากจะต้องดูว่า Allergan ที่ใช้ เป็นของแท้หรือไม่แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องเลือกเป็นอย่างดี คือแพทย์ หรือคลินิกเสริมความงามที่เข้ารับการรักษา แพทย์จำเป็นจะต้องมีความชำนาญการ เนื่องจากข้อผิดพลาดที่เกิดจากการฉีดผิดจุดนั้นนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างที่เคยเห็นกันตามพาดหัวข่าวมากมายว่าสามารถทำให้ปากเบี้ยว หน้าแข็ง กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติได้ทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดตามที่เห็นจากข่าวนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหากเข้ารับบริการโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญการ และไม่รู้จักผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี
การทำหัตถการปรับรูปหน้าให้ออกมาแลดูเป็นธรรมชาติและไม่แข็งเกร็ง ต้องอาศัยการประเมินสรีระอย่างละเอียด ที่ Rassapoom Clinic ใช้แนวทางหลักการออกแบบรูปหน้ารายบุคคล (Personalize Design) ซึ่งเป็นการประเมินโครงสร้างใบหน้าทั้งหมดร่วมด้วย แทนที่จะมองเพียงปัญหาเฉพาะจุด
ทีมแพทย์จะทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ตั้งแต่โครงกระดูก การเรียงตัวของชั้นกล้ามเนื้อ ทิศทางการหดตัว และความยืดหยุ่นของชั้นผิวหนัง เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับสรีระของแต่ละบุคคล การประยุกต์ใช้โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan ภายใต้แนวคิดนี้ จะช่วยรักษาสมดุลของใบหน้า และคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้รับบริการไว้
คลินิกนำโดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผู้ดำรงตำแหน่ง RMI Faculty Thailand (แพทย์ผู้แบ่งปันองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการฉีดผลิตภัณฑ์ Allergan ร่วมกับแพทย์ท่านอื่นๆ) ซึ่งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการประเมินให้แก่ทีมแพทย์ของคลินิกอย่างสม่ำเสมอ ทำให้แนวทางการรักษามีมาตรฐาน
ก่อนเริ่มหัตถการ จะมีการประคบเย็นหรือการบริหารยาชาเฉพาะที่ตามการประเมิน เพื่อลดความรู้สึกระหว่างการรับบริการ ผนวกกับการใช้เข็มทางการแพทย์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความรู้สึกตึงหรือหน่วงเล็กน้อย ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถทนได้
ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบได้หลายจุด เช่น กล่องขนาด 100 units จะเป็นสีม่วง-ขาว (ส่วนขนาด 50 units จะเป็นสีแดง-ขาว) กล่องต้องปิดผนึกด้วยสติกเกอร์ใส มีเอกสารกำกับยาภาษาไทย มีเลขทะเบียน อย. ขวดด้านในมีโฮโลแกรมคำว่า “Allergan” และหมายเลขการผลิต (Lot Number) ที่กล่องกับขวดต้องตรงกัน ซึ่งสามารถโทรตรวจสอบกับบริษัทตัวแทนจำหน่ายได้
เมื่อสารสลายตัวไปตามกลไกธรรมชาติ กล้ามเนื้อจะเพียงกลับมาทำงานในระดับเดิมก่อนการรักษา หัตถการนี้ไม่ได้มีผลให้เกิดการเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของผิว ในทางกลับกัน การดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยร่องลึกในระยะยาวได้
ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะรับบริการ ผู้ที่มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนหรือการหายใจ รวมถึงสตรีมีครรภ์ สตรีที่สงสัยว่าตั้งครรภ์ และสตรีที่กำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการนี้ หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
การตัดสินใจรับบริการ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ Allergan ควรอยู่ภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์ ผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับการประเมินโครงสร้างใบหน้าเบื้องต้น เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมตามหลักมาตรฐานทางการแพทย์และสรีระของแต่ละบุคคล

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.63496 )




