






ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย หรือสัดส่วนคางที่ไม่สมดุล เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงสร้างใบหน้าโดยรวมดูกลม สั้น หรือขาดมิติ ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ที่มีปัญหานี้เป็นอย่างมาก หลายท่านพยายามแก้ไขด้วยการแต่งหน้าเฉดดิ้งเพื่อพรางสายตา แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของโครงสร้างจริงได้ การเลือกใช้บริการ โปรแกรมฟิลเลอร์คาง จึงเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง
เมื่อมองใบหน้าจากด้านข้าง ปัญหาคางถอยยังส่งผลให้แนวเส้นกราม (Jawline) ดูไม่ชัดเจน และอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณใต้คางหรือเหนียงดูหย่อนคล้อยและมีปริมาณเยอะกว่าความเป็นจริง หัตถการนี้จึงเข้ามามีส่วนช่วยในการปรับสัดส่วนใบหน้าส่วนล่าง (Lower Face) ให้แลดูเรียวระหงและมีมิติขึ้นได้โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรม
การทำความเข้าใจกลไกทางสรีรวิทยาและกายวิภาคศาสตร์บริเวณปลายคาง จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยปัญหาคางไม่ได้สัดส่วนนั้นเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักทางการแพทย์ ดังนี้
ลักษณะทางพันธุกรรมของชาวเอเชียส่วนใหญ่มักมีโครงสร้างกระดูกขากรรไกรล่างและกระดูกปลายคางที่ค่อนข้างสั้น ป้าน หรือมีการร่นถอยไปด้านหลัง (Retruded Chin) เมื่อเปรียบเทียบกับแนวจมูกและหน้าผาก ส่งผลให้กรอบหน้าส่วนล่างดูไม่สมดุลตามหลักอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio)
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กระดูกบริเวณขากรรไกรและปลายคางจะเกิดการสลายตัวและยุบลงตามกระบวนการเสื่อมสภาพทางสรีรวิทยา (Aging Process) ทำให้เนื้อเยื่ออ่อน (Soft Tissue) และชั้นไขมันที่เคยพยุงอยู่บริเวณปลายคางสูญเสียฐานรองรับ ส่งผลให้คางดูสั้นลงและเกิดความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า
การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณปลายคาง (Mentalis Muscle) ที่มีการหดเกร็งตัวมากเกินไปในขณะพูด กลืน หรือแสดงสีหน้า จะดึงรั้งผิวหนังบริเวณปลายคางให้พับขึ้นด้านบน ทำให้คางดูสั้นลงและเกิดรอยบุ๋มหรือรอยย่นคล้ายผิวเปลือกส้ม (Orange peel chin)
โปรแกรม ฟิลเลอร์คาง คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ใช้สารเติมเต็มกลุ่ม ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัยสูงและสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ฉีดเข้าไปบริเวณปลายคางเพื่อทดแทนโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อที่ขาดหายไป พร้อมทั้งช่วยปรับแต่งรูปทรงคางให้สมดุล
ในการปรับรูปคาง แพทย์จำเป็นต้องเลือกใช้สารเติมเต็มที่มีค่าความคงตัวสูง (High G Prime) และมีความสามารถในการยกกระชับดีเยี่ยม เพื่อให้เนื้อเจลสามารถคงรูป เลียนแบบลักษณะของกระดูกปลายคางได้อย่างแนบเนียน ไม่ไหลย้อน และไม่กลายเป็นก้อนนิ่มผิดรูปในภายหลัง
เทคนิคสำคัญคือการฉีดสารเติมเต็มลงลึกถึงระดับใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Supraperiosteal Layer) เพื่อสร้างฐานค้ำจยุงที่มั่นคงจากโครงสร้างภายใน ซึ่งเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเคลื่อนที่ของสารเติมเต็มและให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติสูงสุด
การฉีดคางให้ดูสวยงามและปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเติมเต็มที่ใช้ แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบและเทคนิคของแพทย์ผู้ทำการรักษา โดยที่ Rassapoom Clinic มีความโดดเด่นในด้านมาตรฐานทางการแพทย์ดังนี้
แพทย์จะไม่ทำการพิจารณาเพียงแค่บริเวณปลายคางเฉพาะจุดเท่านั้น แต่จะใช้หลักการ Holistic Face Design ในการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าทั้ง 3 ส่วน (Upper, Middle, และ Lower Face) เพื่อปรับองศาความพุ่งและความยาวของคางให้รับกับหน้าผาก จมูก และริมฝีปากของแต่ละบุคคลอย่างสมบูรณ์แบบ
เทคนิคเฉพาะของ Rassapoom Clinic เน้นการปรับความละมุนของแนวเส้นกราม (Jawline) ให้เชื่อมต่อกับปลายคางอย่างไร้รอยต่อ ป้องกันปัญหาการฉีดคางที่แหลมยื่นออกมาด้านหน้าหรือห้อยลงมาด้านล่างจนดูคล้ายคางแม่มด (Witch’s Chin) ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นธรรมชาติ
ทีมแพทย์ทุกท่านผ่านการฝึกอบรมขั้นสูงด้านโครงสร้างกายวิภาค (Facial Anatomy) มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณใบหน้าเป็นอย่างดี จึงสามารถประเมินชั้นผิวและวางตำแหน่งเข็มได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลหรือมีลักษณะโครงสร้างใบหน้าดังต่อไปนี้
เพื่อให้หัตถการดำเนินไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่คงทน ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
หลังจากการทำหัตถการเสร็จสิ้น ผู้รับบริการสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนคางได้ทันที โดยอาจมีอาการบวมหรือแดงเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติทางการแพทย์และจะค่อยๆ ดีขึ้นจนยุบเป็นปกติภายใน 3-7 วัน
ผลลัพธ์จะดูเข้าที่ กลมกลืน และแลดูเป็นธรรมชาติสูงสุดในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังทำ สำหรับระยะเวลาความคงทนของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับรุ่นของสารเติมเต็มที่แพทย์เลือกใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปสารเติมเต็มกลุ่มเนื้อแข็งที่ใช้บริเวณคางจะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ก่อนจะค่อยๆ สลายตัวไปเองตามกระบวนการทางธรรมชาติ








แต่ละตำแหน่งของใบหน้าต้องใช้เทคนิคและชนิดของฟิลเลอร์ที่แตกต่างกัน เลือกดูโปรแกรมฟิลเลอร์ทั้งหมด เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของคุณ
ก่อนการทำหัตถการจะมีการแปะยาชาชนิดทาบริเวณผิวหนังให้ก่อนเสมอ นอกจากนี้ในตัวสารเติมเต็มรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) อยู่ภายในตัวยาด้วย ดังนั้นในขณะรับบริการจึงรู้สึกสบาย เจ็บน้อยมาก และช่วยลดความกังวลได้เป็นอย่างดี
ปัญหาคางแม่มดมักเกิดจากการประเมินสัดส่วนที่ผิดพลาดหรือการฉีดสารเติมเต็มในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป ด้วยเทคนิค Holistic Face Design ของ Rassapoom Clinic แพทย์จะคำนวณองศาความพุ่งให้รับกับปลายจมูกและฉีดลงลึกใต้เยื่อหุ้มกระดูก ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความละมุนและไม่ยื่นแหลมผิดรูป
หากสารเติมเต็มที่เคยได้รับเป็นไฮยาลูรอนิกแอซิดแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน แพทย์สามารถทำการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อสลายสารเติมเต็มเดิมออกให้หมดก่อนทำการผ่าตัดเสริมซิลิโคนได้อย่างปลอดภัย
การฉีดสารเติมเต็มเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนรูปหน้าโดยไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง และสามารถปรับแต่งรูปทรงได้ตามความเหมาะสมเมื่อเวลาผ่านไป
ส่วนโปรแกรมผ่าตัดเสริมซิลิโคนจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบถาวรหรือมีปัญหาโครงสร้างกระดูกคางถอยรุนแรง ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ตรวจประเมินเพื่อแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุด

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69355 )




