






ลดน้ำหนักแล้ว แต่หน้าท้องหรือรอบเอวยังมีไขมันสะสมอยู่? เพราะไขมันบริเวณนี้อาจมีทั้งไขมันใต้ผิวและไขมันที่อยู่ลึกลงไปภายในช่องท้อง โปรแกรม DRAKARIAN ใช้เทคโนโลยี VF® Technology หรือ High-Power Capacitive-Resistive Radiofrequency เพื่อส่งพลังงาน RF ไปยังเนื้อเยื่อที่ต้องการดูแล โดยมุ่งดูแลทั้งไขมันใต้ผิวและไขมันในช่องท้องโดยไม่ทำลายผิว ทั้งนี้ การเลือกโปรแกรมควรพิจารณาตำแหน่งและลักษณะของไขมันร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โปรแกรม DRAKARIAN ใช้เทคโนโลยีหลักที่เรียกว่า VF® Technology หรือ High-Power Capacitive-Resistive Radiofrequency ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency: RF) กำลังสูงแบบ Non-ablative หรือไม่ทำลายหรือลอกผิวชั้นบน พัฒนาโดยบริษัท Capenergy Medical จากประเทศสเปน โดยใช้พลังงาน RF ส่งผ่านอิเล็กโทรดไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อสร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อ
เทคโนโลยีนี้มุ่งเน้นการดูแล ไขมันสะสมใต้ผิวและการปรับสัดส่วนเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในบริเวณที่พบไขมันสะสมได้บ่อย เมื่อพลังงาน RF ทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อ จึงเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่มีส่วนต่อการสลายไขมัน (Lipolysis) รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ คอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว
ดังนั้น โปรแกรมนี้จึงเน้นการดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุด ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดน้ำหนัก หากมีน้ำหนักตัวเกิน การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายยังเป็นพื้นฐานสำคัญ ส่วนการเลือกเทคโนโลยีควรพิจารณาจากตำแหน่ง ปริมาณ และลักษณะของไขมัน โดยให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
เน้นดูแลไขมันสะสมใต้ชั้นผิว (Subcutaneous Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ระหว่างผิวหนังกับเนื้อเยื่อชั้นลึก และสามารถสะสมตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง รอบเอว ต้นแขน ต้นขา หรือหลัง
อย่างไรก็ตาม ไขมันบริเวณหน้าท้องอาจประกอบด้วยทั้ง ไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้อง ซึ่งอยู่คนละตำแหน่งและมีลักษณะแตกต่างกัน การประเมินโดยแพทย์จึงมีส่วนสำคัญในการพิจารณาตำแหน่ง ปริมาณ และลักษณะของไขมันก่อนเลือกแนวทางดูแล
ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) คือไขมันที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังและเหนือเนื้อเยื่อชั้นลึก มีหน้าที่ช่วยปกป้องร่างกายและเป็นแหล่งสะสมพลังงาน
ไขมันชนิดนี้สามารถพบได้หลายบริเวณ เช่น หน้าท้อง รอบเอว หลัง ต้นแขน และต้นขา หากมีการสะสมมากขึ้น อาจทำให้บริเวณนั้นดูหนาหรือมีส่วนเกินที่เห็นได้ชัดเมื่อมองจากภายนอก
ก่อนพิจารณาใช้เทคโนโลยีดูแลไขมัน แพทย์จะประเมิน ตำแหน่ง ปริมาณ และลักษณะของไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อดูว่าบริเวณนั้นเหมาะกับแนวทางการดูแลหรือไม่
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันที่อยู่ลึกภายในช่องท้องและอยู่รอบอวัยวะภายใน จึงแตกต่างจากไขมันใต้ผิวหนัง และไม่สามารถประเมินปริมาณได้จากรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียว
การดูแลไขมันในช่องท้องจึงควรเน้น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวม ขณะที่เทคโนโลยีดูแลไขมันเฉพาะจุดมีจุดเน้นที่ไขมันใต้ผิวหนัง ไม่สามารถใช้ทดแทนการดูแลสุขภาพในด้านดังกล่าวได้
โปรแกรมนี้จะใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ส่งเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล โดยอาศัยความร้อนจากพลังงาน RF เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชั้นเนื้อเยื่อตามกลไกของเทคโนโลยี
การทำงานของโปรแกรม แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
โปรแกรมนี้ใช้พลังงาน RF แบบ Non-ablative โดยส่งพลังงานผ่านระบบอิเล็กโทรดไปยังบริเวณที่ต้องการดูแล โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน
เทคโนโลยี CAPENERGY มีระบบการส่งพลังงานที่เรียกว่า Intersection Effect® ซึ่งอาศัยการปล่อยคลื่นวิทยุจากหลายทิศทางพร้อมกัน (Multichannel/Octoradiofrequency) ทำให้พลังงานจากแต่ละช่องสัญญาณเคลื่อนที่มาตัดกันและซ้อนทับกัน (Overlap) ที่บริเวณเป้าหมายภายในชั้นเนื้อเยื่อ
เมื่อพลังงาน RF เข้าสู่เนื้อเยื่อ จะเกิดความร้อนจาก Deep Endothermic Effect หรือการสร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อจากพลังงานที่ส่งเข้าไป โดยระบบมีการควบคุมและติดตามอุณหภูมิระหว่างการทำงาน เพื่อให้พลังงานเหมาะสมกับบริเวณที่ดูแล
ความร้อนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไขมัน (Adipocytes) ตามกลไกของเทคโนโลยี
หลังเนื้อเยื่อได้รับพลังงานและเกิดการเปลี่ยนแปลง ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับส่วนที่ผ่านกระบวนการตามกลไกธรรมชาติ
ดังนั้น ไขมันจึงไม่ได้ถูกกำจัดออกจากร่างกายในทันที ระยะเวลาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของไขมันและการตอบสนองของร่างกายหลังการดูแล
เน้นดูแลไขมันสะสมใต้ผิวหนังและสัดส่วนเฉพาะจุด จึงเหมาะกับบริเวณที่มีไขมันสะสมและต้องการดูแลรูปร่างเป็นจุด ๆ มากกว่าการใช้เพื่อการลดน้ำหนักโดยรวม
ก่อนวางแผนการดูแล แพทย์จะประเมินตำแหน่ง ปริมาณ และลักษณะของไขมัน รวมถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับบริเวณที่ต้องการดูแล
เหมาะสำหรับบริเวณที่มี ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) สะสม เช่น หน้าท้อง รอบเอว และลำตัว โดยพลังงาน RF จะสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อบริเวณที่ดูแล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของเทคโนโลยี จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับส่วนที่ผ่านกระบวนการตามกลไกธรรมชาติ
บริเวณหน้าท้องอาจมีทั้งไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้อง ซึ่งเป็นไขมันคนละชั้นกัน โดยโปรแกรมนี้เน้นดูแลไขมันใต้ผิวหนัง การประเมินโดยแพทย์จึงมีความสำคัญ เพื่อดูตำแหน่งและลักษณะของไขมัน รวมถึงพิจารณาว่าบริเวณนั้นเหมาะกับการดูแลด้วยเทคโนโลยีหรือไม่
เมื่อมีไขมันสะสมเฉพาะบางบริเวณ อาจทำให้สัดส่วนดูไม่สมดุล การดูแลไขมันเฉพาะจุดจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างในบริเวณที่ต้องการ โดยที่โปรแกรมนี้ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดน้ำหนัก แต่เน้นดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณที่เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยี
พลังงาน RF จะสร้างความร้อนในชั้นผิวและเนื้อเยื่อ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการของ คอลลาเจนและอิลาสติน จึงอาจช่วยดูแลคุณภาพผิวบริเวณที่ทำควบคู่ไปกับการดูแลไขมันเฉพาะจุด
ด้วยหลักการทำงานของโปรแกรมมีลักษณะเป็นเทคโนโลยี RF แบบ Non-ablative ที่ส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อ โดยไม่มุ่งทำลายผิวชั้นบน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลไขมันสะสมและสัดส่วนเฉพาะจุด โดยเน้นการใช้พลังงานดูแลบริเวณที่ต้องการ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมใต้ผิวหนังเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง รอบเอว หรือลำตัว และต้องการดูแลสัดส่วน โดยเน้นดูแลไขมันเฉพาะบริเวณด้วยพลังงาน RF จึงไม่ใช่ทางเลือกสำหรับการลดน้ำหนักโดยตรง
ผู้ที่อาจเหมาะกับการรับบริการ
ในการรับบริการมีหลายปัจจัยที่ต้องประเมิน ทำให้โปรแกรมนี้อาจจะไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการรับความร้อน มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือมีความผิดปกติบริเวณที่ต้องการทำ
หากมีประวัติหรือภาวะเหล่านี้ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยเป็นรายบุคคล
ผู้ที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
หมายเหตุ: แพทย์จะประเมินก่อนทำทุกครั้ง โดยพิจารณาจากสุขภาพ ประวัติการรักษา ตำแหน่งและลักษณะของไขมัน รวมถึงสภาพผิวและเป้าหมายในการดูแล เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
การดูแลไขมันมีหลายวิธี เพราะแต่ละคนมี ตำแหน่งและปริมาณไขมัน แตกต่างกัน บางคนมีไขมันสะสมใต้ผิวเฉพาะจุด ขณะที่บางคนต้องการดูแลกล้ามเนื้อหรือมีไขมันสะสมในปริมาณมาก
โปรแกรมนี้ ใช้พลังงาน RF เพื่อสร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล จึงมีหลักการทำงานต่างจากเทคโนโลยีความเย็น การกระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือวิธีที่นำไขมันออกจากร่างกายโดยตรง การเลือกวิธีจึงควรพิจารณาจาก ปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน โดยให้แพทย์ประเมินก่อนว่าบริเวณที่ต้องการดูแลเหมาะกับวิธีใด
| โปรแกรม | หลักการทำงาน | เหมาะกับลักษณะปัญหา |
| โปรแกรม DRAKARIAN | ใช้พลังงาน RF สร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อ | ผู้ที่ต้องการดูแลไขมันใต้ผิวบริเวณหน้าท้องหรือสัดส่วน โดยไม่ต้องนำไขมันออกจากร่างกายโดยตรง |
| โปรแกรม CoolSculpting | ใช้ความเย็นกับไขมันใต้ผิว | ผู้ที่มีไขมันใต้ผิวเฉพาะจุด และต้องการดูแลด้วยเทคโนโลยีความเย็น |
| โปรแกรม Emsculpt | ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อ | ผู้ที่ต้องการเน้นการกระตุ้นกล้ามเนื้อ |
| โปรแกรมดูดไขมัน | นำไขมันออกจากร่างกายโดยตรง | ผู้ที่มีไขมันสะสมในบริเวณที่เหมาะสม และผ่านการประเมินโดยแพทย์ |
ระหว่างทำ อาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนบริเวณที่ทำจากพลังงาน RF มากกว่าความรู้สึกเจ็บ โดยระบบจะติดตามและควบคุมอุณหภูมิระหว่างการทำ เพื่อให้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการดูแล
เนื่องจากโปรแกรม DRAKARIAN เป็นเทคโนโลยี RF แบบ Non-ablative จึงไม่มุ่งทำลายผิวชั้นบนและไม่มีการเปิดแผล หลังทำบางรายอาจรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำ หรือมีรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งอาการและระยะเวลาที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวัน
ก่อนทำ ไม่จำเป็นต้องเตรียมผิวเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือการประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลและแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน เช่น
ในวันที่ทำ ควรดูแลบริเวณที่จะทำให้สะอาดและไม่มีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อ หากมีความผิดปกติของผิวหรือสุขภาพก่อนวันนัด ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำหัตถการ
หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามความเหมาะสม โดยควรสังเกตอาการบริเวณที่ได้รับพลังงานและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
หากมีเพียงอาการอุ่นหรือรอยแดงเล็กน้อย สามารถติดตามอาการตามคำแนะนำของคลินิกได้ แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดหรือแสบร้อนมาก บวมมากผิดปกติ หรือรอยแดงเป็นบริเวณกว้างหรือไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมินอาการทันที
นอกจากนี้ ควรดูแลสุขภาพโดยรวมควบคู่ไปด้วย เช่น
ทั้งนี้ ไม่ควรใช้การปัสสาวะบ่อยขึ้นเป็นตัวชี้วัดว่าไขมันกำลังถูกกำจัดออกจากร่างกาย เพราะอาการปัสสาวะบ่อยอาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้เช่นกัน
หมายเหตุ: การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำอาจแตกต่างกันตามสุขภาพ ตำแหน่งและลักษณะของไขมัน รวมถึงสภาพผิวของแต่ละบุคคล แพทย์จึงควรประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมก่อนและหลังทำทุกครั้ง
การเลือกเทคโนโลยีดูแลไขมันควรเริ่มจากการดูว่า ปัญหาอยู่ตรงไหนและต้องการดูแลอะไร ไม่ใช่เลือกจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์ ทั้งตำแหน่งและลักษณะของไขมัน สภาพผิว และเป้าหมายในการดูแล เพื่อพิจารณาว่า โปรแกรมนี้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแลหรือไม่
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแล ทั้ง ปริมาณและลักษณะของไขมัน สัดส่วน และสภาพผิว เพื่อวางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละคน
หน้าท้องมีทั้งไขมันใต้ผิวหนังและไขมันที่อยู่ลึกภายในช่องท้อง การดูจากรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ แพทย์จะพิจารณาว่าไขมันสะสมอยู่บริเวณใด เพื่อเลือกแนวทางดูแลให้ตรงกับปัญหา
การวางแผนไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาณไขมัน แต่ดู สภาพผิวของบริเวณนั้นร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลทั้งสัดส่วนและคุณภาพผิว การประเมินภาพรวมจึงช่วยให้วางแผนการดูแลได้เหมาะสมมากขึ้น
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการดูแลที่เป็นระบบ ตั้งแต่ การประเมินก่อนทำ การตั้งค่าพลังงาน การดูแลระหว่างทำ ไปจนถึงคำแนะนำหลังทำ โดยดำเนินการตามแนวทางและมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้การดูแลในแต่ละเคสเป็นไปอย่างเหมาะสม
หลังทำ แพทย์จะแนะนำการดูแลตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล รวมถึงติดตามผลตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการดูแลในขั้นต่อไป
โปรแกรม DRAKARIAN ใช้เทคโนโลยี VF® Technology หรือ High-Power Capacitive-Resistive Radiofrequency ซึ่งเป็นคลื่นความถี่วิทยุ (RF) กำลังสูงแบบ Non-ablative หรือไม่ทำลายผิวชั้นบน พัฒนาโดย Capenergy Medical จากประเทศสเปน โดยใช้พลังงาน RF สร้างความร้อนในเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล เน้นดูแลไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องและสัดส่วนเฉพาะจุด ทั้งนี้ โปรแกรม DRAKARIAN ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดน้ำหนักโดยตรง
โปรแกรมนี้จะเน้นดูแลไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) โดยใช้พลังงาน RF สร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของเทคโนโลยีและกระบวนการของร่างกาย ทั้งนี้ ควรประเมินตำแหน่งและปริมาณไขมันก่อน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) อยู่ลึกและแตกต่างจากไขมันใต้ผิวหนัง การประเมินจากรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ หากต้องการดูแลบริเวณหน้าท้อง แพทย์ควรประเมินลักษณะและตำแหน่งของไขมันก่อน เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม
เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้องหรือรอบเอว และต้องการดูแลสัดส่วนโดยไม่ใช้วิธีที่มีการรุกล้ำร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ แต่ยังมีไขมันบางบริเวณที่ต้องการดูแล
ระหว่างทำโดยทั่วไปจะรู้สึก อุ่นหรือร้อนบริเวณที่ได้รับพลังงาน RF มากกว่าความรู้สึกเจ็บ ระดับความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละคน หากรู้สึกร้อนหรือไม่สบายมากเกินไป ควรแจ้งผู้ให้บริการทันที
เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นเทคโนโลยี RF แบบ Non-ablative จึงไม่มุ่งทำลายผิวชั้นบนหรือทำให้เกิดแผลเปิด หลังทำบางรายอาจรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำหรือมีรอยแดงเล็กน้อย
หลังทำสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การตอบสนองหลังทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
ทั้งสองโปรแกรมเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ดูแลไขมันใต้ผิวหนัง แต่ใช้พลังงานแตกต่างกัน และมีบริเวณที่นิยมทำต่างกัน
การเลือกเทคโนโลยีจึงควรพิจารณาจาก ตำแหน่ง ลักษณะของไขมัน และเป้าหมายในการดูแล ร่วมกับการประเมินของแพทย์ ไม่ควรเลือกจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: โปรแกรม CoolSculpting คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยสลายไขมันด้วยความเย็น
ในบางกรณี โปรแกรม DRAKARIAN สามารถวางแผนทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่นได้ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยดูจาก
แพทย์จะประเมินสภาพร่างกายและเป้าหมายของแต่ละบุคคลก่อน เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงวางแผนลำดับและระยะห่างในการทำให้เหมาะกับแต่ละคน




