โปรแกรม J Plasma คืออะไร? เทคโนโลยีกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และปรับสัดส่วน

ผิวหย่อนคล้อย รูปร่างไม่กระชับ ทั้งที่ดูแลตัวเองแล้ว? โปรแกรม J Plasma เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน Helium Plasma ร่วมกับคลื่น Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว เพื่อให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและช่วยให้ผิวกระชับขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและปรับรูปร่างให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น

ก่อนทำแพทย์จะประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยในบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเทคโนโลยีดังกล่าวกับปัญหาแต่ละบุคคล พร้อมวางแนวทางการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและรูปร่าง

โปรแกรม J Plasma คืออะไร?

โปรแกรม J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน Radiofrequency (RF) ร่วมกับก๊าซฮีเลียม (Helium) เพื่อสร้าง Plasma และส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล โดยพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นมีส่วนทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัว จึงนำมาใช้เพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและการปรับสัดส่วนในบางบริเวณ 

ในการทำจึงไม่ได้ดูเพียงระดับความกระชับของผิว แต่ต้องประเมินลักษณะของผิว ชั้นเนื้อเยื่อ และปัญหาที่ต้องการดูแลร่วมกัน เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

โปรแกรม J Plasma ทำงานอย่างไร?

โปรแกรมนี้จะใช้พลังงาน Radiofrequency (RF) ร่วมกับก๊าซฮีเลียม (Helium) เพื่อสร้าง Plasma แล้วส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแลผ่านท่อส่งพลังงานขนาดเล็ก

พลังงานที่ส่งลงไปทำให้เนื้อเยื่อและเส้นใยที่ช่วยยึดพยุงผิว หรือ Fibroseptal Network (FSN) เกิดการหดตัว จึงนำมาใช้เพื่อดูแลผิวที่ขาดความกระชับและมีผิวส่วนเกินในบริเวณที่ต้องการ

เทคโนโลยีนี้สามารถส่งพลังงานความร้อนในระดับสูงไปยังจุดที่ต้องการ พร้อมควบคุมและลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว แพทย์จึงสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับ ตำแหน่งและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล

นอกจากการหดตัวของเนื้อเยื่อแล้ว พลังงานความร้อนยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการปรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อในระยะต่อมา

ก่อนทำ แพทย์จะประเมินปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ตำแหน่งและพื้นที่ที่ต้องการดูแล
  • ระดับความหย่อนคล้อย
  • ลักษณะและความหนาของชั้นเนื้อเยื่อ
  • ปริมาณไขมันในบริเวณนั้น
  • ระดับพลังงานและเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการปรับกระชับ

สามารถช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

โปรแกรมนี้จะเน้นดูแลผิวที่ขาดความกระชับและมีผิวส่วนเกิน โดยใช้พลังงาน RF ร่วมกับ Helium Plasma ส่งพลังงานไปยังชั้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล จึงอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวไม่กระชับหลังน้ำหนักลด หรือมีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง

โดยบริเวณที่แพทย์อาจพิจารณาดูแล ได้แก่

  • หน้าท้อง สำหรับผิวบริเวณหน้าท้องที่ขาดความกระชับหรือมีผิวส่วนเกิน
  • ต้นแขน กรณีมีผิวไม่กระชับบริเวณต้นแขน
  • ต้นขา สำหรับผิวที่ดูไม่กระชับในบางบริเวณ
  • ลำตัวและรอบลำตัว กรณีต้องการดูแลความกระชับและสัดส่วนของร่างกาย
  • ผิวหลังน้ำหนักลด โดยเฉพาะบริเวณที่มีผิวส่วนเกินหรือความกระชับของผิวลดลง
  • ผิวหลังการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง เช่น หลังคลอดหรือหลังน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อเป็นรายบุคคล

โปรแกรม J Plasma เหมาะกับใคร?

อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ผิวไม่กระชับหรือความกระชับของผิวลดลง โดยเฉพาะกรณีที่ผิวบริเวณนั้นดูไม่กระชับหลังน้ำหนักลด หลังคลอด หรือมีผิวบางบริเวณที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ผิวแบบไหนที่อาจเหมาะกับการทำโปรแกรมนี้ ?

ความเหมาะสมไม่ได้ดูจากระดับ ความกระชับของผิว เพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการดูแลร่วมด้วย เช่น

  • คุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว
  • ระดับความกระชับและปริมาณผิวส่วนเกิน
  • ปริมาณและการกระจายตัวของไขมัน
  • ลักษณะของชั้นเนื้อเยื่อ

ผู้ที่ผิวเริ่มไม่กระชับหรือรู้สึกว่าความกระชับลดลง อาจเป็นกลุ่มที่แพทย์พิจารณาทำโปรแกรมนี้ ในบริเวณที่พบปัญหา เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และลำตัว

สำหรับผู้ที่เคยดูแลไขมันบริเวณนั้นมาก่อน แต่ยังมีปัญหาผิวดูไม่กระชับ แพทย์สามารถประเมินเพิ่มเติมได้ว่าเกิดจาก สภาพผิวหรือชั้นเนื้อเยื่อ มากน้อยเพียงใด

หากมีผิวส่วนเกินหรือผิวไม่กระชับค่อนข้างมาก การทำโปรแกรมนี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับปัญหาดังกล่าว จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแล

น้ำหนักลดแล้ว แต่ผิวยังหย่อนคล้อย รูปร่างไม่กระชับ?

ทีมแพทย์ Rassapoom Clinic พร้อมประเมินระดับความหย่อนคล้อย ชั้นไขมัน และสภาพผิว เพื่อวางแผนให้เหมาะกับสรีระและบริเวณที่ต้องการดูแล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม J Plasma ทำบริเวณไหนได้บ้าง?

อาจพิจารณาใช้ดูแลผิวหย่อนคล้อยและความกระชับของเนื้อเยื่อในบริเวณร่างกายที่ต้องการดูแล โดยตำแหน่งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะผิวและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบริเวณ

บริเวณที่แพทย์อาจพิจารณาดูแล ได้แก่

  • ต้นแขน สำหรับบริเวณที่ผิวขาดความกระชับหรือมีผิวส่วนเกิน
  • หน้าท้อง โดยเฉพาะหลังน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  • ต้นขา สำหรับบริเวณที่ความกระชับของผิวลดลง
  • ลำตัวและหลัง ในกรณีที่ต้องการดูแลความกระชับและรูปร่างของผิว

สามารถทำบริเวณร่างกายตรงไหนได้บ้าง?

การเลือกบริเวณทำโปรแกรมนี้ ไม่ได้พิจารณาจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่ดูจากลักษณะผิวและชั้นเนื้อเยื่อในบริเวณนั้นด้วย

หากมีไขมันสะสมร่วมกับ ความกระชับของผิวที่ลดลง แพทย์จะประเมินปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ปริมาณและการกระจายตัวของไขมัน
  • ความยืดหยุ่นของผิว
  • ระดับความกระชับและปริมาณผิวส่วนเกิน
  • ลักษณะของชั้นเนื้อเยื่อ

ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่ ผิว ไขมัน หรือชั้นเนื้อเยื่อ และควรวางแนวทางดูแลอย่างไร

โปรแกรม J Plasma ต่างจากโปรแกรมดูดไขมันอย่างไร?

ทั้ง 2 โปรแกรมมีเป้าหมายในการดูแลรูปร่างต่างกัน โดยโปรแกรม J Plasma เน้นดูแลผิวที่หย่อนคล้อยและความกระชับของเนื้อเยื่อ ขณะที่โปรแกรมดูดไขมันมุ่งลดปริมาณไขมันส่วนเกินเพื่อปรับสัดส่วน

ดังนั้น ก่อนเลือกวิธีดูแล ควรพิจารณาจากลักษณะปัญหาหลักว่าเป็นผิวส่วนเกิน ความกระชับของผิวลดลง ไขมันสะสม หรือมีหลายปัญหาร่วมกัน จากนั้นแพทย์จะประเมินสภาพผิว ไขมัน และชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

หัวข้อโปรแกรม J Plasmaโปรแกรมดูดไขมัน
หลักการทำงานใช้พลังงาน RF ร่วมกับ Helium Plasma เพื่อดูแลผิวและความกระชับของเนื้อเยื่อใช้เทคนิคดูดไขมันออกจากบริเวณที่ต้องการลดปริมาณไขมัน
เป้าหมายหลักเน้นดูแล ผิวที่ขาดความกระชับและเนื้อเยื่อเน้นลดไขมันส่วนเกินเฉพาะบริเวณ
เหมาะกับปัญหาผิวที่ขาดความกระชับ โดยไม่ได้มีไขมันสะสมเป็นปัญหาหลักมีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณและต้องการลดปริมาณไขมัน
การลดไขมันปริมาณมากไม่ใช่เป้าหมายหลักเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการดูแล
การดูแลผิวหย่อนคล้อยเป็นจุดที่มุ่งเน้นในการดูแลไม่ใช่เป้าหมายหลักของการลดไขมัน
ลักษณะการดูแลมุ่งดูแล ผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการเพิ่มความกระชับมุ่งลดปริมาณไขมันในบริเวณที่ต้องการ
การใช้ร่วมกับแนวทางอื่นอาจพิจารณาตามลักษณะปัญหาและการประเมินของแพทย์อาจวางแผนร่วมกับการดูแลผิว หากมีปัญหาความกระชับของผิวร่วมด้วย
การพักฟื้นระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณ เทคนิค และขอบเขตการทำระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณ ปริมาณไขมัน และเทคนิคที่ใช้
เหมาะกับใครผู้ที่มีปัญหา ความกระชับของผิวลดลง และไม่ได้ต้องการลดไขมันในปริมาณมากผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณและต้องการลดปริมาณไขมัน

ก่อนทำต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนทำโปรแกรมนี้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลก่อน โดยพิจารณาทั้งระดับความหย่อนคล้อย สภาพผิว ปริมาณไขมัน และลักษณะของชั้นเนื้อเยื่อ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการทำได้เหมาะกับปัญหาและสภาพร่างกายของแต่ละคน

ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพให้แพทย์ทราบ ได้แก่

  • โรคประจำตัว หรือภาวะสุขภาพที่อยู่ระหว่างการรักษา
  • ยาที่รับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะยาที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ที่รับประทานเป็นประจำ
  • ประวัติการแพ้ยา หรือการแพ้ที่เคยเกิดขึ้น
  • ประวัติการทำหัตถการหรือการรักษา บริเวณที่จะทำ
  • แผล ผื่น หรือการติดเชื้อของผิวหนัง ในบริเวณที่ต้องการทำ

หากมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ไม่ควรหยุดยาเอง ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ในช่วงก่อนทำ หากมีการทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์อื่นบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งแพทย์เช่นกัน เพื่อพิจารณาระยะห่างที่เหมาะสม ส่วนในวันที่เข้ารับบริการควรดูแลผิวบริเวณที่จะทำให้สะอาด และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองตามคำแนะนำของแพทย์

หลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไร?

หลังทำควรดูแลบริเวณที่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ผิวและเนื้อเยื่อกำลังฟื้นตัว

สิ่งที่ควรใส่ใจมีดังนี้

  • รักษาความสะอาดบริเวณที่ทำ ตามวิธีที่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถู บริเวณที่ทำในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการออกแดดเป็นเวลานาน ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากในช่วงแรก หากแพทย์แนะนำให้พัก
  • ใช้ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีการสั่งใช้
  • มาติดตามผลตามนัด เพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวของผิวและเนื้อเยื่อ

หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือระบมได้ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการ ปวด บวม แดง หรืออาการผิดปกติที่รุนแรงขึ้น ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อให้แพทย์ประเมิน

ผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงหลังทำที่พบได้มีอะไรบ้าง?

หลังทำอาจพบอาการบริเวณที่ทำ เช่น บวม ช้ำ ตึง ระบม หรือความรู้สึกบริเวณผิวเปลี่ยนแปลงชั่วคราว โดยอาการและระยะเวลาที่เกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ความเสี่ยงอาจขึ้นอยู่กับ บริเวณที่ทำ เทคนิค ระดับพลังงาน และสภาพผิว การประเมินก่อนทำจึงมีส่วนสำคัญในการวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน

ก่อนทำ ควรพูดคุยกับแพทย์ให้เข้าใจเกี่ยวกับ

  • ปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล
  • วิธีการและแนวทางการทำ
  • อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ
  • การดูแลตัวเองหลังทำ
  • ความเสี่ยงและข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับสภาพผิว

หากหลังทำมีอาการผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรกลับมาตรวจเพื่อให้แพทย์ประเมิน

ทำไมเลือกโปรแกรม J Plasma ที่ Rassapoom Clinic?

ในการตัดสินใจเริ่มรับบริการ เราไม่แนะนำให้เริ่มจากการเลือกเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่า ปัญหาที่ต้องการดูแลเกิดจากผิวหย่อน ไขมันสะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของชั้นเนื้อเยื่อร่วมกัน

ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อก่อนทำ เพื่อดูว่าปัญหาอยู่บริเวณใด และวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

1. ประเมินปัญหาก่อนวางแผนการทำ

ก่อนทำ แพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแล โดยพิจารณาร่วมกันหลายด้าน เช่น

  • ระดับความหย่อนคล้อยและคุณภาพผิว
  • ความยืดหยุ่นของผิว
  • ปริมาณและการกระจายตัวของไขมัน
  • ลักษณะของชั้นเนื้อเยื่อ
  • ตำแหน่งและขอบเขตของบริเวณที่ต้องการดูแล

การประเมินเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เห็นภาพของปัญหาได้ชัดขึ้น และพิจารณาว่าเหมาะกับบริเวณนั้นหรือไม่ รวมถึงควรวางแผนการทำอย่างไร

2. วางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แม้จะเป็นปัญหาผิวที่ขาดความกระชับเหมือนกัน แต่ระดับความกระชับ คุณภาพผิว และโครงสร้างของเนื้อเยื่อในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

ดังนั้น โปรแกรมนี้จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงลักษณะของผิวและเนื้อเยื่อ ก่อนวางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

3. ดูแลต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนทำจนถึงหลังทำ

การดูแลไม่ได้จบลงหลังทำหัตถการ แต่ควรมีคำแนะนำตั้งแต่ก่อนทำ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำและการติดตามผลตามความเหมาะสม

ผู้รับบริการจึงควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนการดูแลหลังทำ และอาการที่ควรสังเกต เพื่อให้สามารถดูแลบริเวณที่ทำได้อย่างเหมาะสม

ท้ายที่สุด การเลือกรับบริการจึงไม่ควรพิจารณาจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูทั้ง การประเมินโดยแพทย์ การวางแผนให้เหมาะกับปัญหา และการดูแลต่อเนื่องหลังทำ เพื่อให้แนวทางที่เลือกสอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม J Plasma

โปรแกรม J Plasma คืออะไร?

โปรแกรม J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ Helium Plasma ส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล โดยเน้นเรื่องความกระชับของผิวและเนื้อเยื่อ

โปรแกรมนี้ไม่ได้เน้นการลดไขมันในปริมาณมาก แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวที่หย่อนคล้อยและความกระชับของเนื้อเยื่อ

หากมีไขมันสะสมร่วมด้วย แพทย์จะประเมินปริมาณไขมันและสภาพเนื้อเยื่อ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหา

อาจเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือความกระชับของผิวลดลง โดยเฉพาะกรณีที่ปัญหาหลักอยู่ที่ผิวและเนื้อเยื่อมากกว่าปริมาณไขมัน

ความเหมาะสมจะพิจารณาจากสภาพผิว ความยืดหยุ่น ปริมาณไขมัน และลักษณะของเนื้อเยื่อร่วมกัน

ความรู้สึกระหว่างทำและระยะพักฟื้นแตกต่างกันได้ตาม บริเวณ เทคนิค และขอบเขตของการทำ

หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือระบมในช่วงแรกได้ แพทย์จะแนะนำการดูแลและการกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

การเปลี่ยนแปลงหลังทำจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามการฟื้นตัวและการตอบสนองของร่างกาย

ระยะเวลาที่เห็นผลและระดับการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาเดียวกันสำหรับทุกคนได้

ในบางกรณี อาจพิจารณาทำร่วมกับการดูดไขมัน หากมีทั้งไขมันสะสมและผิวที่ขาดความกระชับ โดยแต่ละวิธีมีจุดเน้นในการดูแลแตกต่างกัน

การเลือกทำร่วมกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ความกระชับของผิว และสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล แพทย์จึงควรประเมินก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล

ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเกี่ยวข้องกับ อายุ คุณภาพผิว ความยืดหยุ่นของผิว น้ำหนักตัว และการดูแลตัวเอง

ส่วนการทำซ้ำ แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิว ผลลัพธ์จากครั้งก่อน และเป้าหมายในการดูแลก่อนวางแผนครั้งต่อไป

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ