






ผิวหย่อนคล้อย รูปร่างไม่กระชับ ทั้งที่ดูแลตัวเองแล้ว? โปรแกรม J Plasma เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน Helium Plasma ร่วมกับคลื่น Radiofrequency (RF) ส่งพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว เพื่อให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวและช่วยให้ผิวกระชับขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและปรับรูปร่างให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น
ก่อนทำแพทย์จะประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยในบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเทคโนโลยีดังกล่าวกับปัญหาแต่ละบุคคล พร้อมวางแนวทางการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและรูปร่าง
โปรแกรม J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน Radiofrequency (RF) ร่วมกับก๊าซฮีเลียม (Helium) เพื่อสร้าง Plasma และส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล โดยพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นมีส่วนทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัว จึงนำมาใช้เพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและการปรับสัดส่วนในบางบริเวณ
ในการทำจึงไม่ได้ดูเพียงระดับความกระชับของผิว แต่ต้องประเมินลักษณะของผิว ชั้นเนื้อเยื่อ และปัญหาที่ต้องการดูแลร่วมกัน เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้จะใช้พลังงาน Radiofrequency (RF) ร่วมกับก๊าซฮีเลียม (Helium) เพื่อสร้าง Plasma แล้วส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแลผ่านท่อส่งพลังงานขนาดเล็ก
พลังงานที่ส่งลงไปทำให้เนื้อเยื่อและเส้นใยที่ช่วยยึดพยุงผิว หรือ Fibroseptal Network (FSN) เกิดการหดตัว จึงนำมาใช้เพื่อดูแลผิวที่ขาดความกระชับและมีผิวส่วนเกินในบริเวณที่ต้องการ
เทคโนโลยีนี้สามารถส่งพลังงานความร้อนในระดับสูงไปยังจุดที่ต้องการ พร้อมควบคุมและลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว แพทย์จึงสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับ ตำแหน่งและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล
นอกจากการหดตัวของเนื้อเยื่อแล้ว พลังงานความร้อนยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการปรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อในระยะต่อมา
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินปัจจัยสำคัญ เช่น
เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการปรับกระชับ
โปรแกรมนี้จะเน้นดูแลผิวที่ขาดความกระชับและมีผิวส่วนเกิน โดยใช้พลังงาน RF ร่วมกับ Helium Plasma ส่งพลังงานไปยังชั้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล จึงอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวไม่กระชับหลังน้ำหนักลด หรือมีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง
โดยบริเวณที่แพทย์อาจพิจารณาดูแล ได้แก่
อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ผิวไม่กระชับหรือความกระชับของผิวลดลง โดยเฉพาะกรณีที่ผิวบริเวณนั้นดูไม่กระชับหลังน้ำหนักลด หลังคลอด หรือมีผิวบางบริเวณที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ความเหมาะสมไม่ได้ดูจากระดับ ความกระชับของผิว เพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการดูแลร่วมด้วย เช่น
ผู้ที่ผิวเริ่มไม่กระชับหรือรู้สึกว่าความกระชับลดลง อาจเป็นกลุ่มที่แพทย์พิจารณาทำโปรแกรมนี้ ในบริเวณที่พบปัญหา เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และลำตัว
สำหรับผู้ที่เคยดูแลไขมันบริเวณนั้นมาก่อน แต่ยังมีปัญหาผิวดูไม่กระชับ แพทย์สามารถประเมินเพิ่มเติมได้ว่าเกิดจาก สภาพผิวหรือชั้นเนื้อเยื่อ มากน้อยเพียงใด
หากมีผิวส่วนเกินหรือผิวไม่กระชับค่อนข้างมาก การทำโปรแกรมนี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับปัญหาดังกล่าว จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแล
อาจพิจารณาใช้ดูแลผิวหย่อนคล้อยและความกระชับของเนื้อเยื่อในบริเวณร่างกายที่ต้องการดูแล โดยตำแหน่งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะผิวและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบริเวณ
บริเวณที่แพทย์อาจพิจารณาดูแล ได้แก่
การเลือกบริเวณทำโปรแกรมนี้ ไม่ได้พิจารณาจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่ดูจากลักษณะผิวและชั้นเนื้อเยื่อในบริเวณนั้นด้วย
หากมีไขมันสะสมร่วมกับ ความกระชับของผิวที่ลดลง แพทย์จะประเมินปัจจัยสำคัญ เช่น
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่ ผิว ไขมัน หรือชั้นเนื้อเยื่อ และควรวางแนวทางดูแลอย่างไร
ทั้ง 2 โปรแกรมมีเป้าหมายในการดูแลรูปร่างต่างกัน โดยโปรแกรม J Plasma เน้นดูแลผิวที่หย่อนคล้อยและความกระชับของเนื้อเยื่อ ขณะที่โปรแกรมดูดไขมันมุ่งลดปริมาณไขมันส่วนเกินเพื่อปรับสัดส่วน
ดังนั้น ก่อนเลือกวิธีดูแล ควรพิจารณาจากลักษณะปัญหาหลักว่าเป็นผิวส่วนเกิน ความกระชับของผิวลดลง ไขมันสะสม หรือมีหลายปัญหาร่วมกัน จากนั้นแพทย์จะประเมินสภาพผิว ไขมัน และชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
| หัวข้อ | โปรแกรม J Plasma | โปรแกรมดูดไขมัน |
| หลักการทำงาน | ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ Helium Plasma เพื่อดูแลผิวและความกระชับของเนื้อเยื่อ | ใช้เทคนิคดูดไขมันออกจากบริเวณที่ต้องการลดปริมาณไขมัน |
| เป้าหมายหลัก | เน้นดูแล ผิวที่ขาดความกระชับและเนื้อเยื่อ | เน้นลดไขมันส่วนเกินเฉพาะบริเวณ |
| เหมาะกับปัญหา | ผิวที่ขาดความกระชับ โดยไม่ได้มีไขมันสะสมเป็นปัญหาหลัก | มีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณและต้องการลดปริมาณไขมัน |
| การลดไขมันปริมาณมาก | ไม่ใช่เป้าหมายหลัก | เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการดูแล |
| การดูแลผิวหย่อนคล้อย | เป็นจุดที่มุ่งเน้นในการดูแล | ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการลดไขมัน |
| ลักษณะการดูแล | มุ่งดูแล ผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการเพิ่มความกระชับ | มุ่งลดปริมาณไขมันในบริเวณที่ต้องการ |
| การใช้ร่วมกับแนวทางอื่น | อาจพิจารณาตามลักษณะปัญหาและการประเมินของแพทย์ | อาจวางแผนร่วมกับการดูแลผิว หากมีปัญหาความกระชับของผิวร่วมด้วย |
| การพักฟื้น | ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณ เทคนิค และขอบเขตการทำ | ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับบริเวณ ปริมาณไขมัน และเทคนิคที่ใช้ |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่มีปัญหา ความกระชับของผิวลดลง และไม่ได้ต้องการลดไขมันในปริมาณมาก | ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณและต้องการลดปริมาณไขมัน |
ก่อนทำโปรแกรมนี้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลก่อน โดยพิจารณาทั้งระดับความหย่อนคล้อย สภาพผิว ปริมาณไขมัน และลักษณะของชั้นเนื้อเยื่อ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการทำได้เหมาะกับปัญหาและสภาพร่างกายของแต่ละคน
ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพให้แพทย์ทราบ ได้แก่
หากมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ไม่ควรหยุดยาเอง ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ในช่วงก่อนทำ หากมีการทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์อื่นบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งแพทย์เช่นกัน เพื่อพิจารณาระยะห่างที่เหมาะสม ส่วนในวันที่เข้ารับบริการควรดูแลผิวบริเวณที่จะทำให้สะอาด และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองตามคำแนะนำของแพทย์
หลังทำควรดูแลบริเวณที่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ผิวและเนื้อเยื่อกำลังฟื้นตัว
สิ่งที่ควรใส่ใจมีดังนี้
หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือระบมได้ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการ ปวด บวม แดง หรืออาการผิดปกติที่รุนแรงขึ้น ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อให้แพทย์ประเมิน
หลังทำอาจพบอาการบริเวณที่ทำ เช่น บวม ช้ำ ตึง ระบม หรือความรู้สึกบริเวณผิวเปลี่ยนแปลงชั่วคราว โดยอาการและระยะเวลาที่เกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ความเสี่ยงอาจขึ้นอยู่กับ บริเวณที่ทำ เทคนิค ระดับพลังงาน และสภาพผิว การประเมินก่อนทำจึงมีส่วนสำคัญในการวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน
ก่อนทำ ควรพูดคุยกับแพทย์ให้เข้าใจเกี่ยวกับ
หากหลังทำมีอาการผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรกลับมาตรวจเพื่อให้แพทย์ประเมิน
ในการตัดสินใจเริ่มรับบริการ เราไม่แนะนำให้เริ่มจากการเลือกเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่า ปัญหาที่ต้องการดูแลเกิดจากผิวหย่อน ไขมันสะสม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของชั้นเนื้อเยื่อร่วมกัน
ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิวและเนื้อเยื่อก่อนทำ เพื่อดูว่าปัญหาอยู่บริเวณใด และวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแล โดยพิจารณาร่วมกันหลายด้าน เช่น
การประเมินเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เห็นภาพของปัญหาได้ชัดขึ้น และพิจารณาว่าเหมาะกับบริเวณนั้นหรือไม่ รวมถึงควรวางแผนการทำอย่างไร
แม้จะเป็นปัญหาผิวที่ขาดความกระชับเหมือนกัน แต่ระดับความกระชับ คุณภาพผิว และโครงสร้างของเนื้อเยื่อในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
ดังนั้น โปรแกรมนี้จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงลักษณะของผิวและเนื้อเยื่อ ก่อนวางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
การดูแลไม่ได้จบลงหลังทำหัตถการ แต่ควรมีคำแนะนำตั้งแต่ก่อนทำ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำและการติดตามผลตามความเหมาะสม
ผู้รับบริการจึงควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนการดูแลหลังทำ และอาการที่ควรสังเกต เพื่อให้สามารถดูแลบริเวณที่ทำได้อย่างเหมาะสม
ท้ายที่สุด การเลือกรับบริการจึงไม่ควรพิจารณาจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูทั้ง การประเมินโดยแพทย์ การวางแผนให้เหมาะกับปัญหา และการดูแลต่อเนื่องหลังทำ เพื่อให้แนวทางที่เลือกสอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
โปรแกรม J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ Helium Plasma ส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล โดยเน้นเรื่องความกระชับของผิวและเนื้อเยื่อ
โปรแกรมนี้ไม่ได้เน้นการลดไขมันในปริมาณมาก แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวที่หย่อนคล้อยและความกระชับของเนื้อเยื่อ
หากมีไขมันสะสมร่วมด้วย แพทย์จะประเมินปริมาณไขมันและสภาพเนื้อเยื่อ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหา
อาจเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือความกระชับของผิวลดลง โดยเฉพาะกรณีที่ปัญหาหลักอยู่ที่ผิวและเนื้อเยื่อมากกว่าปริมาณไขมัน
ความเหมาะสมจะพิจารณาจากสภาพผิว ความยืดหยุ่น ปริมาณไขมัน และลักษณะของเนื้อเยื่อร่วมกัน
ความรู้สึกระหว่างทำและระยะพักฟื้นแตกต่างกันได้ตาม บริเวณ เทคนิค และขอบเขตของการทำ
หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือระบมในช่วงแรกได้ แพทย์จะแนะนำการดูแลและการกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
การเปลี่ยนแปลงหลังทำจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามการฟื้นตัวและการตอบสนองของร่างกาย
ระยะเวลาที่เห็นผลและระดับการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาเดียวกันสำหรับทุกคนได้
ในบางกรณี อาจพิจารณาทำร่วมกับการดูดไขมัน หากมีทั้งไขมันสะสมและผิวที่ขาดความกระชับ โดยแต่ละวิธีมีจุดเน้นในการดูแลแตกต่างกัน
การเลือกทำร่วมกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ความกระชับของผิว และสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล แพทย์จึงควรประเมินก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล
ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเกี่ยวข้องกับ อายุ คุณภาพผิว ความยืดหยุ่นของผิว น้ำหนักตัว และการดูแลตัวเอง
ส่วนการทำซ้ำ แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิว ผลลัพธ์จากครั้งก่อน และเป้าหมายในการดูแลก่อนวางแผนครั้งต่อไป




