






บางครั้งปัญหาผิวไม่ได้เริ่มจากความหย่อนคล้อยที่เห็นชัด แต่เริ่มจากความรู้สึกว่า กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวไม่ค่อยเฟิร์ม และผิวดูไม่เรียบเนียน จนส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูเปลี่ยนไปโดยไม่ทันสังเกต ซึ่งโปรแกรม Oligio เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลปัญหาเหล่านี้
การทำความเข้าใจว่าในการทำโปรแกรมนี้ จะใช้พลังงานอะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน จะช่วยให้วางแผนการดูแลได้ตรงกับสภาพผิวมากขึ้น
โปรแกรม Oligio คือการดูแลผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) แบบ Monopolar RF โดยส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อให้เกิดความร้อนภายในเนื้อเยื่อ ความร้อนที่เกิดขึ้นมีส่วนช่วยดูแลกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน จึงนำมาใช้เพื่อดูแลความกระชับและคุณภาพผิว
โดยโปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวเริ่มไม่เฟิร์ม กรอบหน้าดูไม่ชัด หรือมีความหย่อนคล้อยในระดับที่ต้องการดูแล ทั้งนี้ การเลือกแนวทางการทำควรพิจารณาจากสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และปัญหาของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนให้เหมาะกับแต่ละเคส
Monopolar RF (Monopolar Radiofrequency) คือรูปแบบการส่งพลังงานคลื่นวิทยุที่ใช้ขั้วส่งพลังงานจากหัวเครื่องร่วมกับเส้นทางการไหลของพลังงานผ่านเนื้อเยื่อไปยังแผ่นรับพลังงาน ทำให้เกิดความร้อนภายในเนื้อเยื่อตามคุณสมบัติของพลังงาน RF
จุดสำคัญของ Monopolar RF จึงอยู่ที่รูปแบบการส่งผ่านพลังงานและตำแหน่งของขั้วไฟฟ้า ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความรู้สึกร้อนที่ผิวสัมผัสเท่านั้น
Fast Moving คือเทคนิคการเคลื่อนหัวส่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง ไปตามบริเวณที่วางแผนไว้ แทนการวางหัวเครื่องค้างอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน เพื่อช่วยให้การส่งพลังงานครอบคลุมพื้นที่ตามแนวทางที่กำหนด
การเคลื่อนหัวอย่างเป็นระบบยังช่วยให้สามารถควบคุมการกระจายและการสะสมความร้อนในแต่ละบริเวณระหว่างทำได้ โดยรายละเอียดของการเคลื่อนหัวและการส่งพลังงานควรปรับให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล
โปรแกรมนี้ทำงานโดยใช้พลังงาน Monopolar RF ส่งเข้าสู่เนื้อเยื่อและเปลี่ยนเป็นความร้อนภายในบริเวณที่ต้องการดูแล จากนั้นความร้อนจะมีผลต่อโครงสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อในช่วงเวลาต่อมา จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่นำมาใช้เพื่อดูแลความกระชับและคุณภาพผิว
เมื่อพลังงาน RF ผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อ พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนตามคุณสมบัติทางไฟฟ้าของเนื้อเยื่อ ความร้อนที่เกิดขึ้นสามารถส่งผลต่อโครงสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นกระบวนการ Collagen Remodeling หรือการปรับโครงสร้างของคอลลาเจนตามกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อ
ในระยะเริ่มต้น ความร้อนอาจทำให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัวบางส่วน ขณะที่ในระยะต่อมา ร่างกายจะเกิดกระบวนการปรับโครงสร้างของคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความกระชับและคุณภาพผิว ทั้งนี้ การตอบสนองและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำของทั้งสองระบบนี้ ทำให้แพทย์สามารถส่งพลังงาน RF ได้เต็มประสิทธิภาพ (High Energy) เพื่อผลลัพธ์ในการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนที่ชัดเจน
Fast Moving เป็นเทคนิคในการเคลื่อนหัวส่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตามพื้นที่ที่กำหนด เพื่อให้สามารถวางแนวทางการส่งพลังงานได้อย่างเป็นระบบ และจัดการการกระจายความร้อนระหว่างการทำในแต่ละบริเวณ
ทั้งนี้ Fast Moving ไม่ได้หมายความว่าพลังงานจะกระจายเท่ากันทุกจุดโดยอัตโนมัติ การเลือกพื้นที่ ทิศทางและความเร็วในการเคลื่อนหัว รวมถึงระดับพลังงาน ควรปรับให้เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแล โดยอาศัยการประเมินและเทคนิคของผู้ให้บริการ
ใช้เพื่อดูแลความกระชับและคุณภาพผิว เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์ม กรอบหน้าดูไม่ชัด หรือมีความหย่อนคล้อย โดยผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
โดยสามารถนำมาใช้ดูแลปัญหาผิวในด้านต่าง ๆ ได้แก่
หมายเหตุ: โปรแกรม Oligio ไม่ใช่โปรแกรมลดน้ำหนักหรือโปรแกรมกำจัดไขมันโดยเฉพาะ หากมีทั้งความหย่อนคล้อยและไขมันใต้ผิว แพทย์ควรประเมินสาเหตุของปัญหาก่อนเลือกแนวทางการดูแล
โปรแกรม Oligio เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิว โดยเฉพาะคนที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้า แก้ม หรือผิวโดยรวมไม่เฟิร์มเหมือนเดิม โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดจากอายุเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละคนมีสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน
เมื่อรู้สึกว่าผิวเริ่มไม่กระชับเหมือนเดิม แต่ยังไม่ได้หย่อนคล้อยมาก การดูแลด้วยพลังงาน RF เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยดูแลความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวได้
หากเริ่มสังเกตว่ากรอบหน้าดูไม่คมเหมือนเดิม โดยเฉพาะบริเวณแก้มช่วงล่างหรือแนวกรอบหน้า การดูแลความกระชับของผิวอาจช่วยให้บริเวณดังกล่าวดูมีความกระชับมากขึ้น ทั้งนี้กรอบหน้าที่ไม่ชัดอาจเกิดจากทั้งผิวหย่อน ไขมันใต้ผิว หรือโครงสร้างใบหน้า จึงควรประเมินสาเหตุก่อนวางแผนดูแล
สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าแก้มช่วงล่างเริ่มหย่อน หรือผิวบริเวณแก้มไม่เฟิร์มเหมือนเดิม การดูแลด้วย RF อาจเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงไม่มาก
บางคนยังไม่มีผิวหย่อนให้เห็นชัด แต่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่แน่น ไม่กระชับ หรือแต่งหน้าแล้วผิวไม่เรียบเหมือนเดิม การดูแลด้วย RF จึงสามารถเป็นอีกทางเลือกสำหรับดูแลความกระชับและความยืดหยุ่นของผิว
บริเวณใต้คางสามารถดูแลด้วยโปรแกรม Oligio ได้ หากปัญหาหลักเกี่ยวข้องกับความไม่กระชับของผิว แต่ ไม่ควรมองว่าเป็นวิธีสำหรับกำจัดไขมันใต้คางโดยเฉพาะ เพราะลักษณะเหนียงอาจเกิดจากทั้งผิวหย่อน ไขมันใต้ผิว และโครงสร้างบริเวณคาง
ริ้วรอยเล็ก ๆ บางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวตามวัย การดูแลด้วยพลังงาน RF จึงอาจช่วยดูแลสภาพผิวและความกระชับ ทำให้ริ้วรอยบางประเภทดูจางลงได้
การดูแลด้วยพลังงาน RF ไม่จำเป็นต้องทำให้เกิดแผลบนผิวชั้นนอก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับโดยไม่ต้องวางแผนเวลาพักฟื้นนาน ทั้งนี้หลังทำบางรายอาจมีอาการแดง รู้สึกอุ่น หรือตึงบริเวณที่ทำชั่วคราวได้
แม้โปรแกรม Oligio จะเป็นการดูแลผิวด้วยพลังงาน RF โดยไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวชั้นนอก แต่บางกรณีควรหลีกเลี่ยงหรือให้แพทย์ประเมินก่อนทำ โดยเฉพาะผู้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกาย มีปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง
ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (ICD) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ฝังในร่างกาย ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะพลังงาน RF อาจมีข้อจำกัดในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เหล่านี้
หากบริเวณที่จะทำโปรแกรม Oligio มีแผลเปิด ผิวอักเสบ หรือการติดเชื้อ ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน รวมถึงผู้ที่มีผื่นหรือโรคผิวหนังบริเวณนั้น ควรให้แพทย์ตรวจประเมินก่อนทำ
หากมีรอยสักบริเวณที่จะทำ โดยเฉพาะรอยสักใหม่ ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะหมึกบางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่ต้องระวังเมื่อต้องใช้พลังงาน RF กับผิวบริเวณนั้น
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง และโดยทั่วไปควรเลื่อนการทำ RF ออกไป หากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอสำหรับช่วงดังกล่าว
โรคประจำตัวไม่ได้เป็นข้อห้ามของการทำโปรแกรม Oligio ทุกโรค แต่ผู้ที่เป็นเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพื่อประเมินความเหมาะสมและความเสี่ยง
หากเพิ่งทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ หรือโปรแกรมที่ใช้พลังงานกับผิวในบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำ RF อาจแตกต่างกันตามชนิดของโปรแกรม ตำแหน่งที่ทำ และวัสดุที่ใช้
โปรแกรม Oligio สามารถทำได้หลายบริเวณ ทั้งทั่วใบหน้า แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง รอบดวงตา และลำคอ โดยแต่ละจุดจะเน้นดูแลปัญหาที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกบริเวณให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการดูแล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิวโดยรวม โดยเฉพาะผิวที่เริ่มไม่เฟิร์ม หรือรู้สึกว่าความเรียบเนียนของผิวเปลี่ยนไป
บริเวณแก้ม โดยเฉพาะแก้มช่วงล่าง สามารถดูแลได้เมื่อเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่กระชับหรือมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย เพื่อช่วยดูแลความเฟิร์มของผิวบริเวณแก้ม
เหมาะสำหรับการดูแลผิวรอบปากที่เริ่มไม่กระชับ หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว โดยบริเวณนี้ควรเลือกใช้เทคนิคให้เหมาะกับลักษณะผิว
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม หรือผิวบริเวณกรอบหน้าเริ่มหย่อน การดูแลจะเน้นเรื่องความกระชับของผิวบริเวณแนวกรอบหน้า
สามารถดูแลบริเวณใต้คางได้ในกรณีที่ต้องการเน้นเรื่องความกระชับของผิว โดยเฉพาะเมื่อมีผิวหย่อนร่วมกับกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัด ทั้งนี้ ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดไขมันใต้คางโดยเฉพาะ เพราะเหนียงอาจเกิดจากทั้งไขมันและผิวที่หย่อนคล้อย
บริเวณรอบดวงตาสามารถดูแลเรื่องความกระชับและคุณภาพผิวได้ในกรณีที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นบริเวณที่ผิวค่อนข้างบอบบาง จึงต้องใช้เทคนิคและระดับพลังงานที่เหมาะกับบริเวณนี้
สามารถดูแลผิวบริเวณลำคอที่เริ่มไม่กระชับ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิว โดยเน้นดูแลความกระชับและคุณภาพของผิวบริเวณลำคอ
โปรแกรม Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF ขณะที่โปรแกรม Ulthera Prime และโปรแกรม Ultraformer MPT ใช้พลังงาน Focused Ultrasound จึงมีความแตกต่างกันทั้งประเภทพลังงาน วิธีส่งพลังงาน และชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องการดูแล ส่วนโปรแกรม Thermage FLX และโปรแกรม Volnewmer ก็อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เช่นเดียวกับโปรแกรม Oligio แต่มีเทคโนโลยีและระบบการทำงานของเครื่องแตกต่างกัน
| โปรแกรม | พลังงานหลัก | จุดเด่น | เหมาะกับการดูแล |
| โปรแกรม Oligio | Monopolar RF | ส่งพลังงาน RF เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ | ความกระชับและคุณภาพผิว |
| โปรแกรม Thermage FLX | Monopolar RF | ใช้พลังงาน RF ร่วมกับระบบส่งพลังงานและหัวทิปส์เฉพาะของเครื่อง | ความกระชับและคุณภาพผิว |
| โปรแกรม Ulthera Prime | MFU-V (Micro-focused Ultrasound with Visualization) | Focused Ultrasound พร้อมระบบ Visualization ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่างทำ | ความกระชับในชั้นเนื้อเยื่อที่เลือก |
| โปรแกรม Ultraformer MPT | MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) | Focused Ultrasound พร้อมหัวที่รองรับหลายระดับความลึก และเทคโนโลยี Micro Pulse Technology (MPT) | ความกระชับและการดูแลรูปหน้า |
| โปรแกรม Volnewmer | Monopolar RF | ใช้พลังงาน RF พร้อมระบบควบคุมการส่งพลังงานตามเทคโนโลยีของเครื่อง | ความกระชับและคุณภาพผิว |
ก่อนทำโปรแกรม Oligio ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและแจ้งประวัติสุขภาพ รวมถึงยาหรือโปรแกรมที่เคยทำบริเวณเดียวกัน เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมและวางแผนการทำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะหากบริเวณที่จะทำมีแผล ผิวอักเสบ หรือการติดเชื้อ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
การประเมินก่อนทำช่วยให้แพทย์ดูทั้งสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงพิจารณาว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการแก้ไขหรือไม่
หากมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ไขมันใต้ผิวค่อนข้างมาก หรือปัญหาเกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้า แพทย์อาจพิจารณาว่าควรใช้แนวทางอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ควรแจ้งโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน ประวัติแพ้ยา แพ้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์หรือวัสดุที่ฝังในร่างกาย ให้แพทย์ทราบก่อนทำ โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของการใช้พลังงาน RF
หากอยู่ระหว่างการรักษาหรือใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และไม่ควรหยุดยาเองเพื่อเตรียมตัวเข้ารับบริการ
หากบริเวณที่จะทำมี แผลเปิด ผิวอักเสบ หรือการติดเชื้อ ควรแจ้งแพทย์และพิจารณาเลื่อนการทำจนกว่าสภาพผิวจะพร้อม เช่นเดียวกับกรณีที่มีผื่น แสบ แดง หรือลอกผิดปกติ ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนรับบริการ
ก่อนทำควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์หรือการดูแลผิวที่ทำให้เกิดการระคายเคือง หากมีอาการแสบ แดง หรือลอก ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
สามารถดื่มน้ำและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติเพื่อหวังเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรม
หลังทำควรเน้นการดูแลผิวอย่างอ่อนโยน รักษาความชุ่มชื้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังรับบริการ ทั้งนี้ควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์และการตอบสนองของผิวในแต่ละบุคคล
หลังทำควรหลีกเลี่ยงการถู นวด หรือกดบริเวณที่ทำแรง ๆ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดการแสบหรือระคายเคือง
หากแพทย์มีคำแนะนำในการดูแลเพิ่มเติม ควรปฏิบัติตามเป็นหลัก เพราะแต่ละบริเวณและสภาพผิวอาจต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน
ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวได้รับความร้อนมากหรือมีเหงื่อออกมาก รวมถึงการสัมผัส นวด หรือขัดผิวบริเวณที่ทำแรง ๆ
การกลับไปทำกิจกรรมตามปกติควรพิจารณาจากสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์ หากยังมีอาการอุ่น แดง หรือตึง ควรรอให้อาการลดลงก่อน
หลังทำควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน และทา ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป พร้อมป้องกันรังสี UVA/UVB อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกลางแจ้ง
การดูแลผิวและป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นการระคายเคืองและช่วยดูแลสภาพผิวในระยะยาว
การทำโปรแกรม Oligio ที่ดีไม่ได้ดูแค่ตัวเครื่อง แต่เริ่มตั้งแต่การประเมินปัญหา วางแผนการทำ ไปจนถึงการดูแลหลังทำ ที่ Rassapoom Clinic จึงให้แพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพผิวและวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อดูว่าปัญหาที่เห็นมีสาเหตุมาจากอะไร เพราะกรอบหน้าที่ไม่ชัด แก้มที่ดูหย่อน หรือเหนียง อาจเกิดจากทั้งผิว ไขมัน และโครงสร้างใบหน้า การประเมินสาเหตุจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเลือกแนวทางการดูแล
แต่ละใบหน้ามีสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยแตกต่างกัน การทำจึงไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเดียวกันทุกเคส แพทย์จะพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูแลและสภาพผิวของแต่ละส่วนก่อนวางแผน บางเคสอาจเน้นเฉพาะบางบริเวณโดยไม่จำเป็นต้องทำทั่วใบหน้า
นอกจากเทคโนโลยีของเครื่องแล้ว การวางหัวเครื่อง ตำแหน่งที่ทำ และการควบคุมพลังงาน ก็เป็นส่วนสำคัญ แพทย์จึงต้องเลือกแนวทางให้เหมาะกับแต่ละบริเวณและสภาพผิว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลตั้งแต่ การซักประวัติ ประเมินก่อนทำ วางแผนการทำ ไปจนถึงคำแนะนำหลังทำ เพื่อให้แต่ละขั้นตอนต่อเนื่องกัน และสามารถปรับแนวทางให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังทำ แพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวและประเมินผลตามสภาพของแต่ละบุคคล เพื่อใช้ประกอบการวางแผนดูแลในระยะต่อไป เนื่องจากการตอบสนองต่อพลังงาน RF ของแต่ละคนแตกต่างกัน การติดตามผลจึงช่วยให้การดูแลเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่แรก




โปรแกรม Oligio คือการดูแลผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) แบบ Monopolar RF ที่ส่งพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อเพื่อสร้างความร้อนและนำมาใช้ดูแลความกระชับและคุณภาพผิว เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย ผิวไม่เฟิร์ม หรือกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
สามารถนำมาใช้ดูแลความกระชับของผิว กรอบหน้า ผิวที่เริ่มไม่เฟิร์ม และคุณภาพผิวโดยรวม รวมถึงบริเวณแก้ม ใต้คาง และลำคอในกรณีที่เหมาะสม ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระดับการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
เหมาะกับผู้ที่เริ่มสังเกตว่า กรอบหน้าไม่ชัด แก้มเริ่มหย่อน ผิวไม่เฟิร์ม หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ ที่สัมพันธ์กับคุณภาพผิว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เกณฑ์อายุเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว เพราะระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน
สามารถนำมาใช้ดูแลได้หลายบริเวณ เช่น ทั่วใบหน้า แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง รอบดวงตา และลำคอ โดยแต่ละบริเวณจะมีแนวทางและเป้าหมายในการดูแลแตกต่างกัน แพทย์จึงควรประเมินสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละบริเวณก่อนวางแผนทำ
โปรแกรมนี้ไม่ใช่โปรแกรมลดไขมันใต้คางโดยเฉพาะ แต่สามารถนำมาใช้ดูแลความกระชับของผิวบริเวณใต้คางได้ในกรณีที่เหมาะสม หากเหนียงมีสาเหตุหลักจากไขมันใต้ผิวมากกว่าความหย่อนของผิว แพทย์ควรประเมินและพิจารณาแนวทางอื่นที่เหมาะกับปัญหามากกว่า
สามารถนำมาใช้ดูแลความกระชับของผิวบริเวณกรอบหน้า ซึ่งอาจช่วยให้แนวกรอบหน้าดูชัดขึ้นในกรณีที่ความไม่ชัดมีส่วนเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของผิว
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ตึง หรือมีความร้อนบริเวณที่ส่งพลังงาน โดยระดับความรู้สึกแตกต่างกันตามบริเวณและการตั้งค่าพลังงานของแต่ละบุคคล เพราะโปรแกรม Oligio มีระบบควบคุมอุณหภูมิและ Cooling เพื่อช่วยจัดการความร้อนระหว่างทำ ทั้งนี้ แพทย์และผู้ให้บริการควรติดตามความรู้สึกของผิวและปรับการทำให้เหมาะกับแต่ละเคส
หลังทำบางรายอาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวในระยะแรก ขณะที่การเปลี่ยนแปลงจากกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา โดยสามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาและระดับผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
จำนวน Shot ไม่ได้กำหนดตายตัวสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการดูแล ขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อนคล้อย และแผนการทำของแพทย์ ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดจำนวน Shot เป็นสูตรเดียว เช่น 300, 600 หรือ 1,200 Shot สำหรับทุกเคส
จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำโปรแกรม Oligio ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยแพทย์จะประเมินจากสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองหลังทำครั้งก่อน บางรายอาจทำเป็นครั้ง ๆ และประเมินผลก่อนวางแผนครั้งถัดไป จึงไม่จำเป็นต้องใช้ตารางการทำแบบเดียวกันทุกคน
หลังทำอาจพบว่า ผิวแดงหรืออมชมพู รู้สึกอุ่น ตึง หรือมีอาการบวมเล็กน้อยตรงบริเวณที่ทำ โดยระดับและระยะเวลาของอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการปวด แสบร้อน บวมมากขึ้น มีตุ่มพอง หรือความผิดปกติอื่น ๆ ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมิน
สามารถวางแผนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ในบางกรณี แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้กำหนดลำดับและระยะห่าง โดยเฉพาะหากเป็นหัตถการฉีด เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือโปรแกรมที่มีข้อควรระวังเรื่องความร้อน เพราะชนิดของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และระยะเวลาหลังทำแตกต่างกัน จึงไม่ควรกำหนดระยะห่างแบบเดียวกันสำหรับทุกคน
การใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อสร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อและนำมาใช้ดูแลความกระชับและคุณภาพผิว อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าพลังงาน ตำแหน่ง และเทคนิคการทำควรเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น

หมอเคน
นพ.ศิวะดล เลิศพรภวิชญ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63460 )




