เลเซอร์กำจัดขน ลดขนคุด ดูแลผิวให้เรียบเนียน ทำความรู้จักโปรแกรม Hair Removal

เบื่อการโกน ถอน หรือแวกซ์ขนที่ต้องทำซ้ำอยู่บ่อย ๆ จนเกิดตอขน ขนคุด หรือผิวไม่เรียบเนียน? ปัจจุบันโปรแกรม Hair Removal เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาว พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นและลดโอกาสเกิดปัญหาขนคุดในหลายบริเวณของร่างกาย ทั้งนี้ผลลัพธ์และจำนวนครั้งในการดูแลขึ้นอยู่กับสภาพเส้นขน สีผิว และการประเมินโดยแพทย์ในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Hair Removal คืออะไร?

เลเซอร์กำจัดขน หรือโปรแกรม Hair Removal คือแนวทางการดูแลเพื่อลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาว โดยใช้พลังงานเลเซอร์ที่ออกแบมาเพื่อจับกับเม็ดสี (Melanin) ภายในเส้นขน ส่งพลังงานไปยังรากขน ทำให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นขนเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เส้นขนใหม่ค่อย ๆ ขึ้นช้าลง บางลง และมีความหนาแน่นลดลง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นขน สีผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ปัจจุบัน โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนได้รับความนิยมทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เพราะนอกจากช่วยลดความถี่ในการโกน ถอน หรือแวกซ์แล้ว ยังช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาขนคุด ตอขน และผิวที่ดูไม่เรียบเนียนในหลายบริเวณของร่างกาย เช่น รักแร้ แขน ขา หนวด เครา แนวบิกินี หรือแผ่นหลัง

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีความยาวคลื่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมจึงควรอาศัยการประเมินโดยแพทย์ เพื่อพิจารณาตามสีผิว สีเส้นขน ความหนาของเส้นขน และบริเวณที่ต้องการดูแล

โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขน คือการส่งพลังงานแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะไปยังเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ภายในเส้นขน เมื่อเม็ดสีดูดซับพลังงานดังกล่าว จะเกิดความร้อนที่ส่งผ่านลงไปยังรากขนและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นขน ทำให้เส้นขนในระยะเจริญเติบโตได้รับผลกระทบ ส่งผลให้การงอกของเส้นขนใหม่ช้าลง และเส้นขนที่ขึ้นใหม่มีแนวโน้มบางลงเมื่อดูแลอย่างต่อเนื่อง

หลักการดูดซับเม็ดสีเมลานิน (Selective Photothermolysis)

หัวใจสำคัญของการทำเลเซอร์กำจัดขน คือหลักการ Selective Photothermolysis หรือการเลือกส่งพลังงานไปยังเป้าหมายเฉพาะ โดยเม็ดสีเมลานินในเส้นขนจะเป็นตัวดูดซับพลังงานได้ดีกว่าเนื้อเยื่อรอบข้าง จึงช่วยให้พลังงานมุ่งเน้นไปยังรากขนเป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีเส้นขนสีเข้มมักตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าเส้นขนสีอ่อนหรือสีขาว เนื่องจากมีเม็ดสีเมลานินให้พลังงานเลเซอร์จับได้มากกว่า

พลังงานถูกส่งไปยังรากขนได้อย่างไร?

หลังจากเม็ดสีเมลานินดูดซับพลังงานเลเซอร์ พลังงานดังกล่าวจะเปลี่ยนเป็นความร้อนและส่งต่อไปยังรากขน รวมถึงบริเวณที่มีบทบาทในการสร้างเส้นขน ทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างเส้นขนลดลง ส่งผลให้เส้นขนที่งอกใหม่มีลักษณะบางลงและขึ้นช้ากว่าเดิม

เทคโนโลยีเลเซอร์แต่ละชนิดจะมีความยาวคลื่นแตกต่างกัน จึงเหมาะกับสีผิว ความหนา และลักษณะเส้นขนที่ไม่เหมือนกัน การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดูแล

ทำไมหลังทำเลเซอร์ ขนจึงขึ้นช้าลง?

เส้นขนทุกเส้นไม่ได้อยู่ในระยะการเจริญเติบโตพร้อมกัน เมื่อรากขนที่อยู่ในระยะเหมาะสมได้รับพลังงานเลเซอร์ ความสามารถในการสร้างเส้นขนใหม่จะลดลง ส่งผลให้เส้นขนที่ขึ้นใหม่ใช้เวลานานขึ้น มีความบางลง และจำนวนเส้นขนค่อย ๆ ลดลงเมื่อทำอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาที่แพทย์แนะนำ

ทำไมโปรแกรม Hair Removal จึงต้องทำหลายครั้ง?

การทำเลเซอร์กำจัดขนจำเป็นต้องทำหลายครั้ง เพราะเส้นขนแต่ละเส้นมีวงจรการเจริญเติบโตไม่พร้อมกัน ในแต่ละครั้งของการรักษา เลเซอร์จะให้ผลดีที่สุดกับเส้นขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen) ดังนั้น การนัดเพื่อรับบริการซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสมจึงช่วยให้สามารถดูแลเส้นขนได้ครอบคลุมมากขึ้น

วงจรการเจริญเติบโตของเส้นขน (Hair Growth Cycle)

  1. Anagen (ระยะเจริญเติบโต) : เป็นช่วงที่เส้นขนกำลังเติบโตและเชื่อมต่อกับรากขนอย่างสมบูรณ์ มีเม็ดสีเมลานินจำนวนมาก จึงเป็นช่วงที่เลเซอร์สามารถส่งพลังงานไปยังรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
  2. Catagen (ระยะเปลี่ยนผ่าน) : เป็นระยะที่รากขนเริ่มหยุดการทำงาน เส้นขนค่อย ๆ แยกตัวออกจากราก ทำให้การตอบสนองต่อพลังงานเลเซอร์ลดลงเมื่อเทียบกับระยะ Anagen
  3. Telogen (ระยะพักตัว) : เป็นช่วงที่เส้นขนหยุดการเจริญเติบโตและเตรียมหลุดร่วงตามธรรมชาติ ก่อนเข้าสู่วงจรการสร้างเส้นขนใหม่ เลเซอร์ในช่วงนี้จะให้ผลต่อรากขนได้จำกัด เนื่องจากเส้นขนไม่ได้เชื่อมต่อกับรากขนเหมือนระยะ Anagen

เพราะเหตุใดจึงต้องเว้นระยะการรักษา?

เนื่องจากเส้นขนในแต่ละบริเวณจะทยอยเข้าสู่ระยะ Anagen ไม่พร้อมกัน แพทย์จึงมักนัดทำเลเซอร์เป็นระยะ เพื่อให้สามารถดูแลเส้นขนที่เข้าสู่ระยะเจริญเติบโตในรอบถัดไปได้อย่างเหมาะสม จำนวนครั้งและช่วงเวลาที่เว้นระหว่างการรักษาจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ความหนาของเส้นขน สีผิว และการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Hair Removal ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงช่วยลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลปัญหาผิวที่เกิดจากการโกน ถอน หรือแวกซ์ซ้ำ ๆ เช่น ขนคุด ตอขนดำ และผิวที่ดูไม่เรียบเนียน ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นขน สีผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

  1. ช่วยลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาว : เมื่อเส้นขนได้รับพลังงานเลเซอร์อย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา เส้นขนที่ขึ้นใหม่มีแนวโน้มบางลง นุ่มขึ้น และใช้เวลานานกว่าจะงอกใหม่ ส่งผลให้ลดความถี่ในการโกน ถอน หรือแวกซ์ได้
  2. ช่วยลดปัญหาขนคุด (Ingrown Hair) : ขนคุดมักเกิดจากเส้นขนที่ไม่สามารถงอกผ่านผิวหนังได้ตามปกติ จนเกิดตุ่มนูนหรือการอักเสบ โดยเฉพาะในผู้ที่โกนขนเป็นประจำ เมื่อจำนวนและความหนาของเส้นขนลดลง โอกาสเกิดขนคุดจึงลดลงตามไปด้วย จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนเลือกทำโปรแกรมนี้
  3. ช่วยลดปัญหาผิว Strawberry Skin : Strawberry Skin คือภาวะที่รูขุมขนมีจุดสีเข้มกระจายคล้ายผิวสตรอว์เบอร์รี มักพบได้บริเวณขาและต้นแขน ซึ่งอาจเกิดจากตอขน ความมัน หรือการอุดตันของรูขุมขน เมื่อเส้นขนลดลงอย่างต่อเนื่อง ผิวบริเวณดังกล่าวจึงมีแนวโน้มดูสม่ำเสมอขึ้น และจุดดำจากตอขนอาจดูจางลง
  4. ช่วยให้ตอขนดำดูน้อยลง : หลังการโกน ขนที่เหลืออยู่ใต้ผิวหนังอาจทำให้มองเห็นเป็นจุดสีดำ โดยเฉพาะผู้ที่มีเส้นขนสีเข้มและหนา เมื่อเส้นขนใหม่ขึ้นช้าลงและมีลักษณะบางลง ปัญหาตอขนที่เห็นเด่นชัดก็มีแนวโน้มลดลง ทำให้ผิวดูสะอาดและเรียบเนียนมากขึ้น
  5. ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น : เมื่อไม่ต้องโกนหรือถอนขนบ่อย ๆ ผิวจึงมีโอกาสเกิดการเสียดสีและการระคายเคืองลดลง ประกอบกับปัญหาขนคุดและตอขนที่ลดลง ทำให้ภาพรวมของผิวดูเรียบเนียนขึ้น

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดูแลเส้นขน ไม่ใช่การรักษาปัญหาผิวทุกประเภท หากมีปัญหาผิวอื่นร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำโปรแกรมดูแลเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

ดูแลปัญหาเส้นขนด้วยโปรแกรม Hair Removal ที่วางแผนตามสภาพผิวและลักษณะเส้นขนของคุณ

ปรึกษาแพทย์ Rassapoom Clinic เพื่อประเมินและรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Hair Removal เหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาว รวมถึงผู้ที่มีปัญหาจากการโกน ถอน หรือแวกซ์เป็นประจำ โดยแพทย์จะประเมินสีผิว ลักษณะเส้นขน และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อเลือกเทคโนโลยีและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

  • ผู้ที่ต้องกำจัดขนเป็นประจำ เช่น ต้องโกน ถอน หรือแว็กซ์ขนบ่อย ๆ โปรแกรมนี้อาจช่วยลดความถี่ในการกำจัดขน ทำให้ดูแลผิวในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาขนคุด ตอขน หรือรูขุมขนเห็นชัด โดยเฉพาะผู้ที่มีเส้นขนสีเข้มและหนา ซึ่งมักเกิดขนคุดหลังการโกนหรือถอน การลดความหนาแน่นของเส้นขนสามารถช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ เช่น นักวิ่ง นักว่ายน้ำ หรือนักปั่นจักรยาน ที่ต้องการความสะดวกในการดูแลผิวและเส้นขนระหว่างการทำกิจกรรม
  • ผู้ที่ต้องการดูแลเส้นขนในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถเลือกดูแลได้หลายตำแหน่ง เช่น รักแร้ แขน ขา ใบหน้า หนวด เครา หน้าอก แผ่นหลัง หรือแนวบิกินี ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

หมายเหตุ: โปรแกรม Hair Removal ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษารูขุมขนกว้างโดยตรง แต่เมื่อเส้นขนลดลง รูขุมขนอาจดูเด่นชัดน้อยลงในบางราย

ทำโปรแกรม Hair Removal บริเวณไหนได้บ้าง?

โปรแกรมนี้สามารถดูแลได้หลายบริเวณของร่างกาย ทั้งบริเวณที่มีเส้นขนขนาดเล็กและบริเวณที่มีเส้นขนหนา โดยแพทย์จะเลือกค่าพลังงานและเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนให้เหมาะกับสีผิว ความหนาของเส้นขน และตำแหน่งที่ทำการรักษา

บริเวณที่ได้รับความนิยม

  • รักแร้ – หนึ่งในบริเวณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ช่วยลดความถี่ในการโกน ลดปัญหาตอขนและขนคุด พร้อมให้ผิวบริเวณรักแร้ดูเรียบเนียนขึ้น
  • แขน – เหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นขนบริเวณแขนค่อนข้างหนาหรือเห็นชัด ช่วยให้ดูแลผิวได้ง่ายขึ้นและเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว
  • ขา – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องโกนหรือแว็กซ์ขนเป็นประจำ ช่วยลดความยุ่งยากในการดูแลเส้นขนในชีวิตประจำวัน
  • ใบหน้า (เฉพาะบริเวณที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม) – เช่น บริเวณไรผม แก้ม หรือเหนือริมฝีปาก โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวและลักษณะเส้นขนก่อนทำการรักษา
  • หนวด – ได้รับความนิยมทั้งในผู้ชายและผู้หญิงที่มีเส้นขนบริเวณเหนือริมฝีปาก ช่วยลดความถี่ในการโกนหรือถอนขน
  • คาง – เหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นขนบริเวณคางหรือมีปัญหาขนขึ้นซ้ำ ช่วยให้ดูแลผิวบริเวณนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • จอนและลำคอ – เป็นบริเวณที่ผู้ชายนิยมทำ เพื่อลดการโกนหนวดและช่วยให้แนวเคราดูเป็นระเบียบมากขึ้น
  • หน้าอก – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความหนาแน่นของเส้นขนบริเวณหน้าอก เพื่อความสะดวกในการดูแลร่างกาย
  • หน้าท้อง – ช่วยดูแลเส้นขนบริเวณหน้าท้องให้ดูบางลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นขนค่อนข้างชัด
  • แผ่นหลังและไหล่ – เป็นบริเวณที่ดูแลได้ยากด้วยตัวเอง การทำโปรแกรมนี้จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในผู้ชาย
  • นิ้วมือและนิ้วเท้า – แม้เป็นบริเวณเล็ก แต่ช่วยให้ผิวโดยรวมดูเรียบร้อยและเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น
  • แนวบิกินี (Bikini Line) – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเส้นขนบริเวณขอบชุดว่ายน้ำหรือชุดชั้นใน ช่วยลดความถี่ในการโกน ลดปัญหาขนคุด และเพิ่มความสะดวกในการดูแลผิว

เครื่องเลเซอร์กำจัดขนมีกี่ประเภท? แต่ละเทคโนโลยีต่างกันอย่างไร?

เครื่องที่ใช้ในโปรแกรม Hair Removal มีหลายเทคโนโลยี ได้แก่ Diode Laser, Alexandrite Laser, Nd:YAG Laser และ IPL (Intense Pulsed Light) แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันในด้าน ความยาวคลื่น (Wavelength) การส่งพลังงาน ความเหมาะสมกับสีผิว สีและความหนาของเส้นขน รวมถึงบริเวณที่ต้องการดูแล

จึงไม่มีเทคโนโลยีใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกเครื่องและการตั้งค่าพลังงานควรอาศัยการประเมินจากแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับลักษณะผิวและเส้นขนของแต่ละบุคคล

ตารางเปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแต่ละประเภท

เทคโนโลยีหลักการทำงานเหมาะกับใครจุดเด่นข้อควรพิจารณา
Diode Laserใช้พลังงานเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นประมาณ 800–810 นาโนเมตร ส่งผ่านพลังงานไปยังเม็ดสีบริเวณรากขนตามหลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขน ผู้ที่มีสีผิวตั้งแต่ผิวค่อนข้างอ่อนไปจนถึงผิวเข้ม และมีเส้นขนระดับปานกลางถึงหนา เป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ดูแลเส้นขนได้หลากหลายบริเวณของร่างกาย การตั้งค่าพลังงานและพารามิเตอร์ของเครื่องควรปรับให้เหมาะกับสีผิว ความหนา และลักษณะของเส้นขน 
Alexandrite Laserใช้ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร ซึ่งมีการดูดซับโดยเม็ดสีของเส้นขนได้ดีตามหลักการของเลเซอร์ที่มีความจำเพาะต่อเม็ดสี ผู้ที่มีผิวค่อนข้างขาวและมีเส้นขนสีเข้ม มีจุดเด่นด้านการส่งพลังงานไปยังบริเวณที่มีเม็ดสีของเส้นขน ทำให้เหมาะกับผู้ที่มีความแตกต่างระหว่างสีผิวและสีขนชัดเจน ผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือมีเม็ดสีผิวมาก ควรได้รับการประเมินก่อนเลือกใช้ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเทคโนโลยีและค่าพลังงาน 
Nd:YAG Laserใช้ความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ซึ่งสามารถส่งผ่านพลังงานลงสู่ผิวได้ลึกกว่าเลเซอร์บางประเภท ผู้ที่มีสีผิวเข้ม หรือมีเม็ดสีผิวมาก มีคุณสมบัติด้านความยาวคลื่นที่เหมาะกับการดูแลในกลุ่มผิวที่มีเม็ดสีมาก โดยลดข้อจำกัดจากการดูดซับพลังงานของเม็ดสีผิวบางส่วน ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สีผิว สีขน ความหนาของเส้นขน และการประเมินของแพทย์ 
IPL (Intense Pulsed Light)ใช้พลังงานแสงหลายช่วงคลื่น (Broad Spectrum Light) จึงไม่ใช่เลเซอร์ แต่ใช้หลักการส่งพลังงานไปยังเป้าหมายที่มีเม็ดสี ผู้ที่ต้องการดูแลเส้นขน รวมถึงปัญหาผิวบางประเภทตามคุณสมบัติของเครื่อง เครื่อง IPL บางรุ่นสามารถนำไปใช้ดูแลได้หลายด้าน เช่น เส้นขนและคุณภาพผิวบางประเภท ประสิทธิภาพในการดูแลเส้นขนอาจแตกต่างกันตามชนิดของเครื่อง ช่วงคลื่น ระบบกรองแสง และการตั้งค่าพลังงาน 

เทคโนโลยี IPL แตกต่างจากเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนอย่างไร?

แม้หลายคนจะเรียก เทคโนโลยี IPL ว่า “เลเซอร์กำจัดขน” แต่จริง ๆ แล้ว เทคโนโลยี IPL (Intense Pulsed Light) ไม่ใช่เลเซอร์ โดย IPL ใช้แสงหลายช่วงคลื่น (Broad Spectrum Light) ส่วน เทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขน ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ (Single Wavelength) จึงสามารถส่งพลังงานไปยังรากขนได้อย่างตรงจุดมากกว่า

ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยี IPL บางรุ่นจึงสามารถใช้ดูแลได้ทั้งเส้นขนและปัญหาผิวบางชนิด เช่น ความผิดปกติของเม็ดสีหรือรอยแดง ขณะที่เทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนจะเน้นการดูแลเส้นขนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพผิว สีและความหนาของเส้นขน รวมถึงการประเมินของแพทย์ก่อนทำการรักษา

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังทำโปรแกรม Hair Removal มีอะไรบ้าง?

การดูแลผิวทั้งก่อนและหลังรับบริการเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การดูแลเป็นไปตามแผนการรักษา ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองของผิว และช่วยให้พลังงานเลเซอร์ทำงานกับเส้นขนได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้ให้บริการอย่างเคร่งครัด

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

  • งดถอนหรือแว็กซ์ขนก่อนทำ
    ควรงดถอน แว็กซ์ หรือใช้เครื่องถอนขนอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากวิธีเหล่านี้ทำให้รากขนหลุดออกไป ซึ่งเป็นส่วนที่พลังงานเลเซอร์ใช้เป็นเป้าหมายในการทำงาน หากเส้นขนยาวเกินไป สามารถโกนขนตามคำแนะนำของคลินิกได้ โดยไม่จำเป็นต้องถอนออก
  • หลีกเลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานาน
    ก่อนเข้ารับบริการประมาณ 1 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการอาบแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวคล้ำมากขึ้น เพราะสีผิวที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อการเลือกค่าพลังงานในการรักษา
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว
    หากบริเวณที่จะทำมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, Retinoids หรือสครับผิว ควรหยุดใช้ล่วงหน้าประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่เหมาะสมก่อนรับการรักษา
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือเครื่องสำอางในบริเวณที่ทำ
    ในวันที่เข้ารับบริการ ควรทำความสะอาดผิวและหลีกเลี่ยงการใช้โรลออน น้ำหอม โลชั่น หรือเครื่องสำอางบริเวณที่จะทำเลเซอร์ โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดการระคายเคือง

การดูแลตัวเองหลังรับบริการ

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
    หลังทำอาจมีอาการแดงหรือรู้สึกอุ่นผิวเล็กน้อย ซึ่งมักเป็นอาการที่พบได้และค่อย ๆ ดีขึ้น หากรู้สึกไม่สบายผิว สามารถประคบเย็นและทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน หรือเจลว่านหางจระเข้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด
    ในช่วง 3–7 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงการอาบแดด ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือการอาบน้ำที่ร้อนจัด รวมถึงทาครีมกันแดดเป็นประจำเมื่อจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง
  • งดสครับผิวและผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
    ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิว รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ประมาณ 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติ
  • ไม่ควรถอนหรือแว็กซ์เส้นขนที่กำลังหลุด
    หลังทำประมาณ 2–3 สัปดาห์ อาจสังเกตเห็นเส้นขนค่อย ๆ หลุดร่วงตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตอบสนองของเส้นขนต่อพลังงานเลเซอร์ ไม่ควรดึง ถอน หรือแว็กซ์ออก เพราะอาจรบกวนแผนการรักษา หากต้องการกำจัดเส้นขนระหว่างรอบการรักษา สามารถใช้วิธีโกนแทนได้

ทำไมจึงควรเลือกโปรแกรม Hair Removal ที่ Rassapoom Clinic?

การเลือกโปรแกรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการประเมินสภาพผิวและเส้นขน การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม การปรับค่าพลังงาน รวมถึงการดูแลตามมาตรฐานการรักษา เพื่อให้แผนการดูแลสอดคล้องกับแต่ละบุคคล

1. แพทย์ประเมินสภาพผิวและลักษณะเส้นขนก่อนวางแผนการรักษา

ก่อนเริ่มโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน แพทย์จะประเมินปัจจัยต่าง ๆ เช่น สีผิว สีและความหนาของเส้นขน บริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงประวัติการรักษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ใช้รูปแบบการรักษาเดียวกันกับทุกคน

2. เลือกเทคโนโลยีและปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

เครื่องที่ใช้ในโปรแกรม แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งด้านความยาวคลื่น การส่งพลังงาน และความเหมาะสมกับสีผิวหรือเส้นขนแต่ละแบบ

แพทย์จึงพิจารณาเลือกเทคโนโลยีและปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิว ลักษณะเส้นขน และตำแหน่งที่ทำ เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้

3. ดูแลผู้รับบริการด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกัน

แม้ผู้รับบริการแต่ละคนจะมีสีผิว ลักษณะเส้นขน และความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลตามมาตรฐานเดียวกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินก่อนทำ การเลือกแนวทางการรักษา การตั้งค่าพลังงาน การติดตามผล ไปจนถึงคำแนะนำในการดูแลผิวหลังทำ

แนวทางดังกล่าวช่วยให้กระบวนการดูแลเป็นระบบ และผู้รับบริการได้รับข้อมูลและการดูแลตามมาตรฐานเดียวกัน

4. วางแผนการรักษาตามวงจรการเจริญเติบโตของเส้นขน

เส้นขนแต่ละเส้นมีวงจรการเจริญเติบโตแตกต่างกัน และไม่ได้อยู่ในระยะที่เหมาะสมต่อการทำเลเซอร์พร้อมกันทั้งหมด

แพทย์จึงวางแผนจำนวนครั้งและช่วงเวลาการเข้ารับบริการให้เหมาะสมกับบริเวณที่ทำและลักษณะเส้นขน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับวงจรการเจริญเติบโตของเส้นขน

5. ให้คำแนะนำการดูแลก่อนและหลังทำอย่างเหมาะสม

นอกจากขั้นตอนการทำโปรแกรม Hair Removal แล้ว การดูแลผิวก่อนและหลังทำก็เป็นส่วนสำคัญ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีเตรียมผิวก่อนเข้ารับบริการ รวมถึงการดูแลหลังทำ เช่น การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถดูแลผิวได้อย่างเหมาะสมตลอดกระบวนการ

โปรแกรม Hair Removal เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดความยุ่งยากในการกำจัดเส้นขนในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการโกน ถอน หรือแวกซ์ซ้ำ ๆ โดยการเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพผิว ลักษณะเส้นขน และบริเวณที่ต้องการดูแล

การเข้ารับการประเมินและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้สอดคล้องกับความต้องการและลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Hair Removal

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน (Hair Removal) คืออะไร?

โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน คือการใช้พลังงานเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเหมาะสม ส่งไปยังเม็ดสีเมลานินในเส้นขน เพื่อดูแลการเจริญเติบโตของเส้นขน ทำให้เส้นขนขึ้นช้าลง บางลง และลดความหนาแน่นของเส้นขนเมื่อทำตามแผนการรักษา ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสีผิว สีและลักษณะเส้นขน รวมถึงการตอบสนองของแต่ละบุคคล

โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนอาศัยหลักการที่เม็ดสีเมลานินในเส้นขนดูดซับพลังงานเลเซอร์ จากนั้นพลังงานจะส่งต่อไปยังบริเวณรากขน ทำให้กระบวนการสร้างเส้นขนได้รับผลกระทบ ส่งผลให้เส้นขนที่ขึ้นใหม่มีแนวโน้มบางลงและใช้เวลานานขึ้นในการงอก

โดยทั่วไป โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน มักทำประมาณ 6–10 ครั้ง ทั้งนี้จำนวนครั้งอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ลักษณะเส้นขน สีผิว และการตอบสนองของผิวต่อการรักษา

ควรเข้ารับบริการตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับวงจรการเจริญเติบโตของเส้นขนในแต่ละช่วง

โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาว ไม่ใช่การรับประกันว่าขนจะหายไปอย่างถาวร เนื่องจากเส้นขนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมน อายุ และปัจจัยเฉพาะบุคคล

หลังทำอย่างต่อเนื่อง เส้นขนที่ขึ้นใหม่อาจมีลักษณะบางลง ขึ้นช้าลง และมีจำนวนลดลง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ขณะทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือคล้ายมีการดีดเบา ๆ บริเวณผิว ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ชนิดของเครื่อง และระดับพลังงานที่ใช้

เพราะเทคโนโลยีเลเซอร์หลายรุ่นมีระบบช่วยลดความร้อน เช่น ระบบทำความเย็น เพื่อช่วยเพิ่มความสบายระหว่างทำ ทั้งนี้ความรู้สึกขณะทำแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

สามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น รักแร้ แขน ขา ใบหน้า หนวด คาง หน้าอก แผ่นหลัง แนวบิกินี หรือบริเวณอื่นตามความเหมาะสม

Diode, Alexandrite และ Nd:YAG เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน จึงมีความเหมาะสมกับสีผิวและลักษณะเส้นขนที่แตกต่างกัน

ส่วน IPL (Intense Pulsed Light) ใช้แสงหลายช่วงคลื่น (Broad Spectrum Light) ไม่ใช่เลเซอร์แท้ แต่ถูกนำมาใช้ในการดูแลเส้นขนและปัญหาผิวบางประเภท

ผู้ที่มีผิวคล้ำสามารถทำโปรแกรม Hair Removal ได้ แต่ควรเลือกเทคโนโลยีและปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสีผิว เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

อาจช่วยลดปัญหาขนคุดและตอขนดำได้ เนื่องจากช่วยลดความหนาแน่นและการเจริญเติบโตของเส้นขน ทำให้ลดความจำเป็นในการโกนหรือถอนซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว

ผู้ชายสามารถทำโปรแกรม Hair Removal ได้ โดยบริเวณที่นิยมทำ ได้แก่ หนวด เครา หน้าอก แผ่นหลัง แขน และขา

Dr. Phatcha Khanasap Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์ 
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ