






อยากสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมัน โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนักทุกวัน? โปรแกรม Emsculpt เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง กระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำงานหดตัวอย่างต่อเนื่องในระดับที่การออกกำลังกายทั่วไปทำได้ยาก จึงนำมาใช้เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อ พร้อมกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของไขมันในบริเวณที่ทำ ดังนั้นโปรแกรมนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงการลดไขมัน แต่เป็นการดูแลทั้งกล้ามเนื้อและสัดส่วนไปพร้อมกัน โดยผลลัพธ์และความเหมาะสมของโปรแกรมขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ สภาพร่างกาย และการประเมินของแพทย์
โปรแกรมนี้คือการใช้เทคโนโลยี HIFEM (High-Intensity Focused Electromagnetic) เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อผ่านพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง โดยพลังงานจะถูกส่งไปยังบริเวณกล้ามเนื้อที่ต้องการดูแล เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือ Neuromuscular Tissue ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวอย่างต่อเนื่องในระหว่างทำโปรแกรม
จุดเด่นของเทคโนโลยี HIFEM คือการกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อในระดับสูง โดยมุ่งเน้นการทำงานของ ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular System) มากกว่าการดูแลเฉพาะบริเวณผิวหรือชั้นไขมัน
ดังนั้น โปรแกรมนี้จึงเน้นการกระตุ้นและเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างในบริเวณที่สามารถวางหัว Applicator ได้ โดยตำแหน่งและแนวทางการทำโปรแกรมควรพิจารณาตามโครงสร้างกล้ามเนื้อ เป้าหมาย และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
เมื่อกล้ามเนื้อได้รับการกระตุ้นจะเกิดการหดตัวซ้ำ ๆ ในระดับความเข้มข้นสูง หรือ Supramaximal Muscle Contractions ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างทำโปรแกรม
การหดตัวของกล้ามเนื้อในลักษณะนี้กระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ โดยมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความหนาหรือขนาดของกล้ามเนื้อ หรือ Muscle Hypertrophy งานศึกษาของเทคโนโลยี HIFEM รายงานการเปลี่ยนแปลงของความหนากล้ามเนื้อหลังการรักษา และสนับสนุนแนวคิดว่าการกระตุ้นลักษณะนี้สามารถนำไปสู่การปรับตัวของกล้ามเนื้อได้
Supramaximal Muscle Contractions คือการหดตัวของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยพลังงาน HIFEM ในระดับสูง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัวอย่างต่อเนื่องตามรูปแบบการทำงานของเครื่อง
กลไกดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของโปรแกรม เพราะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำโปรแกรมได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อแล้ว งานศึกษาของ HIFEM ยังพบการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันบริเวณที่ทำโปรแกรม โดยมีรายงานทั้งการลดลงของความหนาชั้นไขมันและการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบเนื้อเยื่อหลังการรักษา
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ด้านกล้ามเนื้อและไขมันแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล จึงควรประเมิน ปริมาณกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน และเป้าหมายในการดูแลรูปร่าง ก่อนกำหนดแนวทางการทำโปรแกรม
ทางคลีนิคพบว่ามีข้อมูลที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อหลังการดูแล โดยใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวอย่างต่อเนื่องในบริเวณที่ทำ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับการสร้างกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายแบบแรงต้าน เพราะทั้งสองวิธีมีกลไกและรูปแบบการฝึกกล้ามเนื้อแตกต่างกัน
การทำความเข้าใจว่า โปรแกรมนี้ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อในด้านใดบ้าง สามารถพิจารณาได้จาก 3 ประเด็น ได้แก่
Muscle Mass หมายถึงปริมาณหรือมวลของกล้ามเนื้อในร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อ
สำหรับโปรแกรมนี้มีการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อหลังการรักษา แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามบริเวณที่ทำ จำนวนครั้งในการดูแล และปัจจัยเฉพาะบุคคล
ดังนั้น หากพูดว่า “โปรแกรม Emsculpt สร้างกล้ามเนื้อ” ควรเข้าใจในบริบทของการกระตุ้นกล้ามเนื้อและการเปลี่ยนแปลงของมวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่การสร้างกล้ามเนื้อในลักษณะเดียวกับการเวทเทรนนิ่ง
Muscle Strength คือความสามารถของกล้ามเนื้อในการออกแรง ซึ่งเป็นเรื่องของสมรรถภาพมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
การกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ควรใช้แทนการออกกำลังกายแบบแรงต้านทั้งหมด เพราะการฝึกด้วยแรงต้านยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความแข็งแรง ความทนทาน และการควบคุมการเคลื่อนไหว
Muscle Tone หมายถึงระดับความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งมีส่วนต่อรูปลักษณ์ของบริเวณที่ทำให้ดูกระชับและมีรูปทรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กล้ามเนื้อที่ดูชัดขึ้นไม่ได้หมายความว่ามวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะความชัดของกล้ามเนื้อยังสัมพันธ์กับปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง สัดส่วนร่างกาย และโครงสร้างของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้จะเน้นการดูแลกล้ามเนื้อและสัดส่วนเฉพาะบริเวณ จึงเหมาะกับทั้งผู้ที่ออกกำลังกายอยู่แล้วและผู้ที่ต้องการเน้นกล้ามเนื้อบางส่วนเป็นพิเศษ โดยบริเวณที่ดูแลและเป้าหมายของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน เช่น
ตำแหน่งที่สามารถทำโปรแกรม Emsculpt ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง Applicator และข้อกำหนดของผู้ผลิต รวมถึงการประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล โดยบริเวณที่มีการใช้งาน ได้แก่
| บริเวณเป้าหมาย | จุดที่ต้องการดูแล |
| หน้าท้อง | เน้นกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ช่วยดูแลความกระชับและรูปทรงของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง |
| ก้นและสะโพก | เน้นกล้ามเนื้อบริเวณก้นและสะโพก เพื่อช่วยดูแลความกระชับ ความชัด และรูปทรงของกล้ามเนื้อ |
| ต้นแขน | เน้นกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนตามตำแหน่งที่หัว Applicator รองรับ เพื่อช่วยดูแลความกระชับและรูปทรงของแขน |
| ต้นขา | ดูแลกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาตามตำแหน่งและหัว Applicator ที่ใช้ เพื่อช่วยดูแลความแข็งแรงและรูปทรงของกล้ามเนื้อ |
| น่อง | เน้นการกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณน่อง เพื่อช่วยดูแลความแข็งแรง ความกระชับ และรูปทรงของกล้ามเนื้อ |
หมายเหตุ: ตำแหน่งที่สามารถทำได้อาจแตกต่างกันตาม รุ่นของเครื่อง Emsculpt และหัว Applicator ที่ใช้ รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิต จึงควรตรวจสอบรุ่นและหัวที่คลินิกใช้ก่อนวางแผนการทำ เพื่อให้เลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับบริเวณกล้ามเนื้อเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง
โปรแกรมนี้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลกล้ามเนื้อและสัดส่วนเฉพาะบริเวณ โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการเน้นส่วนใด เช่น หน้าท้อง ก้น ต้นแขน หรือต้นขา ทั้งนี้ควรประเมินสภาพร่างกายและเป้าหมายของแต่ละบุคคลก่อนเลือกแนวทางดูแล
โปรแกรมนี้อาจจะไม่เหมาะสมกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย มีภาวะสุขภาพบางอย่าง หรือมีความผิดปกติบริเวณที่ต้องการทำ ก่อนรับบริการจึงควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบ
ข้อควรระวังที่ควรแจ้งแพทย์ ได้แก่
ระหว่างทำจะรู้สึกถึงการหดและเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะ คล้ายกับความรู้สึกขณะออกกำลังกายเฉพาะบริเวณ โดยระดับความรู้สึกจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ทำ ระดับพลังงาน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ช่วงเริ่มต้นจะมีการปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับผู้รับบริการ เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มปรับตัว อาจรู้สึกถึงแรงหดเกร็งที่ชัดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องตั้งค่าพลังงานให้สูงที่สุด แต่ควรอยู่ในระดับที่เหมาะกับบริเวณที่ทำและสามารถรับความรู้สึกได้
หลังทำอาจมีอาการ ตึง ล้า หรือเมื่อยกล้ามเนื้อ คล้ายความรู้สึกหลังออกกำลังกาย ซึ่งมักแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากระหว่างทำรู้สึกเจ็บหรือไม่สบาย ควรแจ้งผู้ให้บริการทันทีเพื่อประเมินและปรับระดับพลังงาน
การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม ไม่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจรู้สึกตึง ล้า หรือเมื่อยกล้ามเนื้อ บริเวณที่ทำ คล้ายความรู้สึกหลังออกกำลังกาย
ในก่ีรับทำหัตการควรพิจารณามากกว่าเทคโนโลยีที่ใช้ เพราะเป้าหมาย ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และสภาพร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินและวางแผนก่อนทำ เพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แพทย์ประเมินสภาพร่างกายและเป้าหมายก่อนทำ เพื่อพิจารณาบริเวณที่ต้องการดูแลและความเหมาะสมของโปรแกรม จากนั้นจึงวางแนวทางให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic ผ่านการฝึกอบรมภายใต้หลักสูตรและแนวทางของ RMI เพื่อให้การประเมินและการดูแลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ก่อนทำควรพิจารณารุ่นของเครื่อง หัว Applicator และกล้ามเนื้อเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้เลือกใช้งานได้เหมาะกับบริเวณและวัตถุประสงค์ที่ต้องการดูแล
การตอบสนองต่อโปรแกรมแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรมีการติดตามผลหลังทำและปรับคำแนะนำตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
โปรแกรมนี้ คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เกิดการหดตัวเป็นจังหวะ จึงนำมาใช้เพื่อดูแลกล้ามเนื้อและสัดส่วนเฉพาะบริเวณ โดยรายละเอียดการใช้งานขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและบริเวณที่ทำ
จากผลการวิจัยทางคลินิกพบว่า หลังจากทำครบคอร์ส (แนะนำอย่างน้อย 4 ครั้ง) ผลลัพธ์เฉลี่ยที่ได้คือ มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 16% และ ไขมันสะสมลดลง 19% ในบริเวณที่ทำ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่หดเกร็งอย่างหนักจะหลั่งสารที่เร่งการทำลายเซลล์ไขมันโดยรอบ
อ้างอิงโดย : https://promdhealth.com/build-muscle-and-burn-fat-with-emsculpt-treatments/
โปรแกรมนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการลดน้ำหนักโดยตรง แต่เน้นดูแลกล้ามเนื้อและสัดส่วนเฉพาะบริเวณ ดังนั้น น้ำหนักตัวจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักของโปรแกรม
หากมีเป้าหมายลดน้ำหนัก ควรดูแลเรื่อง การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และพฤติกรรมสุขภาพ ควบคู่กันไป
ระหว่างทำจะรู้สึกถึงการหดและเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะ ความรู้สึกมากหรือน้อยแตกต่างกันตามบริเวณและระดับพลังงานที่ใช้
หลังทำอาจรู้สึกตึง ล้า หรือเมื่อยกล้ามเนื้อคล้ายหลังออกกำลังกาย หากรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ ควรแจ้งผู้ให้บริการเพื่อปรับระดับให้เหมาะสม
โดยทั่วไปแนะนำทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 4–6 ครั้ง โดยแต่ละครั้งเว้นระยะประมาณ 2–3 วัน ทั้งนี้จำนวนครั้งและระยะห่างอาจปรับตามรุ่นของเครื่อง บริเวณที่ทำ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
หลังจบคอร์ส หากต้องการทำต่อเพื่อดูแลกล้ามเนื้อและสัดส่วน สามารถพิจารณาเว้นระยะประมาณ 1 เดือน ก่อนทำครั้งถัดไป โดยแพทย์จะประเมินและวางแผนให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล
โดยทั่วไปหลังทำโปรแกรมนี้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เนื่องจากไม่ได้ทำให้เกิดบาดแผลบนผิวหนัง
หลังทำอาจรู้สึก ตึง ล้า หรือเมื่อยกล้ามเนื้อ คล้ายความรู้สึกหลังออกกำลังกาย หากมีอาการดังกล่าว ควรพักการใช้งานกล้ามเนื้อบริเวณนั้นและหลีกเลี่ยงการออกแรงหนักชั่วคราวตามความเหมาะสม
ตำแหน่งที่ทำได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและหัว Applicator โดยบริเวณที่พบในการใช้งาน ได้แก่ หน้าท้อง ก้น ต้นแขน ต้นขา และน่อง
สามารถทำโปรแกรม Emsculpt ร่วมกับการออกกำลังกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเน้นกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณ แต่ไม่ควรใช้แทนการออกกำลังกาย
ส่วนการทำร่วมกับโปรแกรมอื่น ควรให้แพทย์ประเมินก่อน โดยเฉพาะหากเป็นโปรแกรมที่ทำบริเวณเดียวกันหรือมีผลต่อผิวและเนื้อเยื่อ

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )




