






คำว่า โปรแกรม Ultracol หรือไหมน้ำ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นการร้อยไหม แต่จริง ๆ แล้ว โปรแกรม Ultracol เป็นหัตถการในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยใช้ PDO Microsphere เป็นสารสำคัญ ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน แน่นกระชับ และลดเลือนริ้วรอยขนาดเล็ก โดยไม่ได้เน้นการเพิ่มปริมาตรเหมือนสารเติมเต็ม
โปรแกรม Ultracol เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดความกระชับ ผิวบาง รูขุมขนกว้าง หรือมีริ้วรอยระยะแรก ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แม้จะถูกเรียกว่า “ไหมน้ำ” แต่โปรแกรม Ultracol ไม่ใช่การร้อยไหม และไม่มีการใช้เส้นไหมเพื่อดึงหรือพยุงผิวเหมือนหัตถการร้อยไหมทั่วไป
โปรแกรม Ultracol จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator โดยใช้ PDO Microsphere (Polydioxanone Microsphere) หรืออนุภาค PDO ขนาดเล็กเป็นสารสำคัญ เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว อนุภาคจะค่อย ๆ สลายตามธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและองค์ประกอบของผิว ส่งผลให้คุณภาพผิวค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการของร่างกาย
สาเหตุที่เรียกว่า “ไหมน้ำ” เพราะใช้ PDO ชนิดเดียวกับที่นำมาผลิตไหมละลายทางการแพทย์ แต่แตกต่างกันที่รูปแบบของสาร โดยโปรแกรม Ultracol ใช้ PDO ในรูปแบบไมโครสเฟียร์ (Microsphere) ไม่ใช่เส้นไหม จึงมุ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว มากกว่าการยกกระชับด้วยแรงพยุงของเส้นไหม
โปรแกรม Ultracol อาศัยการทำงานของ PDO Microsphere เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ตามกระบวนการของร่างกาย ไม่ได้อาศัยการดึงพยุงผิวเหมือนการร้อยไหม หรือการเพิ่มปริมาตรเหมือนสารเติมเต็ม แต่เป็นการค่อย ๆ ปรับสภาพผิวผ่านกระบวนการตอบสนองตามธรรมชาติหลังการรักษา
เมื่อฉีด PDO Microsphere เข้าสู่ชั้นผิว อนุภาคจะกระจายตัวในบริเวณที่ทำการรักษา และร่างกายจะเกิดกระบวนการตอบสนองตามธรรมชาติ (Natural Tissue Response) โดยไม่ใช่การอักเสบที่ผิดปกติ
ในระหว่างกระบวนการนี้ เซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญของชั้นหนังแท้ จะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น เซลล์ชนิดนี้มีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และองค์ประกอบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ช่วยคงความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว เมื่อเวลาผ่านไป อนุภาค PDO จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ขณะที่กระบวนการฟื้นฟูผิวยังคงดำเนินต่อเนื่องตามการตอบสนองของร่างกาย
เมื่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ทำงานเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการปรับโครงสร้างผิว (Dermal Remodeling) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดูแลคุณภาพผิว
คอลลาเจนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
เมื่อกระบวนการปรับโครงสร้างชั้นหนังแท้ดำเนินไป ผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามการตอบสนองของร่างกาย ส่งผลให้คุณภาพผิวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระยะเวลาและผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้เน้นการเพิ่มขนาดหรือเติมเต็มใบหน้า แต่เป็นการดูแลคุณภาพผิวในหลายด้าน ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวมากกว่าการเพิ่มปริมาตรของใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้เป็นหัตถการในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่เน้นการดูแลคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลการเปลี่ยนแปลงของผิว เช่น ผิวดูบางลง ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวไม่เรียบเนียน หรือเริ่มมีริ้วรอยขนาดเล็ก
แนวทางการดูแลจะไม่ได้เน้นการเพิ่มปริมาตรของใบหน้า แต่เป็นการดูแลโครงสร้างและคุณภาพผิวผ่านกระบวนการตอบสนองของผิว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และความเหมาะสมของแต่ละบุคคลก่อนเลือกแนวทางการรักษา
| ปัญหาผิว | แนวทางการดูแลด้วยโปรแกรม Ultracol |
| ผิวบาง ดูไม่แข็งแรง | ช่วยดูแลคุณภาพผิว ให้ผิวดูแน่นและมีความแข็งแรงมากขึ้น |
| ผิวขาดความยืดหยุ่น | ช่วยดูแลโครงสร้างผิวและความยืดหยุ่นของผิว |
| ริ้วรอยขนาดเล็ก | ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยละเอียดอาจดูจางลงเมื่อคุณภาพผิวดีขึ้น |
| รูขุมขนดูกว้าง | ช่วยดูแลความเรียบเนียนและพื้นผิวของผิวให้ดูละเอียดขึ้น |
| ผิวหมอง ผิวดูไม่สดใส | ช่วยดูแลคุณภาพผิวโดยรวม เพื่อให้ผิวดูมีความสม่ำเสมอมากขึ้น |
| หลุมสิวบางประเภท | แพทย์จะประเมินลักษณะหลุมสิวและสภาพผิว เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม |
| ต้องการเพิ่มปริมาตรใบหน้า เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ | ไม่ใช่จุดเด่นของโปรแกรม อาจพิจารณาแนวทางอื่นตามการประเมินของแพทย์ |
โปรแกรมนี้สามารถใช้ดูแลคุณภาพผิวในหลายบริเวณ โดยแพทย์จะพิจารณาจากโครงสร้างผิว ความหนาของผิว ลักษณะปัญหา และเป้าหมายในการดูแลของแต่ละบุคคล ไม่ได้เลือกตำแหน่งจากความต้องการเพียงอย่างเดียว
บริเวณที่สามารถพิจารณา ได้แก่
| ตำแหน่งที่ทำ | จุดประสงค์ในการดูแล |
| ใบหน้า | ดูแลคุณภาพผิวโดยรวม เช่น ความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และผิวที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตามวัย |
| แก้ม | ดูแลผิวบริเวณแก้มที่เริ่มบางลง หรือขาดความแน่นของผิว |
| รอบดวงตา | ดูแลผิวบริเวณที่มีความบอบบางและริ้วรอยละเอียด โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมก่อนทำ |
| หน้าผาก | ดูแลคุณภาพผิวบริเวณหน้าผากที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวขาดความเรียบเนียน |
| รอบปาก | ดูแลผิวบริเวณรอบริมฝีปากที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่น |
| ลำคอ | ดูแลคุณภาพผิวบริเวณคอที่เริ่มบางลงหรือมีริ้วรอยละเอียด |
| หลังมือ | ดูแลผิวหลังมือที่มีการเปลี่ยนแปลงของความแน่นและความเรียบเนียนตามวัย |
ทั้งนี้ ตำแหน่งที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินจากสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และความเหมาะสมของบริเวณนั้น เพื่อวางแผนแนวทางการดูแลที่เหมาะกับแต่ละราย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเน้นการฟื้นฟูความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และความแน่นของผิว มากกว่าการปรับเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่มปริมาตรให้ใบหน้า
แม้อายุจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คุณภาพผิวเปลี่ยนแปลง แต่การพิจารณาไม่ได้ดูจากอายุเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกับสภาพผิว เช่น ความยืดหยุ่นของผิว ระดับริ้วรอย ปัญหารูขุมขน และความต้องการของผู้เข้ารับบริการ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม
| กลุ่มผู้ที่สนใจ | ลักษณะปัญหาผิวที่พบ |
| ช่วงอายุประมาณ 25–35 ปี | เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยขนาดเล็ก ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น หรือคุณภาพผิวเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การพักผ่อนน้อยและมลภาวะ |
| ช่วงอายุประมาณ 35–45 ปี | เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว เช่น ผิวดูไม่แน่น รูขุมขนดูกว้างขึ้น หรือผิวขาดความกระชับ |
| อายุ 45 ปีขึ้นไป | มีแนวโน้มพบปัญหาคุณภาพผิวลดลงตามวัย เช่น ผิวบางลง ความยืดหยุ่นลดลง และริ้วรอยละเอียดเพิ่มขึ้น |
แม้จะเป็นแนวทางดูแลคุณภาพผิวในกลุ่ม Collagen Biostimulator แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน การประเมินก่อนทำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้แพทย์พิจารณาจากสุขภาพโดยรวม ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และสภาพผิวบริเวณที่จะทำการรักษา
กลุ่มผู้ที่ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์ทราบ หรืออาจต้องหลีกเลี่ยงในการรับบริการ ได้แก่
| กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ | เหตุผล |
| ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร | เพื่อให้แพทย์ประเมินข้อมูลสุขภาพโดยรวม และพิจารณาแนวทางการดูแลที่เหมาะสมในช่วงดังกล่าว |
| ผู้ที่มีการติดเชื้อ แผล หรือการอักเสบของผิวหนังบริเวณที่จะทำ | เนื่องจากสภาพผิวบริเวณนั้นอาจยังไม่พร้อมสำหรับการทำหัตถการ แพทย์อาจแนะนำให้ดูแลผิวจนกลับสู่ภาวะปกติก่อน |
| ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ PDO | เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบประวัติการแพ้และประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกแนวทางการรักษา |
| ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือใช้ยากดภูมิเป็นประจำ | เนื่องจากภาวะสุขภาพและยาบางชนิดอาจมีผลต่อการฟื้นตัวของร่างกาย จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อน |
| ผู้ที่ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด | เนื่องจากยาและผลิตภัณฑ์บางประเภทอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกง่ายขึ้น แพทย์จึงควรประเมินก่อนเข้ารับบริการ |
ปัจจุบัน Collagen Biostimulator มีหลายประเภท โดยแต่ละโปรแกรมใช้สารสำคัญและมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน แม้เป้าหมายโดยรวมจะเกี่ยวข้องกับการดูแลคุณภาพผิวและการส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย แต่รายละเอียดของสาร โครงสร้าง และแนวทางการรักษาจะแตกต่างกัน
โปรแกรมนี้ใช้ PDO Microsphere เป็นสารสำคัญ เน้นการดูแลคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่น ขณะที่ Collagen Biostimulator ชนิดอื่น เช่น PCL, PDLLA, PLLA หรือ PN จะมีคุณสมบัติเฉพาะของสารแต่ละประเภท
แพทย์จึงต้องประเมินจากปัญหาผิว สภาพผิว และเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะสม
| โปรแกรม | สารสำคัญ | จุดเด่น | เหมาะกับปัญหา ที่ต้องการดูแล |
| โปรแกรม Ultracol | PDO Microsphere (Polydioxanone) | เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ผ่านกระบวนการกระตุ้นการทำงานของผิว | ผิวบาง ผิวขาดความยืดหยุ่น ริ้วรอยขนาดเล็ก รูขุมขนดูกว้าง |
| โปรแกรมฉีด Gouri | PCL (Polycaprolactone) แบบ Fully Liquid | ใช้ PCL ในรูปแบบอนุภาคละเอียดที่กระจายตัวในชั้นผิว | ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวร่วมกับความยืดหยุ่นและความแน่นของผิว |
| โปรแกรม PCL+CMC Structure Lift | PCL (Polycaprolactone) + CMC (Carboxymethyl Cellulose) | ผสาน PCL กับ CMC เพื่อเน้นการดูแลโครงสร้างผิวและความแน่นของผิวในบริเวณที่ต้องการ | ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ขาดความแน่น หรือมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย |
| โปรแกรม Juvelook | PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ร่วมกับ HA | ผสานสารกลุ่ม Biostimulator กับ Hyaluronic Acid เพื่อช่วยดูแลทั้งคุณภาพผิวและความชุ่มชื้น | ผิวแห้ง ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขน และริ้วรอยขนาดเล็ก |
| โปรแกรม Sculptra | PLLA (Poly-L-Lactic Acid) | ใช้ PLLA เพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว | ผู้ที่มีปัญหาคุณภาพผิวและความหย่อนคล้อยจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย |
| โปรแกรม Rejuran | PN (Polynucleotide) | เน้นการดูแลสภาพผิวและสภาพแวดล้อมของผิว (Skin Condition) | ผิวอ่อนล้า ผิวไม่เรียบเนียน ผิวที่ต้องการดูแลความแข็งแรงของผิว |
จุดที่แตกต่าง คือการใช้ PDO Microsphere ซึ่งเป็นรูปแบบอนุภาค PDO ไม่ใช่เส้นไหม จึงไม่ได้ทำหน้าที่ยกหรือดึงผิวเหมือนการร้อยไหม แต่เน้นการดูแลคุณภาพผิวผ่านกระบวนการตอบสนองของร่างกาย
ผู้ที่ค้นหาคำว่า “ไหมน้ำ โปรแกรม Ultracol” มักเกิดคำถามว่า เป็นการร้อยไหมหรือไม่ เนื่องจากมีคำว่า PDO ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ในไหมละลายทางการแพทย์ แต่ในความจริงแล้ว โปรแกรมนี้และโปรแกรมร้อยไหมเป็นหัตถการคนละประเภท และมีวัตถุประสงค์ในการดูแลผิวที่แตกต่างกัน
| เปรียบเทียบ | โปรแกรม Ultracol | การร้อยไหม |
| รูปแบบสาร | PDO Microsphere (อนุภาค PDO) | เส้นไหมละลายทางการแพทย์ |
| หลักการทำงาน | เน้นการดูแลคุณภาพผิวผ่านกระบวนการตอบสนองของผิวตามกลไกของร่างกาย | ใช้โครงสร้างของเส้นไหมเพื่อช่วยพยุงและปรับความกระชับของผิว |
| มีเส้นไหมอยู่ใต้ผิวหรือไม่ | ไม่มีเส้นไหมฝังใต้ผิว | มีเส้นไหมอยู่ใต้ผิว |
| เป้าหมายหลัก | ดูแลคุณภาพผิว เช่น ความเรียบเนียน ความยืดหยุ่นของผิว | การปรับความกระชับของผิวในบริเวณที่เหมาะสม |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว ผิวบาง ผิวขาดความยืดหยุ่น หรือริ้วรอยขนาดเล็ก | ผู้ที่ต้องการแนวทางดูแลความหย่อนคล้อยของผิวบางระดับ |
การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลผิวหลังทำโปรแกรม เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม โดยหลังทำอาจพบการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด เช่น อาการบวม แดง หรือรอยเขียวช้ำ ซึ่งเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการฉีดเข้าสู่ชั้นผิว และระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ก่อนเข้ารับโปรแกรมควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ ประวัติการแพ้ยา ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ
คำแนะนำทั่วไปก่อนทำ ได้แก่
การหยุดยาหรืออาหารเสริมบางชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่อง
หลังทำโปรแกรมอาจพบอาการบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นการตอบสนองของผิวหลังรับการรักษา โดยอาการที่พบ ได้แก่
| อาการหลังทำ | ลักษณะที่อาจพบ |
| อาการบวม | อาจเกิดจากปริมาณสารละลายที่ใช้ร่วมกับการเตรียมผลิตภัณฑ์และการฉีดเข้าสู่ชั้นผิว โดยมักค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลา |
| อาการแดง | อาจเกิดจากการกระตุ้นบริเวณผิวจากการฉีด และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล |
| รอยเขียวช้ำ | อาจพบได้บริเวณรอยเข็ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือเกิดการกระทบเส้นเลือดขนาดเล็กขณะฉีด |
หากมีอาการผิดปกติ เช่น อาการบวมมากขึ้น มีอาการเจ็บผิดปกติ หรือมีความกังวลหลังทำ ควรติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมินอาการเพิ่มเติม
หลังทำโปรแกรม Ultracol สามารถดูแลผิวตามคำแนะนำทั่วไป ดังนี้
การทำโปรแกรม Ultracol หรือไหมน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเข้าใจด้านโครงสร้างผิว เทคนิคการใช้ผลิตภัณฑ์ และการประเมินปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนการดูแลผิวโดยแพทย์ ตั้งแต่การประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ปัญหาที่ต้องการดูแล ไปจนถึงการเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย
นพ. รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (หมอหนุ่ม) แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง (ว.19863) ผู้ก่อตั้ง Rassapoom Clinic ได้รับการแต่งตั้งเป็น Master Trainer ด้านโปรแกรม Ultracol จากบริษัท Ultra V ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและผลิตโปรแกรม Ultracol
บทบาทของ Master Trainer คือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ให้แก่แพทย์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในหลักการทำงานของผลิตภัณฑ์ เทคนิคการใช้งาน และข้อควรพิจารณาในการดูแลผู้เข้ารับบริการ
ด้วยประสบการณ์และการอบรมเฉพาะด้าน ทำให้ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic มีความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ และสามารถประเมินแนวทางการดูแลผิวให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
แม้จะอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator แต่ปัญหาผิวของแต่ละคนมีรายละเอียดแตกต่างกัน ทั้งคุณภาพผิว ความยืดหยุ่น ระดับริ้วรอย และเป้าหมายที่ต้องการดูแล
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินปัจจัยต่าง ๆ เช่น
เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ใช่การเลือกโปรแกรมจากอายุหรือปัญหาเพียงด้านเดียว
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งที่มาชัดเจน โดยผู้เข้ารับบริการสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รายละเอียดบรรจุภัณฑ์ และขั้นตอนการเตรียมผลิตภัณฑ์ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในกระบวนการดูแล
นอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการฉีดและการประเมินสภาพผิวก็เป็นส่วนสำคัญของการทำโปรแกรม Ultracol
ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic ได้รับการอบรมตามแนวทางของผู้ผลิต เพื่อให้มีความเข้าใจในหลักการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงแนวทางการประเมินผู้เข้ารับบริการก่อนทำ
โปรแกรมนี้มักถูกเรียกว่า “ไหมน้ำ” เนื่องจากใช้ PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีการนำมาใช้ในไหมละลายทางการแพทย์ แต่ไม่เหมือนโปรแกรมร้อยไหม เพราะไม่ได้อยู่ในรูปแบบเส้นไหมสำหรับดึงหรือพยุงผิว
โดยโปรแกรมนี้จะอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ใช้ PDO Microsphere หรืออนุภาค PDO ขนาดเล็ก เพื่อดูแลคุณภาพผิวผ่านกระบวนการตอบสนองของผิว โดยเน้นเรื่องความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และดูแลคุณภาพผิว
จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เนื่องจากใช้ PDO Microsphere เป็นองค์ประกอบหลัก โดยมุ่งเน้นการดูแลกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจนและคุณภาพผิว
ขณะที่ Skin Booster ส่วนใหญ่มักเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว เช่น สารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ดังนั้นทั้งสองแนวทางจึงมีจุดประสงค์และสารสำคัญที่แตกต่างกัน
ในการรับบริการไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการดูแล
โดยทั่วไป ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว เช่น
อาจเป็นกลุ่มที่แพทย์พิจารณได้ โดยมักพบในช่วงวัยประมาณ 25 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
หลังทำ อาจพบอาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดจากขั้นตอนการฉีดเข้าสู่ชั้นผิว ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้ โดยทั่วไปอาการบวมอาจค่อย ๆ ลดลงภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังจากผิวเริ่มเข้าที่ กระบวนการตอบสนองของผิวจะดำเนินต่อไป โดยการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพผิวอาจค่อย ๆ สังเกตได้มากขึ้นในช่วงประมาณ 4 สัปดาห์ และเกิดกระบวนการต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์หลังทำ
ระยะเวลาของผลลัพธ์หลังทำ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว พฤติกรรมการดูแลผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
โดยทั่วไปอาจอยู่ได้ประมาณ 6–8 เดือน และแพทย์อาจแนะนำการทำซ้ำตามความเหมาะสมของปัญหาผิว
สำหรับจำนวนครั้งหรือปริมาณที่ใช้ เช่น จำนวนขวดและรอบการทำ จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการดูแล สภาพผิว และแผนการรักษาที่แพทย์ประเมิน
จำนวนครั้งและปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
โดยแพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น
เพื่อกำหนดจำนวนครั้งและปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละราย
ก่อนทำอาจมีการใช้ยาชาหรือแนวทางลดความไม่สบายตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงหรือมีความรู้สึกเล็กน้อยบริเวณที่ทำ หลังทำอาจพบความรู้สึกตึง บวม หรือรอยจากเข็มขนาดเล็ก ซึ่งเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการฉีด
หลังทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบบริเวณที่ทำ เช่น การออกกำลังกายหนัก การสัมผัส หรือกดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์
หลังทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในช่วงแรก และสามารถกลับมาแต่งหน้าได้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไปมักแนะนำหลังประมาณ 24 ชั่วโมง
การล้างหน้าสามารถทำได้ แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ
โปรแกรมนี้เป็นการฉีดผ่านเข็มขนาดเล็ก จึงอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ หรือรอยแดงบริเวณที่ฉีดหลังทำได้ โดยบางรายอาจมีรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งระยะเวลาการจางลงขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )




