โปรแกรม Ulthera SPT เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อการยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้า

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการทางเลือกทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัย โปรแกรม Ulthera SPT ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบเจาะจง เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะเผชิญกับการลดลงของปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่คอยพยุงความยืดหยุ่นของผิว

ประกอบกับแรงโน้มถ่วงและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ชั้นรอยต่อกล้ามเนื้อ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เกิดความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้าที่เคยคมชัดจึงเริ่มเปลี่ยนไป เกิดเป็นริ้วรอย ร่องแก้มลึก และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน

การเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าไปกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย ช่วยให้สรีระใบหน้ากลับมาแลดูตึงกระชับและอ่อนเยาว์อีกครั้ง โดยไม่ต้องอาศัยการทำศัลยกรรม

โปรแกรม Ulthera SPT คืออะไร

โปรแกรม Ulthera SPT คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง นำมาพัฒนาเพื่อจุดประสงค์ในการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวพรรณ ลดเลือนริ้วรอย และปรับกรอบหน้าให้มีความคมชัด การรักษาด้วยวิธีนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัตถการนี้เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดดึงหน้า โดยตัวเครื่องจะส่งผ่านพลังงานความร้อนลงไปใต้ชั้นผิวโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อผิวด้านบน จึงไม่ทิ้งรอยแผลเป็นและไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังจากการทำหัตถการ

ทำไมโปรแกรม Ulthera SPT จึงแตกต่างจากการยกกระชับทั่วไป

ความโดดเด่นที่ทำให้เทคโนโลยีนี้มีความแตกต่างจากเครื่องมือยกกระชับระบบอื่นๆ คือความสามารถในการปล่อยพลังงานที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง ควบคู่ไปกับนวัตกรรมหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ (Real-time Visualization)

ระบบแสดงผลนี้ทำให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถมองเห็นชั้นผิวจริง ประเมินความลึกของชั้น SMAS และความหนาของชั้นไขมันได้อย่างชัดเจน นำไปสู่การวางแผนการยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำในทุกจุดที่รับบริการ ลดความเสี่ยงในการส่งพลังงานไปกระทบเนื้อเยื่อข้างเคียง

มองเห็นทุกชั้นผิวก่อนการรักษาด้วยเทคโนโลยี See Plan Treat (SPT)

เทคโนโลยี SPT (See Plan Treat) เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษา ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  • See (มองเห็น): แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างชั้นผิวผ่านหน้าจอแสดงผลได้อย่างละเอียด ทำให้ทราบถึงระดับความลึกของชั้น SMAS ของแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกัน
  • Plan (วางแผน): แพทย์จะทำการวิเคราะห์และออกแบบจำนวนการยิงพลังงาน รวมถึงการเลือกใช้หัวบรรจุพลังงาน (Transducer) ที่มีความลึกเหมาะสมกับแต่ละบริเวณของใบหน้า
  • Treat (ทำการรักษา): กระบวนการส่งผ่านพลังงานลงสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเนื้อเยื่ออย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

หลักการทำงานของคลื่น Microfocused Ultrasound (MFU-V)

เทคโนโลยี Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) จะทำการปล่อยพลังงานความร้อนในระดับ 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พลังงานจะถูกส่งลงไปในรูปแบบจุดไข่ปลาเล็กๆ เรียงต่อกัน ลงลึกถึงชั้นรอยต่อกล้ามเนื้อ (SMAS)

พลังงานความร้อนที่ส่งลงไปจะเข้าไปทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อในชั้นลึก คล้ายกับการเย็บรวบชั้นผิว พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) และอีลาสติน ส่งผลให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรงขึ้น และช่วยยกพยุงผิวชั้นบนให้แลดูกระชับอย่างเป็นธรรมชาติจากภายในสู่ภายนอก

เจาะลึก 3 ระดับความลึกของหัวยิง Ulthera SPT (Transducer) ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้าที่มีความหนาบางของชั้นผิวไม่เท่ากัน โปรแกรม Ulthera SPT จึงมีการแบ่งขนาดหัวยิง (Transducer) ออกเป็น 3 ขนาดหลัก ตามลำดับความลึกในการเข้าสู่ชั้นผิว ดังนี้:

  1. หัว ขนาด 1.5 mm (สีส้ม):
    หัวยิงระดับตื้นที่ส่งพลังงานเข้าสู่ผิวหนังชั้นบน ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) หัวขนาดนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการกระชับรูขุมขน และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาหรือหน้าผาก
  2. หัว ขนาด 3.0 mm (สีเขียว):
    หัวยิงระดับกลาง เหมาะสำหรับการกระชับชั้นไขมัน (Subcutis) ซึ่งเป็นชั้นที่มีคอลลาเจนเรียงตัวเป็นแนวตั้ง หัวขนาดนี้จะช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิวบริเวณกรอบตาและหน้าผาก อีกทั้งยังสามารถใช้ยิงลงสู่ชั้น SMAS ได้ในบางบริเวณของใบหน้าที่มีชั้นผิวบาง
  3. หัว ขนาด 4.5 mm (สีฟ้า):
    หัวยิงระดับลึกสุด ถูกออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานทะลุลงไปถึงชั้นรอยต่อกล้ามเนื้อ (SMAS) ซึ่งมีคอลลาเจนเรียงตัวเป็นแนวนอน และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า หัวขนาดนี้จึงทรงพลังมากในการใช้เพื่อยกกระชับพวงแก้มที่ห้อยย้อย เก็บเหนียง และฟื้นฟูความตึงกระชับของลำคอ

ใครบ้างที่เหมาะกับการรับบริการ? เจาะลึกผลลัพธ์ตามช่วงวัย

เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับปัญหาผิวที่มีความหลากหลาย โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าเพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รับจะมีความโดดเด่นแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย ดังนี้:

กลุ่มผู้ที่เหมาะกับการรับบริการ:

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
  • ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวและต้องการดูแลเชิงป้องกัน
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดเจน มีเนื้อบริเวณใต้คางหรือเหนียง
  • ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางตาตก ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์โดยไม่มีเวลาพักฟื้นจากการทำศัลยกรรม

ความแตกต่างของผลลัพธ์ในแต่ละช่วงวัย:

  • วัย 25-30 ปี (เน้นการกระตุ้น): ถึงแม้ผิวหนังจะยังไม่มีความหย่อนคล้อยมากนัก แต่การทำ Ulthera จะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่สะสมไว้ (Prejuvenation) โดยแพทย์จะใช้จำนวนช็อตที่พอเหมาะเพื่อให้ผิวคงความสดใสไว้ได้นานที่สุด
  • วัย 35-45 ปี (เน้นการรักษาและยกกระชับ): เป็นช่วงที่เริ่มมีปัญหาชัดเจน เช่น ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หรือถุงใต้ตา การทำ Ulthera จะช่วยรักษาและยกกระชับโครงสร้างผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
  • วัย 45-50 ปี (เน้นการวิเคราะห์และดีไซน์): ปัญหาเริ่มขยายวงกว้างไปยังบริเวณใต้คางและลำคอ ซึ่งต้องการการดูแลที่เข้มข้นขึ้น ในวัยนี้แพทย์จะเน้นการใช้เครื่อง Ulthera ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์และดีไซน์รูปหน้า (Personalized Design) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลและพึงพอใจ
  • วัย 60 ปีขึ้นไป (เน้นการรักษาแบบองค์รวม): เนื่องจากผิวมีการเปลี่ยนแปลงหลายมิติร่วมด้วย การทำ Ulthera มักจะทำร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ เพื่อลดปัญหาผิวเดิมและป้องกันปัญหาใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้ผิวแลดูสุขภาพดีสมวัย

กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด ผิวเริ่มหย่อนคล้อย
อย่าปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงของวัยทำให้คุณไม่มั่นใจ

*ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการที่ Rassapoom Clinic เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าแบบ Case by Case พร้อมรับแนวทางการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด 
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Ulthera SPT สามารถแก้ไขปัญหาที่บริเวณใด้ได้บ้าง

เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อนได้อย่างแม่นยำในหลายระดับความลึก จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของสรีระผิวได้อย่างครอบคลุม โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาจะประเมินและเลือกใช้หัวบรรจุพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ ดังนี้

  1. บริเวณใบหน้าส่วนบน (รอบดวงตาและหน้าผาก) การยิงพลังงานบริเวณหน้าผากจะช่วยกระตุ้นกาหดตัวของเนื้อเยื่อ ส่งผลให้แนวคิ้วและหางตาที่ตกแลดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวรอบดวงตาให้มีความตึงกระชับ ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและแลดูสดใสมากขึ้น
  2. บริเวณใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง (พวงแก้มและกรอบหน้า) สำหรับผู้ที่มีปัญหาพวงแก้มหย่อนคล้อยหรือมีร่องแก้มลึก การส่งพลังงานลงสู่ชั้น SMAS จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวให้กลับมาตึงกระชับ พร้อมทั้งช่วยเก็บรายละเอียดบริเวณแนวขากรรไกร (Jawline) เพื่อปรับสัดส่วนให้กรอบหน้ามีความคมชัดและมีมิติมากยิ่งขึ้น
  3. บริเวณใต้คางและลำคอ ปัญหาเนื้อเยื่อบริเวณใต้คางหย่อนคล้อย (เหนียง) รวมถึงผิวบริเวณลำคอที่เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดรอยพับ สามารถดูแลได้ด้วยคลื่นพลังงานที่จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวบริเวณลำคอและใต้คางแลดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
  4.  บริเวณเนินอก (Decolletage) นอกจากการดูแลโครงสร้างผิวหน้าแล้ว โปรแกรมนี้ยังสามารถนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูผิวบริเวณเนินอกที่มีปัญหาริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัยและการสะสมของความเสื่อมสภาพ ช่วยคืนความเรียบเนียนและเพิ่มความแน่นกระชับให้แก่ผิวบริเวณดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกโปรแกรม Ulthera SPT

นอกจากความสามารถในการยกกระชับผิวจากชั้นลึกแล้ว จุดเด่นที่สำคัญคือผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ปรากฏอย่างเป็นสไตล์ธรรมชาติ ผู้รับบริการจะไม่รู้สึกถึงความตึงรั้งที่ผิดแปลกไป แต่จะสัมผัสได้ถึงความแน่นกระชับและผิวที่ดูสุขภาพดีขึ้นตามกลไกการฟื้นฟูของร่างกาย

เครื่องมือที่ใช้จัดเป็นเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานสากล ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ทำให้ผู้รับบริการสามารถมั่นใจได้ว่าพลังงานที่ส่งลงไปมีความสม่ำเสมอและมีความปลอดภัยสูง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการรักษา

เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและร่างกายพร้อมรับการฟื้นฟู ผู้รับบริการควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา รวมถึงยาหรือวิตามินที่รับประทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

หากมีการทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้ามาก่อนหน้า เช่น การฉีดสารเติมเต็ม การใช้สารลดเลือนริ้วรอย หรือการทำเลเซอร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนเริ่มรับบริการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเนื้อเยื่อและรักษาสภาพผลลัพธ์ของหัตถการเดิม

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

หลังการรักษาอาจพบรอยแดงบางบริเวณ หรือมีความรู้สึกระบมเล็กน้อยใต้ชั้นผิวเมื่อสัมผัส ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพลังงานความร้อนใต้ชั้นลึก และจะค่อยๆ ทุเลาลงเองตามธรรมชาติในเวลาไม่นาน

ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรเน้นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด หรือการทำเลเซอร์บริเวณที่รับบริการในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้คอลลาเจนใต้ผิวฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

เปรียบเทียบโปรแกรม Ulthera SPT กับเครื่องยกกระชับตัวอื่นๆ (โปรแกรม Thermage และโปรแกรม HIFU)

หลายคนมักมีข้อสงสัยว่า แล้วโปรแกรมนี้แตกต่างจากเครื่องยกกระชับยอดฮิตตัวอื่นๆ อย่างโปรแกรม Thermage หรือกลุ่มโปรแกรม HIFU อย่างไร? สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ แต่ละเครื่องใช้เทคโนโลยีที่ต่างกัน และเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน

  • โปรแกรม Ulthera SPT vs โปรแกรม Thermage: แม้จะเป็นเครื่องระดับพรีเมียมทั้งคู่ แต่ Ulthera SPT ใช้คลื่นพลังงานเสียง (Ultrasound) ลักษณะเป็นจุดไข่ปลา เน้น “การยกกระชับ (Lifting)” ดึงหน้าที่ห้อยย้อยให้ยกขึ้นและสร้างกรอบหน้าให้คมชัด ในขณะที่ Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) พลังงานเป็นก้อนความร้อนขนาดใหญ่ เน้น “การรัดผิว (Tightening)” เหมาะกับคนที่มีไขมันบนใบหน้าเยอะ (Baby Fat) ต้องการสลายไขมันและให้ผิวหน้าดูแน่นเฟิร์มขึ้น
  • ปรแกรม Ulthera SPT โดดเด่นด้วย Real-time Visualization ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อและเลือกความลึกในการส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ พร้อมวางแผนการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล สำหรับโปรแกรม HIFU / โปรแกรม Ultraformer ใช้เทคโนโลยี Ultrasound เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อในระดับความลึกที่กำหนด โดยรายละเอียดและความสามารถในการมองเห็นชั้นเนื้อเยื่อจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเครื่อง

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น ลองพิจารณาเปรียบเทียบจากตารางด้านล่างนี้:

คุณสมบัติโปรแกรม Ulthera SPTโปรแกรม Thermage FLXโปรแกรม HIFU / โปรแกรม Ultraformer
เทคโนโลยีหลักคลื่นเสียงความถี่สูง (MFU-V) แบบจุดไข่ปลาคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) แบบก้อนความร้อนคลื่นเสียงความถี่สูง (Macro/Micro Focused Ultrasound) แบบจุด
จุดเด่น / การออกฤทธิ์เน้น “ยกกระชับ (Lifting)” ดึงหน้าที่หย่อนคล้อย สร้างกรอบหน้าคมชัดเน้น “รัดผิว (Tightening)” สลายไขมันส่วนเกิน ให้ผิวแน่นเฟิร์มเน้น “ยกกระชับ (Lifting)” คล้าย Ulthera แต่พลังงานเบากว่า
ความลึกของพลังงานลึกถึงชั้น SMAS (4.5 mm)ลึกถึงชั้นไขมัน และชั้นหนังแท้ลึกถึงชั้น SMAS (4.5 mm)
จุดเด่นด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอ Real-time (SPT) ยิงแม่นยำ เห็นชั้นผิวจริงมีระบบสั่น (Vibration) และระบบความเย็น (Cooling) ช่วยลดความเจ็บส่วนใหญ่ไม่มีหน้าจอ Real-time (ยกเว้นบางรุ่นที่พัฒนาขึ้นมา)
เหมาะกับใคร?ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย หางตาตก กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง (ผู้ที่เนื้อหน้าน้อยถึงปานกลาง)ผู้ที่มีไขมันบนใบหน้าเยอะ (Baby Fat) รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความยืดหยุ่นผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อย ต้องการลองทำเครื่องยกกระชับ หรือมีงบจำกัด
ระยะเวลาเห็นผลลัพธ์1 – 1.5 ปี1 – 2 ปี5 – 6 เดือน
ระดับความเจ็บ (โดยเฉลี่ย)ปานกลาง (รู้สึกหน่วงๆ ลึกๆ) รุ่น SPT เจ็บน้อยลงมากปานกลาง (รู้สึกร้อนสะสม)น้อย – ปานกลาง

(หมายเหตุ: การเลือกใช้เครื่องมือควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อให้ตรงกับปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลมากที่สุด)

วิธีดูเครื่องมือก่อนรับบริการที่ปลอดภัยดูอย่างไร ?

เนื่องจากในปัจจุบันเป็นโปรแกรมหัตถการที่ได้รับความนิยมมากจึงทำให้มีเครื่องเลียนแบบ หรือเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาดมากมาย ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ จึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดในมาตรฐานของเครื่อง

วิธีการตรวจสอบเครื่องมีดังนี้

ก่อนเข้ารับบริการโปรแกรม Ulthera® SPT สามารถตรวจสอบข้อมูลและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับเครื่องได้ ดังนี้

  1. ตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาล
    สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ merzclubthailand.com โดยค้นหาชื่อ Rassapoom Clinic ในช่องค้นหา เพื่อดูข้อมูลสถานพยาบาลที่แสดงในระบบ
  2. ตรวจสอบเอกสารภายในคลินิก
    สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องและเอกสาร Certificate ที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง Ulthera® SPT ที่ให้บริการภายในคลินิก
  3. ตรวจสอบสติกเกอร์ Ultherapy® Authentic
    สังเกตสติกเกอร์สีส้ม Ultherapy® Authentic ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำหรับตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง Ultherapy®
  4. ตรวจสอบสติกเกอร์ MERZ AESTHETICS
    สังเกตสติกเกอร์สีทอง MERZ AESTHETICS ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทผู้จัดจำหน่าย/นำเข้าในประเทศไทย

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกใช้บริการ

โปรโมชั่นที่ระบุว่า “ไม่จำกัดช็อต” ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ เนื่องจากจำนวนช็อตและแนวทางการรักษาควรได้รับการประเมินให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

หากไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวหย่อนคล้อยเกิดขึ้นบริเวณใด หรือควรเลือกการรักษาในรูปแบบใด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

เลือกสถานพยาบาลอย่างรอบคอบ

ก่อนเข้ารับบริการ ควรตรวจสอบข้อมูลของเครื่อง สถานพยาบาล และรายละเอียดการรักษาให้ชัดเจน รวมถึงสอบถามแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการรักษาและความเหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการ

ทำไมถึงต้องทำโปรแกรม Ulthera SPT ที่ Rassapoom Clinic

การทำหัตถการยกกระชับผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่ละมุนและปลอดภัย ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน แต่จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์ผู้ดำเนินการ ที่ Rassapoom Clinic มุ่งเน้นการใช้หลักการออกแบบรูปหน้าแบบรายบุคคล (Personalized Face Design)  เป็นหัวใจหลักในการดูแลผู้รับบริการ

ทีมแพทย์จะทำการวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า โครงสร้างกระดูก ทิศทางการทำงานของกล้ามเนื้อ และระดับความหย่อนคล้อยอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการส่งพลังงานแบบเฉพาะเจาะจง (Personalized Treatment) แพทย์จะพิจารณาว่าจุดใดควรยกกระชับ จุดใดควรปล่อยเพื่อรักษามิติของใบหน้า เป็นการปรับสรีระให้สมดุลและดึงจุดเด่นของแต่ละบุคคลออกมาอย่างเป็นสไตล์ธรรมชาติที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หัตถการนี้ทำให้รู้สึกเจ็บหรือไม่ในระหว่างการรับบริการ?

ในระหว่างที่เครื่องปล่อยพลังงาน ผู้รับบริการอาจรู้สึกอุ่นและรู้สึกถึงความหน่วงบริเวณชั้นผิวลึก ซึ่งเป็นสัญญาณของการทำงานของคลื่นพลังงาน ทั้งนี้ ทางคลินิกจะมีการประเมินและทายาชาเฉพาะที่ก่อนทำหัตถการเสมอ เพื่อช่วยลดความรู้สึกและให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายตลอดขั้นตอนการรักษา

หลังทำหัตถการเสร็จสิ้น ผู้รับบริการอาจสัมผัสได้ถึงความตึงกระชับของผิวหน้าในระดับหนึ่ง (ประมาณ 10-20%) ผลลัพธ์จะค่อยๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ เนื่องจากร่างกายต้องใช้ระยะเวลาในกระบวนการกระตุ้นและสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่

โดยทั่วไป ผลลัพธ์จากการรับบริการสามารถคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 1-1.5 ปี ทั้งนี้ ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม พันธุกรรม อัตราการเสื่อมสภาพของผิว และพฤติกรรมการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

สามารถทำร่วมกับหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ ได้ เช่น การใช้สารลดเลือนริ้วรอย หรือสารเติมเต็มผิวหนัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อจัดลำดับและเว้นระยะเวลาการทำหัตถการแต่ละชนิดอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

Dr. Thadanat Sungtrakanakul Rassapoom clinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69902 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ