






เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความไม่กระชับมักจะตามมากวนใจเสมอ สาเหตุหลักเกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวหนังลดลงตามธรรมชาติ ซึ่งการทาครีมบำรุงหรือการนวดหน้าทั่วไปอาจเน้นการบำรุงที่ผิวชั้นนอก เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เทคโนโลยีอย่างโปรแกรม Thermage FLX จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีส่วนช่วยในการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยกระชับไขมันส่วนเกิน และช่วยดูแลโครงสร้างผิว บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าโปรแกรมนี้คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร และทำไมถึงเป็นหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคโนโลยีการดูแลผิวพรรณที่ใช้สำหรับดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย สลายไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า และมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน โดยอาศัยพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุขั้วเดียวความถี่สูง (Monopolar RF) ปล่อยพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat)
ชั้นไขมันใต้ผิวหนังนี้เป็นบริเวณที่มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่หนาแน่น เมื่อได้รับพลังงานความร้อนจากการทำ เส้นใยคอลลาเจนจะเกิดการหดตัวทันที พร้อมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่และจัดเรียงตัวให้เป็นระเบียบยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผิวกลับมาเรียบเนียน แน่นกระชับ ริ้วรอยจางลง และสัดส่วนใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา) รวมถึง อย. ของประเทศไทย และยังคว้ารางวัล Best New Technology จาก The Aesthetic Guide จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐาน

เมื่อยิงพลังงานสู่ชั้นผิว คลื่นวิทยุ (Radiofrequency Technology) จะเข้าไปแยกโมเลกุลของน้ำออกจากเส้นใยคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัว ผิวบริเวณที่ทำจึงกระชับขึ้นทันที โดยชื่อรุ่น FLX นั้นย่อมาจากเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การรักษา ดังนี้:
โปรแกรมนี้ออกแบบหัวทิปมาเพื่อรองรับการรักษาในแต่ละบริเวณของร่างกายอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด:
เทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลากหลาย ดังนี้:
หลายคนมักมีข้อสงสัยว่า ควรเลือกทำหัตถการไหนดีระหว่างโปรแกรม Thermage FLX และโปรแกรม Ulthera Prime ตารางด้านล่างนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น:
| ข้อเปรียบเทียบ | โปรแกรม Thermage FLX | โปรแกรม Ulthera Prime |
| เทคโนโลยีพลังงาน | คลื่นวิทยุขั้วเดียว (Monopolar RF) | คลื่นอัลตราซาวด์แบบเจาะจง (Focus Ultrasound) |
| ชั้นผิวที่ลงลึก | หนังกำพร้า, หนังแท้ และ ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) | ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS (ชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า) |
| จุดเด่นหลัก | เน้นกระชับไขมัน กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นตึง กระชับรูขุมขน | เน้นยกกระชับ ดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นตามแนวเส้นเวกเตอร์ |
| ปัญหาผิวที่เหมาะสม | ผู้ที่มีไขมันเยอะ แก้มเยอะ เหนียงเยอะ ผิวไม่แน่น ฟู ย้วย | ผู้ที่มีไขมันน้อย ผิวหนังหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง ต้องการกรอบหน้าชัด |
| ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | ประมาณ 1 – 2 ปี | ประมาณ 1 ปี |
โปรแกรม Thermage FLX vs โปรแกรม Ulthera สามารถทำร่วมกันได้หรือไม่?
สามารถทำร่วมกันได้ โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและความต้องการของแต่ละท่านเป็นหลัก การผสมผสานพลังงานทั้งสองรูปแบบมีส่วนช่วยในการดูแลโครงสร้างผิวที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นไขมันไปจนถึงชั้น SMAS เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล
ขั้นตอนการรักษา:
การดูแลตัวเองหลังทำ:
หลังจากการทำหีตถการผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวกระชับขึ้นประมาณ 20% และเนื่องจากกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 2-3 เดือน ผิวจะเรียบเนียนขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเมื่อครบ 6 เดือน โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุด ควรเข้ารับบริการกับคลินิกที่ใช้เครื่องของแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีวิธีสังเกตง่ายๆ ดังนี้:
การทำโปรแกรมให้ได้ผลลัพธ์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด นอกเหนือจากเครื่องที่ต้องเป็นของแท้แล้ว ประสบการณ์และเทคนิคของแพทย์ผู้ให้บริการ คือหัวใจสำคัญ
ที่ Rassapoom Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่ได้รับการอบรมและมีประสบการณ์ในการประเมินโครงสร้างใบหน้า (Facial Design) อย่างละเอียด ผ่านเคสการให้บริการ คลินิกของเราเลือกใช้เครื่องแท้ที่ตรวจสอบได้ ให้คุณมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัย บริการที่เป็นส่วนตัว และผลลัพธ์การยกกระชับ สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาได้แล้ววันนี้ที่ Rassapoom Clinic ทุกสาขา
ก่อนทำจะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อความสบายผิวสูงสุด ตัวเครื่องรุ่น FLX ถูกพัฒนามาพร้อมระบบสั่น (Multi-Directional Vibration) และระบบปล่อยความเย็น (Cooling Effect) เป็นระยะ ซึ่งช่วยหลอกระบบประสาทและลดความเจ็บปวดได้ดีมาก ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเพียงแค่อุ่นๆ ลึกๆ ใต้ผิวหนังในระดับที่ทนได้เท่านั้น
การทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง (เช่น การพักผ่อนและการหลีกเลี่ยงแสงแดด) แนะนำให้ทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาสภาพผิวให้ตึงกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างยั่งยืน
จำนวนช็อตที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยมีเกณฑ์มาตรฐานดังนี้:
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมที่สุดก่อนทำทุกเคส
ทั้งสองเครื่องเป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวต่างกัน ควรเลือกตามปัญหาผิว ดังนี้:
เลือกโปรแกรม Ulthera Prime: หากคุณมีปัญหา “ไขมันน้อย ผิวหนังหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง ต้องการยกกระชับดึงหน้า” (เน้นยกกระชับลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS) ข้อแนะนำ: หากมีทั้งปัญหาไขมันและผิวหย่อนคล้อย แพทย์มักแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
เลือกโปรแกรม Thermage FLX: หากคุณมีปัญหา “ไขมันเยอะ แก้มยุ้ย มีเหนียง ผิวไม่แน่น ฟู ย้วย” (เน้นลดไขมัน กระชับผิวถึงชั้น Dermis และชั้นไขมัน)
การตรวจสอบเครื่องของแท้ (นำเข้าโดย Solta Medical) สามารถสังเกตได้จาก 4 จุดสำคัญ:
ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที อาจมีรอยแดงเรื่อๆ หรือบวมเล็กน้อยในบางเคส ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
ข้อปฏิบัติตัวหลังทำ:
ผู้เข้ารับบริการจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้หลังทำประมาณ 20% โดยผิวจะดูยกกระชับและแน่นขึ้น จากนั้นผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 2-3 เดือน เนื่องจากร่างกายต้องการเวลาในกระบวนการกระตุ้นและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังใหม่ตามธรรมชาติ โดยจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์และชัดเจนที่สุดเมื่อครบ 6 เดือน
สามารถทำร่วมกันได้ แต่ต้องมีการเว้นระยะเวลาอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตัวยาที่ฉีดไป ดังนี้:
ระยะเวลาในการปล่อยพลังงาน (ยิงช็อต) จะอยู่ที่ประมาณ 45 – 90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษาและจำนวนช็อต (Shot) ที่แพทย์ประเมิน:
(ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวยังไม่รวมขั้นตอนการทำความสะอาดผิวและการแปะยาชาก่อนทำ ซึ่งจะใช้เวลาเตรียมผิวอีกประมาณ 30-45 นาที)
ผู้ชายสามารถทำได้และเห็นผลลัพธ์ที่ดีมากเช่นกัน เนื่องจากโดยทั่วไปโครงสร้างผิวของผู้ชายมักจะมีความหนาและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่ค่อนข้างเยอะ การใช้คลื่น Monopolar RF จึงตอบโจทย์อย่างยิ่งในการช่วกระชับไขมันส่วนเกิน ลดเหนียง และเน้นกรอบหน้า (Jawline) ให้ดูคมชัดขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลหรือการลางานเพื่อพักฟื้น

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.69355 )




