






ฝ้า กระ รอยสิว จุดด่างดำ หรือหลุมสิว เป็นปัญหาผิวที่มีลักษณะแตกต่างกัน จึงอาจต้องใช้เทคนิคและโหมดการรักษาที่ไม่เหมือนกัน โปรแกรม Pico Laser เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่นำมาใช้ดูแลปัญหาเหล่านี้ โดยสามารถปรับวิธีการรักษาให้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิวแต่ละบริเวณ ทั้งการดูแลเม็ดสี เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิว รวมถึงการดูแลสภาพผิวและหลุมสิวในบางโหมดการรักษา
ก่อนทำแพทย์จะประเมินลักษณะปัญหา สีผิว และสภาพผิว เพื่อเลือกโหมดและเทคนิคที่เหมาะสม เพราะการตั้งค่าที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่ใช่แนวทางเดียวกับอีกคน การประเมินก่อนทำจึงช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้ตรงกับปัญหาและเป้าหมายของผิวมากขึ้น
โปรแกรมนี้คือเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาระดับ Picosecond หรือหนึ่งในล้านล้านวินาที ทำให้สามารถส่งพลังงานไปยังเป้าหมายในผิวได้ในช่วงเวลาที่สั้นมาก
กลไกสำคัญคือ Photomechanical หรือ Photoacoustic Effect ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งพลังงานไปยังเม็ดสี เมื่อเม็ดสีดูดซับพลังงาน จะเกิดแรงกระแทกเชิงกลในระดับจุลภาค ช่วยให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับอนุภาคเหล่านั้นตามกระบวนการตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นเลเซอร์ที่ปราศจากความร้อนโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการออกแบบการส่งพลังงานให้มีช่วงเวลาสั้นมาก เพื่อลดการพึ่งพาผลทางความร้อนเมื่อเทียบกับเลเซอร์ที่มีระยะเวลาการส่งพลังงานยาวนานกว่า
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับปัญหาเม็ดสีและปัญหาพื้นผิว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกปัญหาจะใช้วิธีการตั้งค่าเดียวกัน
การเลือกใช้จึงควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ ลักษณะปัญหาผิว สีผิว และพารามิเตอร์ในการรักษา เพื่อให้แนวทางการดูแลสอดคล้องกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
จุดสำคัญของโปรแกรมจึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการประเมินปัญหาผิวและเลือกวิธีใช้พลังงานให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน ซึ่งเป็นประเด็นที่จะช่วยเชื่อมไปสู่รายละเอียดของการเลือกใช้โปรแกรมนี้เพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวแต่ละประเภทต่อไป
สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาผิวได้หลายประเภท ตั้งแต่ปัญหาเม็ดสีไปจนถึงการดูแลพื้นผิว โดยแนวทางการใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
สามารถนำมาใช้ดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสี เช่น
การเลือกความยาวคลื่นและพารามิเตอร์มีความสำคัญ เพราะเม็ดสีแต่ละประเภทอาจมีลักษณะและอยู่ในระดับความลึกที่แตกต่างกัน
บางระบบสามารถใช้ร่วมกับหัวหรือโหมด Fractional เพื่อดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพื้นผิว เช่น
ดังนั้น การใช้โปรแกรมนี้เพื่อดูแลฝ้า กระ หรือรอยดำ จึงมีแนวทางแตกต่างจากการดูแลหลุมสิวและพื้นผิว โดยไม่ควรใช้การตั้งค่าแบบเดียวกันกับทุกปัญหาผิว
ในแต่ละเครื่องไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด แม้จะใช้เทคโนโลยีการปล่อยพลังงานในระดับ Picosecond เหมือนกัน เพราะแต่ละระบบอาจมีความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ และรูปแบบการส่งพลังงานแตกต่างกัน เช่น เลเซอร์ในกลุ่ม Nd:YAG สามารถพบความยาวคลื่น 1,064 nm และ 532 nm ซึ่งมีคุณสมบัติในการเข้าถึงเป้าหมายในผิวแตกต่างกัน จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาเม็ดสีในลักษณะที่แตกต่างกันได้
ขณะเดียวกัน บางระบบยังมีหัวหรือโหมด Fractional ที่ออกแบบรูปแบบการส่งพลังงานให้กระจายไปยังจุดขนาดเล็กบนผิว แทนการส่งพลังงานแบบเต็มพื้นที่ จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลพื้นผิวและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิวได้
ดังนั้น การพิจารณาจึงไม่ควรดูเพียงว่า เป็นเครื่อง Pico หรือไม่ แต่ควรพิจารณาองค์ประกอบร่วมกัน ได้แก่
องค์ประกอบเหล่านี้มีส่วนกำหนดแนวทางการใช้เลเซอร์ให้เหมาะกับแต่ละปัญหา จึงไม่มีการตั้งค่าของโปรแกรมแบบเดียวที่เหมาะกับทุกสภาพผิว
การตั้งค่าของโปรแกรมนี้ไม่ได้มีค่าตายตัวสำหรับทุกคน เพราะการเลือกใช้พลังงานต้องพิจารณาจากปัญหาผิว สีผิว ความลึกของเม็ดสี และสภาพผิวของแต่ละบุคคลร่วมกัน
เป้าหมายในการดูแลผิวก็มีผลต่อการตั้งค่าด้วย เช่น การดูแลปัญหาเม็ดสีกับการดูแลหลุมสิวเป็นคนละเป้าหมาย จึงไม่จำเป็นต้องใช้พารามิเตอร์เดียวกัน แม้จะเป็นเครื่องรุ่นเดียวกันก็ตาม
ก่อนทำ แพทย์จึงควรประเมิน ชนิดและตำแหน่งของปัญหา ความลึกของเม็ดสี รวมถึงสภาพผิวโดยรวม เพื่อพิจารณาความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ และระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละเคส
ดังนั้น การเลือกโปรแกรมจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะชื่อเครื่อง แต่ควรดู การเลือกใช้หัวเลเซอร์ ความยาวคลื่น และการตั้งค่าให้เหมาะกับปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
การทำโปรแกรม Pico Laser เพื่อดูแลฝ้า กระ และรอยดำ ไม่ได้ใช้ความยาวคลื่นหรือพลังงานรูปแบบเดียวกับทุกปัญหา เพราะลักษณะของเม็ดสีและสภาพผิวในแต่ละคนแตกต่างกัน
ในกลุ่มเลเซอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Nd ความยาวคลื่นที่พบได้บ่อย ได้แก่ 1,064 nm และ 532 nm โดยแต่ละความยาวคลื่นมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานเข้าสู่ผิวและการดูดกลืนโดยเป้าหมายแตกต่างกัน จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาเม็ดสีในลักษณะที่ต่างกัน
สำหรับโปรแกรม Pico ที่ใช้ความยาวคลื่น 1064 nm สามารถส่งพลังงานเข้าสู่ผิวได้ลึกกว่า 532 nm จึงนำมาประยุกต์ใช้กับเป้าหมายที่อยู่ในระดับลึกกว่าได้ โดยเฉพาะเม็ดสีบางลักษณะที่ไม่ได้อยู่เฉพาะบริเวณผิวชั้นบน
อย่างไรก็ตาม การที่ความยาวคลื่น 1,064 nm สามารถเข้าถึงผิวได้ลึกกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับเม็ดสีทุกชนิดที่อยู่ลึก หรือสามารถใช้แทนความยาวคลื่นอื่นได้ทั้งหมด
การเลือกใช้จึงต้องพิจารณาทั้ง ชนิดของเม็ดสี ตำแหน่ง ความลึกของปัญหา สีผิว และสภาพผิว ร่วมกัน
ในกรณีที่ต้องการดูแลปัญหาอย่าง ฝ้า รอยดำ หรือเม็ดสีบางลักษณะที่อยู่ในชั้นผิวลึก แพทย์อาจพิจารณาใช้ความยาวคลื่น 1,064 nm โดยกำหนดรูปแบบการยิงและพลังงานให้เหมาะกับลักษณะผิวของแต่ละบุคคล
สำหรับความยาวคลื่น 532 nm เป็นอีกหนึ่งความยาวคลื่นในกลุ่ม Nd ที่มีการดูดกลืนโดยเม็ดสีได้ดี และเหมาะนำมาประยุกต์ใช้กับเป้าหมายที่อยู่บริเวณตื้นกว่าเมื่อเทียบกับความยาวคลื่น 1,064 nm
จึงอาจนำมาพิจารณาในการดูแล กระ จุดด่างดำ หรือเม็ดสีบางประเภทที่อยู่ในระดับตื้น โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของเม็ดสีและสภาพผิวก่อนเลือกใช้
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ความยาวคลื่น 532 nm ไม่ได้พิจารณาจากชื่อปัญหาเพียงอย่างเดียว เช่น การมีกระ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ความยาวคลื่น 532 nm เสมอไป เพราะลักษณะของเม็ดสี ตำแหน่ง และสภาพผิวของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
ดังนั้น การเลือกความยาวคลื่นจึงควรดูจาก ลักษณะของเม็ดสีที่พบจริงบนผิว มากกว่าการจับคู่ชื่อปัญหากับความยาวคลื่นแบบตายตัว
หลักการทำงานของโปรแกรมนี้ คือใช้พลังงานพัลส์สั้นระดับ Picosecond ส่งไปยังเม็ดสีเป้าหมาย ทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กลง จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ จัดการและกำจัดอนุภาคเหล่านั้นตามกระบวนการธรรมชาติ
ด้วยระยะเวลาการปล่อยพลังงานที่สั้นมาก พลังงานสามารถทำให้เกิด Photomechanical หรือ Photoacoustic Effect ต่อเม็ดสี โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการสะสมความร้อนเป็นกลไกหลัก
เมื่อพลังงานถูกดูดซับโดยเม็ดสี จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับจุลภาค ส่งผลให้อนุภาคเม็ดสีมีขนาดเล็กลง ก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับอนุภาคเหล่านั้นตามกระบวนการธรรมชาติ
ดังนั้น จึงไม่ได้ทำให้เม็ดสีหายไปทันที แต่เป็นการใช้พลังงานพัลส์สั้นเพื่อ ทำให้เม็ดสีแตกตัวและมีขนาดเล็กลง แล้วอาศัยกระบวนการของร่างกายในการจัดการกับอนุภาคเม็ดสีต่อไป
เมื่อเป้าหมายของการดูแลเปลี่ยนจาก ฝ้า กระ และรอยดำ มาเป็น หลุมสิว รูขุมขน และพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียน แนวทางการใช้โปรแกรมนี้ก็จะแตกต่างกันออกไป
ในกรณีนี้ โปรแกรม Pico Laser สามารถส่งพลังงานผ่านหัวหรือโหมด Fractional เพื่อกระจายพลังงานเป็นจุดขนาดเล็กในผิว ทำให้เกิดผลต่อเนื้อเยื่อในระดับจุลภาค และกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิว
โปรแกรม Pico โหมด Fractional คือการส่งพลังงานผ่านหัว Fractional โดยกระจายพลังงานเป็นจุดขนาดเล็กบนผิว เพื่อให้เกิดผลในระดับจุลภาค เหมาะกับการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลพื้นผิวและหลุมสิวบางประเภท
รูปแบบการส่งพลังงานของโปรแกรมนี้ สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับเป้าหมายที่ต้องการดูแล เช่น
สำหรับ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ แนวทางการใช้เลเซอร์จะเน้นไปที่การดูแลเม็ดสี ขณะที่การดูแล หลุมสิวและพื้นผิวไม่เรียบเนียน อาจพิจารณาการส่งพลังงานแบบ Fractional ตามลักษณะของปัญหา
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ไม่ได้พิจารณาจากชื่อโหมดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดู ชนิดและความลึกของหลุมสิว สภาพผิว และโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล เพื่อประเมินว่าเหมาะกับแนวทางใด
หนึ่งในกลไกที่มีการศึกษาสำหรับ Pico Fractional คือ LIOB (Laser-Induced Optical Breakdown) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพลังงานเลเซอร์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะจุดในเนื้อเยื่อผิว
บริเวณดังกล่าวจะกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมตามธรรมชาติของผิว ก่อนนำไปสู่การปรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อ หรือ Remodeling อย่างค่อยเป็นค่อยไป
ดังนั้น Pico Fractional จึงเหมาะที่จะมองในแง่ของการ ปรับสภาพพื้นผิวและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิว มากกว่าการคาดหวังว่าหลุมสิวจะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
หมายเหตุ: หลุมสิวมีความแตกต่างกันทั้งด้านชนิด ความลึก และโครงสร้างของเนื้อเยื่อใต้ผิว การเลือกใช้ Fractional จึงควรประเมินลักษณะของหลุมสิวและสภาพผิวโดยรวม ไม่ได้พิจารณาจากความลึกเพียงอย่างเดียว
โหมด Fractional สามารถนำมาพิจารณาเพื่อดูแลหลุมสิวบางลักษณะ รวมถึงพื้นผิวไม่เรียบ รูขุมขนดูกว้าง และริ้วรอยตื้นบางประเภท โดยเน้นการปรับสภาพพื้นผิวและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิว
หลุมสิวแต่ละประเภทมีลักษณะแตกต่างกัน จึงอาจต้องใช้แนวทางดูแลไม่เหมือนกัน
ในกรณีที่มีพังผืดหรือหลุมสิวมีความลึกมาก อาจต้องพิจารณาเทคนิคอื่นร่วมด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้ Pico Fractional เพียงวิธีเดียว
ดังนั้น ก่อนทำจึงควรประเมินชนิดของหลุมสิว ความลึก พังผืด และสภาพผิวโดยรวม เพื่อวางแนวทางให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ในการทำในรูปแบบการส่งพลังงานของหัวเลเซอร์มีความแตกต่างกัน โดย Zoom Tip (Full Beam) จะส่งพลังงานครอบคลุมพื้นที่ตามขนาดจุดที่กำหนด ส่วน Fractional Tip จะแบ่งพลังงานเป็นจุดขนาดเล็กหลายจุดบนผิว
ลักษณะการส่งพลังงานจึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การเลือกใช้ยังต้องพิจารณาความยาวคลื่น ระดับพลังงาน ขนาดจุด และสภาพผิวร่วมด้วย
| คุณสมบัติ | Zoom Tip (Full Beam) | Fractional Tip |
|---|---|---|
| รูปแบบการส่งพลังงาน | ส่งลำแสงครอบคลุมพื้นที่ตามขนาด Spot ที่กำหนด | แบ่งพลังงานออกเป็นจุดขนาดเล็กจำนวนมาก |
| เป้าหมายหลัก | ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสีในแนวทางที่เหมาะสม | การกระตุ้นการฟื้นฟูและปรับสภาพพื้นผิว |
| ปัญหาที่นำมาประยุกต์ใช้ | ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ และเม็ดสีบางประเภท | หลุมสิวบางลักษณะ รูขุมขนดูกว้าง และผิวไม่เรียบเนียนในบางกรณี |
| กลไกที่เกี่ยวข้อง | การส่งพลังงานไปยังเป้าหมายที่ต้องการ | LIOB และกระบวนการ Remodeling ของผิวในแนวทางที่เหมาะสม |
| การตอบสนองหลังทำ | ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น โหมด และพารามิเตอร์ที่ใช้ | อาจมีรอยแดงหรือจุดเลือดซิบขนาดเล็ก ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานและเทคนิค |
Zoom Tip หรือ Full Beam เป็นรูปแบบการส่งพลังงานที่ครอบคลุมพื้นที่ตามขนาด Spot ที่กำหนด จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสี เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำหลังสิว ในแนวทางที่เหมาะสม
การเลือกใช้ไม่ได้พิจารณาจากชื่อหัวเลเซอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูร่วมกับชนิดของปัญหา ตำแหน่งและลักษณะของเม็ดสี รวมถึงความยาวคลื่นและพารามิเตอร์ที่ใช้ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายการดูแลผิว
Fractional Tip เป็นรูปแบบที่แบ่งพลังงานออกเป็นจุดขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้บริเวณที่ได้รับพลังงานมีลักษณะเป็นจุด ๆ สลับกับบริเวณผิวโดยรอบ
รูปแบบการส่งพลังงานดังกล่าวสามารถสร้างผลต่อผิวในระดับจุลภาค โดยมีกลไกที่เกี่ยวข้อง เช่น LIOB (Laser-Induced Optical Breakdown) ซึ่งสามารถกระตุ้นการตอบสนองของผิวและกระบวนการ Remodeling ตามลำดับ
จึงอาจนำมาประยุกต์ใช้กับ หลุมสิวบางลักษณะ รูขุมขนดูกว้าง และพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียน ทั้งนี้ ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายถึงการเติมหลุมสิวโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อหลังการรักษา
การเลือกใช้ Zoom Tip หรือ Fractional Tip ไม่สามารถตัดสินจากรูปแบบหัวเลเซอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก ปัญหาผิว เป้าหมายการดูแล และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หากต้องการดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ เม็ดสี อาจพิจารณารูปแบบการส่งพลังงานที่เหมาะกับเป้าหมายดังกล่าว ขณะที่ปัญหาอย่าง หลุมสิวหรือพื้นผิวไม่เรียบ อาจพิจารณา Fractional ในแนวทางที่เหมาะสม
สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลทั้งปัญหาเม็ดสีและปัญหาพื้นผิว เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำหลังสิว รวมถึงหลุมสิวบางลักษณะ โดยแนวทางการดูแลจะแตกต่างกันตามชนิดของปัญหา สภาพผิว และเป้าหมายที่ต้องการดูแล
การเลือกใช้โปรแกรมนี้ จึงไม่ได้พิจารณาจากชื่อปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเลือก ความยาวคลื่น โหมดการทำงาน และระดับพลังงาน ให้เหมาะกับผิวแต่ละบุคคล
สามารถนำมาเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลฝ้าได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของเม็ดสี ตำแหน่งที่เป็น รวมถึงสภาพผิวและปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อนเลือกแนวทางการรักษา
เนื่องจากฝ้ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ การดูแลจึงไม่ได้มีเพียงการใช้เลเซอร์ แต่ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันแสงและการดูแลผิวร่วมด้วย
สำหรับกระ จุดด่างดำ และเม็ดสีบางประเภท สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลเม็ดสี โดยเลือกความยาวคลื่นและพารามิเตอร์ให้สอดคล้องกับลักษณะของเม็ดสีที่ต้องการดูแล
สิ่งสำคัญคือกระและจุดด่างดำแต่ละชนิดอาจมีลักษณะและตำแหน่งของเม็ดสีแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้การตั้งค่าเดียวกับทุกกรณี
รอยดำหลังสิว เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีภายหลังการอักเสบของผิว สามารถพิจารณาโปรแกรมนี้เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลได้ในบางกรณี
อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ออกระหว่างรอยดำกับหลุมสิว เพราะเป้าหมายในการดูแลไม่เหมือนกัน รอยดำเป็นปัญหาด้านเม็ดสี ขณะที่หลุมสิวเป็นปัญหาด้านโครงสร้างและพื้นผิวของผิว
เมื่อเป้าหมายเปลี่ยนจากการดูแลเม็ดสีมาเป็นการดูแล หลุมสิว แนวทางการใช้โปรแกรม Pico Laser ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย โดยเฉพาะโหมด Fractional ที่สามารถนำมาพิจารณาในหลุมสิวบางลักษณะ เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและการปรับโครงสร้างผิว
แต่หลุมสิวไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Rolling Scar, Boxcar Scar หรือ Ice Pick Scar จึงควรประเมินชนิดและความลึกของหลุมสิวก่อนเลือกวิธีดูแล
ในกรณีที่มีพังผืดหรือหลุมสิวลึก อาจต้องพิจารณาเทคนิคอื่นร่วมด้วย เพราะโปรแกรมนี้ไม่ได้เหมาะกับหลุมสิวทุกประเภทในแนวทางเดียวกัน
ในบางโหมดสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลรูขุมขนดูกว้าง ผิวสัมผัสไม่สม่ำเสมอ และริ้วรอยตื้นบางประเภท โดยเฉพาะแนวทางที่ใช้การส่งพลังงานแบบ Fractional นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้ดูแลรอยสักได้ในบางกรณี โดยเทคนิคและการตั้งค่าจะขึ้นอยู่กับลักษณะและสีของเม็ดสีในรอยสัก
เป้าหมายของการดูแลในกลุ่มนี้จึงไม่ได้มีเฉพาะการจัดการเม็ดสี แต่ยังครอบคลุมถึงการดูแลสภาพผิวและพื้นผิวผิว รวมถึงการเลือกเทคนิคให้เหมาะกับปัญหาแต่ละประเภท โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดแนวทางที่เหมาะสมก่อนทำ
อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเม็ดสีหรือพื้นผิวที่แพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถนำเลเซอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดูแลได้ โดยต้องพิจารณาทั้งชนิดของปัญหา สภาพผิว ประวัติการรักษา และเป้าหมายของแต่ละบุคคล
การมีปัญหาฝ้า กระ รอยดำ หรือหลุมสิวไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้โปรแกรมในรูปแบบเดียวกัน เพราะแต่ละปัญหาต้องอาศัยแนวทางและการตั้งค่าการทำงานของเลเซอร์ที่แตกต่างกัน
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอจากแสงแดด โดยแพทย์จะประเมินลักษณะและสาเหตุของเม็ดสีก่อนเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยดำ รอยแดง หรือรอยแผลเป็นจากสิวที่ดูแลได้ยาก โดยแนวทางการทำจะพิจารณาตามลักษณะของรอยและสภาพผิวร่วมด้วย
บางโหมดสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลพื้นผิวและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ทั้งนี้ การเลือกโหมดและระดับพลังงานจะขึ้นอยู่กับลักษณะของหลุมสิวและสภาพผิว
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ดูไม่สดใส และต้องการดูแลให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายที่ต้องการ
สามารถนำเทคโนโลยีเลเซอร์มาพิจารณาใช้กับรอยสักที่มีเม็ดสีเข้มหรือหลากสีได้ โดยแนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับชนิด สี ความลึก และลักษณะของเม็ดสีในรอยสัก
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้อยู่ที่การส่งพลังงานในช่วงเวลาที่สั้นมากระดับ Picosecond ทำให้สามารถนำพลังงานไปประยุกต์ใช้กับทั้งปัญหาเม็ดสีและพื้นผิว โดยเลือกความยาวคลื่น โหมด และระดับพลังงานให้เหมาะกับเป้าหมายของการดูแล
จึงไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเลเซอร์ที่ยิงเร็วกว่า แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีรูปแบบการส่งพลังงานแตกต่างจากเลเซอร์บางระบบ และสามารถออกแบบการใช้งานได้หลายรูปแบบ
คำว่า Pico หมายถึงระยะเวลาการปล่อยพลังงานที่สั้นในระดับ Picosecond หรือหนึ่งในล้านล้านวินาที
เมื่อพลังงานถูกปล่อยในช่วงเวลาสั้นมาก สามารถสร้างผลทาง Photomechanical หรือ Photoacoustic Effect ต่อเป้าหมายได้ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการสะสมความร้อนเป็นกลไกหลักเพียงอย่างเดียว
ลักษณะการส่งพลังงานนี้แตกต่างจากเลเซอร์บางระบบที่เน้น Photothermal Effect จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเป้าหมายที่แตกต่างกันได้
อย่างไรก็ตาม การปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความร้อนหรือไม่มีอาการหลังทำ เพราะผลที่เกิดขึ้นยังขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น พลังงาน โหมด และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
สามารถเลือกความยาวคลื่นและรูปแบบการส่งพลังงาน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการดูแลได้ เช่น เครื่องบางระบบมีความยาวคลื่น 532 nm และ 1064 nm ซึ่งมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานและการตอบสนองต่อเป้าหมายแตกต่างกัน การเลือกใช้จึงต้องพิจารณาจากชนิดของเม็ดสี ตำแหน่งของปัญหา และสภาพผิวร่วมกัน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนโหมดหรือหัวเลเซอร์ก็ทำให้แนวทางการใช้แตกต่างกันได้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเดียวกับทุกปัญหา
เทคโนโลยีนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับปัญหาเม็ดสี และปัญหาพื้นผิว ในแนวทางที่เน้นเม็ดสี การส่งพลังงานแบบ Zoom Tip (Full Beam) สามารถนำมาใช้กับเป้าหมายบางประเภทได้ ส่วนโหมด Fractional จะกระจายพลังงานเป็นจุดขนาดเล็กบนผิว เพื่อสร้างผลในระดับจุลภาคและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิว
ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของการใช้เลเซอร์จึงอาจแตกต่างกัน ตั้งแต่การดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำ ไปจนถึงการดูแลพื้นผิว เช่น หลุมสิวบางลักษณะหรือผิวไม่เรียบเนียน
แม้จะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แนวทางการทำก็ไม่ได้จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน เพราะแพทย์ต้องพิจารณาทั้ง ชนิดของปัญหา สีผิว สภาพผิว ความลึกของเม็ดสี โหมด ความยาวคลื่น ระดับพลังงาน และขนาด Spot
ดังนั้น จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้จึงไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกปัญหาหรือให้ผลดีกว่าเลเซอร์ทุกชนิด แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เทคโนโลยีและการตั้งค่าการทำงานให้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
การเตรียมผิวและการดูแลหลังทำมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของผิว โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันตามโหมดที่ใช้ ระดับพลังงาน และสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก
ก่อนทำควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการดูแล พร้อมแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ ยา หรือหัตถการที่เพิ่งทำ เพื่อใช้ประกอบการวางแผน
สิ่งที่ควรเตรียมตัว ได้แก่
หลังทำควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและเน้นการป้องกันแสงแดด โดยแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะการทำและการตอบสนองของผิว โดยทั่วไปควร
โปรแกรม Pico Laser คือเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาระดับ Picosecond ซึ่งสั้นมาก จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลทั้งปัญหาเม็ดสีและพื้นผิวในบางรูปแบบ โดยแนวทางการทำจะขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำหลังสิว รวมถึงปัญหาพื้นผิว เช่น หลุมสิว รูขุมขนดูกว้าง และผิวไม่เรียบเนียนได้ในบางโหมด
สามารถนำมาเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลฝ้าได้ในบางกรณี โดยต้องประเมินลักษณะของฝ้า สภาพผิว และประวัติการดูแลร่วมกัน
เนื่องจากฝ้ามีปัจจัยกระตุ้นหลายด้านและสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงไม่ควรสื่อว่าสามารถรักษาให้หายขาดได้
โหมด Fractional สามารถนำมาพิจารณาเพื่อดูแลหลุมสิวบางลักษณะได้ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและการปรับโครงสร้างผิว
อย่างไรก็ตาม หลุมสิวแต่ละชนิดมีโครงสร้างแตกต่างกัน เช่น Rolling Scar, Boxcar Scar และ Ice Pick Scar จึงควรประเมินก่อนเลือกแนวทางการดูแล
เลเซอร์กลุ่ม Picosecond บางระบบสามารถนำมาใช้กับรอยสักบางประเภทได้ โดยอาศัยความยาวคลื่นที่เหมาะกับสีของหมึก เช่น 532 nm และ 1064 nm
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดและสีของหมึก ความลึกของรอยสัก ตำแหน่ง และสภาพผิว จึงไม่สามารถกำหนดจำนวนครั้งหรือรับรองการจางหมดได้ล่วงหน้า
ระยะพักฟื้นแตกต่างกันตามโหมด ระดับพลังงาน และเทคนิคที่ใช้ บางกรณีอาจมีเพียงรอยแดงชั่วคราว ขณะที่บางแนวทางอาจเกิดจุดเข้ม สะเก็ด หรือจุดเลือดซิบขนาดเล็ก
สามารถนำมาพิจารณาใช้กับผิวคนเอเชียได้ แต่ควรเลือกแนวทางให้เหมาะกับสีผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มเกิดรอยดำหลังการอักเสบ ควรได้รับการประเมินก่อนทำ เพื่อวางแผนการใช้เลเซอร์ให้เหมาะสม

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )




