






หากกำลังเผชิญปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย และรูปหน้าที่เปลี่ยนไปตามวัย โปรแกรมฉีด Ultra V Hyal Filler ถือเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างสรีระของใบหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าแลดูมีอายุมากและดูเหนื่อยล้า
การปล่อยให้โครงสร้างใบหน้ายุบตัวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการเข้าสังคม การเลือกรับบริการทางการแพทย์เพื่อทดแทนปริมาตรที่สูญเสียไป จึงเป็นวิธีการที่ช่วยปรับสมดุลสัดส่วนใบหน้าให้กลับมาแลดูสดใสและมีมิติอีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรมและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
เมื่อเข้าสู่วัยที่เพิ่มขึ้น ใบหน้าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในหลายระดับชั้น ซึ่งส่งผลต่อความหย่อนคล้อยและริ้วรอย โดยสามารถอธิบายทางการแพทย์ได้ดังนี้
โปรแกรมฉีด Ultra V Hyal Filler คือหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้สารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเฉพาะอย่าง Multi-Layered Phasic Filler ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่บางเบาแต่คงรูปทรงได้ดี
เทคโนโลยีนี้เป็นการผสานคุณสมบัติของสารเติมเต็มสองชนิดเข้าด้วยกัน โดยนำเนื้อสารชนิดเนื้อเดียว (Monophasic) มาล้อมรอบเนื้อสารชนิดผสม (Biphasic) ผ่านกระบวนการเทคโนโลยี R Square ที่ใช้หลักการ Rotation และ Revolution ในการผลิต
โครงสร้างแบบ Multi-Layered ทำให้ได้สารเติมเต็มที่มีผิวสัมผัสเรียบเนียนสม่ำเสมอแบบ Monophasic ช่วยให้กลมกลืนกับผิวได้ดีในขณะฉีด และยังคงความสามารถในการขึ้นรูป ทนทานต่อแรงกดทับตามคุณสมบัติของเนื้อ Biphasic ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้หัตถการนี้มีความปลอดภัยสูง คือกระบวนการผลิตที่มีค่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง (Modification Degree หรือ MoD) ในระดับที่ต่ำมาก ส่งผลให้มีการใช้สารเชื่อมขวาง (BDDE) ในปริมาณที่น้อยกว่า 0.0002%
การมีปริมาณสาร BDDE ที่ต่ำ ถือเป็นตัวแปรสำคัญทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวม การอักเสบ อาการแพ้ หรือผลข้างเคียงหลังจากการทำหัตถการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นในโปรแกรมนี้ยังมีความเข้มข้นของกรดไฮยาลูรอนิก (HA Concentration) อยู่ที่ 20 mg/ml และมีส่วนผสมของยาชา Lidocaine 0.3% จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สุขสบาย ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายและเจ็บน้อยลงในระหว่างการรักษา

เพื่อให้การรักษามีความแม่นยำและเหมาะสมกับโครงสร้างชั้นผิวในแต่ละบริเวณ ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มจึงถูกออกแบบมาให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 รุ่นหลัก โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกใช้ตามความเหมาะสมทางกายวิภาคศาสตร์
| รุ่นของผลิตภัณฑ์ | ลักษณะเนื้อสาร | บริเวณที่เหมาะสมในการรักษา |
| Hyal Fine | เนื้อละเอียด นิ่ม เรียบเนียน | ผิวชั้นตื้น ริ้วรอยเล็กๆ ร่องน้ำตา ริมฝีปาก |
| Hyal Medium | เนื้อนุ่มปานกลาง ยืดหยุ่นตัวดี | ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หน้าผาก ขมับ |
| Hyal Hard | เนื้อคงตัวสูง แข็ง คงรูปได้ดี | ยกพยุงโครงสร้าง เช่น คาง แนวกราม สันจมูก |
เนื่องจากโปรแกรมนี้มีเนื้อฟิลเลอร์ให้เลือกถึง 3 รุ่น แพทย์จึงสามารถเลือกใช้ให้ตรงกับปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ ดังนี้ครับ

ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้อย่างครอบคลุม โดยเน้นการเติมเต็มร่องลึก ปรับมิติโครงสร้างใบหน้า และปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื้น ซึ่งประสิทธิภาพในการช่วยดูแลผิวแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ๆ ดังนี้ครับ
ช่วยเติมเต็มผิวที่ยวบหรือยุบตัวลงตามวัย ให้กลับมาดูเต็ม อิ่มฟู และแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นมา
ช่วยแก้ไขสัดส่วนใบหน้าที่ไม่สมดุลจากโครงสร้างกระดูกหรือเนื้อเยื่อ เพื่อให้กรอบหน้าชัดและมีมิติแบบเป็นสไตล์ธรรมชาติ
เนื่องจากเป็นสารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม จึงส่งผลดีต่อผิวโดยตรง

ภายหลังการทำหัตถการ ผู้รับบริการสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าได้ทันที โดยเนื้อสารจะผสานเข้ากับเนื้อเยื่อและดูเข้าที่อย่างสมบูรณ์แบบในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์
ระยะเวลาการคงอยู่ของสารเติมเต็มโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-18 เดือน ซึ่งตัวแปรสำคัญจะขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์ที่แพทย์เลือกใช้ ระดับความลึกในการฉีด อัตราการเผาผลาญ (Metabolism) ของร่างกายแต่ละบุคคล และพฤติกรรมการดูแลตัวเอง
เพื่อให้การดำเนินหัตถการมีความปลอดภัย ผู้รับบริการควรงดรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี และน้ำมันปลา อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงก่อนรับบริการ พร้อมทั้งแจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และประวัติการทำหัตถการบนใบหน้าให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ
ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการจับ บีบ นวด หรือกดทับบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของสารเติมเต็ม และควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยให้สารอุ้มน้ำและเซตตัวได้ดี
ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด เช่น การอบซาวน่า การทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้า และงดการออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อให้สารเติมเต็มผสานเข้ากับเนื้อเยื่อและคงสภาพอยู่ได้ยาวนานที่สุด
การปรับโครงสร้างใบหน้าให้มีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสรีระ ต้องอาศัยความชำนาญขั้นสูงของแพทย์ ที่ Rassapoom Clinic มีความโดดเด่นในการดำเนินหัตถการด้วยมาตรฐานดังนี้
แต่ละตำแหน่งของใบหน้าต้องใช้เทคนิคและชนิดของฟิลเลอร์ที่แตกต่างกัน เลือกดูโปรแกรมฟิลเลอร์ทั้งหมด เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของคุณ
ก่อนทำหัตถการจะมีการบริหารยาชาเฉพาะที่เสมอ นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มยังมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) อยู่ภายในตัวยาด้วย ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายและมีความเจ็บปวดน้อยมากในระหว่างการรักษา
ระยะเวลาความคงทนจะอยู่ระหว่าง 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของเนื้อสารที่แพทย์เลือกใช้ บริเวณที่ทำหัตถการ รวมถึงอัตราการเผาผลาญพลังงานตามกลไกธรรมชาติของร่างกายเฉพาะบุคคล
สามารถสังเกตได้จากกล่องผลิตภัณฑ์ที่ต้องปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ มีฉลากภาษาไทยกำกับ มีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน และสามารถสแกน QR Code ที่ข้างกล่องเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มากับบริษัทผู้นำเข้าได้อย่างถูกต้อง
สามารถรับบริการได้ หากสารเติมเต็มเดิมเป็นกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิกแท้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ตรวจประเมินชั้นผิวและวิเคราะห์โครงสร้างบริเวณที่เคยทำหัตถการมาก่อนอย่างละเอียด เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนวางแผนการรักษา
เนื่องจากเป็นสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (HA) ที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ จึงสามารถสลายตัวได้เองตามกลไกทางชีววิทยาของร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้างหรือก่อให้เกิดการสะสมในระยะยาว

หมอเคน
นพ.ศิวะดล เลิศพรภวิชญ์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.63460 )




