กระ คืออะไร รักษาอย่างไร? รู้จักประเภท สาเหตุ และวิธีรักษากระ

กระ คือ ปัญหาผิวที่พบได้บ่อย โดยมักปรากฏเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ เช่น จมูก โหนกแก้ม หน้าผาก แขน และหลังมือ แม้กระจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง แต่เมื่อปรากฏบนใบหน้าหรือมีจำนวนมาก ก็อาจทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอและส่งผลต่อความมั่นใจได้

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมบางคนมีกระตั้งแต่อายุน้อย ในขณะที่บางคนแทบไม่พบปัญหานี้ โดยมีปัจจัยสำคัญทั้ง พันธุกรรมและการได้รับรังสี UV จากแสงแดด เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จุดสีน้ำตาลที่มีลักษณะคล้ายกระยังอาจเกิดจากภาวะเม็ดสีชนิดอื่น ซึ่งมีสาเหตุและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าจุดสีน้ำตาลที่พบเป็นกระประเภทใดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสมกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

กระ คืออะไร?

กระเป็นความผิดปกติของเม็ดสีผิวที่ทำให้เกิดจุดหรือปื้นสีเข้มกว่าสีผิวโดยรอบ โดยมีเมลานิน (Melanin) ซึ่งเป็นเม็ดสีของผิวเข้ามาเกี่ยวข้อง

คำว่า “กระ” ในภาษาไทยสามารถใช้เรียกความผิดปกติของสีผิวได้หลายลักษณะ ไม่ได้หมายถึง Freckles เพียงอย่างเดียว โดยอาจพบได้ทั้ง กระตื้น (Freckles), กระแดด (Solar Lentigines) และกระลึก (Hori’s Nevus) ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะและความลึกของเม็ดสีแตกต่างกัน จึงมีแนวทางการดูแลและรักษาที่แตกต่างกัน

กระมีกี่ประเภท?

  1. กระตื้น (Freckles)

กระตื้น หรือ Freckles เป็นจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กและแบนไปกับผิว มักพบในบริเวณที่สัมผัสแสงแดด เช่น จมูก โหนกแก้ม หน้าผาก ไหล่ และแขน

กระประเภทนี้มีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวไวต่อแสงแดด เมื่อได้รับรังสี UV เซลล์สร้างเม็ดสีหรือเมลาโนไซต์ (Melanocytes) จะสร้างเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้กระเห็นชัดขึ้น

กระตื้นอาจมีสีเข้มขึ้นในช่วงที่ได้รับแสงแดดมาก และอาจจางลงเมื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเหมาะสม

  1. กระลึก (Hori’s Nevus)

Hori’s Nevus หรือ Acquired Bilateral Nevus of Ota-like Macules (ABNOM) เป็นภาวะเม็ดสีที่อยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้

มักมีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาล เทา หรือน้ำตาลอมเทา และมักพบอย่างสมมาตรบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง รวมถึงอาจพบบริเวณขมับหรือจมูก

Hori’s Nevus พบได้บ่อยในคนเอเชียและมักเริ่มเห็นในวัยผู้ใหญ่ โดยอาจมีสีเข้มขึ้นเมื่อได้รับแสงแดด

เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึกกว่ากระตื้น การรักษาจึงควรเลือกวิธีและพลังงานให้เหมาะสมกับลักษณะของเม็ดสี และควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา

  1. กระแดด (Solar Lentigines)

กระแดด หรือ Solar Lentigines เป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลที่มีขอบค่อนข้างชัด มักเกิดในบริเวณที่ได้รับแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน เช่น ใบหน้า หลังมือ แขน ไหล่ และบริเวณเนินอก

กระแดดมักพบมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เนื่องจากผิวมีการสะสมความเสียหายจากรังสี UV มาเป็นระยะเวลานาน

แตกต่างจากกระตื้นที่มักเริ่มพบตั้งแต่อายุน้อย กระแดดมักมีลักษณะคงอยู่และไม่ได้จางลงอย่างชัดเจนเมื่อหลีกเลี่ยงแสงแดด

  1. กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

กระเนื้อ หรือ Seborrheic Keratosis เป็นรอยโรคผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรงที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า จึงมีลักษณะแตกต่างจากกระที่เกิดจากเม็ดสีโดยตรง

กระเนื้ออาจเริ่มเป็นตุ่มหรือปื้นสีน้ำตาล ก่อนที่จะค่อยๆ หนาและนูนขึ้น มีสีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มหรือดำ และมักมีลักษณะคล้ายสิ่งที่ติดอยู่บนผิว

สามารถพบได้หลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ หน้าอก และแผ่นหลัง และมักพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

หากรอยโรคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โตผิดปกติ มีเลือดออก เป็นแผล หรือมีลักษณะแตกต่างจากเดิม ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและวินิจฉัยเพิ่มเติม

สาเหตุของการเกิดกระ

กระแต่ละชนิดอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน แต่ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดและความเข้มของเม็ดสี ได้แก่

  1. แสงแดดและรังสี UV

รังสี UVA และ UVB เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการสร้างเมลานิน เมื่อผิวได้รับรังสี UV เซลล์เมลาโนไซต์จะผลิตเมลานินเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี

การได้รับแสงแดดเป็นประจำจึงสามารถทำให้กระบางประเภทมีสีเข้มขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดจุดเม็ดสีใหม่ โดยเฉพาะกระตื้นและกระแดด

  1. พันธุกรรม

พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดกระตื้น คนที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ไวต่อแสงแดดจึงอาจเริ่มมีกระตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น

หากมีคนในครอบครัวมีกระ ก็อาจมีโอกาสเกิดกระมากกว่าคนทั่วไป

  1. อายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวมีการสะสมความเสียหายจากแสงแดดเป็นเวลานาน จึงมีโอกาสพบจุดเม็ดสีอย่างกระแดดมากขึ้น

นอกจากนี้ รอยโรคผิวหนังบางชนิด เช่น Seborrheic Keratosis ก็พบได้บ่อยขึ้นตามอายุ

  1. ฮอร์โมนและปัจจัยภายในร่างกาย

ฮอร์โมนสามารถมีบทบาทกับความผิดปกติของเม็ดสีบางประเภท โดยเฉพาะฝ้า อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นสาเหตุโดยตรงของกระทุกประเภท

หากมีรอยคล้ำเป็นปื้นขนาดใหญ่ ขอบไม่ชัด และมีลักษณะคล้ายฝ้า ควรได้รับการประเมินเพื่อแยกจากกระก่อนเลือกวิธีรักษา

กระ จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ กำลังทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำกว่าที่เคยหรือไม่?

อย่าปล่อยให้ปัญหากระและจุดด่างดำลดทอนความมั่นใจ ให้ Rassapoom Clinic ช่วยประเมินปัญหาเม็ดสีและสภาพผิวของคุณ พร้อมวางแผนดูแลด้วยโปรแกรม PicoCare 450 Laser, โปรแกรม Pico Laser และโปรแกรม Super Skin Laser โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดของกระและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อผิวที่ดูกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมออย่างเหมาะสม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

แสงจากหน้าจอมือถือทำให้เกิดกระหรือไม่?

แสงจากหน้าจอ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระเมื่อเทียบกับแสงแดด

ในปัจจุบันมีข้อมูลว่า Visible Light หรือแสงที่ตามองเห็นบางช่วงอาจมีผลต่อการสร้างเม็ดสีในผิว โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดภาวะเม็ดสีบางประเภท แต่ปริมาณแสงจากหน้าจอในการใช้งานทั่วไปแตกต่างจากแสงแดดอย่างมาก

ดังนั้น การป้องกันแสงแดดและรังสี UV ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันไม่ให้กระและจุดเม็ดสีเข้มขึ้น

กระรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

การรักษาสามารถช่วยให้กระจางลงและลดความชัดของเม็ดสีได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของกระและปัจจัยที่ทำให้เกิดกระ

โดยเฉพาะกระตื้นที่มีปัจจัยทางพันธุกรรม หากยังมีการสัมผัสแสงแดดเป็นประจำ กระสามารถกลับมาเห็นชัดขึ้นหรือเกิดจุดใหม่ได้

ดังนั้น การดูแลกระจึงควรทำควบคู่กับการป้องกันแสงแดดและการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดโอกาสที่เม็ดสีจะกลับมาเข้มขึ้น

วิธีรักษากระ มีอะไรบ้าง?

  1. การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

ผลิตภัณฑ์บางชนิดสามารถช่วยลดการสร้างเม็ดสีและช่วยให้จุดด่างดำค่อยๆ จางลง เช่น Retinoids, Hydroquinone, Azelaic Acid และสารกลุ่มลดเม็ดสีอื่นๆ

การเลือกใช้ควรพิจารณาจากชนิดของปัญหาและสภาพผิว โดยเฉพาะยาที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

  1. การผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel)

Chemical Peel เป็นการใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นเหมาะสมเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดความไม่สม่ำเสมอของสีผิว

วิธีนี้อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลปัญหาเม็ดสีบางประเภท แต่ควรเลือกชนิดและความเข้มข้นให้เหมาะกับสภาพผิว เพราะการผลัดผิวที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือรอยดำหลังการอักเสบได้

  1. การรักษาด้วยโปรแกรมเลเซอร์

โปรแกรมเลเซอร์เป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้ดูแลปัญหาเม็ดสี โดยพลังงานจะถูกเลือกให้เหมาะสมกับเม็ดสีเป้าหมาย เพื่อช่วยให้เม็ดสีแตกตัวและค่อยๆ ถูกกำจัดออกตามกระบวนการของร่างกาย

ประเภทของโปรแกรมเลเซอร์ โหมดการรักษา และพลังงานที่ใช้ควรเลือกตามชนิดของกระ ความลึกของเม็ดสี สีผิว และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

แนวทางการรักษากระและโปรแกรมเลเซอร์ที่รัสมิ์ภูมิคลินิก

ที่รัสมิ์ภูมิคลินิก มีโปรแกรมสำหรับดูแลปัญหากระ จุดด่างดำ และความไม่สม่ำเสมอของสีผิว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและชนิดของเม็ดสีก่อน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

  1. โปรแกรม PicoCare 450 Laser

โปรแกรม PicoCare 450 Laser เป็นโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ส่งพลังงานในช่วงเวลาสั้นระดับพิโควินาทีไปยังเม็ดสีเป้าหมาย ช่วยให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ กำจัดออกตามกระบวนการธรรมชาติ

สามารถนำมาใช้ดูแลปัญหาเม็ดสี เช่น กระตื้น กระลึก กระแดด ฝ้า และจุดด่างดำ โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกโหมดและพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

  1. โปรแกรม Pico Laser

โปรแกรม Pico Laser เป็นโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ในช่วงเวลาสั้นมากเพื่อจัดการกับเม็ดสีในผิว ช่วยให้เม็ดสีแตกตัวและค่อยๆ จางลง

สามารถใช้ดูแลปัญหา กระ จุดด่างดำ รอยสิว และสีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยแนวทางการรักษาจะแตกต่างกันไปตามชนิดของปัญหาและสภาพผิว

  1. โปรแกรม Super Skin Laser

โปรแกรม Super Skin Laser เป็นโปรแกรมเลเซอร์สำหรับดูแลปัญหาผิวโดยรวม สามารถใช้ดูแล ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิว พร้อมช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น

จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากระหรือจุดเม็ดสีร่วมกับปัญหาผิวอื่นๆ เช่น รอยสิวหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ

วิธีดูแลผิวหลังรักษากระ

หลังการรักษาปัญหาเม็ดสี การดูแลผิวอย่างเหมาะสมมีความสำคัญไม่แพ้การรักษา เพราะแสงแดดสามารถกระตุ้นให้เม็ดสีกลับมาเข้มขึ้นได้

ควรดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ และให้ความสำคัญกับการป้องกันแสงแดด โดยเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB พร้อมทาซ้ำเมื่อจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่วงที่ผิวยังมีความไวต่อการกระตุ้น

ทำไมต้องรักษากระที่ Rassapoom Clinic?

การรักษากระและปัญหาเม็ดสีไม่ได้มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะลักษณะของกระแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันทั้งตำแหน่ง ความลึกของเม็ดสี สีผิว และสภาพผิวของแต่ละบุคคล การเลือกวิธีรักษาจึงควรเริ่มจากการประเมินปัญหาอย่างเหมาะสมก่อน

ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาผิวก่อนเลือกแนวทางการรักษา โดยแพทย์จะพิจารณาลักษณะของเม็ดสีและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยวางแผนการรักษาให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นกระตื้น กระแดด กระลึก หรือปัญหาจุดด่างดำประเภทอื่น

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับดูแลปัญหาเม็ดสีหลายรูปแบบ เช่น โปรแกรม PicoCare 450 Laser, โปรแกรม Pico Laser และโปรแกรม Super Skin Laser เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

การดูแลไม่ได้จบเพียงการทำโปรแกรมเลเซอร์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหลังการรักษาและการป้องกันปัจจัยที่กระตุ้นให้เม็ดสีกลับมาเข้มขึ้น เพื่อช่วยดูแลผลลัพธ์ของการรักษาอย่างต่อเนื่อง

หากมีปัญหากระ จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ และไม่แน่ใจว่าวิธีใดเหมาะกับผิวของตนเอง สามารถเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ที่ Rassapoom Clinic เพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล โดย Rassapoom Clinic มีให้บริการทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาเลียบด่วนรามอินทรา สาขารัตนาธิเบศร์ สาขาพระราม 2 และสาขาสุขุมวิท 49 สามารถเลือกเข้ารับคำปรึกษาได้ที่สาขาที่เดินทางสะดวก เพื่อเริ่มต้นวางแผนดูแลปัญหากระและจุดด่างดำให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระ

กระเกิดจากอะไร?

กระเกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ พันธุกรรมและการได้รับรังสี UV จากแสงแดด โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวไวต่อแสงแดด กระบางชนิดอาจเริ่มเห็นตั้งแต่วัยเด็ก และมีสีเข้มขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดมากขึ้น

กระและฝ้าเป็นปัญหาเม็ดสีเหมือนกัน แต่มีลักษณะแตกต่างกัน โดยกระมักเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลที่มีขนาดเล็กและเห็นเป็นจุดชัดเจน ส่วนฝ้ามักเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือเทาที่มีขอบไม่ชัด และมักพบบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก เหนือริมฝีปาก หรือจมูก

นอกจากนี้ฝ้ายังมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนและแสงแดด จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา

กระสามารถรักษาให้จางลงและลดความชัดของเม็ดสีได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่กลับมาอีก โดยเฉพาะกระที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมหรือผู้ที่ยังได้รับแสงแดดเป็นประจำ การป้องกันแสงแดดอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญหลังการรักษา

สามารถกลับมาเห็นชัดขึ้นหรือเกิดจุดใหม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อผิวได้รับรังสี UV อย่างต่อเนื่อง หรือมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดกระได้ง่าย การทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดจึงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลหลังรักษา

สามารถใช้โปรแกรมเลเซอร์ในการรักษากระและปัญหาเม็ดสีบางประเภทได้ โดยโปรแกรมเลเซอร์จะส่งพลังงานไปยังเม็ดสีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เม็ดสีแตกตัวและค่อยๆ จางลง เช่น โปรแกรม PicoCare 450 Laser, โปรแกรม Pico Laser และโปรแกรม Super Skin Laser

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามชนิดของกระ ความลึกของเม็ดสี สีผิว และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

จำนวนครั้งในการรักษาไม่สามารถกำหนดเป็นจำนวนเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของกระ ความเข้มและความลึกของเม็ดสี ปริมาณกระ รวมถึงการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินสภาพผิวและวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคล

สามารถใช้ดูแลปัญหาเม็ดสี เช่น กระ จุดด่างดำ และรอยสิวได้ โดยใช้พลังงานเลเซอร์ในช่วงเวลาสั้นมากเพื่อจัดการกับเม็ดสีเป้าหมาย ทั้งนี้ผลลัพธ์และวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของเม็ดสีและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะรังสี UV สามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสีและทำให้กระหรือจุดด่างดำกลับมาเห็นชัดขึ้นได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB และทาซ้ำตามความเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

ไม่จำเป็นต้องรักษาเหมือนกัน เนื่องจากกระตื้นและกระลึกมีตำแหน่งของเม็ดสีอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน กระตื้นอยู่บริเวณชั้นหนังกำพร้าเป็นหลัก ขณะที่ Hori’s Nevus หรือกระลึกมีเม็ดสีอยู่ในชั้นหนังแท้ การเลือกเทคโนโลยีและวิธีรักษาจึงควรพิจารณาตามชนิดและความลึกของเม็ดสี

ไม่เสมอไป จุดสีน้ำตาลบนใบหน้าอาจเป็นกระตื้น กระแดด Hori’s Nevus ฝ้า รอยดำหลังการอักเสบ หรือรอยโรคผิวหนังชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ดังนั้นหากไม่แน่ใจว่ารอยที่พบคืออะไร ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา โดยเฉพาะหากรอยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีเลือดออก เป็นแผล หรือมีลักษณะแตกต่างจากจุดอื่น

ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรมเลเซอร์ พลังงานที่ใช้ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล หลังการรักษาบางรายอาจมีอาการแดงหรือมีสีของเม็ดสีเข้มขึ้นชั่วคราวก่อนค่อยๆ จางลง จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวระคายเคือง

ไม่มีอายุที่กำหนดว่าต้องเริ่มรักษากระ เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของกระ ความชัดของเม็ดสี และความต้องการของแต่ละบุคคล หากกระเริ่มเห็นชัดหรือส่งผลต่อความมั่นใจ สามารถเข้ารับการประเมินกับแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมได้

สามารถเข้ารับคำปรึกษาและประเมินปัญหาผิวได้ทั้ง 5 สาขาของ Rassapoom Clinic ได้แก่ สาขาเลียบด่วนรามอินทรา สาขารัตนาธิเบศร์ สาขาพระราม 2 และสาขาสุขุมวิท 49 โดยสามารถเลือกสาขาที่เดินทางสะดวกได้

DR.SIWADOL LOETPHORNPHAWIT

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอเคน
นพ.ศิวะดล เลิศพรภวิชญ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63460 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form