






ทำไมหลุมสิวบางจุดยังเห็นเป็นแอ่งหรือเป็นคลื่นชัด แม้จะดูแลผิวหรือทำทรีตเมนต์มาแล้ว? หนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้คือ การยึดรั้งของพังผืดใต้ผิว ซึ่งพบสัมพันธ์กับหลุมสิวแบบ Rolling Scar มากกว่าหลุมสิวบางประเภทอื่น จึงเกิดคำถามว่า หลุมสิวที่เกิดจากพังผืดแตกต่างจากหลุมสิวประเภทอื่นอย่างไร เพราะลักษณะของหลุมและโครงสร้างใต้ผิวมีส่วนต่อการเลือกแนวทางดูแล
หลุมสิวที่เกิดจากพังผืด คือหลุมสิวที่มี เนื้อเยื่อใต้ผิวยึดรั้งบริเวณที่เคยเป็นสิว ทำให้ผิวด้านบนถูกดึงลงและดูไม่เรียบเสมอกับผิวรอบข้าง ลักษณะนี้พบได้ในหลุมสิวแบบ Rolling Scar ซึ่งมักเป็นหลุมกว้าง ขอบไม่ชัด และทำให้ผิวดูเป็นลอนหรือเป็นคลื่น โดยเฉพาะเมื่อมีแสงตกกระทบจากด้านข้าง
ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า มีบางส่วนดึงผิวจากด้านล่าง เมื่อเนื้อเยื่อใต้ผิวยึดรั้งบริเวณนั้นไว้ ผิวด้านบนจึงไม่สามารถเรียบเสมอกับบริเวณรอบข้าง ทำให้มองเห็นเป็นแอ่งหรือร่อง และความต่างระดับจะเห็นชัดขึ้นเมื่อมีแสงส่องจากด้านข้าง
สิ่งสำคัญคือ ความลึกของหลุมที่มองเห็นจากภายนอกไม่ได้บอกโครงสร้างใต้ผิวทั้งหมด หลุมที่ดูไม่ลึกมากก็อาจมีการยึดรั้งร่วมด้วยได้ การประเมินจึงควรพิจารณาทั้งรูปร่างของหลุม ความลึก และลักษณะการยึดรั้งใต้ผิวประกอบกัน
หากสงสัยว่าหลุมสิวอาจมีพังผืดร่วมด้วย ลองสังเกตว่าผิวบริเวณนั้นมีลักษณะเป็น แอ่งกว้าง ขอบไม่ชัด หรือดูเป็นคลื่น โดยเฉพาะเมื่อมีแสงตกกระทบจากด้านข้าง ลักษณะเหล่านี้อาจช่วยให้สังเกตความผิดปกติของพื้นผิวได้เบื้องต้น แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีพังผืดอยู่ใต้ผิว
หลุมสิวที่เป็นแอ่งกว้างและขอบค่อย ๆ ลาดลง มักพบในหลุมสิวแบบ Rolling Scar ทำให้ผิวดูไม่เรียบและมีลักษณะเป็นลอนมากกว่าหลุมที่มีขอบชัด เช่น หลุมสิวแบบ Boxcar Scar
หากมีการยึดรั้งใต้ผิวร่วมด้วย บริเวณนั้นอาจดูเหมือนถูกดึงลง ทำให้ความไม่เรียบของผิวเห็นต่อเนื่องเป็นช่วง ๆ
อีกลักษณะที่สังเกตได้คือ ผิวอาจดูค่อนข้างเรียบเมื่อมองตรง ๆ แต่เห็นแอ่งหรือร่องชัดขึ้นเมื่อมีแสงส่องจากด้านข้างหรือมุมเฉียง เพราะแสงทำให้เกิดเงาตามระดับที่สูงต่ำของผิว
จึงอาจสังเกตได้ว่าหลุมสิวบางบริเวณเห็นชัดในภาพถ่ายบางมุม หรือเห็นเด่นขึ้นเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีแสงตกกระทบด้านข้าง
ลักษณะภายนอกช่วยให้เห็นความผิดปกติของผิวได้ แต่ไม่สามารถบอกโครงสร้างใต้ผิวได้ทั้งหมด เพราะหลุมสิวที่มีรูปร่างใกล้เคียงกันอาจมีสาเหตุและลักษณะใต้ผิวแตกต่างกัน
หากต้องการประเมินว่าหลุมสิวมีการยึดรั้งของพังผืดร่วมด้วยหรือไม่ แพทย์จะพิจารณาทั้งรูปร่าง ความลึก และลักษณะของผิวร่วมกัน เพื่อประเมินปัญหาเป็นรายบุคคล
หลุมสิวแบบ Atrophic Acne Scar มักแบ่งตามลักษณะที่เห็นได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Rolling Scar, Boxcar Scar และ Ice Pick Scar แต่คำว่า “หลุมสิวที่เกิดจากพังผืด” ไม่ได้เป็นชื่อของหลุมสิวอีกประเภทหนึ่ง แต่หมายถึง การมีเนื้อเยื่อใต้ผิวยึดรั้งร่วมกับหลุมสิว ซึ่งพบสัมพันธ์กับ Rolling Scar ได้มากกว่าแบบอื่น
| ประเภทหลุมสิว | ลักษณะที่สังเกตได้ | จุดที่ควรพิจารณา |
| Rolling Scar | แอ่งกว้าง ขอบไม่ชัด ผิวดูเป็นคลื่น | มักพบความสัมพันธ์กับการยึดรั้งของเนื้อเยื่อ |
| Boxcar Scar | หลุมค่อนข้างกว้าง ขอบเห็นได้ชัด | รูปร่าง ขอบ และความลึกของหลุม |
| Ice Pick Scar | ปากหลุมแคบและลึกลงไป | ลักษณะและความลึกของหลุม |
เมื่อหลุมสิวมีพังผืดร่วมด้วย การดูแลอาจต้องมองลึกกว่าพื้นผิวที่เห็น เพราะสิ่งที่ทำให้ผิวเป็นแอ่งอาจมาจากการยึดรั้งใต้ผิวด้วย ก่อนเลือกวิธีดูแลจึงควรพิจารณาทั้งลักษณะของหลุม ความลึก การยึดรั้งใต้ผิว และสภาพผิวโดยรอบร่วมกัน
ในกรณีที่แพทย์ประเมินว่าพังผืดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวถูกดึงลง อาจพิจารณาเทคนิคที่ช่วยลดการยึดรั้งใต้ผิว เช่น วิธีการตัดพังผืด (Subcision) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เข้าไปแยกเส้นใยที่ดึงรั้งผิว เพื่อช่วยให้บริเวณที่เป็นแอ่งคลายตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เทคนิค Subcision ไม่ได้เหมาะกับหลุมสิวทุกแบบ การเลือกใช้ต้องดูจากตำแหน่ง รูปร่าง ความลึก และลักษณะใต้ผิวของแต่ละคน
เมื่อไม่ได้มีการยึดรั้งเป็นปัจจัยหลัก การวางแผนอาจเน้นไปที่รูปร่าง ความลึก และพื้นผิวของหลุมแทน เช่น Boxcar Scar และ Ice Pick Scar ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก Rolling Scar จึงอาจต้องใช้แนวทางดูแลที่ต่างกัน
จุดสำคัญคือไม่ควรเลือกวิธีจากชื่อของหลุมเพียงอย่างเดียว เพราะหลุมที่ดูคล้ายกันจากภายนอกอาจมีรายละเอียดใต้ผิวแตกต่างกันได้
คนหนึ่งคนอาจมีปัญหาหลุมสิวทั้งแบบ Rolling Scar, Boxcar Scar และ Ice Pick Scar อยู่บนใบหน้าเดียวกัน และบางบริเวณอาจมีพังผืดร่วมด้วย การดูแลจึงอาจต้องแยกเป็นแต่ละตำแหน่ง หรือใช้มากกว่าหนึ่งแนวทางตามลักษณะของหลุม
ดังนั้น การวางแผนดูแลหลุมสิวจึงควรเริ่มจากการดูว่า อะไรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่เรียบ แล้วจึงเลือกวิธีที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละบริเวณ แทนการใช้วิธีเดียวกับหลุมทุกประเภท
ก่อนทำโปรแกรม Deep Scar มีการวางแผนจากลักษณะของหลุมสิวเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาทั้งชนิด ความลึก รูปร่างของหลุม และโครงสร้างใต้ผิว รวมถึงประเมินว่ามีการยึดรั้งจากพังผืดร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อเลือกวิธีดูแลให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การใช้เทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง แต่เป็นการดูว่า อะไรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลุมแต่ละจุดไม่เรียบ แล้วจึงเลือกองค์ประกอบของโปรแกรมให้สอดคล้องกับปัญหาที่พบ
ก่อนเริ่มดูแล แพทย์จะพิจารณาว่าหลุมสิวมีรูปร่างและความลึกอย่างไร รวมถึงดูว่ามีหลุมชนิดเดียวหรือหลายลักษณะร่วมกันในบริเวณเดียว
เพราะหลุมแต่ละแบบมีโจทย์ต่างกัน เช่น หลุมที่เป็นแอ่งกว้างและขอบไม่ชัด อาจมีลักษณะแตกต่างจาก หลุมที่มีปากแคบและลึก การแยกลักษณะของหลุมให้ชัดจึงช่วยให้สามารถวางแผนดูแลแต่ละบริเวณได้เหมาะสมมากขึ้น
กรณีที่สงสัยว่ามีการยึดรั้งจากพังผืด แพทย์จะพิจารณาลักษณะการดึงรั้งร่วมกับรูปร่างของหลุม เพราะสิ่งที่เห็นบนผิวด้านบนอาจไม่ได้บอกโครงสร้างใต้ผิวทั้งหมด
โดยเฉพาะหลุมที่มีลักษณะเป็นแอ่งกว้าง ผิวดูเป็นคลื่น หรือเหมือนถูกดึงลง อาจมีการยึดรั้งใต้ผิวร่วมด้วย การประเมินส่วนนี้จึงช่วยให้เห็นว่าปัญหาของหลุมอยู่ที่พื้นผิวเพียงอย่างเดียว หรือมีโครงสร้างใต้ผิวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เมื่อเห็นลักษณะของหลุมและโครงสร้างใต้ผิวแล้ว จึงค่อยวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ บางจุดอาจมีพังผืดเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่บางจุดอาจเน้นเรื่องความลึก รูปร่างของหลุม หรือสภาพผิวโดยรอบ
โปรแกรม Deep Scar จึงอาจผสานหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อดูแลปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละบริเวณ โดยการเลือกองค์ประกอบจะขึ้นอยู่กับลักษณะของหลุมและการประเมินของแพทย์ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องใช้ทุกเทคนิคเหมือนกัน
หมายเหตุ: การวางแผนก่อนทำโปรแกรม Deep Scar อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิด ความลึก รูปร่างของหลุม การยึดรั้งของพังผืด และสภาพผิว จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเลือกวิธีดูแล
การดูแลหลุมสิวที่มีพังผืดไม่ได้พิจารณาเฉพาะสิ่งที่เห็นบนผิว แต่ต้องดูทั้งลักษณะของหลุมและโครงสร้างใต้ผิว ที่อาจมีส่วนทำให้ผิวไม่เรียบ ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์ก่อนวางแผน เพื่อแยกปัญหาของแต่ละบริเวณและเลือกการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
แพทย์จะพิจารณาชนิด ความลึก และรูปร่างของหลุม รวมถึงลักษณะการยึดรั้งจากพังผืดและสภาพผิวโดยรอบ เพื่อดูว่าปัจจัยใดมีส่วนทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่เรียบ
เนื่องจากคนหนึ่งคนอาจมีทั้งหลุมสิวแบบ Rolling Scar, Boxcar Scar และ Ice Pick Scar ร่วมกัน การประเมินจึงช่วยให้เห็นความแตกต่างของแต่ละบริเวณ และไม่ต้องใช้วิธีเดียวกับหลุมทุกตำแหน่ง
จุดสำคัญของโปรแกรม Deep Scar คือการนำข้อมูลจากการประเมินมาใช้วางแผนการดูแล บริเวณที่มีการยึดรั้งจากพังผืดอาจมีโจทย์แตกต่างจากบริเวณที่มีหลุมลึก ขอบหลุมชัด หรือมีปัญหาพื้นผิวร่วมด้วย
องค์ประกอบของโปรแกรมจึงสามารถพิจารณาให้เหมาะกับปัญหาที่พบในแต่ละบริเวณ แทนการกำหนดรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน
หลังการทำหัตถการ แพทย์จะพิจารณาติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวตามลักษณะการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อประเมินผลและพิจารณาขั้นตอนต่อไปให้เหมาะสม
ผลลัพธ์และระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงของผิวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การวางแผนจึงควรพิจารณาจากลักษณะของหลุม โครงสร้างผิว และเป้าหมายของแต่ละคน มากกว่าดูจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่ หลุมสิวมีหลายแบบ เช่น Rolling Scar, Boxcar Scar และ Ice Pick Scar แต่ละแบบมีลักษณะต่างกัน โดย Rolling Scar เป็นชนิดที่อาจพบการยึดรั้งใต้ผิวร่วมด้วยได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า Rolling Scar ทุกจุดจะมีพังผืด
ไม่เสมอไป แม้หลุมสิวแบบ Rolling Scar จะมีลักษณะที่อาจเกี่ยวข้องกับการยึดรั้งใต้ผิว แต่แต่ละคนมีโครงสร้างผิวแตกต่างกัน จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคล ไม่สามารถดูจากรูปร่างของหลุมเพียงอย่างเดียว
เบื้องต้นอาจสังเกตว่าผิวบริเวณนั้นเป็น แอ่งกว้าง ขอบไม่ชัด หรือดูเป็นคลื่น และเห็นชัดขึ้นเมื่อมีแสงจากด้านข้าง แต่ลักษณะเหล่านี้ยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่ามีพังผืดหรือไม่ การประเมินโดยแพทย์จึงช่วยให้เห็นปัญหาใต้ผิวได้ชัดขึ้น
ไม่จำเป็นทุกกรณี ถ้าพังผืดมีส่วนทำให้ผิวถูกดึงรั้ง แพทย์อาจพิจารณาเทคนิค Subcision เพื่อช่วยคลายการยึดรั้ง แต่จะเลือกใช้หรือไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะของหลุมและสภาพผิวของแต่ละคน
ไม่ใช่ เทคนิคการตัดพังผืด (Subcision) เหมาะกับหลุมที่มีการยึดรั้งใต้ผิว ส่วนหลุมสิวอย่าง Boxcar Scar และ Ice Pick Scar มีลักษณะแตกต่างกัน จึงอาจต้องใช้วิธีดูแลอื่นร่วมด้วยตามปัญหาที่พบ
เป็นไปได้ เพราะสิ่งที่เห็นบนผิวไม่ได้บอกโครงสร้างใต้ผิวทั้งหมด หลุมที่ดูไม่ลึกมากก็อาจมีการยึดรั้งร่วมด้วยได้ จึงควรพิจารณาทั้งรูปร่างของหลุมและสภาพใต้ผิวก่อนเลือกวิธีดูแล

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )