






จากข่าวที่มีผู้เสียชีวิตหลังเข้ารับหัตถการความงาม จึงเกิดคำถามว่า “การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์อันตรายถึงชีวิตได้ไหม?” และทำไมโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีอันตรายถึงชีวิตได้ แม้การฉีดสารเติมเต็มจะเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อปรับรูปหน้าและดูแลปัญหาเฉพาะบริเวณ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะเมื่อฉีดในบริเวณที่มีหลอดเลือดและโครงสร้างสำคัญ
สิ่งที่ควรรู้จึงไม่ได้มีเพียงว่า “โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์อันตรายหรือไม่” แต่ควรเข้าใจด้วยว่า ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนรับบริการควรตรวจสอบอะไร และหลังฉีดมีอาการแบบไหนที่ไม่ควรรอดูเอง เพื่อให้สามารถสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการประเมินจากแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ แม้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้รับบริการทุกราย โดยหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญคือการที่สารเติมเต็มเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจรบกวนการไหลเวียนของเลือดและทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับเลือดไม่เพียงพอ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หลอดเลือดที่ได้รับผลกระทบ กายวิภาคของแต่ละบุคคล เทคนิคการฉีด ชนิดของผลิตภัณฑ์ และการจัดการเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรพิจารณาเพียงราคา โปรโมชั่น หรือชื่อผลิตภัณฑ์ แต่ควรตรวจสอบทั้งแพทย์ สถานพยาบาล ผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่จะฉีด และแผนรับมือเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
หมายเหตุ: ความเสี่ยงและผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การประเมินโดยแพทย์ก่อนรับบริการจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการฉีดในบริเวณที่มีโครงสร้างหลอดเลือดสำคัญ
ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากตัวสารเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ตั้งแต่กายวิภาคของบริเวณที่ฉีด เทคนิคและตำแหน่งการฉีด ไปจนถึงการเลือกผลิตภัณฑ์และการรับมือเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน
บริเวณที่ฉีดมีหลอดเลือดอยู่ในชั้นเนื้อเยื่อต่าง ๆ หากสารเติมเต็มเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ อาจรบกวนการไหลเวียนของเลือด ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ
ความรุนแรงไม่ได้เหมือนกันในทุกกรณี โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งและหลอดเลือดที่ได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นต้องประเมินอาการและให้การดูแลอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดความผิดปกติ
โครงสร้างหลอดเลือดในแต่ละบริเวณของใบหน้าไม่ได้เหมือนกัน และบางตำแหน่งมีความสัมพันธ์กับหลอดเลือดสำคัญที่เชื่อมโยงกับระบบหลอดเลือดของดวงตา
กรมการแพทย์ระบุว่าบริเวณ รอบดวงตาและจมูก เป็นพื้นที่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหากเกิดการอุดตันของหลอดเลือดในบริเวณดังกล่าว อาจส่งผลต่อการมองเห็นได้
การวางแผนฉีดควรพิจารณากายวิภาคของผู้รับบริการ ตำแหน่งที่จะดูแล ชนิดของผลิตภัณฑ์ และปริมาณที่เหมาะสมกับบริเวณนั้น
กรมการแพทย์แนะนำให้ประเมินความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์และปริมาณก่อนฉีด โดยไม่ควรใช้ปริมาณมากเกินความเหมาะสม และควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลักษณะเนื้อเยื่อของแต่ละตำแหน่ง
หากสารเติมเต็มเข้าสู่หลอดเลือดและทำให้การไหลเวียนของเลือดถูกรบกวน เนื้อเยื่อบริเวณนั้นอาจได้รับเลือดไม่เพียงพอ ความเสียหายมีได้ตั้งแต่ผิวหนังขาดเลือด ไปจนถึงเนื้อเยื่อเสียหาย และในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับการมองเห็น
เมื่อเลือดไปเลี้ยงผิวหนังไม่เพียงพอ ผิวบริเวณที่ฉีดอาจซีดหรือเปลี่ยนสีผิดปกติ และอาจมีอาการปวดมากกว่าที่ควรเป็น
อาการลักษณะนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน โดยเฉพาะหากอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว
หากเนื้อเยื่อขาดเลือดเป็นเวลานาน อาจเกิดความเสียหายรุนแรงจนถึงภาวะเนื้อเยื่อตายได้ อย. ระบุภาวะเนื้อเยื่อตายเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดหลังฉีดสารเติมเต็ม
หากการอุดตันเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดที่มีความสัมพันธ์กับระบบหลอดเลือดของดวงตา อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางการมองเห็น เช่น เห็นภาพเปลี่ยนไป เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือสูญเสียการมองเห็น
หากมีอาการทางการมองเห็นเกิดขึ้นหลังฉีดสารเติมเต็ม ควรถือเป็น อาการเร่งด่วนที่ต้องได้รับการประเมินทันที และกรมการแพทย์แนะนำให้รีบพบจักษุแพทย์เมื่อมีความผิดปกติทางการมองเห็นหลังฉีดฟิลเลอร์
จากที่มีข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้เข้ารับบริการด้านความงามและหัตถการฉีดสารเติมเต็มในหลายกรณีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จึงได้รับความสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตภายหลังเข้ารับหัตถการไม่ได้หมายความว่าสารเติมเต็มเป็นสาเหตุโดยตรงในทุกกรณี เนื่องจากการหาสาเหตุที่แท้จริงจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลทางการแพทย์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ฉีด กายวิภาคของแต่ละบุคคล ชนิดและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการ ดังนั้น จึงไม่ควรนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรณีใดกรณีหนึ่งมาเหมารวมว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทุกชนิดหรือทุกบริเวณมีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน
สิ่งที่ผู้รับบริการควรให้ความสำคัญคือการประเมินความเสี่ยงก่อนทำหัตถการอย่างเหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับบริเวณที่จะฉีด และเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคและสามารถประเมิน รวมถึงรับมือกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
ก่อนตัดสินใจรับบริการ ควรตรวจสอบมากกว่าราคา โปรโมชั่น หรือชื่อผลิตภัณฑ์ โดยสามารถใช้ 5 ข้อนี้เป็นเช็กลิสต์ได้
ควรรับบริการจากแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ และมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคของบริเวณที่จะฉีด โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีโครงสร้างหลอดเลือดสำคัญ
ควรสอบถามแพทย์ถึงบริเวณที่จะฉีด เหตุผลในการเลือกตำแหน่ง และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจข้อมูลก่อนตัดสินใจ
ควรเลือกรับบริการในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถตรวจสอบข้อมูลของสถานพยาบาลได้
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่าการฉีดสารเสริมความงามควรดำเนินการโดยแพทย์และในสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ควรขอดูผลิตภัณฑ์ ฉลาก และเลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ก่อนรับบริการ รวมถึงตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีข้อบ่งใช้สอดคล้องกับบริเวณที่จะนำมาใช้หรือไม่
อย. แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์และเลขทะเบียนก่อนใช้งาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด
ควรให้แพทย์อธิบายว่าบริเวณที่ต้องการดูแลมีลักษณะทางกายวิภาคอย่างไร มีความเสี่ยงใดที่ควรรู้ และเหตุใดจึงเลือกผลิตภัณฑ์และปริมาณดังกล่าว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจทางเลือกและตัดสินใจได้จากข้อมูลที่เพียงพอ
นอกจากถามเรื่องผลลัพธ์ที่ต้องการ ควรถามด้วยว่า หากหลังฉีดมีอาการผิดปกติจะสามารถติดต่อแพทย์ได้อย่างไร ใครเป็นผู้ประเมินอาการ และหากจำเป็นต้องส่งต่อโรงพยาบาล มีแนวทางดำเนินการอย่างไร
เพราะความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการป้องกันเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพร้อมในการรับมือเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนด้วย
หลังฉีดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และสังเกตอาการของตัวเอง โดยคำแนะนำอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และเทคนิคที่ใช้
อาจพบอาการบวม ช้ำ แดง หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดได้ในช่วงแรก ทั้งนี้ควรสังเกตว่าอาการค่อย ๆ ดีขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์หรือไม่
หากมีอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการที่แตกต่างจากคำแนะนำที่ได้รับ ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมิน
ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง และปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ความร้อน และหัตถการอื่น ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ
ก่อนกลับจากสถานพยาบาล ควรทราบช่องทางติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลให้ชัดเจน และสอบถามว่าอาการใดที่ควรติดต่อกลับทันที
หากมีอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง หรือมีอาการมากขึ้นหลังฉีด ไม่ควรรอดูอาการเอง โดยเฉพาะอาการต่อไปนี้
หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะความผิดปกติทางการมองเห็น อาการหายใจลำบาก หมดสติ หรืออาการรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ควรรีบติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว
หมายเหตุ: อาการแน่นหน้าอกหรือหายใจลำบากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปว่าเกิดจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์โดยตรง แต่หากเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหายใจไม่ออก เวียนศีรษะ หรือหมดสติร่วมด้วย ควรถือเป็นอาการที่ต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว
หากแพทย์สงสัยว่ามีภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังฉีดสารเติมเต็ม การจัดการต้องทำอย่างรวดเร็วและขึ้นอยู่กับอาการ ตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ และชนิดของผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปแนวทางการรับมือจะประกอบด้วย
แพทย์จะหยุดการฉีดและประเมินบริเวณที่มีความผิดปกติ เช่น อาการปวด สีผิว และการไหลเวียนของเลือด เพื่อประเมินขอบเขตและความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน
หากเกี่ยวข้องกับสารเติมเต็มชนิดกรดไฮยาลูโรนิก แพทย์อาจพิจารณาใช้ Hyaluronidase เพื่อช่วยสลายกรดไฮยาลูโรนิกในบริเวณที่มีปัญหา โดยวิธีการรักษาและการติดตามผลขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
แพทย์อาจต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของสีผิว อาการปวด และการไหลเวียนของเลือดอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องให้การรักษาเพิ่มเติมหรือไม่
หากมีความผิดปกติทางการมองเห็น หรือมีอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องส่งต่อโรงพยาบาลหรือแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เพราะการประเมินและรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ของผู้ป่วย
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตลอดกระบวนการรับบริการ โดยไม่ได้มองเพียงขั้นตอนการฉีด แต่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินโดยแพทย์ก่อนรับบริการ การวางแผนให้เหมาะกับปัญหาและกายวิภาคของแต่ละบุคคล ไปจนถึงการสังเกตอาการและติดตามผลหลังรับบริการ
การวางแผนก่อนฉีดเป็นส่วนสำคัญของความปลอดภัย แพทย์จะประเมินปัญหา โครงสร้างใบหน้า กายวิภาค และความเหมาะสมของบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อประกอบการวางแผนการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยอาศัยประสบการณ์จากการดูแลและวางแผนการฉีดจริง
แนวทางการฉีดและองค์ความรู้ด้านกายวิภาคมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการอัปเดตความรู้ เทคนิค และแนวทางการฉีดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการประเมินและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
หลังรับบริการ จะให้ผู้เข้ารับบริการนั่งพักและสังเกตอาการประมาณ 15–30 นาที เพื่อประเมินว่ามีอาการผิดปกติที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการติดตามอาการหลังรับบริการ เพื่อให้สามารถประเมิน ให้คำแนะนำ และแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสม หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติภายหลัง
สรุป ก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรพิจารณาจากเพียงคำถามว่า “โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี?” หรือ “ราคาเท่าไร?” แต่ควรมองภาพรวมของความปลอดภัยตั้งแต่ก่อนรับบริการ ทั้งแพทย์ สถานพยาบาล ผลิตภัณฑ์ แผนการฉีด และแนวทางรับมือหากเกิดภาวะแทรกซ้อน
อย่างไรก็ตาม หลังฉีดควรสังเกตอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิด หากพบอาการปวดมากผิดปกติหรือปวดเพิ่มขึ้น สีผิวบริเวณฉีดเปลี่ยนแปลงผิดปกติ การมองเห็นผิดปกติ หายใจลำบาก หมดสติ หรืออาการรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ควรรีบติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว
ไม่ใช่ การฉีดสารเติมเต็มไม่ได้หมายความว่าผู้รับบริการทุกรายจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่มีความเสี่ยงที่ควรประเมินก่อนทำ โดยเฉพาะตำแหน่ง กายวิภาค เทคนิค ผลิตภัณฑ์ และความพร้อมในการรับมือกับภาวะแทรกซ้อน
อาจเกิดขึ้นเมื่อสารเติมเต็มเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจและรบกวนการไหลเวียนของเลือด ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับเลือดไม่เพียงพอและเกิดความเสียหายได้
ความเสี่ยงแตกต่างกันตามกายวิภาคของแต่ละบริเวณ โดยบริเวณจมูกและรอบดวงตาเป็นตำแหน่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับดวงตา
หากปวดมากผิดปกติ ปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการร่วม เช่น สีผิวเปลี่ยนหรือบวมผิดปกติ ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว
ควรถือเป็นอาการเร่งด่วนและรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะจักษุแพทย์หรือโรงพยาบาล เพื่อประเมินความผิดปกติของการมองเห็นโดยเร็ว
หากมีอาการแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับหายใจลำบาก เวียนศีรษะ หมดสติ หรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อประเมินอาการ และไม่ควรสรุปสาเหตุด้วยตนเอง
ควรถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของบริเวณที่จะฉีด ชนิดและปริมาณผลิตภัณฑ์ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแนวทางติดต่อและการดูแลหากเกิดภาวะแทรกซ้อน
ไม่ควรเหมารวมว่า โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทุกชนิดและทุกบริเวณมีความเสี่ยงเหมือนกัน ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง กายวิภาค เทคนิค และปัจจัยของผู้รับบริการแต่ละราย จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนรับบริการ

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )