Search

ผิวคอเหี่ยวย่นแก้ได้! รวมลิสต์หัตถการตัวดัง ที่ช่วยให้คอกลับมาตึงกระชับ

ปัญหาคอเหี่ยวย่นแก้ได้

ผิวคอเหี่ยวย่นแก้ได้! รวมลิสต์หัตถการตัวดัง ที่ช่วยให้คอกลับมาตึงกระชับ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Hidden
Hidden
This field is for validation purposes and should be left unchanged.

หลายคนมักให้ความสำคัญกับการทาสกินแคร์และดูแลผิวหน้าอย่างพิถีพิถันจนลืมไปว่า “ลำคอ” คืออีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถฟ้องอายุที่แท้จริงของเราได้ชัดเจนที่สุด ปัญหา ผิวคอเหี่ยวย่น ไม่ว่าจะเป็นรอยพับลึก รอยย่นเป็นเส้น หรือความหย่อนคล้อยที่ทำให้ผิวดูยับยู่ยี่ ล้วนเป็นสัญญาณแห่งวัยที่ทำลายความมั่นใจในการแต่งตัว แม้จะพยายามทาครีมบำรุงราคาแพงหรือนวดกระชับแค่ไหน แต่เมื่อโครงสร้างผิวชั้นลึกเริ่มเสื่อมสภาพและสูญเสียคอลลาเจน ครีมทาผิวเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดอีกต่อไป

ในปัจจุบัน หัตถการด้านความงามได้พัฒนาไปไกลมาก ทำให้ปัญหา ผิวคอเหี่ยวย่น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลและจำใจยอมรับอีกต่อไป บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุและลักษณะของรอยย่นที่คอแต่ละประเภท พร้อมรวบรวมลิสต์หัตถการตัวดัง เจาะลึกถึงจุดเด่น และวิเคราะห์ว่าแต่ละโปรแกรม “เหมาะกับใคร” เพื่อกู้คืนผิวคอให้กลับมาตึงกระชับ เรียบเนียน และแลดูอ่อนเยาว์อีกครั้งอย่างตรงจุด

ทำความเข้าใจสาเหตุ ทำไมปัญหา "ผิวคอเหี่ยวย่น" ถึงเกิดขึ้น?

ก่อนที่จะไปดูวิธีแก้ไข เราต้องเข้าใจก่อนว่าผิวบริเวณลำคอมีความบอบบางและมีต่อมไขมันน้อยกว่าผิวหน้ามาก ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นและแห้งกร้านได้ง่าย นอกจากนี้ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ลดลงตามธรรมชาติ

ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนยุคดิจิทัล เช่น การก้มหน้าจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง (Tech Neck) ทำให้ผิวคอถูกพับซ้ำๆ จนเกิดเป็นร่องลึกถาวร รวมถึงการเผชิญแสงแดดและมลภาวะโดยไม่ได้ทาครีมกันแดดปกป้องผิวบริเวณลำคอ ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่เร่งให้โครงสร้างผิวอ่อนแอและเกิดปัญหาผิวคอเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร

เพื่อให้การรักษาเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แพทย์จะทำการประเมินและจำแนกปัญหาคอเหี่ยวออกเป็น 3 ลักษณะหลักๆ ซึ่งแต่ละแบบจะมีวิธีแก้ไขและเลือกใช้หัตถการที่แตกต่างกัน ดังนี้

ปัญหารอยย่นแนวตั้งจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

ปัญหาลำคอที่มีเส้นเอ็นนูนขึ้นมาเป็นเส้นแนวตั้งอย่างชัดเจน (Platysmal Bands) มักเกิดจากการทำงานและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่เรียกว่า Platysma Muscle ซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังที่บางลงบวกกับการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมัดนี้ที่สะสมมานาน จะทำให้เส้นเอ็นบริเวณคอปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ลำคอดูเกร็ง ไม่ผ่อนคลาย ดูแข็งกระด้าง และทำให้ดูมีอายุมากขึ้น โดยหัตถการที่แนะนำมีดังนี้

Program Botulinum Toxin

การแก้ไขรอยย่นแนวตั้งที่เกิดจากกล้ามเนื้อ ไม่สามารถใช้เครื่องมือยกกระชับหรือสารเติมเต็มแก้ไขได้โดยตรง แต่วิธีที่ตรงจุดและเห็นผลชัดเจนที่สุดคือการใช้โปรแกรม Botulinum Toxin (โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์) ฉีดเข้าไปเพื่อคลายการทำงานของกล้ามเนื้อมัดดังกล่าว

  • จุดเด่นของโปรแกรม:
    • แก้ปัญหาตรงจุด: ออกฤทธิ์โดยตรงต่อกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยเกร็ง
    • เห็นผลไว: กล้ามเนื้อจะเริ่มคลายตัวและเส้นเอ็นจะดูลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์
    • ปรับรูปคอ: เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ลำคอจะดูระหงส์ขึ้น ผิวคอดูตึงกระชับ และยังช่วยเสริมให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นได้ด้วย
    • ไม่ต้องพักฟื้น: ใช้เวลาทำไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
    • ผู้ที่มีเส้นเอ็นที่คอปูดนูนเป็นลำชัดเจน โดยเฉพาะเวลาพูด ยิ้ม หรือแสดงสีหน้า
    • ผู้ที่มีปัญหาความตึงเครียดของกล้ามเนื้อลำคอ
    • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและไม่อยากทำหัตถการที่ใช้เวลานาน

ปัญหารอยย่นแนวนอนจากโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพ

รอยพับหรือเส้นริ้วรอยลึกแนวนอนบริเวณลำคอ (Necklace Lines) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เกิดจากการก้มพับคอซ้ำๆ (Tech Neck) ประกอบกับความเสื่อมสภาพของโครงสร้างชั้นผิวเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณคอลลาเจนและไฮยาลูรอนิกแอซิดใต้ผิวที่ลดลง ทำให้ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ขาดความยืดหยุ่น ยุบตัวลง และกลายเป็นร่องลึกถาวร

หัตถการที่แนะนำ: สารเติมเต็ม (Program Filler) และ สารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Bio Stimulator)

การแก้ไขปัญหาโครงสร้างผิวชั้นในที่ยุบตัว จำเป็นต้องอาศัยหัตถการที่ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ปัจจุบันมีตัวเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม ดังนี้

Program Filler ฉีดสารเติมเต็ม (Hyaluronic Acid Filler)

  • จุดเด่นของโปรแกรม:
    • เติมเต็มร่องลึกทันที: ช่วยให้รอยพับแนวนอนที่คอจางลงและตื้นขึ้นทันทีหลังทำ
    • เพิ่มความชุ่มชื้นขีดสุด: โมเลกุลของ HA จะช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวบริเวณลำคอดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และลดความแห้งกร้าน
    • มีความปลอดภัยสูง: สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง
  • โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
    • ผู้ที่มีรอยพับคอแนวนอนเป็นเส้นลึกอย่างเห็นได้ชัด
    • ผู้ที่ผิวคอแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น
    • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใด

กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Bio Stimulator)

นวัตกรรมแห่งการฟื้นฟูผิวที่มุ่งเน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาผิวคอเหี่ยวย่นในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน โดยมีตัวท็อปในวงการดังนี้:

Program Radiesse

  • จุดเด่นของโปรแกรม: เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบของ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) โดดเด่นเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบองค์รวม (Regenerative) ช่วยกระตุ้นการสร้างทั้งคอลลาเจนชนิดที่ 1, ชนิดที่ 3 และอีลาสติน ทำให้ผิวคอที่บางกลับมาหนาตัวขึ้น มีความยืดหยุ่นสูง และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 1-2 ปี
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวคอบาง ขาดความยืดหยุ่น ผิวดูหลวมๆ และต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาแน่นกระชับในระยะยาว

Program Sculptra

  • จุดเด่นของโปรแกรม: สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เป็นตัวแม่ในวงการเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจน Type 1 (คอลลาเจนที่พบมากที่สุดในผิวที่แข็งแรง) ได้สูงและยาวนาน ช่วยฟื้นฟูผิวคอที่เสื่อมสภาพอย่างหนักให้กลับมาแข็งแรง รอยย่นค่อยๆ จางลง ผิวดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีอายุมาก ผิวเสื่อมสภาพตามวัย มีปัญหาคอเหี่ยวย่นระดับปานกลางถึงมาก และผู้ที่ไม่รีบเห็นผลทันที (รอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน) แต่ต้องการผลลัพธ์ที่เนียนเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน

Program Juvelook Volume

  • จุดเด่นของโปรแกรม: เทคโนโลยี Hybrid ที่ผสานความเก่งของ 2 สาร คือ PDLLA (กระตุ้นคอลลาเจน) และ HA (ให้ความชุ่มชื้นและเติมเต็ม) ตัวยามีขนาดโมเลกุลเล็กและเนื้อเนียนละเอียดมาก จึงลดโอกาสการเกิดก้อนบริเวณผิวคอที่บอบบาง ช่วยเติมเต็มร่องลึกได้ทันทีพร้อมๆ กับกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวคอบางมาก กังวลเรื่องการเป็นก้อน ต้องการเห็นผลลัพธ์ความอิ่มฟูเบื้องต้นทันที และต้องการปรับปรุงคุณภาพผิว ให้เรียบเนียนไปพร้อมกัน

ปัญหาผิวคอเหี่ยวยับ ย่นยู่ยี่ และขาดความตึงกระชับ

สำหรับผู้ที่มีปัญหา ผิวคอเหี่ยวย่น ในลักษณะที่ผิวดูยับย่น คล้ายกระดาษยู่ยี่ (Crepey Skin) จับแล้วผิวดูหลวม ขาดความตึงกระชับ และอาจมีปัญหาความหย่อนคล้อยร่วมด้วย ปัญหานี้เกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของชั้นผิวหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวที่ฝ่อตัวหรือหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง การแก้ปัญหาลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ส่งพลังงานลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อทำให้เกิดการหดรัดตัวอย่างรุนแรง (Tightening) และกระตุ้นการสร้างผิวใหม่

หัตถการที่แนะนำ: เครื่องมือยกกระชับกลุ่มพลังงาน (Energy-Based Devices)

Program Morpheus8

  • จุดเด่นของโปรแกรม: สุดยอดนวัตกรรม Fractional Microneedling RF ที่ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุผ่านหัวเข็มทองคำขนาดจิ๋วลงสู่ชั้นผิว แพทย์สามารถปรับตั้งค่าความลึกได้อย่างแม่นยำ (ทะลุลงลึกได้ถึงชั้นไขมันและ SMAS) พลังงานความร้อนจะไปช่วยจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ หดรัดชั้นไขมันใต้ผิวให้เฟิร์มกระชับ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่แบบขั้นสุด ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วย “รีด” ผิวที่ยับยู่ยี่ให้กลับมาเรียบตึงได้อย่างทรงประสิทธิภาพ
  • โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวคอยับย่นยู่ยี่คล้ายกระดาษเครปอย่างเห็นได้ชัด
    • ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอมาก ผิวไม่เฟิร์มกระชับ
    • ผู้ที่มีไขมันสะสมใต้คอ (เหนียง) ร่วมกับปัญหาผิวเหี่ยว
    • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับระดับโครงสร้างโดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า/คอ

Program BlueTite

  • จุดเด่นของโปรแกรม: นวัตกรรมการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ที่ออกแบบมาเพื่อการกระชับสัดส่วนและผิวหนังที่หย่อนคล้อยโดยเฉพาะ พลังงานจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับชั้นผิวชั้นลึกด้วยความร้อนที่เหมาะสม ช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้าและลำคอ พร้อมๆ กับการกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการหดตัวและตึงกระชับขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่เจ็บน้อยและปลอดภัย
  • โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
    • ผู้ที่มีรอยย่นร่วมกับปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณลำคอและใต้คาง
    • ผู้ที่ผิวคอเริ่มมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
    • ผู้ที่ต้องการหัตถการยกกระชับที่ฟื้นตัวไว ไม่ต้องการการพักฟื้นนานเท่างานที่ต้องใช้เข็ม (Microneedling)

การดูแลผิวคอคือการลงทุนเพื่อความแลดูความอ่อนเยาว์ที่คุ้มค่า

ปัญหา ผิวคอเหี่ยวย่น เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวัยและพฤติกรรม แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านความงามในปัจจุบัน เรามีเครื่องมือและหัตถการมากมายที่เปรียบเสมือนไทม์แมชชีนช่วยย้อนเวลาให้ผิวคอกลับมาตึงกระชับได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหารอยเกร็งกล้ามเนื้อ (Botulinum Toxin Program), ร่องลึกที่ต้องการการเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน (Program Filler, Program Radiesse, Program Sculptra, Program Juvelook Volum) หรือผิวเหี่ยวยับยู่ยี่ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยียกกระชับ (Program Morpheus8, Program BlueTite)

อย่างไรก็ตาม สภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน รวมถึงบางคนอาจมีปัญหาผิวคอเหี่ยวหลายๆ ลักษณะผสมกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเข้ามาปรึกษาและเข้ารับการประเมินปัญหาผิวโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้แพทย์ได้วิเคราะห์ลักษณะรอยย่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจเป็นการผสมผสานหัตถการต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อมอบผลลัพธ์ลำคอที่ตึงกระชับ เรียบเนียน และเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้อย่างปลอดภัย คุ้มค่า และยั่งยืนที่สุด

ทำไมต้องเลือกทำหัตถการ ที่ รัสภูมิ์ คลินิก

ผลลัพธ์ที่สวยงามสมบูรณ์แบบ เกิดจากการดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการอย่างแท้จริง
ที่ รัสภูมิ์ คลินิก ทีมแพทย์ทุกท่านเปี่ยมด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คุณจึงมั่นใจได้ในมาตรฐานการรักษาที่แม่นยำ ประณีต และปลอดภัยในทุกๆ หัตถการ

แพทย์มีความเข้าใจโครงสร้างกายวิภาค (Anatomy) อย่างลึกซึ้ง ประเมินและแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์สวยงามเป็นสไตล์ธรรมชาติ

เน้นการประเมินปัญหาอย่างละเอียด เพื่อออกแบบโปรแกรมให้ตรงจุดและเหมาะสมกับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล

มั่นใจในความปลอดภัย ทุก Process เลือกใช้ตัวยาและเครื่องมือมาตรฐานสากล ผ่าน อย. สามารถตรวจสอบได้

มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใส่ใจทั้งก่อนและหลังรับบริการ

หากคุณมีปัญหาผิวคอเหี่ยวย่น คอเป็นชั้น มีรอยพับลึก แล้วไม่รู้จะแก้ยังไง ปรึกษาเราได้เลย!

ให้แพทย์ผู้ชำนาญการของ Rassapoom Clinic ช่วยประเมินโครงสร้างผิว เพื่อดีไซน์การรักษาที่แม่นยำและเห็นผลที่สุดสำหรับคุณ

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

Hidden
Hidden
This field is for validation purposes and should be left unchanged.

คำถามที่พบบ่อย

ทาครีมลดริ้วรอยที่คอ ช่วยแก้ปัญหาคอเหี่ยวได้จริงไหม?

การทาครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์บริเวณลำคออย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันริ้วรอยตื้นๆ ที่เกิดจากความแห้งกร้านได้ดี แต่หากเป็นรอยพับลึก รอยที่เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างชั้นผิวที่เสื่อมสภาพ (คอลลาเจนและไขมันลดลง) ครีมบำรุงจะไม่สามารถซึมลึกลงไปแก้ไขถึงระดับโครงสร้างได้ ในกรณีนี้ การทำหัตถการทางการแพทย์จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า

 ระดับความรู้สึกและระยะเวลาพักฟื้นจะขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ

  • กลุ่มเข็ม (Program Botulinum Toxin, Program  Filler, สารกระตุ้นคอลลาเจน): จะมีการแปะยาชาและประคบเย็นก่อนทำเสมอ รู้สึกเพียงหน่วงๆ หรือเจ็บเล็กน้อยระดับที่ทนได้ หลังทำแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจมีรอยเข็มเล็กน้อยซึ่งจะจางหายไปเองในไม่กี่วัน
  • กลุ่มเครื่องยกกระชับ (Program  Morpheus8, Program  BlueTite): จะมีการแปะยาชาอย่างน้อย 45 นาที – 1 ชั่วโมงก่อนทำ หลังทำเสร็จอาจมีอาการผิวแดง บวม หรือสากเล็กน้อยบริเวณที่ทำประมาณ 1-3 วัน จากนั้นผิวจะค่อยๆ ผลัดตัวและกลับเป็นปกติ

ระยะเวลาการเห็นผลจะแตกต่างกันไปตามกลไกการทำงานของแต่ละโปรแกรม

  • เห็นผลทันที: การเติมโปรแกรม Filler จะช่วยให้ร่องลึกดูตื้นขึ้นและผิวอิ่มฟูทันทีหลังทำเสร็จ
  • เห็นผลใน 1-2 สัปดาห์: Program Botulinum Toxin กล้ามเนื้อจะเริ่มคลายตัว เส้นเอ็นที่คอจะดูลดลง
  • เห็นผลระยะยาว (1-3 เดือน): กลุ่มเครื่องมือยกกระชับ และสารกระตุ้นคอลลาเจน (Program Radiesse,Program Sculptra, Program Juvelook) ต้องให้เวลาร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนและกระชับขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาวและผิวที่กระชับ แพทย์อาจแนะนำให้เข้ามาติดตามผลหรือทำต่อเนื่องตามระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละโปรแกรม
  • Program Botulinum Toxin: ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน
  • Program Filler: ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้)
  • สารกระตุ้นคอลลาเจน (Program Radiesse, Program Sculptra): ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเราเอง โครงสร้างผิวจึงแข็งแรงในระยะยาว
  • เครื่องมือยกกระชับ (Program Morpheus8): ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงแสงแดด และการใช้ชีวิตประจำวันร่วมด้วย
  • Program BlueTite: ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน 1-2 ปี เช่นเดียวกัน เนื่องจากพลังงาน RF จะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้จัดเรียงตัวใหม่และสร้างชั้นผิวให้ตึงกระชับอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขภาพและน้ำหนักตัวร่วมด้วย 

ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุเข้าเลข 4 หรือเลข 5 ก็สามารถเริ่มดูแลได้ ในปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากที่มีปัญหา “Tech Neck” หรือรอยพับคอจากการก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและเริ่มทำหัตถการตั้งแต่ริ้วรอยยังไม่ฝังลึก จะช่วยป้องกันและฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้ง่ายกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนผิวเสื่อมสภาพอย่างหนัก

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Hidden
Hidden
This field is for validation purposes and should be left unchanged.

เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว