ข้อดีของการทำโปรแกรม Blue Endo Lift ยกกระชับใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์

เมื่อกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แก้มหรือใต้คางดูหย่อนคล้อย และผิวขาดความกระชับ ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากความหย่อนของผิวเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีทั้งไขมันสะสมเฉพาะจุด คุณภาพผิว และโครงสร้างใบหน้าร่วมด้วย โดยข้อดีของการทำโปรแกรม Blue Endo Lift คือสามารถวางแผนดูแลหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความกระชับ ไขมันเฉพาะบริเวณ และสภาพผิว โดยแพทย์จะประเมินใบหน้าและกำหนดบริเวณที่เหมาะสมก่อนทำ

โปรแกรม Blue Endo Lift คืออะไร?

โปรแกรม Blue Endo Lift เป็นแนวทางดูแลใบหน้าด้วย Endo-laser โดยใช้ Fiber Optic นำพลังงานเข้าสู่บริเวณใต้ผิวที่ต้องการดูแล จึงสามารถวางแผนการทำให้สอดคล้องกับตำแหน่งและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

การทำสามารถครอบคลุมทั้งความหย่อนคล้อย ไขมันสะสมเฉพาะจุด และคุณภาพผิว โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดรูปแบบเดียวกันในทุกคน การเลือกบริเวณและระดับพลังงานจึงควรอาศัยการประเมินจากแพทย์ร่วมกับเป้าหมายของผู้รับบริการ 

ข้อดีของการทำโปรแกรม Blue Endo Lift มีอะไรบ้าง?

จุดเด่นของแนวทางนี้คือสามารถวางแผนดูแลปัญหาบริเวณใบหน้าได้หลายด้านในแผนการดูแลเดียว โดยพิจารณาจากปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ข้อดีที่สามารถนำมาพิจารณา ได้แก่

1. ดูแลความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อในระดับลึก

การใช้ Endo-laser ร่วมกับ Fiber Optic ช่วยให้สามารถส่งพลังงานเข้าสู่บริเวณใต้ผิวที่แพทย์กำหนดได้ จึงสามารถวางแผนดูแลบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยเน้นการดูแลความกระชับของผิวและเนื้อเยื่อในระดับที่ต้องการ มากกว่าการดูแลเฉพาะผิวชั้นบน

2. ดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดร่วมกับความกระชับ

กรอบหน้าที่ไม่ชัดหรือบริเวณใต้คางที่ดูมีน้ำหนัก อาจมีไขมันสะสมร่วมกับความหย่อนคล้อย การวางแผนจึงสามารถพิจารณาทั้งตำแหน่งของไขมันและความกระชับของผิวไปพร้อมกัน เพื่อให้แนวทางการดูแลสอดคล้องกับปัญหาที่พบจริง

3. พิจารณาคุณภาพผิวร่วมกับการดูแลความกระชับ

นอกจากเรื่องความหย่อนคล้อยและไขมันแล้ว ยังสามารถพิจารณาสภาพผิวร่วมด้วย โดยมีการใช้พลังงาน 3 ความยาวคลื่น ได้แก่ 445, 660 และ 970 นาโนเมตร ซึ่งมีคุณสมบัติและเป้าหมายในการใช้งานแตกต่างกัน การเลือกใช้พลังงานจึงควรพิจารณาตามปัญหา บริเวณที่ต้องการดูแล และการประเมินของแพทย์

4. วางแผนบริเวณที่ดูแลให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า

ใบหน้าของแต่ละคนมีสัดส่วน แนวกราม ชั้นเนื้อเยื่อ และการกระจายตัวของไขมันแตกต่างกัน การวางแผนจึงสามารถพิจารณาตาม Facial Anatomy เพื่อกำหนดบริเวณที่ควรดูแล แทนการใช้ตำแหน่งหรือรูปแบบเดียวกันกับทุกคน

5. เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการแนวทางผ่าตัด

แนวทางนี้เป็นหัตถการที่มีการรุกล้ำร่างกายน้อย (Minimally Invasive) จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยโดยไม่เลือกแนวทางการผ่าตัดดึงหน้า อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน โครงสร้างใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ

โปรแกรม Blue Endo Lift เหมาะกับใคร?

อาจเหมาะกับผู้ที่เริ่มสังเกตว่ากรอบหน้าไม่ชัด ผิวบริเวณแก้มหรือแนวกรามหย่อนคล้อย หรือมีไขมันสะสมบริเวณแก้มและใต้คาง และต้องการพิจารณาแนวทางแบบ Minimally Invasive โดยลักษณะที่สามารถนำมาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน ได้แก่

  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด และแนวกรามดูไม่คมเหมือนเดิม
  • ผิวบริเวณแก้มหรือแนวกรามเริ่มหย่อนคล้อย
  • มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือใต้คาง ร่วมกับปัญหาความหย่อน
  • ต้องการดูแลความกระชับและคุณภาพผิว ไปพร้อมกัน
  • ไม่ต้องการแนวทางการผ่าตัด และต้องการพิจารณาทางเลือกแบบ Minimally Invasive

ทั้งนี้ การมีลักษณะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับแนวทางนี้ทุกคน เพราะสาเหตุของกรอบหน้าไม่ชัดหรือใบหน้าดูหย่อนอาจแตกต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนกำหนดแนวทาง

ปัญหาแบบไหนที่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกทำ?

ปัญหาใบหน้าที่ดูคล้ายกันอาจมีสาเหตุไม่เหมือนกัน เช่น กรอบหน้าไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อย ไขมันสะสม หรือโครงสร้างใบหน้า ดังนั้น ก่อนเลือกแนวทางควรประเมินปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน

ปัญหาที่กังวลสิ่งที่ควรประเมิน
ผิวหย่อนคล้อยระดับความหย่อนคล้อยและตำแหน่งที่มีปัญหา
กรอบหน้าไม่ชัดความหย่อนคล้อย ไขมัน และโครงสร้างใบหน้า
แก้มดูมีน้ำหนักปริมาณและตำแหน่งของไขมันใต้ผิว
มีเหนียงหรือใต้คางหนาไขมันใต้คางร่วมกับความหย่อนของผิว
ผิวขาดความกระชับสภาพผิวและความยืดหยุ่น
ต้องการกรอบหน้าชัดขึ้นโครงสร้างใบหน้า ไขมัน และระดับความหย่อน

หมายเหตุ: ข้อมูลจากการประเมินช่วยให้แพทย์กำหนดบริเวณและระดับที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาว่ามีวิธีอื่นที่ควรนำมาเปรียบเทียบหรือไม่ 

โปรแกรม Blue Endo Lift ต่างจากโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้าอย่างไร?

ทั้งสองแนวทางมีวิธีการเข้าถึงเนื้อเยื่อและเป้าหมายในการดูแลแตกต่างกัน จึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่าแนวทางใด “ดีกว่า” แต่ควรเลือกจากระดับปัญหา โครงสร้างใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ

หัวข้อโปรแกรม Blue Endo Lift โปรแกรมผ่าตัดดึงหน้า
ลักษณะหัตถการ Minimally InvasiveSurgery
การเข้าถึงบริเวณที่ดูแลใช้ Fiber Optic นำพลังงานเข้าสู่บริเวณที่แพทย์กำหนดเข้าถึงเนื้อเยื่อตามเทคนิคการผ่าตัด
เป้าหมายดูแลความกระชับ ไขมันเฉพาะจุด และคุณภาพผิวตามการประเมินปรับโครงสร้างและเนื้อเยื่อในระดับที่เหมาะกับการผ่าตัด
การพักฟื้นแตกต่างตามบริเวณและแต่ละบุคคลมีระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด

โปรแกรม Blue Endo Lift แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับพลังงานอย่างไร?

เทคโนโลยีแต่ละประเภทใช้พลังงานและมีวิธีส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาว่าปัญหาหลักคืออะไร และต้องการดูแลบริเวณใด 

โปรแกรมพลังงาน / เทคโนโลยีแนวทางการดูแล
โปรแกรม Blue Endo LiftFiber Optic Laserส่งพลังงานเข้าสู่บริเวณใต้ผิวที่กำหนด เพื่อดูแลความกระชับและไขมันเฉพาะบริเวณตามการประเมิน
โปรแกรม SUPER HIFUFocused Ultrasoundส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไปยังชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย
โปรแกรม Ulthera SPTMicrofocused Ultrasoundใช้ Microfocused Ultrasound เพื่อดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อในชั้นเป้าหมาย
โปรแกรม Thermage FLXRadiofrequency (RF)ใช้พลังงาน RF เพื่อดูแลความกระชับและคุณภาพผิว

ก่อนทำโปรแกรม Blue Endo Lift แพทย์ประเมินอะไรบ้าง?

การประเมินก่อนทำช่วยให้เห็นว่าปัญหาที่กังวลเกิดจากปัจจัยใดบ้าง และนำข้อมูลไปกำหนดบริเวณและแนวทางการดูแล โดยแพทย์อาจพิจารณา 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. ระดับความหย่อนคล้อย

ประเมินว่าผิวและเนื้อเยื่อบริเวณแก้ม แนวกราม หรือใต้คางมีความหย่อนในระดับใด เพื่อประกอบการพิจารณาว่าแนวทางนี้เหมาะกับระดับปัญหาหรือไม่

2. ปริมาณและตำแหน่งไขมันใต้ผิว

ประเมินปริมาณ ตำแหน่ง และการกระจายตัวของไขมันบริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง เพราะไขมันอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด

3. สภาพผิวและ Skin Quality

พิจารณาความกระชับ ความยืดหยุ่น และคุณภาพผิวโดยรวม เพื่อให้การวางแผนไม่ได้มองเฉพาะเรื่องความหย่อนคล้อยเท่านั้น

4. Facial Anatomy

พิจารณาโครงสร้างและสัดส่วนของใบหน้า แนวกราม ตำแหน่งเนื้อเยื่อ และการกระจายตัวของไขมัน เพื่อกำหนดบริเวณที่ควรดูแลให้เหมาะกับลักษณะใบหน้า

5. ความต้องการและความคาดหวัง

พูดคุยถึงปัญหาที่ต้องการแก้ไขและผลลัพธ์ที่คาดหวัง เช่น ต้องการให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น หรือกังวลเรื่องแก้มและใต้คาง เพื่อให้แพทย์นำความต้องการมาประกอบกับสภาพใบหน้าจริง รวมถึงอธิบายข้อจำกัดและทางเลือกอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Blue Endo Lift

ก่อนตัดสินใจควรเข้าใจว่าแนวทางนี้ไม่ได้ให้ผลเหมือนกันในทุกคน เนื่องจากระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน สภาพผิว อายุ และโครงสร้างใบหน้ามีความแตกต่างกัน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้าแต่ละบุคคล

ผู้ที่มีปัญหาคล้ายกันอาจได้รับการวางแผนบริเวณและระดับการดูแลที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรคาดหวังว่าผลลัพธ์จะเหมือนตัวอย่างของบุคคลอื่น

ไม่ได้เหมาะกับปัญหาทุกประเภท

หากปัญหาหลักไม่ได้มาจากความหย่อนคล้อยหรือไขมันเฉพาะจุด หรือมีความหย่อนในระดับที่ต้องการแนวทางอื่น แพทย์อาจแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมกว่าได้

หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึง

หลังทำอาจพบอาการบวม ช้ำ หรือตึงบริเวณที่ทำได้ ระยะเวลาและความมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

อาจมีคำแนะนำให้ใส่ชุดรัดกระชับสัดส่วน 

ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ใส่ชุดรัดกระชับสัดส่วน (Compression Garment) เป็นเวลา 1–3 วัน โดยอาจให้สวมขณะนอนหลับประมาณ 6–8 ชั่วโมง ทั้งระยะเวลาและวิธีการสวมควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์

ควรเข้าใจผลลัพธ์และระยะเวลาที่คาดหวัง

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการดูแลหลังทำ จึงควรพูดคุยกับแพทย์ถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังให้เหมาะกับสภาพใบหน้าจริง

ทำไมควรเลือกทำโปรแกรม Blue Endo Lift กับ Rassapoom Clinic?

การเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกสำหรับหัตถการบริเวณใบหน้า ควรพิจารณาทั้งประสบการณ์ของทีมแพทย์ การประเมินโครงสร้างใบหน้า และกระบวนการดูแลก่อนและหลังทำ โดย Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการวางแผนเฉพาะบุคคลมากกว่าการใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน

ประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีมาใช้

Rassapoom Clinic มีประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ดูแลผู้รับบริการ โดยให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล

ประเมิน Facial Anatomy ก่อนวางแผน

ทีมแพทย์ให้ความสำคัญกับ Facial Anatomy หรือโครงสร้างใบหน้า ทั้งสัดส่วน แนวกราม ชั้นเนื้อเยื่อ และการกระจายตัวของไขมัน เพื่อใช้ประกอบการกำหนดบริเวณที่ต้องการดูแล

วางแผนตามปัญหา ไม่ใช้รูปแบบเดียวกันทุกคน

ข้อมูลจากการประเมิน เช่น ความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน สภาพผิว และเป้าหมายของผู้รับบริการ จะถูกนำมาประกอบการออกแบบแนวทาง เพื่อให้เหมาะกับลักษณะใบหน้าแต่ละบุคคล

มีการติดตามและให้คำแนะนำหลังทำ

หลังทำจะมีคำแนะนำในการดูแลตัวเองตามบริเวณและสภาพของแต่ละบุคคล รวมถึงแนวทางสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลังทำ หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกหรือแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อดีของโปรแกรม Blue Endo Lift

ข้อดีของการทำโปรแกรม Blue Endo Lift มีอะไรบ้าง?

จุดเด่นคือสามารถวางแผนดูแลได้หลายด้าน ทั้งความหย่อนคล้อย ไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ และคุณภาพผิว โดยเลือกบริเวณและแนวทางตามการประเมินของแพทย์

สามารถนำมาพิจารณาเพื่อดูแลความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ไขมันบริเวณแก้มหรือใต้คาง รวมถึงความกระชับและคุณภาพผิว โดยบริเวณที่ทำและแนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับการประเมินรายบุคคล

อาจเหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณแก้มและใต้คาง และต้องการพิจารณาแนวทางแบบ Minimally Invasive ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อน

สามารถนำมาพิจารณาเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลไขมันบริเวณใต้คางหรือเหนียงได้ โดยแพทย์จะประเมินทั้งปริมาณไขมันและระดับความหย่อนคล้อย เนื่องจากสาเหตุของเหนียงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

สามารถนำมาพิจารณาเพื่อดูแลปัจจัยที่ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด เช่น ความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล

ทั้งสองแนวทางใช้เทคโนโลยีพลังงานแตกต่างกัน 

  • โปรแกรม Blue Endo Lift ใช้ Fiber Optic Laser ส่งพลังงานไปยังบริเวณใต้ผิวที่แพทย์กำหนด 
  • โปรแกรม SUPER HIFU ใช้ Focused Ultrasound แบบโฟกัส ไปยังชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย

ทั้งสองแนวทางมีเทคโนโลยีและวิธีส่งพลังงานแตกต่างกัน 

  • โปรแกรม Blue Endo Lift ใช้ Fiber Optic Laser ในการส่งพลังงานไปยังบริเวณใต้ผิวที่กำหนด 
  • โปรแกรม Ulthera SPT ใช้ Microfocused Ultrasound เพื่อดูแลความกระชับของเนื้อเยื่อในชั้นเป้าหมาย

ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือตึงบริเวณที่ทำได้ ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อช่วยลดความไม่สบาย ขึ้นอยู่กับบริเวณและแผนการทำ

เป็นหัตถการที่มีการรุกล้ำร่างกายน้อยกว่าการผ่าตัด จึงไม่มีระยะพักฟื้นในลักษณะเดียวกับการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงหลังทำ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 

ในบางกรณีอาจมีคำแนะนำให้ใส่ชุดรัดกระชับสัดส่วนเป็นเวลา 1–3 วัน และสวมขณะนอนหลับประมาณ 6–8 ชั่วโมง โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและคำแนะนำของแพทย์

ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 2–5 ปี แต่ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการดูแลหลังทำ ดังนั้นควรให้แพทย์ประเมินสภาพใบหน้าและพูดคุยถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังเป็นรายบุคคล

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form