เจาะลึกรวมจำนวน Line ที่เหมาะสมสำหรับโปรแกรม Ulthera Prime กับแต่ละจุดบนใบหน้า

ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวพรรณตามกาลเวลาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้เรามีตัวเลือกในการดูแลผิวที่หลากหลาย โดยเฉพาะการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องพึ่งพาการศัลยกรรมผ่าตัด ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความเชื่อมั่นระดับสากลและเป็นที่ยอมรับในสถานพยาบาลชั้นนำทั่วโลกคือ โปรแกรม Ulthera Prime เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อตัดสินใจรับบริการ มักเกิดความสงสัยในเรื่องของ “จำนวน Line” หรือจำนวนการส่งพลังงานว่าในแต่ละจุดบนใบหน้านั้นควรใช้เท่าไหร่จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่เหมาะสม บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงหลักการทำงาน ความสำคัญของจำนวนพลังงาน และแนวทางในการวางแผนการรักษาด้วย โปรแกรม Ulthera Prime อย่างละเอียด

ทำความเข้าใจกลไกการทำงานของ โปรแกรม Ulthera Prime

ก่อนจะไปถึงเรื่องจำนวน Line สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า โปรแกรม Ulthera Prime ทำงานอย่างไร เทคโนโลยีนี้ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง Microfocused ultrasound with visualization (MFU-V) ส่งผ่านพลังงานลงไปใต้ชั้นผิวหนังในรูปแบบของจุดความร้อนขนาดเล็กจิ๋วเรียงต่อกันเป็นเส้นตรง (Line) โดยพลังงานนี้จะพุ่งตรงลงไปถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่โอบอุ้มโครงสร้างใบหน้าไว้ และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

ความโดดเด่นที่ทำให้ โปรแกรม Ulthera Prime แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นคือระบบ Real-time Visualization หรือหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวขณะทำ ที่พัฒนาจาก Ulthera Legacy รุ่นเดิม ที่เเสดงชั้นผิวระดับ Full HD  ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างผิวหนัง เส้นเลือด และกระดูกของแต่ละบุคคลได้ ทำให้การปล่อยพลังงานในแต่ละ Line มีความแม่นยำสูงสุด ไม่เกิดการทับซ้อนในจุดที่ไม่จำเป็น และส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นผิวที่ต้องการได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้ผู้ที่ทำหัตถการได้รับความเจ็บน้อยลง ใช้เวลาทำหัตถการน้อย เเต่ผลลัพธ์ยาวนาน

ทำไมจำนวน “Line” ถึงเป็นปัจจัยสำคัญ?

ในการรับบริการ โปรแกรม Ulthera Prime จำนวน Line คือตัวกำหนดความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ที่จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ หากจำนวน Line น้อยจนเกินไป พลังงานที่กระจายตัวอยู่อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการหดตัวของชั้น SMAS ได้อย่างทั่วถึง ในทางกลับกัน หากมีการใช้จำนวน Line ที่มากเกินความจำเป็นในบริเวณที่ผิวบาง ก็อาจส่งผลให้ผิวเกิดการสะสมพลังงานมากเกินไป เเละเสี่ยงเบิร์น 

ดังนั้น การคำนวณจำนวน Line จึงไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปที่ใช้เหมือนกันทุกคน แต่ต้องอาศัยการประเมินจากสภาพผิวจริง ความหนาของชั้นไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยผ่านหน้าจอของเครื่องในขณะทำ โปรแกรม Ulthera Prime เท่านั้น

เจาะลึกจำนวน Line มาตรฐานสำหรับแต่ละจุดบนใบหน้า

เจาะลึกจำนวน Line มาตรฐานสำหรับแต่ละจุดบนใบหน้า

เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเห็นภาพรวมของการวางแผนการรักษา เราสามารถแบ่งสัดส่วนการใช้ Line ตามมาตรฐานการดูแลผิวด้วย โปรแกรม Ulthera Prime ออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

1. การดูแลทั่วทั้งใบหน้า (Full Face Program)

สำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้าเพื่อใช้เป็นยกกระชับใบหน้า ให้ดูออนเยาว์  เเก้ปัญหาคิ้วตก ร่องเเก้ม เหนียง ได้ครบถ้วน  แพทย์มักแนะนำจำนวน Line อยู่ที่ประมาณ 400 – 600 Lines

  • เป้าหมายการรักษา: เน้นการยกพยุงโครงสร้างผิวตั้งแต่บริเวณแก้มส่วนบนลงมาถึงกรอบหน้าส่วนล่าง ช่วยให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยดูแน่นกระชับขึ้น
  • ความคุ้มค่า: การทำทั่วใบหน้าใน โปรแกรม Ulthera Prime ช่วยให้การกระตุ้นคอลลาเจนเเละเห็นผลเรื่องยกกระชับได้ครอบคลุมปัญหาทั้งใบหน้า  ส่งผลต่อความสดใสของผิวในระยะยาว

2. บริเวณรอบดวงตาและคิ้ว (Upper Face Focus)

ผิวรอบดวงตาเป็นส่วนที่มีความบอบบางและมีความหนาของชั้นผิวค่อนข้างน้อย การทำ โปรแกรม Ulthera Prime ในส่วนนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังและใช้หัวส่งพลังงานที่เหมาะสม (เช่น ความลึก 1.5 มม.) โดยมักใช้จำนวนประมาณ 100 – 200 Lines

  • เป้าหมายการรักษา: ช่วยยกปลายคิ้วที่ตกให้ดูสูงขึ้น ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใส ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา และช่วยกระชับผิวบริเวณหนังตาบนในกรณีที่เริ่มมีการหย่อนคล้อยเบื้องต้น

3. แก้มและร่องแก้ม (Mid-Face Lifting)

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่ออายุมากขึ้นคือการที่เนื้อแก้มเริ่มเคลื่อนตัวลงด้านล่างตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดร่องแก้มลึก การรับบริการ โปรแกรม Ulthera Prime บริเวณนี้มักใช้พลังงานประมาณ 300 – 400 Lines

  • เป้าหมายการรักษา: พลังงานจะเข้าไปช่วยยกกระชับเนื้อเยื่อบริเวณพวงแก้มให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ตามมาคือร่องแก้มที่ดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพา โปรแกรมสารเติมเต็ม ในบางกรณี

4. กรอบหน้าและเหนียง (Lower Face & Jawline Definition)

สำหรับผู้ที่ต้องการความคมชัดของแนวกราม และกังวลเรื่องปัญหาคอสองชั้น การใช้ โปรแกรม Ulthera Prime จำนวนประมาณ 200 – 300 Lines จะช่วยตอบโจทย์ได้ดี

  • เป้าหมายการรักษา: เก็บรายละเอียดผิวบริเวณใต้คาง (Double Chin) ให้กระชับแนบไปกับแนวกราม ทำให้กรอบหน้าดูมีมิติ (V-Shape) ชัดเจนขึ้นจากด้านข้างและด้านหน้า

5. บริเวณลำคอ (Neck Rejuvenation)

ลำคอเป็นส่วนที่มักถูกมองข้าม แต่เป็นจุดที่แสดงสัญญาณแห่งวัยได้ชัดเจน การทำ โปรแกรม Ulthera Prime บริเวณลำคอใช้พลังงานประมาณ 200 – 300 Lines

  • เป้าหมายการรักษา: ลดความหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณลำคอ ช่วยให้ริ้วรอยแนวขวางดูเรียบเนียนขึ้น และทำให้ผิวบริเวณคอดูตึงกระชับรับกับใบหน้า
ปัจจัยที่ทำให้การใช้ Line ใน โปรแกรม Ulthera Prime แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ปัจจัยที่ทำให้การใช้ Line ใน โปรแกรม Ulthera Prime แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

แม้จะมีตัวเลขมาตรฐาน แต่ในความเป็นจริงแพทย์อาจปรับเพิ่มหรือลดจำนวน Line ตามปัจจัยดังต่อไปนี้:

  1. โครงสร้างผิวและชั้นไขมัน: ผู้ที่มีชั้นไขมันหน้าหนาอาจต้องการจำนวน Line ที่มากขึ้นหรือการสลับหัวส่งพลังงานหลายระดับ เพื่อให้พลังงานลงไปถึงชั้น SMAS ได้จริง
  2. อายุและสภาพการสะสมคอลลาเจน: ผู้ที่มีอายุมากหรือผิวผ่านการโดนแดดสะสมมานาน สภาพคอลลาเจนเดิมอาจจะเสื่อมสภาพมาก ทำให้ต้องใช้จำนวนการกระตุ้นที่เข้มข้นขึ้นใน โปรแกรม Ulthera Prime
  3. ความกังวลเฉพาะจุด: บางท่านอาจเน้นเพียงจุดเดียว เช่น อยากยกคิ้วอย่างเดียว หรืออยากเก็บเหนียงอย่างเดียว จำนวน Line ก็จะถูกปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ

การเตรียมตัวและขั้นตอนการเข้ารับบริการ โปรแกรม Ulthera Prime

เพื่อให้การรับบริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้ารับบริการควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและใช้เครื่องแท้เท่านั้น ขั้นตอนโดยทั่วไปประกอบด้วย:

  • การปรึกษาแพทย์: เพื่อประเมินรูปหน้าและวางแผนการใช้จำนวน Line
  • การทำความสะอาดผิวและแปะยาชา: เพื่อให้ความรู้สึกสบายผิวขณะทำหัตถการ
  • ขั้นตอนการทำ: แพทย์จะทาเจลเย็นและใช้หัวส่งพลังงานแนบกับผิว โดยจะคอยเช็กภาพสแกนจากหน้าจอตลอดเวลาเพื่อความแม่นยำ
  • หลังรับบริการ: ผิวอาจมีอาการระเรื่อแดงเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สามารถใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น

ผลลัพธ์และความคาดหวังหลังจบ โปรแกรม Ulthera Prime

สิ่งที่ผู้รับบริการควรรู้คือผลลัพธ์ของ โปรแกรม Ulthera Prime จะค่อยเป็นค่อยไป หลังทำทันทีอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20-30% จากการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นในเดือนที่ 2-3 เนื่องจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวต้องใช้เวลา และผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียวมักจะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

การเลือกรับบริการ โปรแกรม Ulthera Prime ด้วยจำนวน Line ที่เหมาะสม คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์การยกกระชับที่พึงพอใจและคุ้มค่าที่สุด การเข้าใจในรายละเอียดของแต่ละจุดบนใบหน้าจะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารความกังวลกับแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างตรงจุด

ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลผิวด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอย่าง โปรแกรม Ulthera Prime ควรทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีอย่างยั่งยืนภายใต้การดูแลจากสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับบริการโปรแกรม Ulthera Prime

โปรแกรม Ulthera Prime แตกต่างจากโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ อย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญคือระบบการเห็นภาพชั้นผิวจริงขณะทำ (Visualization) ทำให้แพทย์สามารถส่งพลังงานลงไปในชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำกว่าเทคโนโลยีที่ไม่มีหน้าจอแสดงผล ช่วยลดความเสี่ยงจากการยิงพลังงานไม่ตรงจุดและเพิ่มประสิทธิภาพการยกกระชับให้ดียิ่งขึ้น

การใช้พลังงานสะสมที่มากเกินไปในจุดเดียวอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดอาการบวมได้ ดังนั้นแพทย์จึงต้องอาศัยประสบการณ์ร่วมกับการดูหน้าจอแสดงผลเพื่อจัดวางจำนวน Line ให้กระจายตัวอย่างเหมาะสมที่สุด

สามารถทำร่วมกับ โปรแกรมดูแลผิว อื่นๆ ได้ เช่น โปรแกรมสารเติมเต็ม หรือ โปรแกรมดูแลริ้วรอย ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดลำดับการรับบริการให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เข้ารับบริการ

1. การดูแลทั่วทั้งใบหน้า (Full Face Program)

  • จำนวน LINE โดยประมาณ: 400 – 600 LINES
  • เป้าหมายการรักษา: เน้นการพยุงโครงสร้างผิวตั้งแต่บริเวณแก้มส่วนบนลงมาถึงกรอบหน้าส่วนล่าง เพื่อยกกระชับทั่วใบหน้า ปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติและดูอ่อนเยาว์ในภาพรวม รวมถึงกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวในระยะยาว

2. บริเวณรอบดวงตาและคิ้ว (Upper Face Focus)

  • จำนวน LINE โดยประมาณ: 100 – 200 LINES
  • เป้าหมายการรักษา: ช่วยยกปลายคิ้วที่ตกให้ดูสูงขึ้น ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใส ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา และช่วยยกกระชับผิวบริเวณหน้าผากในกรณีที่เริ่มมีการหย่อนคล้อยเบื้องต้น โดยใช้หัวส่งพลังงานที่เหมาะสมเนื่องจากผิวรอบดวงตามีความบอบบาง (เช่น ความลึก 1.5 มม.)

3. แก้มและร่องแก้ม (Mid-Face Lifting)

  • จำนวน LINE โดยประมาณ: 300 – 400 LINES
  • เป้าหมายการรักษา: พลังงานจะเข้าไปช่วยยกกระชับเนื้อเยื่อบริเวณพวงแก้มให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาเนื้อแก้มเริ่มเคลื่อนตัวลงด้านล่างตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมสารเติมเต็มในบางกรณี

4. กรอบหน้าและเหนียง (Lower Face & Jawline Definition)

  • จำนวน LINE โดยประมาณ: 200 – 300 LINES
  • เป้าหมายการรักษา: เก็บรายละเอียดผิวบริเวณใต้คาง (Double Chin) เพื่อลดปัญหาคางสองชั้น และช่วยให้กระชับแนบไปกับแนวกราม ทำให้กรอบหน้าดูมีมิติ (V-Shape) ชัดเจนยิ่งขึ้นจากด้านข้างและด้านหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความชัดของแนวกราม

5. บริเวณลำคอ (Neck Rejuvenation)

  • จำนวน LINE โดยประมาณ: 200 – 300 LINES
  • เป้าหมายการรักษา: ลดความหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณลำคอ ช่วยให้ริ้วรอยแนวขวางดูเรียบเนียนขึ้น และทำให้ผิวบริเวณคอดูกระชับรับกับใบหน้า ซึ่งช่วยลดสัญญาณแห่งวัยที่เห็นได้ชัดเจนบริเวณนี้

ไม่เสมอไป จำนวนไลน์ที่มากช่วยให้พลังงานครอบคลุมทั่วถึง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย และความแม่นยำในการวางแผนยิงพลังงานของแพทย์ด้วย

เพราะโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว ความหนาของชั้นผิว และปัญหาความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน

Dr. Thadanat Sungtrakanakul Rassapoom clinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form