โปรแกรม Profhilo คืออะไร? ฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่น

ผิวแห้งง่าย แต่งหน้าไม่ค่อยติด ผิวดูไม่สดใส หรือเริ่มรู้สึกว่าความยืดหยุ่นของผิวลดลง? โปรแกรม Profhilo เป็นอีกทางเลือกสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความเรียบเนียนของผิว จุดเด่นคือการใช้ Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวม ให้ผิวดูอิ่มฟูและมีความยืดหยุ่นขึ้น โดยยังคงลักษณะใบหน้าเดิมไว้ การเลือกโปรแกรมควรพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยแพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนการรักษา 

โปรแกรม Profhilo คืออะไร?

โปรแกรมนี้เป็นผลิตภัณฑ์ฉีดที่มี Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตโดย IBSA Group โดยพัฒนาขึ้นสำหรับการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม และจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Bio-Remodeling

จุดเด่นของโปรแกรมนี้ อยู่ที่การนำ HA ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและต่ำมาอยู่ในสูตรเดียวกัน ผ่านเทคโนโลยี NAHYCO® Hybrid Technology ทำให้มีลักษณะของผลิตภัณฑ์และแนวทางการใช้งานแตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

โปรแกรม Profhilo เป็น Collagen Biostimulator หรือ Skin Booster?

โปรแกรม Profhilo มักจัดอยู่ในกลุ่ม Skin Booster  อาจมีความใกล้เคียงกับสารกระตุ้นคอลลาเจนอื่นๆ เเต่ความจริงเเล้ว โปรแกรมนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen remodeling ที่ช่วยกระตุ้นการจัดเรียงคอลาเจน เเละปรับปรุงคุณภาพผิว พร้อมเติมความชุ่มชื้นในหนึ่งเดียว

หากพิจารณาจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานของโปรแกรมจะเน้นการดูแล คุณภาพผิวโดยรวม มากกว่าการเติมเต็มเพื่อสร้างวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้าเฉพาะจุด

โปรแกรม Profhilo มีส่วนประกอบอะไร?

ส่วนประกอบหลักของโปรแกรม คือ Hyaluronic Acid (HA) โดยมี HA ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและน้ำหนักโมเลกุลต่ำรวมอยู่ในสูตรเดียวกัน 

โดย HA ทั้งสองลักษณะถูกนำมารวมกันผ่าน NAHYCO® Hybrid Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของผลิตภัณฑ์ และไม่ใช้ BDDE (1,4-Butanediol Diglycidyl Ether) ซึ่งเป็นสารที่ใช้เชื่อมโครงสร้างของ HA ในผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์บางประเภท

ลักษณะของสูตรดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โปรแกรมนี้ มีรูปแบบการใช้งานแตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อการเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ

หลักการทำงานของโปรแกรม Profhilo

หลังฉีดแล้ว ตัวผลิตภัณฑ์จะกระจายตัวในบริเวณเนื้อเยื่อรอบจุดฉีด โดยอาศัยคุณสมบัติของ HA และเทคโนโลยี NAHYCO® Hybrid Technology ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของผิวในหลายด้าน ตั้งแต่การเพิ่มความชุ่มชื้น ไปจนถึงการสนับสนุนกระบวนการสร้างองค์ประกอบสำคัญของผิว

NAHYCO® Hybrid Technology คืออะไร?

NAHYCO® Hybrid Technology เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรวม HA ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและน้ำหนักโมเลกุลต่ำไว้ในสูตรเดียวกัน โดยอาศัยกระบวนการทางความร้อนเพื่อให้เกิดโครงสร้างของ HA ในรูปแบบเฉพาะของผลิตภัณฑ์

ลักษณะของสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ HA ที่ออกแบบมาเพื่อการเติมเต็มโดยตรง และสอดคล้องกับแนวทาง Bio-Remodeling ที่เน้นการดูแลคุณภาพของผิวมากกว่าการสร้างวอลลุ่มเฉพาะจุด

โปรแกรมนี้ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างไร?

เมื่อ HA กระจายตัวในบริเวณที่ฉีด จะช่วยเพิ่มสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ ความชุ่มชื้นของผิว ขณะเดียวกันกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์มีส่วนในการสนับสนุนการทำงานของเซลล์ผิว โดยเฉพาะ Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

ผลที่ต้องการจึงไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มวอลลุ่ม แต่เป็นการดูแลองค์ประกอบของผิวที่เกี่ยวข้องกับ ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความเรียบเนียน โดยระดับการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Profhilo ฉีดบริเวณไหน และ HA กระจายตัวอย่างไร?

การฉีดบนใบหน้ามีแนวทางกำหนดตำแหน่งที่เรียกว่า Bio Aesthetic Points (BAP) ซึ่งเป็นจุดฉีดมาตรฐานที่ออกแบบตามลักษณะการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ในบริเวณใบหน้า

หลังฉีด HA สามารถกระจายตัวออกจากบริเวณจุดฉีดเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ จึงไม่ใช่การฉีดเพื่อสร้างก้อนหรือเพิ่มวอลลุ่มเฉพาะตำแหน่งเหมือนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ การเลือกตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

โปรแกรม Profhilo ช่วยอะไร?

ช่วยดูแลคุณภาพผิวในหลายด้าน โดยเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความเรียบเนียนของผิว เหมาะกับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น ดูไม่สดใส หรือมีริ้วรอยตื้น ๆ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ประโยชน์ที่อาจได้รับจากการดูแลด้วยโปรแกรมนี้ ได้แก่

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวที่ดูแห้งหรือขาดน้ำดูอิ่มฟูและมีสุขภาพดีขึ้น
  • ปรับคุณภาพผิวโดยรวม ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้น โดยไม่ได้เน้นการเติมเต็มหรือเพิ่มวอลลุ่มเฉพาะจุด
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างผิว
  • ช่วยให้ผิวดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น เมื่อสภาพผิวและความยืดหยุ่นดีขึ้น ผิวโดยรวมอาจดูแน่นและเรียบเนียนมากขึ้น
  • ช่วยให้ริ้วรอยตื้นดูจางลง โดยเฉพาะริ้วรอยที่สัมพันธ์กับผิวแห้งและการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว
  • ดูแลผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย อาจช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นจากการดูแลคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว แต่ไม่ควรคาดหวังผลในลักษณะเดียวกับหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับโดยเฉพาะ

ผิวแห้งไม่อิ่มฟู แต่งหน้าไม่ติด หรือเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม?

ปรึกษาแพทย์ที่ Rassapoom Clinic เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะกับปัญหาของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องเน้นการเพิ่มวอลลุ่มหรือเปลี่ยนรูปหน้า
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Profhilo เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแล คุณภาพผิว ความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นของผิว โดยไม่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับเปลี่ยนรูปหน้า

การพิจารณาไม่จำเป็นต้องดูจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินจากสภาพผิว ปัญหา และเป้าหมายของแต่ละบุคคลร่วมกัน

โดยลักษณะที่อาจเหมาะกับการพิจารณาทำ ได้แก่

  • ผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น รู้สึกว่าผิวแห้งง่าย แต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือผิวดูไม่อิ่มฟู
  • ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ผิวดูไม่แน่นเหมือนเดิม หรือเริ่มมีความหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อย
  • มีริ้วรอยตื้น ๆ โดยเฉพาะริ้วรอยที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว
  • ผิวไม่เรียบเนียนหรือดูหมองคล้ำ ต้องการดูแลสภาพผิวให้ดูสม่ำเสมอและสดใสขึ้น
  • ต้องการดูแลผิวโดยรวมโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า เพราะโปรแกรมนี้ไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเติมวอลลุ่มหรือปรับสัดส่วนใบหน้า

ในกรณีที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขน หรือรอยแผลเป็น อาจต้องพิจารณาวิธีดูแลอื่นร่วมด้วย เนื่องจากปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกัน

โปรแกรม Profhilo ต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์, กลุ่ม Skin Booster และ Collagen Collagen remodeling อย่างไร?

โปรแกรมฉีดเพื่อดูแลผิวและใบหน้าแต่ละประเภทมีจุดประสงค์แตกต่างกัน การเลือกจึงควรเริ่มจากปัญหาที่ต้องการดูแลและผลลัพธ์ที่ต้องการ มากกว่าดูว่าโปรแกรมใดเหมาะกับทุกคน 

โปรแกรม / กลุ่มผลิตภัณฑ์ เน้นดูแลเรื่องเหมาะกับสภาพผิวแบบไหน
โปรแกรม Profhiloความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และคุณภาพผิวผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น หรือเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
กลุ่ม Skin Boosterเติมความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิวผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือดูไม่สดใส โดยขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มมีการสูญเสียวอลลุ่ม หรือมีจุดที่ต้องการเติมเต็ม เช่น ร่องหรือบริเวณที่ตอบ
โปรแกรม Sculptraกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผิวเริ่มสูญเสียความแน่นและความยืดหยุ่นจากคอลลาเจนที่ลดลง
โปรแกรม Rejuranดูแลคุณภาพและสภาพผิวผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวบางประเภท โดยพิจารณาตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์

หมายเหตุ: การเลือกโปรแกรมจึงไม่จำเป็นต้องมองว่าแบบใดดีกว่า แต่ควรเลือกให้ตรงกับปัญหาผิวและเป้าหมายที่ต้องการดูแล โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าก่อนวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

โปรแกรม Profhilo ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ดูแลผิวได้ทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และบางบริเวณของร่างกาย โดยตำแหน่งที่ฉีดจะขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และการประเมินของแพทย์ 

ใบหน้า

ใบหน้าเป็นบริเวณที่นิยมฉีด โดยเน้นดูแลผิวที่แห้ง ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยตื้น ๆ โดยไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเติมวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้าแบบโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ บริเวณที่สามารถดูแลด้วยโปรแกรมนี้ ได้แก่

  • แก้ม – ดูแลผิวที่แห้ง ขาดความยืดหยุ่น หรือดูไม่อิ่มฟู
  • รอบปากและร่องแก้ม – ดูแลคุณภาพผิวและริ้วรอยตื้นในบริเวณนั้น
  • แนวกรอบหน้า – ดูแลผิวที่เริ่มขาดความกระชับหรือมีความหย่อนคล้อย
  • บริเวณอื่นบนใบหน้า – แพทย์จะพิจารณาตำแหน่งฉีดตามสภาพผิวและแนวทางการใช้ผลิตภัณฑ์

ลำคอ

ลำคอเป็นอีกบริเวณที่สามารถใช้โปรแกรมนี้เพื่อดูแลคุณภาพผิวได้ โดยเฉพาะเมื่อผิวเริ่มแห้ง ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยตื้น ๆ การดูแลบริเวณลำคอจะเน้นคุณภาพผิวมากกว่าการเติมวอลลุ่มหรือปรับรูปทรง โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและวางแผนตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

บริเวณอื่นของร่างกาย

นอกจากใบหน้าและลำคอแล้ว ยังมีการกล่าวถึงการใช้โปรแกรมนี้ในบริเวณอื่น เช่น

  • แขน
  • หน้าท้อง
  • หน้าอกส่วนบน 
  • ขา

ทั้งนี้ บริเวณที่สามารถใช้และแนวทางการฉีดอาจแตกต่างกันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และแนวทางการใช้งานในแต่ละประเทศ

ก่อนรับบริการต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนฉีด ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และสภาพผิวให้แพทย์ทราบ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการฉีดได้อย่างเหมาะสม โดยสิ่งที่ควรเตรียมตัวมีดังนี้

  • แจ้งยาที่ใช้อยู่ หากใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดบางชนิด รวมถึงวิตามิน อาหารเสริม หรือสมุนไพร ควรแจ้งแพทย์ เพราะบางชนิดอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย และ ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเอง
  • แจ้งโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ โดยเฉพาะโรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน หรือประวัติแพ้ยาและสารที่ใช้ในการฉีด เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
  • แจ้งหากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยในช่วงดังกล่าวมีข้อจำกัด แพทย์อาจพิจารณาเลื่อนการฉีดออกไปตามความเหมาะสม
  • ตรวจสภาพผิวก่อนฉีด หากบริเวณที่จะฉีดมีสิวอักเสบ แผล การติดเชื้อ หรือการระคายเคือง ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะอาจต้องดูแลสภาพผิวให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการฉีด
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ และควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
  • มาโดยไม่แต่งหน้าหรือทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อย โดยเฉพาะบริเวณที่จะฉีด เพื่อให้สามารถทำความสะอาดผิวก่อนทำหัตถการได้อย่างเหมาะสม

หลังฉีดโปรแกรม Profhilo ดูแลตัวเองอย่างไร?

หลังฉีด ผู้เข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามความเหมาะสม แต่ในช่วงแรกควรลดกิจกรรมที่อาจกระตุ้นให้บริเวณฉีดเกิดการระคายเคือง บวม หรือแดง โดยสามารถดูแลตามแนวทางต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มเติม
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนมาก ประมาณ 24–48 ชั่วโมง
  • การแต่งหน้าและสกินแคร์ สามารถกลับมาใช้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองควรเว้นในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงแรก และค่อยกลับไปทำกิจกรรมตามปกติเมื่อไม่มีอาการบวมแดงหรือระคายเคือง
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ขัดผิว หรือทรีตเมนต์ที่มีการกดหรือกระตุ้นผิว จนกว่าบริเวณที่ฉีดจะสงบ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย

หมายเหตุ: ระยะเวลาในการงดกิจกรรมต่าง ๆ อาจแตกต่างกันตามบริเวณที่ฉีด เทคนิคที่ใช้ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงควรยึดคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลเป็นหลัก

ทำไมถึงควรเลือกฉีดโปรแกรม Profhilo ที่ Rassapoom Clinic?

การทำหัตถการควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวและการวางแผนโดยแพทย์ เพราะสภาพผิว ปัญหา และเป้าหมายของแต่ละคนแตกต่างกัน การเลือกโปรแกรมจึงควรพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เลือกจากผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนฉีด แพทย์จะพิจารณาสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และบริเวณที่ต้องการฉีด เพื่อวางแนวทางให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ดูแลโดยแพทย์ตามมาตรฐานและแนวทางของคลินิก

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลและแนวทางการรักษาที่เป็นระบบ โดยแพทย์จะประเมินและวางแผนการฉีดตามหลักการของคลินิก เพื่อให้การดูแลในแต่ละสาขาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งตำแหน่งฉีด ปริมาณ และเทคนิคที่ใช้ ควรพิจารณาจากสภาพผิวและลักษณะของแต่ละบุคคล จึงไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน

ประเมินก่อนฉีด เพื่อเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับปัญหาผิว

โปรแกรม Profhilo เหมาะกับการดูแลคุณภาพผิวในลักษณะที่แตกต่างจากโปรแกรมที่เน้นการเติมวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า ดังนั้นก่อนฉีด แพทย์จะประเมินว่าปัญหาหลักและเป้าหมายของผู้รับบริการเหมาะกับโปรแกรมนี้หรือควรพิจารณาแนวทางอื่น

แนวคิดสำคัญคือ เริ่มจากปัญหาผิวก่อนเลือกโปรแกรม เพื่อให้การวางแผนการดูแลสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการแก้ไขมากที่สุด

วางแผนตามสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแล

ในการทำหัตถการบริเวณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือบริเวณอื่นอาจมีลักษณะและปัญหาที่แตกต่างกัน แพทย์จึงควรประเมินเป็นรายบริเวณก่อนวางแผนการฉีด

การประเมินอย่างละเอียดช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงทั้งปัญหาที่ต้องการดูแลและความเหมาะสมของโปรแกรม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Profhilo

โปรแกรม Profhilo คืออะไร?

โปรแกรมนี้คือโปรแกรมฉีดสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เพื่อดูแลคุณภาพผิว โดยเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และผิวที่ดูเรียบเนียนขึ้น

ช่วยดูแลคุณภาพผิวในด้านความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความเรียบเนียนของผิว โดยผลที่ได้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Profhilo เน้นดูแล คุณภาพผิว ส่วนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีจุดประสงค์หลักในการเติมเต็มหรือปรับวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ จึงเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน

ทั้งสองกลุ่มใช้สำหรับดูแลคุณภาพผิว แต่สารที่ใช้คุณสมบัติ และเทคนิคการฉีดแตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์ จึงควรเลือกตามสภาพผิวและเป้าหมายที่ต้องการดูแล

โปรแกรม Profhilo ใช้สาร HA เพื่อดูแลคุณภาพผิว ขณะที่โปรแกรม Sculptra ใช้สาร PLLA ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทั้งสองโปรแกรมจึงมีแนวทางการดูแลที่แตกต่างกัน

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว เช่น ผิวขาดความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นลดลง หรือผิวเริ่มดูไม่เรียบเนียน ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินก่อนฉีด

โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง และห่างกันประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นอาจพิจารณาฉีดซ้ำทุก 6–12 เดือน ตามสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์

สามารถเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ประมาณ 1–2 เดือนหลังฉีด โดยผลลัพธ์และระยะเวลาที่เห็นความเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6–9 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล โดยแพทย์อาจแนะนำการฉีดซ้ำทุก 6–12 เดือน

การฉีดโปรแกรมนี้ ใช้การฉีด 10 จุดทั่วใบหน้า หรือ 5 จุดต่อข้าง อาจรู้สึกเจ็บหรือแสบเล็กน้อยขณะฉีด และแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่ตามความเหมาะสม

ภายใน 1–2 วัน อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง ส่วนตุ่มนูนบริเวณจุดฉีดอาจเห็นได้ชั่วคราวและจะค่อย ๆ ยุบลงตามการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล 

อาจพบอาการบวม แดง เจ็บ ตึง หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราว หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ

ควรหลีกเลี่ยงเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนประมาณ 1–2 สัปดาห์ หลังฉีด หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ผิวบริเวณที่ฉีดได้ฟื้นตัวอย่างเหมาะสม

โปรแกรมนี้ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับรักษาหรือเติมเต็มหลุมสิวโดยตรง แต่อาจช่วยให้ผิวมีคุณภาพและความเรียบเนียนขึ้น ทำให้หลุมสิวตื้นดูดีขึ้นในบางราย ส่วนหลุมสิวที่ลึกควรประเมินแนวทางการดูแลเฉพาะโดยแพทย์

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ