ฉีดยาชาก่อนทำโปรแกรม Morpheus8 มีผลต่อพลังงาน RF หรือไม่?

หลายคนอาจสงสัยว่า การฉีดยาชาก่อนทำโปรแกรม Morpheus8 มีผลต่อการส่งพลังงาน Radiofrequency (RF) หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อ Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ใช้เข็มนำพลังงาน RF ลงสู่ผิวในระดับความลึกที่กำหนด

คำถามนี้มีความเกี่ยวข้องกับหลักการทางไฟฟ้าของเนื้อเยื่อ เนื่องจากนอกจากชนิดของเครื่องและค่าพลังงานที่ใช้แล้ว Electrical Impedance หรือคุณสมบัติการต้านทานกระแสไฟฟ้าของเนื้อเยื่อ ก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจมีส่วนต่อการส่งผ่านพลังงาน RF

แล้วการฉีดยาชาหรือสารละลายเข้าไปในเนื้อเยื่อก่อนทำหัตถการจะส่งผลต่อเรื่องนี้อย่างไร? มาทำความเข้าใจจากหลักการทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกัน

RF ทำงานเกี่ยวข้องกับ Electrical Impedance อย่างไร?

Radiofrequency หรือ RF เป็นพลังงานไฟฟ้าความถี่สูงที่ทำให้เกิดความร้อนภายในเนื้อเยื่อ โดยลักษณะการส่งผ่านพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าพลังงานที่ตั้งบนเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางไฟฟ้าของเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำการรักษา

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Dermatologic Surgery พบว่า Electrical Impedance ของเนื้อเยื่อมีความแตกต่างกันตามตำแหน่งของร่างกายและระหว่างบุคคล และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ เช่น การฉีดยาชาเฉพาะที่ สามารถเปลี่ยนค่า impedance ได้ ซึ่งผู้วิจัยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจมีผลต่อความสม่ำเสมอของการส่งพลังงาน RF ที่เลือกไว้ พูดให้เข้าใจง่ายคือ

คุณสมบัติของเนื้อเยื่อ → มีผลต่อ impedance → impedance มีความสัมพันธ์กับการส่งผ่านพลังงาน RF

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายในเนื้อเยื่อจึงเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาในการทำหัตถการที่ใช้ RF

แล้วการฉีดยาชาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?

การฉีดยาชาแตกต่างจากการทายาชาบนผิวอย่างมีนัยสำคัญ การทายาชาเป็นการใช้ยาอยู่บนผิวชั้นนอก และโดยทั่วไปจะต้องเช็ดออกก่อนเริ่มทำหัตถการ ขณะที่การฉีดยาชาหรือ Tumescent Anesthesia เป็นการนำสารละลายเข้าไปอยู่ภายในเนื้อเยื่อโดยตรง สารละลายดังกล่าวอาจประกอบด้วยยาชา น้ำเกลือ และสารอื่นตามสูตรที่แพทย์เลือกใช้

งานวิจัยด้าน RF พบว่า องค์ประกอบและปริมาณของของเหลวที่ฉีดเข้าไปสามารถส่งผลต่อลักษณะของ RF lesion และพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าได้ในแบบจำลองการทดลอง

หนึ่งในการศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นนี้เปรียบเทียบการฉีด sterile water, 0.9% NaCl, 3% NaCl, 1% lidocaine และสารละลายชนิดอื่นก่อนทำ bipolar RF ในเนื้อเยื่อทดลอง พบว่าการฉีดของเหลวสามารถเปลี่ยนลักษณะของ RF lesion ได้ และชนิดของสารละลายมีผลต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

อีกการศึกษาพบว่า เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของ NaCl ในสารละลายที่ฉีดก่อน RF ค่า impedance ลดลง ขณะที่ power output และขนาดของ RF lesion เพิ่มขึ้นในการทดลองดังกล่าว นอกจากนี้ การเติม lidocaine ลงในสารละลาย NaCl ไม่ได้ลบผลของการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าเหล่านี้ออกไป

อย่างไรก็ตาม งานเหล่านี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ RF ในระบบและแบบจำลองอื่น ไม่ใช่การทดลองทางคลินิกที่เปรียบเทียบ “ฉีดยาชา vs ไม่ฉีดยาชา” ก่อนทำ โปรแกรม Morpheus8 โดยตรง จึงไม่ควรนำผลดังกล่าวไปสรุปว่า โปรแกรม Morpheus8 จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในอัตราที่แน่นอน

แล้ว InMode ผู้ผลิต โปรแกรม Morpheus8 ระบุเรื่องยาชาไว้อย่างไร?

ข้อมูลจาก Quick Reference Guide ของ InMode สำหรับ โปรแกรม Morpheus8 Burst และ โปรแกรม Morpheus8 Burst Deep ระบุว่า สามารถใช้ Local Anesthesia ได้ และในกรณีที่ทำการรักษาด้วยพลังงานสูงหรือในระดับความลึกมาก สามารถใช้ Local Anesthesia ร่วมกับหรือไม่ร่วมกับ Tumescent หรือ IV Sedation ได้

ที่สำคัญคือเอกสารของผู้ผลิตระบุว่า Tumescent ควรใช้เฉพาะในการรักษาที่ลึก และปริมาณของ Tumescent ควรถูกจำกัด รวมถึงควรใช้โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในสภาวะที่เหมาะสมกับการทำหัตถการดังกล่าว

ดังนั้น การฉีดยาชาหรือ Tumescent ก่อนทำ โปรแกรม Morpheus8 ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นข้อห้ามโดยผู้ผลิต แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตก็ไม่ได้ระบุว่าปริมาณของเหลวไม่มีความสำคัญ ตรงกันข้าม InMode ระบุให้จำกัดปริมาณ Tumescent และให้ผู้ทำการรักษาปรับการตั้งค่าตามการตอบสนองของผิวและความเหมาะสมของผู้รับบริการ

มีการใช้ Tumescent ร่วมกับโปรแกรม Morpheus8 ในงานทางคลินิกหรือไม่?

มีรายงานทางวิชาการที่ใช้ Tumescent Anesthesia ร่วมกับ RF Microneedling โดยมีการใช้สารละลายที่ประกอบด้วย lidocaine, bicarbonate และ normal saline ก่อนทำ RF Microneedling และผู้เขียนกล่าวถึงประเด็นว่า local anesthesia infiltration สามารถลด tissue impedance ได้

นอกจากนี้ ยังมีงานที่ใช้ระบบ InMode ซึ่งประกอบด้วย RF และ โปรแกรม Morpheus8 โดยใช้ Tumescent infiltration ก่อนทำการรักษา โดยมีการระบุปริมาณ Tumescent ประมาณ 100–150 mL ใน protocol ดังกล่าว

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การใช้ Tumescent หรือ Local Anesthesia ร่วมกับ RF-based procedures และ โปรแกรม Morpheus8 มีการใช้งานจริงในทางคลินิก

แล้วสรุปว่า “ฉีดยาชาก่อน โปรแกรม Morpheus8 มีความเสี่ยงหรือไม่?”

คำตอบที่แม่นที่สุดในปัจจุบันคือ

มีปัจจัยที่ควรพิจารณา แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าการฉีดยาชาก่อน โปรแกรม Morpheus8 ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นในอัตราเท่าใด

สิ่งที่มีหลักฐานสนับสนุนคือ

  • Tissue impedance มีความสัมพันธ์กับการส่งผ่านพลังงาน RF
  • การฉีดยาชาหรือสารละลายเข้าเนื้อเยื่อสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติทางไฟฟ้าของบริเวณนั้นได้
  • ชนิดและองค์ประกอบของสารละลายที่ฉีดสามารถส่งผลต่อลักษณะของ RF lesion ในแบบจำลองการทดลอง
  • InMode อนุญาตให้ใช้ Local Anesthesia และ Tumescent ในบาง treatment protocols
  • InMode ระบุว่าควรจำกัดปริมาณ Tumescent โดยเฉพาะในการรักษาที่ลึก

ในทางกลับกัน สิ่งที่ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ คือ

  • ปริมาณ Tumescent ที่ทำให้ impedance เปลี่ยนมากน้อยเพียงใดในการทำ โปรแกรม Morpheus8
  • สูตรยาชาแต่ละชนิดส่งผลต่อ RF energy delivery แตกต่างกันอย่างไร
  • ควรรอระยะเวลาเท่าใดหลังฉีดยาชาก่อนทำ โปรแกรม Morpheus8
  • การฉีดยาชาหรือ Tumescent เพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจาก โปรแกรม Morpheus8 มากน้อยเพียงใด

ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า “ยาชาทำให้ RF แรงขึ้น” หรือ “ห้ามฉีดยาชาก่อน โปรแกรม Morpheus8”

สิ่งสำคัญกว่าคือ ชนิดของยาชา ปริมาณของสารละลาย ตำแหน่งและระดับความลึกที่ฉีด รวมถึงการตั้งค่าพลังงานและเทคนิคการทำหัตถการ ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้ทำการรักษา

ก่อนทำ RF Microneedling ควรพูดคุยอะไรกับแพทย์?

หากกำลังวางแผนทำ RF Microneedling ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาชาและยาที่ใช้ก่อนเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะในกรณีที่มีการใช้ยาชาแบบฉีดหรือ Tumescent Anesthesia

สิ่งที่ควรพูดคุยกับแพทย์ ได้แก่

  • วิธีการให้ยาชา — ใช้ยาชาแบบทาหรือแบบฉีด
  • ชนิดและปริมาณของสารละลาย — หากเป็นการฉีด มีการใช้ Tumescent หรือไม่ และใช้ในปริมาณเท่าใด
  • ตำแหน่งและระดับความลึก — บริเวณที่ฉีดยาชาอยู่ในระดับเดียวกับบริเวณที่จะส่งพลังงาน RF หรือไม่
  • การตั้งค่าการรักษา — แพทย์เลือกพลังงานและความลึกของเข็มสำหรับโปรแกรม Morpheus8 อย่างไรให้เหมาะกับบริเวณที่ทำ

เนื่องจากการวางแผนทำ RF Microneedling ไม่ได้พิจารณาจากค่าพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินร่วมกับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่รักษา ความหนาของเนื้อเยื่อ ความลึกของเข็ม ปริมาณและชนิดของสารละลายที่ใช้ รวมถึงการตอบสนองของผิวระหว่างการรักษา

การพูดคุยรายละเอียดเหล่านี้กับแพทย์ก่อนทำ จึงช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาและเลือกพารามิเตอร์ให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณและแต่ละบุคคลได้มากขึ้น

สรุป

การฉีดยาชาก่อนทำ โปรแกรม Morpheus8 ไม่ใช่ข้อห้ามโดยตัวมันเอง และมีการใช้ Local Anesthesia และ Tumescent ร่วมกับ RF Microneedling ในทางคลินิก

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยด้าน RF แสดงให้เห็นว่า ของเหลวที่ถูกฉีดเข้าไปในเนื้อเยื่อสามารถเปลี่ยน Electrical Impedance และส่งผลต่อพฤติกรรมของ RF ได้ ขณะที่ผู้ผลิต โปรแกรม Morpheus8 อย่าง InMode ก็ระบุให้ใช้ Tumescent อย่างเหมาะสมและจำกัดปริมาณ โดยเฉพาะเมื่อทำการรักษาที่ลึก

ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ฉีดยาชาได้หรือไม่ได้” แต่คือ “ใช้สารละลายอะไร ปริมาณเท่าไร ฉีดในระดับใด และแพทย์ปรับวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพเนื้อเยื่ออย่างไร”


เอกสารอ้างอิง

  1. Lack EB, Rachel JD, D’Andrea L, Corres J. Relationship of Energy Settings and Impedance in Different Anatomic Areas Using a Radiofrequency Device. Dermatologic Surgery. 2005;31(12):1668–1670. doi:10.2310/6350.2005.31306.
  2. The effects of fluid injection on lesion size during bipolar radiofrequency treatment. PubMed. PMID: 22531381.
  3. Increasing the NaCl concentration of the preinjected solution enhances monopolar radiofrequency lesion size. PubMed. PMID: 23388614.
  4. Radiofrequency Microneedling. Review article. PubMed. PMID: 37806682.
  5. Physics of fractional microneedle radiofrequency – A review. Open-access review.
  6. Hendricks AJ, Farhang SZ. Dermatologic facial applications of โปรแกรม Morpheus8 fractional radiofrequency microneedling. Journal of Cosmetic Dermatology. 2022;21(Suppl 1):S11–S19. doi:10.1111/jocd.15231.
  7. InMode. โปรแกรม Morpheus8 Burst / โปรแกรม Morpheus8 Burst Deep Quick Reference Guide. June 2024.
  8. Intramuscular Insertion of a Radiofrequency Microneedling Device for Facial Rejuvenation: A New Technique and Case Reports.

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form