






แก้มดูแฟบ ขมับตอบ หรือกรอบหน้าดูเปลี่ยนไป จนเริ่มสงสัยว่า โปรแกรม Ellanse เหมาะฉีดบริเวณใด? โดยทั่วไปสามารถนำมาประเมินเพื่อดูแลบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรและสัดส่วนใบหน้า เช่น แก้มและช่วงกลางหน้า ขมับ หรือแนวกรามและกรอบหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริเวณจะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้เหมือนกัน
การเลือกตำแหน่งจึงควรดูทั้งลักษณะปัญหา โครงสร้างใบหน้า ชั้นเนื้อเยื่อ และข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อให้การวางแผนสอดคล้องกับแต่ละบุคคล
อาจนำมาประเมินเพื่อดูแลบริเวณที่มีการสูญเสียปริมาตรหรือการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนใบหน้า เช่น แก้มและช่วงกลางหน้า ขมับ และแนวกรามหรือกรอบหน้า โดยตำแหน่งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า ชั้นเนื้อเยื่อ และข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ในแต่ละบริเวณ
| บริเวณที่อาจนำมาประเมิน | ปัญหาที่พบได้ |
| แก้มและช่วงกลางหน้า | แก้มตอบ ปริมาตรบริเวณแก้มลดลง หรือใบหน้าดูแบนลง |
| ขมับ | ขมับตอบ หรือปริมาตรบริเวณขมับลดลง |
| แนวกรามหรือกรอบหน้า | สัดส่วนหรือปริมาตรบางตำแหน่งเปลี่ยนไป ทำให้กรอบหน้าดูแตกต่างจากเดิม |
| บริเวณอื่นของใบหน้า | ต้องประเมินเป็นรายบุคคลและตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับบริเวณนั้นหรือไม่ |
อย่างไรก็ตาม การเห็นว่าบริเวณใดตอบหรือมีปริมาตรลดลง ไม่ได้หมายความว่าควรฉีดตรงจุดนั้นโดยตรงเสมอไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรบริเวณหนึ่งอาจสัมพันธ์กับสัดส่วนของบริเวณข้างเคียง แพทย์จึงควรประเมินใบหน้าโดยรวมก่อนเลือกตำแหน่งและชั้นเนื้อเยื่อ
หมายเหตุ: ตำแหน่งและเทคนิคการใช้ควรอ้างอิงข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นที่นำมาใช้จริง ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ ไม่ควรตีความว่าทุกตำแหน่งสามารถฉีดได้กับทุกคน
ไม่ควรใช้โปรแกรม Ellanse ฉีดบริเวณเปลือกตาหรือรอบดวงตาโดยตรง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างละเอียดและผิวค่อนข้างบาง จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์และตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับบริเวณนั้น
หากฉีดในตำแหน่งหรือชั้นเนื้อเยื่อที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เห็นความไม่เรียบของผิวได้ เช่น ก้อน ปุ่มนูน หรือแนวขอบของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
นอกจากนี้ โปรแกรม Ellanse มี PCL (Polycaprolactone) เป็นส่วนประกอบ และไม่มี Hyaluronidase ที่ใช้สลาย PCL ได้โดยตรงเหมือนสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกตำแหน่งและการวางแผนก่อนฉีด
เพราะจุดที่เห็นว่าตอบหรือมีปริมาตรลดลง อาจไม่ใช่ตำแหน่งที่ควรเติมโดยตรงเสมอไป แต่ละบริเวณของใบหน้ามีชั้นผิว เนื้อเยื่อ และโครงสร้างรองรับแตกต่างกัน การเลือกตำแหน่งฉีดจึงควรสัมพันธ์กับกายวิภาคของบริเวณนั้น
ชั้นที่วางผลิตภัณฑ์ก็มีความสำคัญ เพราะอาจส่งผลต่อลักษณะที่มองเห็นหลังฉีด หากตำแหน่งหรือชั้นเนื้อเยื่อไม่เหมาะสมกับบริเวณนั้น อาจทำให้เกิดความไม่เรียบสม่ำเสมอ เช่น ก้อนหรือปุ่มนูนได้
นอกจากนี้ ใบหน้าของแต่ละคนมีสัดส่วนและการเปลี่ยนแปลงตามวัยแตกต่างกัน การแก้ไขเฉพาะจุดที่เห็นปัญหาจึงอาจไม่ตอบโจทย์ภาพรวมของใบหน้าเสมอไป การวางตำแหน่งฉีดจึงควรดูความสัมพันธ์ของบริเวณนั้นกับโครงสร้างโดยรอบร่วมด้วย
หลักสำคัญของโปรแกรมนี้คือ การเลือกตำแหน่งจากลักษณะปัญหาและโครงสร้างใบหน้า ไม่ใช่เลือกจากจุดที่เห็นว่าตอบเพียงอย่างเดียว
ก่อนเลือกตำแหน่งฉีด แพทย์ควรประเมินข้อมูลของแต่ละบุคคลร่วมกัน เพื่อใช้ประกอบการวางแผน ทั้งลักษณะใบหน้า สภาพเนื้อเยื่อ ปริมาตร และประวัติหัตถการเดิม รวมถึงข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้จริง
สิ่งสำคัญที่ควรประเมิน ได้แก่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการเลือกตำแหน่งและวางแผนการดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะของแต่ละบุคคลมากขึ้น
เนื่องจากทั้งสองโปรแกรมมีส่วนประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากตำแหน่งที่จะฉีดเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูปัญหา ชั้นเนื้อเยื่อ และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดร่วมกัน
| ประเด็น | โปรแกรม Ellanse | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ |
| ส่วนประกอบหลัก | PCL ในเจล CMC | Hyaluronic Acid (HA) |
| ลักษณะการทำงาน | CMC ช่วยเติมเต็มในช่วงแรก ขณะที่ PCL มีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน | เติมเต็มด้วย HA โดยคุณสมบัติแตกต่างกันตามชนิดและสูตรของผลิตภัณฑ์ |
| การเลือกบริเวณ | ควรเลือกตำแหน่งและชั้นเนื้อเยื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ | เลือกชนิดและคุณสมบัติของ HA ให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะปัญหา |
| การจัดการเมื่อเกิดปัญหา | ไม่มี Hyaluronidase ที่ใช้สลาย PCL โดยตรง การจัดการขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาและการประเมินของแพทย์ | Hyaluronidase สามารถใช้สลาย HA ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินตามลักษณะของปัญหา |
ก่อนเลือกทำโปรแกรม Ellanse ควรดูมากกว่าชื่อผลิตภัณฑ์หรือราคา โดยเฉพาะการประเมินปัญหา ตำแหน่งที่จะทำ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และการดูแลหลังทำ เพราะโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละคนแตกต่างกัน
ควรเริ่มจากดูว่าปัญหาที่ต้องการแก้เกิดจากอะไร และเกี่ยวข้องกับบริเวณใดของใบหน้า ก่อนเลือกว่าจะใช้โปรแกรม Ellanse หรือวิธีอื่น เช่น ใบหน้าดูตอบอาจไม่ได้เกิดจากการสูญเสียปริมาตรเฉพาะจุดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบริเวณข้างเคียงด้วย การประเมินภาพรวมจึงช่วยให้วางแผนตำแหน่งที่จะทำได้เหมาะสมมากขึ้น
ควรรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีส่วนประกอบอะไร เหมาะกับบริเวณใด และมีข้อจำกัดในการใช้งานอย่างไร โดยเฉพาะบริเวณที่มีโครงสร้างละเอียดหรือผิวบาง
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งจึงเหมาะกับบางตำแหน่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกบริเวณบนใบหน้า
การเลือกตำแหน่งฉีดต้องอาศัยความเข้าใจกายวิภาคของใบหน้า รวมถึงชั้นเนื้อเยื่อและโครงสร้างในแต่ละบริเวณ จึงควรตรวจสอบคุณวุฒิ ประสบการณ์ และการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องของแพทย์
สำหรับ Rassapoom Clinic ทีมแพทย์มีการฝึกอบรมเทคนิค The Signature Code โดยตรงจาก นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (ว.19863) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ความรู้ที่นำมาใช้ประกอบการวางแผนหัตถการ
หลังฉีดควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง สิ่งที่ควรสังเกต และการติดตามหลังทำ เพื่อให้ทราบว่าควรดูแลบริเวณที่ทำอย่างไรต่อ
ที่ Rassapoom Clinic มีการพักสังเกตอาการหลังฉีดประมาณ 15–30 นาทีตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี พร้อมคำแนะนำในการดูแลหลังทำ
แก้มตอบเป็นหนึ่งในบริเวณที่สามารถประเมินการใช้โปรแกรมนี้ได้ โดยแพทย์จะดูปริมาตรของแก้ม ตำแหน่งที่ตอบ และความสัมพันธ์กับโครงสร้างบริเวณรอบ ๆ ก่อนเลือกตำแหน่งและชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสม
สามารถทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับประวัติและสภาพบริเวณนั้น จึงควรแจ้งแพทย์ว่าเคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ หรือทำหัตถการใดมาก่อน รวมถึงช่วงเวลาที่ทำ เพื่อใช้ประกอบการประเมินก่อนวางแผน
ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ใช้ PCL ในเจล CMC ขณะที่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใช้ Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก จึงมีคุณสมบัติและการจัดการเมื่อเกิดปัญหาแตกต่างกัน โดย HA สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้ในบางกรณี ขณะที่ยังไม่มี Hyaluronidase ที่ใช้สลาย PCL ได้โดยตรง
แพทย์จะดูหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น โครงสร้างใบหน้า ปริมาตรบริเวณที่จะดูแล สภาพผิวและเนื้อเยื่อ ประวัติการทำหัตถการเดิม และข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อเลือกตำแหน่งและวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69355 )