โปรแกรม Ultraformer MPT ยกกระชับเก็บกรอบหน้าแบบ 4D เจ็บน้อย ยกนาน

เบื่อไหมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดที่กวนใจ? ยิ่งอายุมากขึ้น ผิวดูเหนื่อยล้าและขาดความสดใส จะให้ผ่าตัดก็กลัวเจ็บและไม่มีเวลาพักฟื้น หากคุณกำลังมองหาทางเลือกเพื่อคืนความเฟิร์มให้ใบหน้าโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ โปรแกรม Ultraformer MPT คือเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานได้อย่างละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกกลไกการทำงาน จุดเด่นเมื่อเทียบกับหัตถการอื่น รวมถึงไขทุกข้อสงสัย เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่ใช่สำหรับดูแลผิวหน้าได้อย่างมั่นใจ

โปรแกรม Ultraformer MPT คืออะไร? ทำความรู้จักเทคโนโลยียกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

โปรแกรม Ultraformer MPT คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบความเข้มข้นสูง (Micro & Macro Focused Ultrasound: MMFU) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย เก็บกรอบหน้า และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของร่างกาย โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

เทคโนโลยีสามารถปรับรูปแบบการส่งพลังงานและระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ผ่านการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ เพื่อวางแนวทางการดูแลผิวให้เหมาะสมกับแต่ละเคส

จุดเด่นของโปรแกรม Ultraformer MPT

จุดเด่นของโปรแกรมคือเทคโนโลยี Micro Pulse Technology (MPT) ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งพลังงาน โดยสามารถเลือกโหมดการทำงานได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบการยิงพลังงานแบบจุดและรูปแบบต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะกับบริเวณและสภาพผิวที่ต้องการดูแล

ยิงพลังงานได้ 2 รูปแบบ เพิ่มความยืดหยุ่นในการดูแลผิว

  • Dot Mode

โหมดการปล่อยพลังงานแบบจุด ช่วยส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเป้าหมายอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการการวางตำแหน่งพลังงานอย่างละเอียด

  • MP Mode (Micro Pulse Mode)

โหมดการปล่อยพลังงานแบบเส้นตรงต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถดูแลพื้นที่ได้ครอบคลุมมากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับรูปแบบการทำงาน

Micro Pulse Technology ซอยพลังงานละเอียดสูงสุด 417 จุดต่อไลน์

เทคโนโลยี MPT สามารถซอยการปล่อยพลังงานได้ละเอียดสูงสุดถึง 417 จุดต่อไลน์ ช่วยให้พลังงานกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในชั้นผิวเป้าหมาย พร้อมเพิ่มความละเอียดในการออกแบบแผนการดูแลผิวให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

Ultra Booster หัวนวดวน ช่วยเพิ่มความแม่นยำในบริเวณที่ต้องการความละเอียด

เทคโนโลยีนี้มาพร้อม Ultra Booster หัวนวดวนทรงกลมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้หัวทิปแนบกับพื้นผิวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีความโค้งเว้าหรือเข้าถึงได้ยาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการส่งพลังงานระหว่างทำหัตถการ

ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะประเมินสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และเลือกความลึกของหัวยิง รวมถึงระดับพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ

เหมาะกับใคร? ช่วยดูแลปัญหาผิวด้านใดบ้าง

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่คมชัด มีเหนียง หรือผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของการเข้ารับบริการควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

ผู้ที่เหมาะกับบริการนี้

อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับความกระชับของผิวและรูปหน้า เช่น

  • ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย ผิวขาดความกระชับตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
  • ผู้ที่มีความกังวลเรื่องเหนียงหรือผิวใต้คาง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวบริเวณแก้มและลำคอให้ดูกระชับขึ้น
  • ผู้ที่ไม่สะดวกพักฟื้น และต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังเข้ารับบริการ

โปรแกรม Ultraformer MPT เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณหรือไม่?

ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการ การเตรียมตัว และการดูแลหลังเข้ารับบริการ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

ทำไมจึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนรับบริการ?

แม้จะใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แต่สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหาและวางแผนการรักษา โดยพิจารณาการเลือกหัวยิง ระดับความลึก และจำนวนช็อตให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ

หากยังไม่แน่ใจว่าโปรแกรมนี้มาะกับคุณหรือไม่ การปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำและวางแผนการดูแลที่สอดคล้องกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Ultraformer MPT ทำจุดไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและความไม่กระชับได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้า ลำคอ และบางส่วนของร่างกาย โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกความลึกของหัวยิงให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

บริเวณใบหน้าและลำคอ

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยของผิวหน้า พร้อมปรับกรอบหน้าให้ดูได้รูป โดยสามารถใช้ดูแลบริเวณต่าง ๆ ได้แก่

  • หน้าผาก ช่วยให้ผิวหน้าผากดูกระชับขึ้น
  • รอบดวงตา ดูแลผิวบริเวณหางตา ใต้ตา และริ้วรอยรอบดวงตา
  • คิ้วและหว่างคิ้ว ช่วยให้ผิวบริเวณคิ้วดูตึงกระชับ
  • แก้มและร่องแก้ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อยหรือร่องแก้มชัด
  • มุมปาก ช่วยดูแลผิวบริเวณมุมปากที่เริ่มหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าและแนวกราม ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดและได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ใต้คางและลำคอ เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องไขมันสะสมใต้คาง พร้อมดูแลผิวบริเวณลำคอที่เริ่มขาดความกระชับ

ลำตัวและบริเวณที่ต้องการความกระชับ

นอกจากการยกกระชับใบหน้า โปรแกรมยังสามารถใช้ดูแลผิวในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยหรือไขมันสะสมบางส่วน ได้แก่

  • ต้นแขนและใต้รักแร้ ดูแลผิวและเนื้อส่วนเกินให้ดูเรียบกระชับขึ้น
  • หน้าอก ช่วยดูแลความกระชับของผิวบริเวณเนินอก
  • หน้าท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าท้องที่เริ่มหย่อนคล้อย
  • รอบเอวและแผ่นหลัง ช่วยดูแลสัดส่วนบริเวณเอวและปีกหลัง
  • ต้นขา เหนือเข่า และน่อง ช่วยให้ผิวในบริเวณดังกล่าวดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น

หมายเหตุ: ก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะประเมินโครงสร้างผิว ระดับความหย่อนคล้อย และปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกหัวยิงและระดับความลึกที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Ultraformer MPT ต่างจากโปรแกรม Ultraformer III, โปรแกรม Ultherapy Prime และโปรแกรม Thermage FLX อย่างไร?

หลายคนที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ มักเปรียบเทียบกับโปรแกรม Ultraformer III, โปรแกรม Ultherapy Prime และ โปรแกรม Thermage FLX เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในการดูแลผิวและช่วยยกกระชับใบหน้า แม้ทุกโปรแกรมจะมีเป้าหมายในการดูแลความหย่อนคล้อยคล้ายกัน แต่หลักการทำงาน ชนิดของพลังงาน และจุดเด่นของแต่ละเทคโนโลยีแตกต่างกัน ดังนี้

โปรแกรม Ultraformer MPT vs โปรแกรม Ultraformer III

เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจากโปรแกรม Ultraformer III โดยยังคงใช้หลักการส่งพลังงานด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (MMFU) เหมือนกัน แต่มีการพัฒนาเทคโนโลยี Micro Pulse Technology (MPT) เพื่อให้การส่งพลังงานมีความละเอียดและต่อเนื่องมากขึ้น

โปรแกรม Ultraformer MPTโปรแกรม Ultraformer III
รุ่นใหม่ รุ่นก่อน
Micro Pulse Technology (MPT) Single Shot
ยิงพลังงานได้ต่อเนื่องยิงพลังงานทีละช็อต
รู้สึกถึงความอุ่นใต้ชั้นผิว ไม่เจ็บมากอาจจะมีความรู้สึกเจ็บหรือหน่วง ๆ ใต้ผิว
การส่งพลังงานละเอียดและสม่ำเสมอส่งพลังงานเป็นจุดเดี่ยว (Dot Mode)
ใช้เวลาทำรวดเร็ว (เร็วกว่าเดิม 2.5 เท่า)ใช้เวลาทำนานกว่า

หากเปรียบเทียบกัน โปรแกรมนี้มีการออกแบบให้การส่งพลังงานต่อเนื่องและละเอียดมากขึ้นตามแนวคิดของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้แต่ละรุ่นควรพิจารณาจากปัญหาผิวและการประเมินโดยแพทย์ 

โปรแกรม Ultraformer MPT vs โปรแกรม Ultherapy Prime

ทั้ง 2 โปรแกรม ต่างใช้คลื่นอัลตราซาวด์เพื่อดูแลความหย่อนคล้อย แต่มีหลักการทำงานและจุดเด่นแตกต่างกัน โดย โปรแกรม Ultherapy Prime มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-Time Imaging เพื่อช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างผิวระหว่างทำหัตถการ

หัวข้อโปรแกรม Ultraformer MPTโปรแกรม Ultherapy Prime
หลักการทำงาน MMFU MFU พร้อม Real-Time Imaging 
จุดเด่นเทคโนโลยี MPT รองรับการยิงหลายโหมด แสดงภาพชั้นผิวระหว่างทำ 
ความรู้สึกระหว่างทำ รู้สึกถึงความอุ่นใต้ชั้นผิว ไม่เจ็บมาก อาจจะรู้สึกหน่วง ๆ ลึกใต้ผิว
การวางแผนการรักษา แพทย์เลือกหัวยิงให้เหมาะกับปัญหา แพทย์ใช้ภาพชั้นผิวร่วมในการประเมิน 

ทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่มีเทคโนโลยีใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกโปรแกรมจึงควรอาศัยการประเมินปัญหาผิว ความต้องการ และดุลยพินิจของแพทย์

โปรแกรม Ultraformer MPT vs โปรแกรม Thermage FLX

แม้จะเป็นโปรแกรมที่ใช้ดูแลผิวหย่อนคล้อยเช่นกัน แต่ทั้งสองใช้พลังงานคนละชนิด จึงมีหลักการทำงานและเป้าหมายในการดูแลผิวแตกต่างกัน

หัวข้อโปรแกรม Ultraformer MPT โปรแกรม Thermage FLX
ชนิดพลังงานFocused Ultrasound Monopolar RF 
จุดเด่น ลงลึกหลายระดับ ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน จนถึงชั้นโครงสร้างกล้ามเนื้อ (SMAS)ลงลึกครอบคลุม ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว 
ลักษณะการปล่อยพลังงานยิงกระจายความร้อนเป็นจุด หรือเส้นตรงขนาดเล็กปล่อยความร้อนเป็นก้อนขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
เป้าหมายในการดูแล ปรับกรอบหน้าชัด แก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย เน้นลดไขมันสะสม เพิ่มความแน่นฟู  แก้ปัญหาหน้าย้วย ผิวหลวม

ทั้งสองโปรแกรมมีข้อดีแตกต่างกัน และอาจเหมาะกับปัญหาผิวคนละรูปแบบ ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาวางแผนการดูแลร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำโปรแกรม Ultraformer MPT

ผู้ที่สนใจทำโปรแกรมนี้มักมีคำถามว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร และหลังทำควรดูแลผิวแบบไหนเพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดี โดยทั่วไปสามารถดูแลตัวเองได้ ดังนี้

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำโปรแกรม Ultraformer MPT

ก่อนทำการรับบริการ

  • เข้ารับการประเมินสภาพผิวและปัญหากับแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้า
  • งดการทำหัตถการที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองบริเวณที่จะทำ ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ดูแลผิวให้สะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้เหมาะสม

หลังทำการรับบริการ

  • สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เว้นแต่แพทย์จะแนะนำเป็นกรณีพิเศษ
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงแรก
  • บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยลดความแห้งของผิว
  • หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือทำหัตถการที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัย ควรติดต่อคลินิกเพื่อขอคำแนะนำจากแพทย์

ทำไมจึงเลือกโปรแกรม Ultraformer MPT ที่ Rassapoom Clinic?

การทำโปรแกรม Ultraformer MPT ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ การเลือกเทคนิคการรักษา และการวางแผนให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ที่ Rassapoom Clinic เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินก่อนทำจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์

ประเมินก่อนทำโดยแพทย์

ก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะประเมินปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมนี้หมาะกับปัญหาที่ต้องการดูแลหรือไม่ รวมถึงแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

แพทย์จะออกแบบแผนการรักษาโดยพิจารณาจากสภาพผิวของแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหัวยิง ระดับพลังงาน และจำนวนช็อต เพื่อให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล

ดูแลโดยทีมแพทย์ตามมาตรฐานเดียวกัน

ผู้รับบริการได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่อง ตามโปรแกรม และปฏิบัติตามแนวทางการรักษาของคลินิก เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

ใช้เครื่องโปรแกรมที่ได้มาตรฐาน

Rassapoom Clinic เลือกใช้เครื่องมือที่ผ่านมาตรฐานการรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งพลังงานมีความเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องมือทางการแพทย์

ดูแลต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังทำ

นอกจากขั้นตอนการทำหัตถการแล้ว ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนทำ การดูแลผิวหลังทำ และติดตามผลตามความเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการดูแลผิวได้อย่างต่อเนื่อง

ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัย

ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพผิวและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลและข้อปฏิบัติก่อน–หลังทำอย่างครบถ้วน

หมายเหตุ: ผลลัพธ์จากโปรแกรม Ultraformer MPT อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการตอบสนองของร่างกาย รวมถึงดุลยพินิจของแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ultraformer MPT

ในการรับบริการเห็นผลเมื่อไร?

หลังทำ หลายคนอาจสังเกตได้ว่าผิวดูกระชับขึ้นเล็กน้อยจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อ ขณะที่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือน ตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการเห็นผลอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 6–8 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ สภาพผิว การตอบสนองของร่างกาย การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลผิวหลังทำ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับแต่ละราย

การดูแลผิวหลังทำอย่างเหมาะสม เช่น การทาครีมกันแดด พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อาจช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม

โปรแกรมนี้ ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยี Micro Pulse Technology (MPT) ที่ช่วยให้การส่งพลังงานมีความละเอียดและต่อเนื่อง หลายคนจึงรู้สึกสบายระหว่างทำมากขึ้นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีรุ่นก่อน

ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อยในบางตำแหน่ง ทั้งนี้ ความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและระดับพลังงานที่แพทย์เลือกใช้

ผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมประจำวันได้ทันที แต่อาจมีอาการแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงผิวในบางราย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งนี้ ระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หากไม่มีอาการระคายเคืองผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว หลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมผลัดเซลล์ผิวในช่วง 1–2 วันแรก และดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม

หลังทำ บางรายอาจมีอาการแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงผิว ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อหรือปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลทันที

จำนวนครั้งในการทำขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการดูแลให้เหมาะสม

บางรายอาจทำเพียงครั้งเดียวแล้วติดตามผล ขณะที่บางรายอาจมีการวางแผนทำเป็นระยะ หรือใช้ร่วมกับหัตถการอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์

จำนวนช็อตไม่มีตัวเลขที่เหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • บริเวณที่ต้องการดูแล เช่น ใบหน้า เหนียง หรือลำคอ
  • ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
  • ความหนาของชั้นผิว
  • เป้าหมายในการทำหัตถการ

แพทย์จะประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแลของแต่ละบุคคล

ระยะเวลาในการปล่อยพลังงาน (ยิงช็อต) จะอยู่ที่ประมาณ 45 – 90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษาและจำนวนช็อต (Shot) ที่แพทย์ประเมิน:

  • รอบดวงตา (Eye Tip): ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที
  • ทั่วใบหน้าและลำคอ (Total Tip 4.0): ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • ผิวกาย (Body Tip): ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที

(ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวยังไม่รวมขั้นตอนการทำความสะอาดผิวและการแปะยาชาก่อนทำ ซึ่งจะใช้เวลาเตรียมผิวอีกประมาณ 30-45 นาที)

สามารถวางแผนทำโปรแกรมนี้ ร่วมกับหัตถการอื่น เช่น โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ได้ในบางกรณี แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินลำดับการทำ ระยะเวลาที่เหมาะสม และวางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

ไม่มีช่วงอายุที่กำหนดตายตัว แต่พิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อยของผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายในการดูแลผิวเป็นหลัก

ราคาของโปรแกรมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น บริเวณที่ทำ จำนวนช็อต และแผนการดูแลที่แพทย์ประเมิน

เนื่องจากสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน จึงควรเข้ารับการประเมินก่อน เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม พร้อมสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายจากคลินิก

Dr. Patcharee Phongsarikorn Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอเมเม่
พญ.พัชรี พงษ์สาริกรรณ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69355 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ