






หลายคนเข้าใจว่า ผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง ผิวไม่อิ่มฟู หรือผิวหมองคล้ำ สามารถเลือกโปรแกรม Skin Quality สูตรใดก็ได้และให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริง ปัญหาผิวแต่ละประเภทมีสาเหตุและความต้องการในการดูแลที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกแนวทางการดูแลและสารสำคัญให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ลักษณะของโปรแกรมนี้จึงไม่ได้หมายถึงผลิตภัณฑ์หรือสูตรใดสูตรหนึ่ง แต่เป็นแนวทางการดูแลคุณภาพผิวที่แพทย์เลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีโปรแกรมในกลุ่มนี้หลายสูตรที่ใช้สารสำคัญและกลไกการทำงานแตกต่างกัน บทความนี้ Rassapoom Clinic จะอธิบายว่า โปรแกรมนี้ คืออะไร พร้อมแนะนำทั้ง 8 สูตร และหลักการที่แพทย์ใช้เลือกโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
แม้คำว่า โปรแกรม Skin Quality จะถูกใช้ทั้งในชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อโปรแกรม จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นหัตถการหรือผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียว แต่ในทางการแพทย์ด้านผิวพรรณ โปรแกรม Skin Quality หมายถึง แนวทางการดูแลคุณภาพผิว ที่มุ่งประเมินคุณภาพผิวโดยรวม ก่อนเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
การประเมินดังกล่าวครอบคลุมหลายองค์ประกอบของคุณภาพผิว เช่น ความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น ความละเอียดของรูขุมขน ความสม่ำเสมอของสีผิว รวมถึงริ้วรอยระยะแรก เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลได้ตรงกับสภาพผิวมากขึ้น
แพทย์จะพิจารณาปัญหาผิว ความต้องการ และคุณสมบัติของสารสำคัญในแต่ละโปรแกรม เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม โดยอาจใช้โปรแกรมเพียงชนิดเดียวหรือผสมผสานหลายแนวทางร่วมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โดยโปรแกรมนี้อาจช่วยดูแลคุณภาพผิวได้หลายด้าน เช่น
ด้วยเหตุนี้ การเลือกเข้ารับบริการจึงไม่ใช่การดูเพียงชื่อของผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียว แต่เป็นกลุ่มโปรแกรมที่ใช้สารสำคัญและกลไกการทำงานแตกต่างกัน โดยแพทย์จะเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายในการดูแลของแต่ละบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพผิวมากที่สุด
การเลือกรับบริการนั้นไม่ได้เริ่มจากการเลือกชื่อผลิตภัณฑ์ แต่เริ่มจากการประเมินว่า คุณภาพผิวมีปัญหาในด้านใด เนื่องจากแต่ละปัญหาเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความชุ่มชื้น การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน ความเสียหายจากแสงแดด หรือการอักเสบของผิวในอดีต
แพทย์จะประเมินลักษณะผิวร่วมกับความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกโปรแกรมและสารสำคัญที่เหมาะสม โดยปัญหาผิวที่พบได้บ่อย มีดังนี้
ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น (Dehydrated Skin) มักทำให้ผิวรู้สึกแห้งตึง แต่งหน้าไม่ติด เครื่องสำอางเป็นคราบ และทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูชัดขึ้น แม้ว่าบางคนจะมีผิวมัน แต่ก็สามารถเกิดภาวะผิวขาดน้ำได้เช่นกัน
ในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมที่เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และช่วยเสริมให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำงานได้สมดุลมากขึ้น
รูขุมขนที่ดูกว้างอาจไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิว การผลิตน้ำมันส่วนเกิน และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างคอลลาเจนเมื่ออายุมากขึ้น
แพทย์อาจเลือกโปรแกรมที่เน้นการดูแลคุณภาพผิวและความยืดหยุ่นของผิว เพื่อช่วยให้พื้นผิวดูเรียบเนียนขึ้น และทำให้รูขุมขนดูละเอียดลง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
แสงแดด มลภาวะ อายุที่เพิ่มขึ้น และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผิวดูหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และสูญเสียความกระจ่างใสตามธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาลักษณะนี้ แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมที่ช่วยดูแลคุณภาพผิวโดยรวม เพื่อให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น และผิวดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยอาจวางแผนร่วมกับการดูแลผิวด้านอื่นตามความเหมาะสม
หลังการอักเสบจากสิว ผิวอาจเกิดรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิว ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวในระดับที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันได้ทุกกรณี
แพทย์จะประเมินชนิดของรอยสิวและความรุนแรงของหลุมสิวก่อนเลือกโปรแกรม โดยในบางรายอาจพิจารณาโปรแกรม Skin Quality ร่วมกับหัตถการอื่น เพื่อให้เหมาะกับลักษณะของปัญหาผิวแต่ละบุคคล
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การสร้างคอลลาเจนและองค์ประกอบสำคัญของผิวจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ และความอิ่มฟูลดลง
สำหรับผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมที่เน้นการดูแลคุณภาพผิวในระยะเริ่มต้น เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มฟู และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจะเลือกแนวทางการดูแลตามสภาพผิวและช่วงวัยของแต่ละบุคคล
แม้ทุกสูตรจะอยู่ในกลุ่ม โปรแกรม Skin Quality ที่มีเป้าหมายเพื่อดูแลคุณภาพผิวเหมือนกัน แต่รายละเอียดของแต่ละสูตรแตกต่างกันตาม สารสำคัญและกลไกการทำงาน เช่น Polynucleotide (PN), PDRN, Hyaluronic Acid (HA), Peptide, Vitamin และสารต้านอนุมูลอิสระ
บางสูตรเหมาะกับการเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลผิวที่ขาดน้ำ บางสูตรเน้นดูแลความยืดหยุ่นและริ้วรอยระยะแรก ขณะที่บางสูตรออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือผิวที่ต้องการการฟื้นฟูคุณภาพโดยรวม
ดังนั้น ความแตกต่างของโปรแกรม แต่ละสูตรจึงไม่ได้อยู่ที่ชื่อโปรแกรมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกสารสำคัญให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของการดูแล
ในสูตร Rejuran เป็นสูตรที่เน้นการดูแลคุณภาพผิวด้วย Polynucleotide (PN) ซึ่งเป็นสารสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน (Wild Salmon) โดยมีโครงสร้างที่สามารถเข้ากันได้ดีกับผิวมนุษย์
PN มีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ผ่านการดูแลสภาพแวดล้อมของเซลล์ผิวและ Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวและคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น มีความยืดหยุ่น และดูเรียบเนียนมากขึ้น
ในสูตร Chanel เป็นสูตร Skin Booster ที่เน้นการดูแลผิวในด้านความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน และความกระจ่างใส โดยผสมผสานระหว่าง Hyaluronic Acid (HA), Multivitamin และสารต้านอนุมูลอิสระ
สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่ดูเหนื่อยล้า ผิวขาดความสดใส หรือผิวที่ต้องการการบำรุงเพิ่มเติมจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดดและมลภาวะ
ในสูตร Skin Glow เป็นสูตรที่รวมสารอาหารผิวหลายชนิด เช่น Peptide, Hyaluronic Acid, Vitamins, Amino Acid และ Antioxidants เพื่อช่วยดูแลคุณภาพผิวโดยรวม
สูตรนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้า ผิวขาดความสดใส หรือมีปัญหาผิวจากการพักผ่อนน้อยและปัจจัยแวดล้อม
ในสูตร D-Pigment เน้นการดูแลผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมี Glutathione เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญ ร่วมกับสารบำรุง เช่น Vitamin C และ Vitamin E
สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่ได้รับผลกระทบจากแสงแดด มลภาวะ หรือปัจจัยที่ส่งผลให้ผิวดูหมองคล้ำ
ในสูตร Miracle Skin เป็นสูตรที่เน้นการดูแลผิวด้วยสารสำคัญหลายชนิด โดยมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ PDRN, Glutathione, Vitamin C และ Niacinamide
PDRN หรือ Polydeoxyribonucleotide เป็นสารในกลุ่ม DNA Fragment ที่นำมาใช้ในแนวทางการดูแลผิว เพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ
สูตร Belotero Revive เป็นสูตรที่ประกอบด้วย Hyaluronic Acid (HA) และ Glycerol ซึ่งเป็น 2 ส่วนประกอบหลักที่ช่วยดูแลคุณภาพผิว โดยเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน และความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว
ด้วยแนวคิด 2 in 1 Power ที่ผสานการทำงานของ HA และ Glycerol จึงมุ่งเน้นการดูแลผิวที่มีสัญญาณเริ่มต้นจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดดและมลภาวะ โดยช่วยดูแลคุณภาพผิวใน 4 ด้าน ได้แก่
ในสูตร Myotox เป็นสูตรที่มีส่วนประกอบของ Acetyl Hexapeptide-8 (Argireline) ซึ่งเป็น Peptide ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลริ้วรอยเล็กจากการแสดงสีหน้า โดยมีแนวคิดในการช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณที่ใช้แสดงอารมณ์ เช่น หน้าผาก รอบดวงตา และริมฝีปาก
Myotox เป็นสารที่มีลักษณะคล้ายกับ Botulinum Toxin A ในแง่ของแนวทางการดูแลริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ แต่ Acetyl Hexapeptide-8 (Argireline) เป็นสารเปปไทด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางประเภท และทำงานในระดับผิวเพื่อช่วยดูแลริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า
ในสูตร Rejuran Advance เป็นสูตรที่ผสานส่วนประกอบของ Rejuran และ Chanel Skin Booster เพื่อดูแลคุณภาพผิวในหลายด้าน ทั้งความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน และความกระจ่างใส
Rejuran มีส่วนประกอบหลักคือ Polynucleotide (PN) ซึ่งสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน โดยมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์ จึงถูกนำมาใช้ในแนวทางการดูแลคุณภาพผิว โดยช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ผิวและ Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวและคอลลาเจน
ส่วน Chanel Skin Booster เป็นสูตรที่ประกอบด้วย Hyaluronic Acid (HA), Functional Peptide และสารบำรุงผิวหลายชนิด เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลความเรียบเนียน และเสริมเกราะป้องกันผิว
ในโปรแกรมจะแต่ละสูตรมีจุดเด่นและสารสำคัญที่แตกต่างกัน การเลือกสูตรที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจาก สภาพผิว ปัญหาผิวที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของการฟื้นฟูคุณภาพผิว เช่น ผิวขาดน้ำ ผิวไม่เรียบเนียน ผิวหมองคล้ำ หรือริ้วรอยเล็กจากการแสดงสีหน้า
ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างของโปรแกรมทั้ง 8 สูตร เพื่อช่วยให้เห็นแนวทางเลือกสูตรที่เหมาะกับลักษณะผิวแต่ละแบบได้ง่ายขึ้น
| โปรแกรม Skin Quality | จุดเด่นของสูตร | สารสำคัญ | เหมาะกับปัญหาผิว |
| สูตร Rejuran | ฟื้นฟูคุณภาพผิวจาก PN | Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน | ผิวแห้ง ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนดูกว้าง หลุมสิวระดับตื้น |
| สูตร Chanel | เติมความชุ่มชื้น พร้อมดูแลผิวให้ดูฉ่ำวาว | Hyaluronic Acid (HA) + Functional Peptide + Pink Yeast | ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ ผิวขาดความสดใส |
| สูตร Skin Glow | สูตรอาหารผิว ดูแลคุณภาพผิวโดยรวม | Peptide + HA + Vitamin + Amino Acid + Antioxidant | ผิวโทรม ผิวขาดการบำรุง ผิวไม่สดใส |
| สูตร D-Pigment | ดูแลผิวหมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ | Glutathione + Vitamin C + Vitamin E | จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวได้รับผลกระทบจากแสงแดด |
| สูตร Miracle Skin | ฟื้นฟูผิวด้วยสารบำรุงหลายชนิด | PDRN + Glutathione + Vitamin C + Niacinamide | ผิวอ่อนล้า ผิวแห้ง ผิวดูไม่แข็งแรง |
| สูตร Belotero Revive | เติมความชุ่มชื้นและดูแล Skin Quality 4 มิติ | Hyaluronic Acid + Glycerol | ผิวขาดน้ำ ผิวหยาบกร้าน ริ้วรอยเล็ก |
| สูตร Myotox | ดูแลริ้วรอยเล็กจากการแสดงสีหน้า | Acetyl Hexapeptide-8 (Argireline) | ริ้วรอยหน้าผาก รอบตา ริมฝีปาก |
| สูตร Rejuran Advance | ผสานการฟื้นฟูและเพิ่มความชุ่มชื้นในสูตรเดียว | PN + HA + Functional Peptide | ผิวแห้ง ผิวไม่เรียบเนียน ริ้วรอยเล็ก รูขุมขนดูกว้าง |
หลังจากเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละสูตรแล้ว สามารถเลือกแนวทางดูแลตามปัญหาผิวที่พบได้ดังนี้
สูตรที่เหมาะ:
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวดูไม่สดใส หรือรู้สึกว่าแต่งหน้าไม่ติด โดยกลุ่มสูตรนี้เน้นการเติมความชุ่มชื้นและดูแลสมดุลน้ำในผิว ผ่านสารสำคัญอย่าง Hyaluronic Acid (HA) รวมถึงสารบำรุงที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพผิวโดยรวม
สูตรที่เหมาะ:
เหมาะกับผิวที่ต้องการดูแลเรื่อง Texture ผิว ความเรียบเนียน และคุณภาพผิวโดยรวม โดยสูตรกลุ่มนี้มี Polynucleotide (PN) เป็นสารสำคัญที่ใช้ในแนวทางการดูแลฟื้นฟูผิว เพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมของผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความสมดุลมากขึ้น
สูตรที่เหมาะ:
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวดูหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือผิวดูอ่อนล้าจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด มลภาวะ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเน้นสารสำคัญกลุ่มวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และสารบำรุงผิวที่ช่วยดูแลความสดใสของผิว
สูตรที่เหมาะ:
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็กบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น หน้าผาก รอบดวงตา หรือริมฝีปาก โดยใช้ Acetyl Hexapeptide-8 (Argireline) ซึ่งเป็นสารกลุ่ม Peptide ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการดูแลริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
ปัจจุบันการดูแลคุณภาพผิวมีหลายแนวทาง ทั้งกลุ่มโปรแกรม Skin Quality โปรแกรม Skin Booster, โปรแกรม Biostimulator และสารฟื้นฟูผิวเฉพาะทาง ซึ่งแต่ละประเภทมีแนวคิดและสารสำคัญแตกต่างกัน
แม้บางโปรแกรมจะมีเป้าหมายคล้ายกัน เช่น ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน หรือดูสุขภาพดีขึ้น แต่ความแตกต่างอยู่ที่ กลไกการทำงานและปัญหาผิวที่ต้องการดูแล
| คุณสมบัติ | โปรแกรม Skin Quality (เช่น โปรแกรม Rejuran, โปรแกรม Juvederm Volite) | โปรแกรมกลุ่มเติมเต็ม / ปรับรูปหน้า (เช่น โปรแกรม Filler) | โปรแกรมกลุ่มหน้าใส / ผลัดเซลล์ผิว (เช่นโปรแกรม Mesotherapy, โปรแกรม Aura Blink) |
| กลไกการทำงาน | ฟื้นฟูเซลล์ผิวลึกถึงระดับ DNA กระตุ้นคอลลาเจน | เติมเต็มปริมาตรชั้นกระดูกหรือไขมันที่ยุบตัว | ฉีดวิตามินเข้าผิวชั้นตื้นเพื่อยับยั้งเม็ดสี |
| ผลลัพธ์หลัก | ผิวฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ ผิวแน่นแข็งแรง | หน้าแก้มยกกระชับ เติมร่องลึกให้เต็ม | ผิวดูขาวกระจ่างใส ลดรอยดำรอยแดง |
| จุดประสงค์ | ปรับคุณภาพเนื้อผิว (Skin Texture & Health) | ปรับโครงสร้างใบหน้า (Volume & Contour) | ปรับสีผิวและความกระจ่างใส (Skin Tone) |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | อยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้) | อยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี | อยู่ได้สั้น ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ อาจจะต้องมีการทำบ่อยขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ระยะยาว |
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการและการดูแลผิวหลังรับบริการ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี และช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวม รอยช้ำ หรือการระคายเคืองจากการฉีด ทั้งนี้คำแนะนำอาจแตกต่างกันตามสูตรที่เลือกใช้ ตำแหน่งที่ทำ และการประเมินของแพทย์
ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยา หรือการแพ้ผลิตภัณฑ์ฉีด เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ มีข้อแนะนำในการเตรียมตัว ดังนี้
หมายเหตุ: ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนทุกครั้ง
หลังทำโปรแกรม Skin Quality อาจมีอาการบวมแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ทั้งนี้ระยะเวลาการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับสภาพผิว เทคนิคการฉีด และชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้
เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี ควรดูแลตัวเอง ดังนี้
อาการที่พบได้หลังทำ ได้แก่ รอยแดง รอยเข็ม บวมเล็กน้อย หรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการต่อไปนี้ ควรติดต่อคลินิกหรือกลับมาพบแพทย์โดยเร็ว
การดูแลคุณภาพผิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกสูตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการประเมินสภาพผิว การเลือกสารสำคัญให้เหมาะกับปัญหา และการวางแผนการดูแลโดยแพทย์ เพื่อให้แนวทางการรักษาสอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการดูแล ตั้งแต่การประเมินปัญหาผิว การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม ไปจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา โดยอ้างอิงหลักการทางการแพทย์และลักษณะผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมในแต่ละเคส
แพทย์จะประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นระดับความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น สีผิว รูขุมขน รวมถึงประวัติการดูแลผิวที่ผ่านมา เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
Rassapoom Clinic คัดเลือกโปรแกรมที่ประกอบด้วยสารสำคัญหลากหลายกลุ่ม เช่น PN, Hyaluronic Acid (HA), PDRN, Peptide และวิตามิน เพื่อรองรับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผิวขาดน้ำ ผิวไม่เรียบเนียน ผิวหมองคล้ำ หรือริ้วรอยขนาดเล็ก
เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน แพทย์จึงวางแผนการดูแลโดยอ้างอิงจากปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล รวมถึงสามารถพิจารณาแนวทางการดูแลร่วมกับหัตถการอื่นได้ตามความเหมาะสม
แนวทางการประเมิน การเลือกโปรแกรม และการดูแลผู้เข้ารับบริการของ Rassapoom Clinic ยึดมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา ภายใต้การกำกับดูแลของทีมแพทย์ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานการให้บริการที่สอดคล้องกันในทุกสาขา
หลังการรักษา แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิวที่เหมาะสม พร้อมติดตามการตอบสนองของผิวในแต่ละช่วงเวลา เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนการดูแลในครั้งถัดไปให้สอดคล้องกับสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลง
โปรแกรมนี้แนวทางการดูแลคุณภาพผิวที่แพทย์เลือกใช้สารสำคัญให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เช่น Hyaluronic Acid (HA), Polynucleotide (PN), PDRN, Peptide หรือวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อดูแลปัญหาผิวในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน ความกระจ่างใส หรือริ้วรอยขนาดเล็ก
ในทางการแพทย์และความงาม “โปรแกรม Skin Quality” คือ ผลลัพธ์หรือเป้าหมายของการมีคุณภาพผิวที่ดี ในขณะที่ “โปรแกรม Skin Booster” คือ หมวดหมู่ของหัตถการประเภทฉีดสารบำรุง เพื่อเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
โดยสามารถจำแนกความแตกต่างและจุดเชื่อมโยงของทั้งสองโปรแกรม ได้ดังนี้:
ระหว่างการรักษาอาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายผิวเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ เทคนิคการรักษา และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาหรือวิธีลดความรู้สึกเจ็บตามความเหมาะสม
โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการทำ หรือเมื่อรอยเข็มปิดสนิท ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูผิวบริเวณที่ทำในช่วงแรก
จำนวนครั้งและระยะห่างในการรักษาขึ้นอยู่กับสูตรของโปรแกรม Skin Quality ควบคู่กับสภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาให้เหมาะสม ในบางกรณีอาจแนะนำให้ดูแลต่อเนื่องเป็นระยะ เพื่อคงคุณภาพผิวตามแผนการรักษา
ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามชนิดของโปรแกรม สารสำคัญที่ใช้ สภาพผิว และการดูแลผิวหลังการรักษา รวมถึงปัจจัยด้านการใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อน การรับประทานอาหาร และการป้องกันแสงแดด
มีบางสูตร เช่น โปรแกรมในกลุ่มที่มี Polynucleotide (PN) อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียนหรือหลุมสิวระดับตื้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นหลุมสิวระดับปานกลางถึงรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาวางแผนการรักษาร่วมกับเทคโนโลยีหรือหัตถการอื่น เพื่อให้เหมาะกับลักษณะของหลุมสิวแต่ละประเภท

หมอเคน
นพ.ศิวะดล เลิศพรภวิชญ์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63460 )




