โปรแกรม Karisma Rh Collagen คืออะไร? ฟื้นฟูผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย เติมความอิ่มฟู และดูแลคุณภาพผิว

ผิวเริ่มไม่กระชับ แก้มดูแฟบลง หรือใบหน้าดูโทรมทั้งที่ริ้วรอยยังไม่ชัด? โปรแกรม Karisma Rh Collagen เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่เริ่มสูญเสียความแน่นฟูและความยืดหยุ่น โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวควบคู่กับการดูแลความอิ่มฟูของใบหน้า ผลลัพธ์จึงไม่ได้เน้นเพียงการเติมเต็ม แต่ให้ความสำคัญกับสภาพผิวและลักษณะใบหน้าโดยรวม 

มารู้จักโปรแกรม Karisma Rh Collagen คืออะไร?

โปรแกรม Karisma Rh Collagen เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Bio-Restorative Soft Filler ที่มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ Recombinant Human Collagen (Rh Collagen) ร่วมกับ Hyaluronic Acid (HA) โดยออกแบบมาเพื่อดูแลโครงสร้างและคุณภาพของผิว เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หรือดูไม่อิ่มฟูเหมือนเดิม

จุดที่แตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่เน้นการเติมปริมาตร คือโปรแกรมนี้ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพของเนื้อเยื่อและสภาพผิวควบคู่กัน การพิจารณาใช้จึงควรดูทั้งสภาพผิว การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ และลักษณะใบหน้าโดยรวม เพื่อกำหนดตำแหน่งและแนวทางการดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

Rh Collagen คืออะไร?

Rh Collagen (Recombinant Human Collagen) คือคอลลาเจนที่ผลิตด้วยกระบวนการ Recombinant DNA Technology เพื่อให้ได้โปรตีนคอลลาเจนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนของมนุษย์ โดยในโปรแกรมจะมี Rh Collagen เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ร่วมกับ HA เพื่อสนับสนุนการดูแลสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อบริเวณที่ได้รับการดูแล

แนวคิดการใช้ Rh Collagen จึงแตกต่างจากการเติมสารเพื่อเพิ่มปริมาตรเพียงอย่างเดียว โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและโครงสร้างของผิวควบคู่กัน ทั้งนี้ การตอบสนองหลังการดูแลและการเปลี่ยนแปลงของผิวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Karisma Rh Collagen กับบทบาทในกลุ่ม Bio-Restorative Soft Filler 

โปรแกรมนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Bio-Restorative Soft Filler ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยู่ระหว่างการดูแลคุณภาพของเนื้อเยื่อและการเติมเต็ม โดยมี HA เป็นส่วนประกอบร่วมกับ Rh Collagen จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มปริมาตรให้บริเวณที่ดูตอบหรือมีร่องลึก แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิวและเนื้อเยื่อควบคู่กัน

ด้วยเหตุนี้ จึงมีบทบาทในการดูแลแตกต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่เน้นการเติมเต็มและปรับรูปทรงเฉพาะจุด การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการดูแลร่วมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล มากกว่าพิจารณาจากชื่อผลิตภัณฑ์หรือความต้องการเพิ่มความเต็มของใบหน้าเพียงอย่างเดียว

องค์ประกอบของโปรแกรม Karisma

โปรแกรม Karisma Rh Collagen ทำงานอย่างไร?

กลไกการทำงานของโปรแกรมนี้ เกิดจากการทำงานร่วมกันของ Rh Collagen, High Molecular Weight Hyaluronic Acid (HA) และ Carboxymethyl Cellulose (CMC) โดยแต่ละองค์ประกอบมีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งการสนับสนุนกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน การดูแลความชุ่มชื้น และสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อ ทำให้แนวทางการดูแลครอบคลุมทั้งคุณภาพผิวและสภาพของเนื้อเยื่อควบคู่กับการเติมเต็มบริเวณที่ต้องการดูแล

Rh Collagen และ Fibroblast

โดยในโปรแกรมนี้มี Rh Collagen เป็น Recombinant Human Collagen Type I α1 polypeptide หรือ Collagen Polypeptide α1 Chain R ซึ่งเป็นโปรตีนคอลลาเจนมนุษย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของ Fibroblast หรือเซลล์ในผิวหนังที่มีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน โดยเฉพาะ Collagen Type I ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่พบมากในร่างกาย เช่น ผิวหนัง กระดูก เส้นเอ็น และกระดูกอ่อน

Rh Collagen มีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้าง Collagen Type I ของ Fibroblast รวมถึงกระบวนการสร้างโปรคอลลาเจน (Procollagen) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของคอลลาเจน จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลโครงสร้างและคุณภาพของผิว ช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับและอิ่มฟูขึ้น รวมถึงดูแลปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล

High Molecular Weight HA ช่วยดูแลผิวอย่างไร?

High Molecular Weight Hyaluronic Acid (HMW-HA) หรือกรดไฮยาลูรอนิกที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง เป็น HA ขนาดโมเลกุลใหญ่ที่ไม่เชื่อมพันธะ (Non-crosslinked) และเป็นหนึ่งใน 3 องค์ประกอบหลักของโปรแกรมนี้ร่วมกับ Rh Collagen และ Carboxymethyl Cellulose (CMC)

HMW-HA มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำ จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น รวมถึงมีส่วนช่วยเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร และทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ ดูจางลง นอกจากนี้ยังช่วยดูแลสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อบริเวณที่ได้รับการดูแล

ในสูตรของโปรแกรมนี้มีสาร HMW-HA จะทำงานร่วมกับ Rh Collagen โดย HMW-HA ช่วยดูแลความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความอิ่มฟูของผิว ขณะที่ Rh Collagen มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้าง Collagen Type I ทำให้ทั้งสององค์ประกอบช่วยดูแลทั้งการเติมเต็มและคุณภาพผิวควบคู่กันไป

CMC มีบทบาทอย่างไร?

Carboxymethyl Cellulose (CMC) เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบของสูตรในโปรแกรมนี้ ที่ช่วยสารควบคุมการกระจายตัวและพยุงโครงสร้างผิว โดยมีคุณสมบัติช่วยชะลอการทำงานของเอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสลายกรดไฮยาลูโรนิก (HA) จึงมีส่วนช่วยให้ HA ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในเนื้อเยื่อคงอยู่ได้นานขึ้น และช่วยดูแลความชุ่มชื้นของผิว

นอกจากนี้ CMC ยังมีส่วนช่วยชะลอการทำงานของเอนไซม์ Matrix Metalloproteinases (MMPs) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจนในผิว จึงช่วยดูแลโครงสร้างของคอลลาเจนและสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อในชั้นผิว

เมื่อทำงานร่วมกับ Rh Collagen และ HMW-HA CMC จึงช่วยเสริมการดูแลทั้งความชุ่มชื้น คุณภาพผิว และโครงสร้างของเนื้อเยื่อ โดยแต่ละองค์ประกอบมีหน้าที่แตกต่างกันและทำงานร่วมกันภายในสูตรของโปรแกรม Karisma Rh Collagen

โปรแกรม Karisma Rh Collagen ช่วยเรื่องอะไร?

โปรแกรม Karisma Rh Collagen เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตามวัย ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ดูบางลง ความยืดหยุ่นลดลง ผิวไม่เรียบเนียน หรือเริ่มมีความหย่อนคล้อย การพิจารณาโปรแกรมจึงควรดูทั้งสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าโดยรวม เพื่อให้แนวทางการดูแลเหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล

  1. ผิวเริ่มบางและขาดความยืดหยุ่น: เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามวัย จึงอาจดูบางลง ไม่แน่นฟู และคืนตัวได้ไม่ดีเหมือนเดิม โปรแกรมนี้จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและความยืดหยุ่นที่ลดลง
  2. ริ้วรอยและผิวไม่เรียบเนียน: เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นลดลง ริ้วรอยเล็ก ๆ รวมถึงพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียนอาจเริ่มเห็นชัดขึ้น การดูแลในกลุ่มนี้จึงเน้นไปที่ คุณภาพผิวโดยรวม มากกว่าการเติมเต็มร่องริ้วรอยโดยตรง
  3. ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และดูโทรม: ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นมักดูแห้ง ไม่สดใส และทำให้รายละเอียดของผิวเห็นชัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสภาพผิวโดยรวม โดยเฉพาะผิวที่เริ่มแห้ง ดูไม่อิ่มฟู และมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย
  4. ผิวเริ่มหย่อนคล้อยตามวัย: เมื่อผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย ใบหน้าอาจเริ่มดูไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม หรือผิวดูตกลงเล็กน้อย การดูแลจึงสามารถมุ่งเน้นไปที่ คุณภาพผิว ความแน่นฟู และสภาพผิวโดยรวม ในช่วงที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง
  5. ผิวดูไม่เรียบเนียน: สภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงตามวัยอาจทำให้พื้นผิวดูไม่สม่ำเสมอ การดูแลคุณภาพผิวจึงอาจช่วยให้ภาพรวมของผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้นในบางราย โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่แน่นฟูเหมือนเดิม หรือใบหน้าดูโทรมแม้ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ?

ปรึกษาแพทย์ที่ Rassapoom Clinic เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนโปรแกรม Karisma Rh Collagen ให้เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของคุณ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Karisma Rh Collagen เหมาะกับใคร?

ผิวเริ่มบางลง ไม่อิ่มฟูเหมือนเดิม แต่งหน้าแล้วเห็นพื้นผิวชัดขึ้น หรือใบหน้าดูโทรมและไม่กระชับเหมือนก่อน? ทำให้โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงตามวัย โดยเฉพาะช่วงที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ความแน่นฟู และความเรียบเนียน

ผู้ที่อาจเหมาะกับการดูแลด้วยโปรแกรมนี้ ได้แก่

ปัญหาผิวแนวทางการดูแล
ผิวเริ่มบาง ขาดความยืดหยุ่น หรือดูไม่แน่นฟูดูแลคุณภาพผิวและความแน่นฟูที่ลดลงตามวัย
ผิวแห้งกร้าน หรือขาดความชุ่มชื้นดูแลความชุ่มชื้นและสภาพผิวโดยรวม ให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
ริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยย่นบริเวณรอบริมฝีปากเน้นดูแลคุณภาพผิวและความเรียบเนียน โดยไม่มุ่งเติมเต็มร่องลึกโดยตรง
รูขุมขนดูชัดและพื้นผิวไม่เรียบเนียนดูแลคุณภาพผิวโดยรวม ซึ่งอาจช่วยให้ภาพรวมของพื้นผิวดูสม่ำเสมอขึ้นในบางราย
หลุมสิวและพื้นผิวที่ไม่เรียบสามารถนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพผิว โดยต้องประเมินสภาพผิวและสาเหตุของปัญหาร่วมด้วย
ผิวเริ่มหย่อนคล้อยและดูไม่กระชับดูแลคุณภาพผิวและความแน่นฟูในระยะเริ่มต้น
ผิวดูโทรมและมีการเปลี่ยนแปลงตามวัยเน้นฟื้นฟูและดูแลสภาพผิวโดยรวมให้ดูสดใสและอิ่มฟูขึ้น

หมายเหตุ : การเลือกโปรแกรมไม่ได้พิจารณาจากอายุหรือปัญหาผิวเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมิน คุณภาพผิว ความยืดหยุ่น ปริมาตรของใบหน้า และโครงสร้างใบหน้าร่วมกัน เพื่อวางแนวทางการดูแลให้เหมาะกับปัญหาหลัก หากต้องการเน้นการเติมเต็มหรือปรับรูปทรงใบหน้า อาจพิจารณาวิธีอื่นที่ตอบโจทย์มากกว่า

สามารถฉีดโปรแกรมนี้ที่บริเวณไหนได้บ้าง?

สามารถนำมาพิจารณาใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย โดยเฉพาะจุดที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน หรือริ้วรอย เช่น ใต้ตา หน้าผาก รอบปาก ร่องแก้ม คอ เนินอก และหลังมือ แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดทุกบริเวณ การเลือกตำแหน่งควรดูจากสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคนร่วมด้วย

  1. ใบหน้าและรอบดวงตา: เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวเริ่มไม่แน่นฟู ขาดความยืดหยุ่น หรือพื้นผิวดูไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม โดยตำแหน่งที่ดูแลอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละคน เช่น
    • ใต้ตาและรอบดวงตา เหมาะสำหรับดูแลผิวที่เริ่มบาง แห้ง หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ โดยบริเวณนี้ต้องประเมินอย่างละเอียดเป็นพิเศษ
    • หน้าผาก พิจารณาในกรณีที่มีริ้วรอยตื้นหรือพื้นผิวดูไม่เรียบ โดยควรดูสาเหตุของริ้วรอยร่วมด้วย
    • ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ดูแลผิวและริ้วรอยบริเวณร่องที่เริ่มเห็นชัดขึ้นตามวัย หากมีการสูญเสียปริมาตรร่วมด้วย อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นเพิ่มเติม
    • ริมฝีปากและรอบปาก พิจารณาในผู้ที่มีริ้วรอยหรือรอยย่นบริเวณริมฝีปาก โดยเน้นดูแลคุณภาพผิวมากกว่าการปรับรูปทรงริมฝีปาก
  2. คอและเนินอก: เป็นบริเวณที่อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย ทั้งความแห้ง ริ้วรอย และความยืดหยุ่นที่ลดลง จึงสามารถนำมาพิจารณาดูแลคุณภาพผิวได้ โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและความลึกของริ้วรอยก่อนวางแผนการดูแล
  3. หลังมือ: เป็นอีกบริเวณที่ผิวอาจเริ่มบางลงและดูไม่แน่นฟูตามวัย ทำให้เส้นเลือดหรือเส้นเอ็นเห็นชัดขึ้น การดูแลจึงเน้นที่คุณภาพและลักษณะของผิวโดยรวม หากมีการสูญเสียปริมาตรของเนื้อเยื่อร่วมด้วย อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นให้เหมาะกับปัญหามากกว่า

หมายเหตุ: ตำแหน่ง ปริมาณ ชั้นผิว และเทคนิคการฉีด ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสภาพผิวของแต่ละบุคคล ไม่จำเป็นต้องฉีดครบทุกบริเวณ และข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนการประเมินก่อนรับบริการได้

โปรแกรม Karisma Rh Collagen ต่างจากโปรแกรมฟื้นฟูผิวอื่นอย่างไร?

โปรแกรมนี้มีจุดเด่นที่การดูแลคุณภาพผิวด้วย Rh Collagen ร่วมกับ HA และ CMC จึงอาจเหมาะกับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวสูญเสียความแน่นฟูและความยืดหยุ่น ขณะที่โปรแกรมฟื้นฟูผิวประเภทอื่น เช่น โปรแกรม HArmonyCa หรือโปรแกรม Rejuran มีส่วนประกอบและจุดเน้นที่แตกต่างกัน

การเลือกโปรแกรมจึงไม่จำเป็นต้องมองว่าโปรแกรมใด “ดีกว่า” แต่ควรเริ่มจากปัญหาที่ต้องการแก้ไขและผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลคุณภาพผิวและความยืดหยุ่น กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน หรือเติมเต็มและปรับโครงสร้างใบหน้า

โปรแกรมส่วนประกอบหลักเหมาะกับการดูแลเรื่องใด
โปรแกรม Karisma Rh CollagenRh Collagen + HA + CMCคุณภาพผิว ความแน่นฟู และความยืดหยุ่น เหมาะกับผิวที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตามวัย และต้องการดูแลทั้งคุณภาพผิวและเนื้อเยื่อ
โปรแกรม ProfhiloHAความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว เหมาะกับผิวที่แห้ง ขาดน้ำ และเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
โปรแกรม HArmonyCaHA + CaHAเติมเต็มและดูแลความกระชับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับมิติของใบหน้าร่วมกับการดูแลคุณภาพผิว
โปรแกรม RejuranPNคุณภาพผิวและความเรียบเนียน เหมาะกับผิวที่ดูอ่อนล้า มีริ้วรอย หรือพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ
โปรแกรม SculptraPLLAกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลความแน่นของผิวและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย
โปรแกรม RadiesseCaHAเติมเต็มโครงสร้างและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับบริเวณที่ต้องการปรับมิติของใบหน้าควบคู่กับการดูแลคุณภาพผิว
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์HAเติมเต็มและปรับรูปทรง เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขการสูญเสียปริมาตรหรือปรับสัดส่วนเฉพาะจุด

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบในภาพรวมเพื่อช่วยทำความเข้าใจจุดเด่นและแนวทางการดูแลของแต่ละโปรแกรม ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้ทดแทนกันได้ทุกกรณี และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันตามสูตรและข้อบ่งใช้

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Karisma Rh Collagen

ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลต่อไปนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงประวัติการฉีดสารเติมเต็มหรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน โดยเฉพาะยาหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออก เช่น Aspirin, ยาต้านการอักเสบบางชนิด และ Vitamin E ทั้งนี้ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเอง
  • แจ้งภาวะที่อาจมีผลต่อการทำหัตถการ: หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง: ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของคลินิก และงดหัตถการหรือทรีทเมนต์บริเวณเดียวกันที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง หากเพิ่งทำหัตถการอื่น ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาระยะห่างที่เหมาะสม
  • เตรียมผิวก่อนทำ: ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับบริการ โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความไม่สบายระหว่างทำ ขึ้นอยู่กับบริเวณ เทคนิค และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

หลังฉีดโปรแกรม Karisma Rh Collagen ต้องดูแลอย่างไร?

หลังฉีด ควรดูแลบริเวณที่ฉีดอย่างอ่อนโยนและทำตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ผิวยังอาจมีอาการบวม แดง หรือระคายเคืองได้เล็กน้อย

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด: ไม่ควรจับหรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็นในช่วงแรก เพื่อลดการระคายเคืองเพิ่มเติม
  • เลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก: ควรงดออกกำลังกายหนัก รวมถึงหลีกเลี่ยงความร้อนจัดและแสงแดดโดยตรงในช่วงแรก ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ พร้อมดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดอย่างเหมาะสม
  • พักการทำทรีทเมนต์หรือหัตถการบริเวณที่ฉีด: ในช่วงแรกควรงดนวดหน้า ทรีทเมนต์ผิว หรือหัตถการที่ใช้พลังงานและอาจทำให้บริเวณที่ฉีดระคายเคือง โดยระยะเวลาที่ควรเว้นอาจแตกต่างกันตามชนิดของหัตถการและสภาพผิว
  • ดูแลเมื่อมีอาการบวม แดง หรือช้ำ: หากมีอาการบวม ช้ำ แดง หรือตึงบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นอย่างอ่อนโยนได้หากแพทย์แนะนำ และควรหลีกเลี่ยงการกดหรือคลึงบริเวณดังกล่าว
  • ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์: หากแพทย์จ่ายยา ควรใช้ตามคำแนะนำ และไม่ควรซื้อยาหรือรับประทานยาเพิ่มเติมเองโดยไม่จำเป็น

การดูแลหลังฉีดควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก เพราะการดูแลที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ฉีด เทคนิคที่ใช้ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ทำไมต้องทำโปรแกรม Karisma Rh Collagen ที่ Rassapoom Clinic?

การเลือกโปรแกรมดูแลผิวไม่ควรดูจากผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการดูว่า ปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนเป็นอย่างไร ที่ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล

วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อนวางแผน

ใบหน้าที่ดูตอบ มีร่องลึก หรือเริ่มไม่กระชับ ไม่ได้หมายความว่าต้องเติมบริเวณที่เห็นปัญหาเสมอไป แพทย์จะดูทั้ง โครงสร้างใบหน้า ปริมาตรของเนื้อเยื่อ และคุณภาพผิว เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและพิจารณาว่าบริเวณใดเหมาะกับการดูแลด้วยโปรแกรมนี้

ประเมินคุณภาพผิวควบคู่กับโครงสร้างใบหน้า

ผิวที่ดูไม่แน่นฟูหรือขาดความยืดหยุ่นอาจเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า แพทย์จึงพิจารณาทั้ง ความยืดหยุ่น ความแน่นฟู ความชุ่มชื้น และพื้นผิวของผิว ร่วมกับปริมาตรและสัดส่วนของใบหน้า

เลือกตำแหน่งและเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ

ผิวแต่ละบริเวณมีความหนาและลักษณะเนื้อเยื่อแตกต่างกัน การเลือกตำแหน่ง ชั้นผิว ปริมาณ และเทคนิคการฉีดจึงควรปรับให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเดียวกันในทุกคน

แพทย์จะนำสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละบริเวณมาประกอบการวางแผน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

พิจารณาความเหมาะสมก่อนแนะนำโปรแกรม

การเข้ามาปรึกษาไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลือกโปรแกรมนี้ในทุกกรณี หากประเมินแล้วพบว่าปัญหาหลักเหมาะกับวิธีอื่นมากกว่า แพทย์สามารถแนะนำทางเลือกที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคนได้

อัปเดตองค์ความรู้และวางแผนการดูแลอย่างเป็นระบบ

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เทคนิค และแนวทางการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมแพทย์มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและนำมาใช้ประกอบการวางแผนได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการดูแลภายในทีม เพื่อให้การประเมินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมปรับแผนให้เหมาะกับ สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Karisma Rh Collagen

โปรแกรม Karisma Rh Collagen คืออะไร?

โปรแกรม Karisma Rh Collagen เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Bio-Restorative Soft Filler ที่มี Recombinant Human Collagen (Rh Collagen), Hyaluronic Acid (HA) และ Carboxymethyl Cellulose (CMC) เป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเน้นการดูแลคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น และความแน่นฟูของผิว มากกว่าการเติมปริมาตรเพื่อปรับรูปหน้าเป็นหลัก

สามารถนำมาพิจารณาในผู้ที่เริ่มมีผิวขาดความยืดหยุ่น ความแน่นฟู หรือความชุ่มชื้นลดลง รวมถึงผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูแห้ง โทรม หรือพื้นผิวไม่เรียบเนียนตามวัย

เหมาะกับผู้ที่เริ่มสังเกตว่าผิวไม่แน่นฟูเหมือนเดิม ดูแห้งหรือโทรมขึ้น หรือเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวตามวัย โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะสภาพผิวประเภทใดประเภทหนึ่ง การเลือกใช้ควรพิจารณาจากสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคลมากกว่าอายุเพียงอย่างเดียว

จุดต่างสำคัญอยู่ที่เป้าหมายในการดูแล โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มักใช้เพื่อเติมเต็มปริมาตรและปรับรูปทรงในตำแหน่งที่ต้องการ ขณะที่โปรแกรม Karisma Rh Collagen เน้นการดูแลคุณภาพผิว ความแน่นฟู และความยืดหยุ่นมากกว่า จึงไม่ควรมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทดแทนกันได้ทุกกรณี

ทั้งสองโปรแกรมมี HA เป็นส่วนประกอบ แต่มีองค์ประกอบและแนวคิดของผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน 

  • โปรแกรม Karisma Rh Collagen มี Rh Collagen ร่วมกับ HA และ CMC 
  • โปรแกรม Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์ HA ที่เน้นด้านความชุ่มชื้นและจัดอยู่ในกลุ่ม Bio-remodeling

โปรแกรม Karisma Rh Collagen เน้นการดูแลคุณภาพผิวและความแน่นฟูผ่าน Rh Collagen ร่วมกับ HA และ CMC 

ขณะที่โปรแกรม HArmonyCa ประกอบด้วย HA และ CaHA จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการเติมเต็มและดูแลความกระชับของใบหน้า

แนะนำให้ฉีดในช่วงเริ่มต้น 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 30 วัน จากนั้นจึงพิจารณาฉีดซ้ำเพื่อดูแลผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องตามสภาพผิวและการประเมินของแพทย์

  • ครั้งที่ 1: เริ่มต้นดูแลตามปัญหาและสภาพผิวที่ประเมิน
  • ครั้งที่ 2: ฉีดซ้ำหลังจากครั้งแรกประมาณ 30 วัน
  • หลังจากนั้น: อาจพิจารณาฉีดซ้ำทุก 4–6 เดือน หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การตอบสนองต่อการดูแล และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ จำนวนครั้งและระยะห่างอาจปรับเปลี่ยนได้ตามการประเมินของแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผนเดียวกันในทุกคน

หลังฉีดอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของผิวในช่วงแรกจากคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid (HA) โดยผิวอาจดูชุ่มชื้นและอิ่มฟูขึ้น แต่ผลด้านคุณภาพผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและเห็นชัดขึ้นตามระยะเวลา

การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังฉีด

  • หลังฉีดทันที–3 วันแรก: อาจมีรอยเข็ม บวม แดง หรือกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดได้ ขณะเดียวกันผิวอาจเริ่มดูชุ่มชื้นขึ้นจาก HA แต่ยังไม่ใช่ช่วงที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวได้อย่างชัดเจน
  • หลังฉีดประมาณ 2–3 สัปดาห์: ผิวเริ่มดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้น การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวจะค่อย ๆ เห็นได้ชัดขึ้นตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล
  • หลังฉีดประมาณ 1 เดือนขึ้นไป: สามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัดเจนขึ้น ทั้งความเรียบเนียน ความแน่นฟู และภาพรวมของคุณภาพผิว โดยแพทย์สามารถประเมินผลและวางแผนการดูแลครั้งต่อไปได้ตามความเหมาะสม

สามารถคงอยู่ประมาณ 6–12 เดือน โดยระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว บริเวณที่ฉีด การใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำ

หลังฉีดอาจมี บวม แดง กดเจ็บ ตึง หรือรอยช้ำ บริเวณที่ฉีดได้ โดยเฉพาะในช่วงแรก ความรุนแรงและระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและเทคนิคที่ใช้ อาการมักค่อย ๆ ลดลงระหว่างการฟื้นตัว หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรงขึ้น ควรติดต่อแพทย์

สามารถนำมาพิจารณาใช้ได้ทั้ง ใบหน้าและบางบริเวณของร่างกาย เช่น ใต้ตา หน้าผาก รอบปาก ร่องแก้ม คอ เนินอก และหลังมือ

สามารถพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ในบางกรณี แต่ต้องดูทั้งชนิดของหัตถการ ตำแหน่งที่ทำ และระยะห่างระหว่างการรักษา เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหรือภาวะแทรกซ้อน การวางแผนทำร่วมกันจึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

Dr. Thadanat Sungtrakanakul Rassapoom clinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ