โปรแกรม Endotine คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าและยกคิ้วด้วยวัสดุยึดเนื้อเยื่อ  

คิ้วเริ่มตก หางตาดูเศร้า หน้าผากมีรอยย่น หรือกรอบหน้าเริ่มหย่อน แต่ไม่ได้อยากแก้ทั้งใบหน้า? ปัญหาแต่ละตำแหน่งมีลักษณะและโครงสร้างที่แตกต่างกัน จึงควรประเมินให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล โปรแกรม Endotine คือเทคโนโลยีที่ใช้วัสดุสำหรับยึดเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและบริเวณที่มีปัญหา เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ทั้งบริเวณคิ้ว หน้าผาก หรือส่วนอื่นของใบหน้า 

โปรแกรม Endotine คืออะไร? 

โปรแกรมเอนโดไทน์ คือการใช้วัสดุทางการแพทย์ที่เรียกว่า หมุดเอนโดไทน์ ซึ่งเป็นวัสดุชนิดดูดซึมได้ (Bioabsorbable Implant) และออกแบบมาเพื่อช่วยยกกระชับและยึดจัดตำแหน่งเนื้อเยื่ออ่อน โดยใช้หลักการยึดหลายจุด (Multipoint Fixation) หมุดเอนโดไทน์มีส่วนยึดเกาะขนาดเล็กที่ช่วยกระจายแรงไปยังบริเวณเนื้อเยื่อที่ต้องการยกและตรึงไว้ตามตำแหน่งที่วางแผนไว้

จุดเด่นของโปรแกรมเอนโดไทน์คือการยึดเนื้อเยื่อในหลายตำแหน่ง จึงแตกต่างจากการใช้ไหมที่อาศัยจุดยึดจากเส้นไหมเป็นหลัก โดยข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า อุปกรณ์ของโปรแกรมเอนโดไทน์บางชนิดสามารถใช้ร่วมกับเทคนิคทั้งแบบส่องกล้อง (Endoscopic) และแบบเปิด (Open Technique) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์และแผนการดูแลที่แพทย์เลือกใช้

เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มยึดเกาะกับตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา หมุดเอนโดไทน์จะค่อย ๆ สลายและถูกดูดซึมโดยร่างกาย เนื่องจากเป็นวัสดุชนิดดูดซึมได้ จึงไม่ต้องนำหมุดออกในภายหลัง 

โปรแกรมเอนโดไทน์ทำงานอย่างไร? หมุดช่วยยึดเนื้อเยื่อได้อย่างไร

หมุดเอนโดไทน์ ทำหน้าที่ช่วยยึดและจัดตำแหน่งเนื้อเยื่ออ่อน โดยใช้หลักการ Multipoint Fixation หรือการยึดหลายจุด ตัวหมุดมีส่วนยึดเกาะขนาดเล็ก (Tines) ที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อหลายตำแหน่ง จึงช่วยกระจายแรงในการยึด และคงเนื้อเยื่อไว้ตามตำแหน่งที่แพทย์วางแผน

ตำแหน่งและรูปแบบของหมุดเอนโดไทน์ จะเลือกให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงโครงสร้างและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล แพทย์จึงต้องประเมินใบหน้าก่อนวางแผนการดูแล

หมุดเอนโดไทน์ยึดเนื้อเยื่ออย่างไร?

จุดสำคัญของหมุดเอนโดไทน์ คือการออกแบบให้เกิดการยึดเกาะหลายจุด แทนการใช้ไหมที่อาศัยแรงดึงจากเส้นไหมเป็นหลัก โดยตัวหมุดมีส่วนยึดเกาะขนาดเล็กคล้ายก้านหรือหนาม ซึ่งช่วยกระจายแรงไปยังบริเวณเนื้อเยื่อที่กว้างขึ้น เมื่อวางในตำแหน่งที่เหมาะสม จึงช่วยคงตำแหน่งเนื้อเยื่อไว้ตามแนวที่แพทย์วางแผน

หมุดเอนโดไทน์ เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการยึดเนื้อเยื่อในการทำหัตถการยกกระชับ โดยมีหลายรูปแบบตามบริเวณที่ออกแบบมาให้ใช้งาน ลักษณะของส่วนยึดเกาะและการวางตำแหน่งจึงแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ไม่ได้หมายความว่าหมุดทุกชนิดจะมีรูปแบบหรือจำนวนก้านเหมือนกัน

การวางหมุดเอนโดไทน์จึงไม่ได้มีตำแหน่งเดียวสำหรับทุกคน แต่ต้องพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการดูแล โครงสร้างเนื้อเยื่อ และแนวการยกที่เหมาะสม เช่น

  • บริเวณหน้าผากและคิ้ว สามารถใช้หมุด Forehead ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยยึดเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากและคิ้ว
  • บริเวณใบหน้าส่วนล่างและลำคอ สามารถใช้หมุด Ribbon ซึ่งมีลักษณะเป็นแถบและมีส่วนยึดเกาะเรียงตามแนว เพื่อช่วยยึดเนื้อเยื่อตามบริเวณที่ออกแบบมาให้ใช้งาน

หลังจากเนื้อเยื่อถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ร่างกายจะค่อย ๆ เกิดกระบวนการยึดติดของเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ ขณะที่วัสดุของหมุดบางชนิดสามารถสลายไปตามกระบวนการของร่างกาย ทั้งนี้ ระยะเวลาและลักษณะการสลายขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ใช้งาน

ดังนั้น การเลือกชนิดของหมุดเอนโดไทน์และตำแหน่งในการวางจึงไม่ได้พิจารณาจากปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินโครงสร้างเนื้อเยื่อและแนวการยกของแต่ละบุคคลร่วมด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกวิธีการยึดเนื้อเยื่อที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ

หมุด Endotine มีกี่แบบ? แต่ละแบบใช้บริเวณไหน

หมุดเอนโดไทน์ มีหลายรูปแบบ โดยแต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อใช้กับตำแหน่งและลักษณะของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน เช่น บริเวณคิ้ว หน้าผาก ใบหน้าส่วนกลาง กรอบหน้า และลำคอ

ดังนั้น การเลือกหมุด ไม่ได้ดูจากชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะพิจารณาร่วมกับ ตำแหน่งที่ต้องการดูแล ลักษณะของเนื้อเยื่อ และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกชนิดและเทคนิคที่เหมาะสม

รุ่น / รูปแบบของหมุด Endotineบริเวณที่ใช้เหมาะกับปัญหาแบบไหน 
หมุด Forehead / Ultratineหน้าผากและคิ้วคิ้วตก หรือบริเวณหน้าผากเริ่มหย่อนคล้อย  
หมุด TransBlephบริเวณคิ้วคิ้วตกหรือคิ้วหย่อน ต้องการช่วยยึดตำแหน่งคิ้ว 
หมุด Midfaceกลางใบหน้าและแก้มส่วนกลาง แก้มส่วนกลางหย่อน ทำให้บริเวณกลางใบหน้าดูหย่อนคล้อย 
หมุด Ribbonกรอบหน้าและลำคอกรอบหน้าส่วนล่างหย่อน หรือมีเนื้อบริเวณกรอบหน้าและลำคอหย่อนคล้อย 

ทั้งนี้ ข้อมูลในตารางเป็นแนวทางตามการออกแบบและการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าปัญหาในแต่ละบริเวณจะต้องใช้หมุดรุ่นเดียวกันเสมอไป แพทย์จึงควรประเมินโครงสร้างของใบหน้า ตำแหน่งและลักษณะของเนื้อเยื่อที่หย่อน รวมถึงเป้าหมายของการดูแล ก่อนเลือกชนิดของหมุด และเทคนิคที่เหมาะสม 

โปรแกรมเอนโดไทน์เหมาะกับใคร?

อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยเฉพาะบริเวณ และต้องการการยึดพยุงเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยแพทย์จะประเมินระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า คุณภาพเนื้อเยื่อ และเป้าหมายของแต่ละบุคคลก่อนวางแผน

  • มีความหย่อนคล้อยเฉพาะบริเวณ เช่น คิ้ว หน้าผาก ใบหน้าส่วนกลาง กรอบหน้า หรือบริเวณที่ต้องการยึดพยุงเนื้อเยื่อ
  • มีปัญหาคิ้วตกหรือหน้าผากหย่อน โดยพิจารณาร่วมกับโครงสร้างบริเวณหน้าผากและคิ้ว
  • ต้องการยกกระชับใบหน้าส่วนกลาง ในกรณีที่มีผิวหรือเนื้อเยื่อบริเวณแก้มช่วงกลางหย่อนคล้อย
  • มีปัญหากรอบหน้าส่วนล่างไม่กระชับหรือคอหย่อนคล้อย ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาการยึดพยุงเนื้อเยื่อให้เหมาะกับบริเวณที่มีปัญหา

คิ้วเริ่มตก หางตาดูหย่อน กรอบหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม? 

หากสนใจโปรแกรม Endotine แต่ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าหรือไม่ ปรึกษาแพทย์ที่ Rassapoom Clinic เพื่อประเมินและวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรมเอนโดไทน์อาจไม่เหมาะกับใคร?

การทำโปรแกรมนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกระดับความหย่อนคล้อยหรือทุกโครงสร้างใบหน้า โดยเฉพาะในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ หรือมีปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการดูแลและการพักฟื้น จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะสม

  • มีความหย่อนคล้อยมาก จนแพทย์พิจารณาว่าควรใช้วิธีอื่นร่วม หรือเลือกแนวทางที่เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยมากกว่า
  • มีข้อจำกัดด้านสุขภาพบางประการ เช่น ภาวะที่อาจส่งผลต่อการหายของแผลหรือเพิ่มความเสี่ยง จึงควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ
  • มีภาวะผิวหรือโครงสร้างที่ไม่เหมาะกับเทคนิค เช่น คุณภาพเนื้อเยื่อหรือโครงสร้างบริเวณที่จะดูแลไม่เอื้อต่อการวางแผนด้วยโปรแกรมนี้
  • คาดหวังว่าจะไม่มีแผลหรือไม่ต้องพักฟื้นเลย เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นเทคนิคที่ต้องเข้าถึงและยึดเนื้อเยื่อ จึงอาจมีแผล บวม ช้ำ หรือตึงบริเวณที่ดูแลในช่วงพักฟื้น

โปรแกรม Endotine ต่างจากโปรแกรมร้อยไหมอย่างไร?

ในโปรแกรมทั้ง 2 มีหลักการยึดพยุงเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน โดยโปรแกรมเอนโดไทน์ ใช้วัสดุที่มีจุดยึดเกาะหลายตำแหน่งเพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อ ขณะที่โปรแกรมร้อยไหมจะใช้เส้นไหมและโครงสร้างของไหมในการยึดพยุงเนื้อเยื่อตามแนวที่แพทย์ออกแบบ

ทั้งสองวิธีจึงมีรายละเอียดของเทคนิค ตำแหน่งที่ใช้ และข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจาก ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างเนื้อเยื่อ และปัญหาของแต่ละบุคคล มากกว่าการเปรียบเทียบว่าวิธีใดดีกว่ากันโดยทั่วไป

ประเด็นโปรแกรม Endotineโปรแกรมร้อยไหม
หลักการใช้จุดยึดเกาะหลายตำแหน่ง เพื่อช่วยพยุงและคงตำแหน่งเนื้อเยื่อใช้เส้นไหมในการยึดและพยุงเนื้อเยื่อตามแนวที่วางไว้
การยึดเนื้อเยื่อตัววัสดุมีส่วนยึดเกาะหลายจุด ช่วยกระจายแรงบริเวณที่วางขึ้นอยู่กับชนิดของไหม โครงสร้างของไหม จำนวนเส้น และแนวการวาง
บริเวณที่ใช้ขึ้นอยู่กับรุ่นของหมุด Endotine และบริเวณที่ต้องการยึดเนื้อเยื่อ ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม เทคนิค และบริเวณที่ทำ 
แผลหรือรอยบริเวณที่ทำขึ้นอยู่กับวิธีการทำและตำแหน่งที่วางหมุด Endotineขึ้นอยู่กับเทคนิค ชนิดของไหม และตำแหน่งที่ร้อย
การพักฟื้นใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7–10 วัน อาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แตกต่างกันตามเทคนิค ชนิดของไหม และสภาพเนื้อเยื่อ
การเลือกวิธีพิจารณาจากตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างและคุณภาพของเนื้อเยื่อ รวมถึงแนวการยกที่ต้องการพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการดูแล โครงสร้างเนื้อเยื่อ ชนิดของไหม และแนวการร้อย

โปรแกรม Endotine ต่างจากโปรแกรม Face Lift อย่างไร?

ทั้ง 2 โปรแกรมมีแนวทางในการดูแลความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกัน โดยโปรแกรมเอนโดไทน์ เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อ ในตำแหน่งที่แพทย์วางแผน ขณะที่โปรแกรม Face Lift เป็นแนวทางการดูแลที่มุ่งปรับตำแหน่งผิวหนังและเนื้อเยื่อ บริเวณที่มีความหย่อนคล้อย

ประเด็นโปรแกรม Endotineโปรแกรม Face Lift 
คืออะไรวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อแนวทางการดูแลความหย่อนคล้อยที่สามารถปรับตำแหน่งผิวหนังและเนื้อเยื่อตามเทคนิคที่ใช้
การทำงานใช้จุดยึดเกาะหลายตำแหน่งเพื่อช่วยคงตำแหน่งเนื้อเยื่อปรับตำแหน่งผิวหนังและเนื้อเยื่อตามขอบเขตและเทคนิคที่วางแผน
บริเวณที่ใช้ขึ้นอยู่กับรุ่นของหมุด Endotine และตำแหน่งที่ต้องการดูแล เช่น หน้าผากและคิ้ว หรือบริเวณใบหน้าในบางตำแหน่งสามารถวางแผนดูแลใบหน้าส่วนกลาง ส่วนล่าง กรอบหน้า หรือลำคอ
ผิวส่วนเกินตัวหมุด Endotine มีหน้าที่ช่วยยึดเนื้อเยื่อ ไม่ได้มีหน้าที่จัดการผิวส่วนเกินในเทคนิคที่เหมาะสม แพทย์สามารถประเมินและจัดการผิวส่วนเกินร่วมด้วย
แผลและการพักฟื้นใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7–10 วัน จึงจะยุบและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ขึ้นอยู่กับเทคนิค ขอบเขตการทำ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ปัจจัยที่ใช้เลือกตำแหน่งปัญหา ระดับความหย่อน คุณภาพเนื้อเยื่อ โครงสร้างใบหน้า และแนวการยกที่ต้องการระดับความหย่อน ปริมาณผิวส่วนเกิน ชั้นเนื้อเยื่อ โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายในการดูแล

หมายเหตุ: การเลือกโปรแกรม ไม่ได้พิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินร่วมกับตำแหน่งปัญหา ปริมาณผิวส่วนเกิน ชั้นและคุณภาพของเนื้อเยื่อ รวมถึงโครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

ก่อนทำควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อประเมินโครงสร้างและบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงแจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์วางแผนการทำและการเตรียมตัวได้เหมาะสม

  • แจ้งโรคประจำตัวและประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะที่อาจมีผลต่อการทำหัตถการหรือการพักฟื้น
  • แจ้งยาทุกชนิดและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงยาที่ซื้อรับประทานเอง เนื่องจากบางชนิดอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือการทำหัตถการ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและการแพ้อื่น ๆ เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลไปประกอบการวางแผนดูแล
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับยาและอาหารเสริม หากจำเป็นต้องปรับหรือหยุดใช้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ควรหยุดยาเอง
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับหัตถการ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอาหารและเครื่องดื่มก่อนทำ โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้ยาระงับความรู้สึก ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเรื่องการงดอาหารและน้ำแตกต่างกัน
  • เตรียมบริเวณที่จะทำตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า หรือถอดคอนแทคเลนส์ก่อนเข้ารับหัตถการ

หมายเหตุ: การเตรียมตัวก่อนทำ อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเฉพาะเรื่องยา อาหารเสริม การงดอาหารและน้ำ รวมถึงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์และสถานพยาบาลที่ดูแลเป็นหลัก

การดูแลตัวเองหลังรับบริการ

หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำได้ในช่วงแรก การดูแลหลังทำจึงควรเน้นการลดการกระทบกระเทือน ดูแลแผล และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

  • ช่วง 3 วันแรก ประคบเย็นบริเวณที่ทำ และนอนยกศีรษะสูง เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • ในช่วง 7 วันแรก ใส่ผ้ารัดหน้าตามคำแนะนำ โดยควรใส่ตามระยะเวลาและวิธีที่แพทย์กำหนด
  • ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการออกกำลังกายที่อาจกระทบกระเทือนบริเวณที่ทำ เพื่อป้องกันการรบกวนแผลและเนื้อเยื่อที่ได้รับการยึดพยุง
  • ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารหมักดองหรืออาหารรสจัดตามคำแนะนำของแพทย์
  • รับประทานยาและดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง
  • มาติดตามผลตามนัด เพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ

หมายเหตุ: ระยะเวลาในการดูแลหลังทำอาจแตกต่างกันตามตำแหน่ง เทคนิค และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล จึงควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์และสถานพยาบาลที่ดูแลเป็นหลัก

ทำไมจึงเลือกทำโปรแกรม Endotine ที่ Rassapoom Clinic

การทำโปรแกรมนี้ควรเริ่มจากการประเมินโครงสร้างใบหน้าและเนื้อเยื่อ เพื่อวางแผนตำแหน่งและแนวทางการยึดให้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการดูแล Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญทั้งในเรื่องผลิตภัณฑ์ การวางแผนโดยแพทย์ และการดูแลต่อเนื่องหลังทำ

ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง

การวางตำแหน่งหมุดของโปรแกรมนี้ ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องโครงสร้างใบหน้าและตำแหน่งของเนื้อเยื่อ โดยแพทย์จะประเมินบริเวณที่ต้องการดูแลก่อนเลือกชนิดของหมุด และวางแผนตำแหน่งที่เหมาะสม

ที่ Rassapoom Clinic มีแนวทางการดูแลที่เป็นระบบ และให้แพทย์ที่มีประสบการณ์และผ่านการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษา

ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานและข้อมูลการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา

เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีข้อมูลด้านการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตจาก U.S. Food and Drug Administration (FDA) ของสหรัฐอเมริกา โดยรายละเอียดอาจแตกต่างกันตามรุ่นและการใช้งาน

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งที่มาและข้อมูลมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ โดยแพทย์จะพิจารณาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตำแหน่งและแผนการดูแล

วางแผนตามโครงสร้างใบหน้า

หมุดของโปรแกรมนี้มีหลายรูปแบบ การเลือกใช้จึงต้องดูมากกว่าปัญหาความหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะพิจารณา ตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพของเนื้อเยื่อ และโครงสร้างใบหน้า (Anatomy) รวมถึงแนวการยกที่ต้องการ

ข้อมูลเหล่านี้นำมาใช้ประกอบการเลือกชนิดของหมุดและวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับโครงสร้างของใบหน้า

มีทีม Customer Service และ Beauty Butler คอยดูแล

Rassapoom Clinic มีทีม Customer Service และ Beauty Butler คอยช่วยประสานงานและให้ข้อมูลตั้งแต่การนัดหมาย การเตรียมตัวก่อนทำ ไปจนถึงการติดตามหลังทำ

หากเป็นคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการดูแลที่ต้องประเมินทางการแพทย์ ทีมงานจะช่วยประสานกับแพทย์หรือทีมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม

ดูแลต่อเนื่องหลังทำ

หลังเข้ารับบริการผู้รับบริการจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลบริเวณที่ทำและการปฏิบัติตัวในช่วงพักฟื้น รวมถึงการติดตามผลตามแผนของแพทย์

รายละเอียดการดูแลและระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันตามตำแหน่ง เทคนิค และการตอบสนองของร่างกาย จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Endotine

โปรแกรม Endotine คืออะไร?

โปรแกรม Endotine คือการยกกระชับดึงใบหน้าด้วยวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อ โดยมีจุดยึดเกาะหลายตำแหน่ง เพื่อช่วยกระจายแรงและคงเนื้อเยื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่แพทย์วางแผน

การใช้หมุด Endotine ช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อ ในบริเวณที่ต้องการปรับตำแหน่ง เช่น หน้าผากและคิ้ว หรือบริเวณอื่นตามรุ่นของหมุดและเทคนิคที่ใช้

ผลลัพธ์หลังทำอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ทำ คุณภาพของเนื้อเยื่อ และแผนการดูแลของแพทย์ จึงไม่ควรคาดหวังผลเหมือนกันในทุกคน

หมุด Endotine มีหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นออกแบบมาให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น หมุด Endotine Forehead และหมุด Endotine Ribbon การเลือกใช้ไม่ได้ดูจากชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาตำแหน่งที่มีปัญหา ลักษณะของเนื้อเยื่อ และเทคนิคที่แพทย์วางแผน

หมุดของโปรแกรมนี้มีหลายรูปแบบ โดยแต่ละรุ่นออกแบบให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะการยึดเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน เช่น

  • หมุด Forehead: ออกแบบเพื่อใช้ช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากและคิ้ว
  • หมุด Ribbon: มีลักษณะเป็นแถบ และสามารถใช้ช่วยยึดเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสมกับรูปแบบของวัสดุและเทคนิคที่ใช้

การเลือกใช้แต่ละรุ่นไม่ได้พิจารณาจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพของเนื้อเยื่อ และโครงสร้างบริเวณที่ทำ ร่วมด้วย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

อาจเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในบริเวณที่สามารถใช้วัสดุช่วยยึดเนื้อเยื่อได้ แต่ไม่สามารถพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว

แพทย์จะประเมินตำแหน่งที่มีปัญหา คุณภาพและปริมาณของเนื้อเยื่อ รวมถึงโครงสร้างใบหน้าและแนวการยกที่ต้องการ ก่อนวางแผนการดูแล

โปรแกรม Endotine เป็นวัสดุที่ใช้ช่วยยึดเนื้อเยื่อ ขณะที่โปรแกรมร้อยไหมและโปรแกรม Face Lift เป็นแนวทางการดูแลที่มีเทคนิคแตกต่างกัน

การเลือกวิธีจึงต้องพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย ตำแหน่งที่มีปัญหา ปริมาณผิวส่วนเกิน ชั้นเนื้อเยื่อ และโครงสร้างใบหน้าควบคู่กันไปด้วย

ระหว่างทำจะมีการระงับความรู้สึก เช่น ยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบ ตามแผนของแพทย์ จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ โดยวิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขอบเขตของการทำ

หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

มีแผลบริเวณที่ใช้สำหรับวางวัสดุ โดยตำแหน่งและขนาดของแผลขึ้นอยู่กับเทคนิคและบริเวณที่ทำ จึงไม่สามารถกำหนดขนาดแผลที่เหมือนกันในทุกกรณี

ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7–10 วัน จึงจะยุบและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้ ระยะเวลาพักฟื้นอาจแตกต่างกันตามตำแหน่ง เทคนิค และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์หลังทำอาจคงอยู่ได้ประมาณ 5–10 ปี แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพของเนื้อเยื่อ การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าตามธรรมชาติ เทคนิคที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำ

โปรแกรมนี้มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากหมุดเอนโดไทน์ผลิตจากวัสดุทางการแพทย์ที่สลายตัวได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 1 ปี และผ่านการรับรองมาตรฐานจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา

สามารถพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ในบางกรณี เช่น โปรแกรม Botulinum Toxin โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือการดูแลผิวบางประเภท โดยแพทย์จะประเมินตำแหน่งที่ทำ ลำดับของหัตถการ และระยะเวลาพักฟื้น เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ