






คุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่บางบริเวณยังมีไขมันสะสมอยู่? ปัญหาอาจไม่ได้เกี่ยวกับน้ำหนักตัวโดยรวม แต่อาจเป็นไขมันบางส่วนที่ลดได้ยากกว่าส่วนอื่น เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน หรือต้นขา โปรแกรม CoolSculpting Elite เป็นอีกทางเลือกสำหรับดูแลไขมันสะสมในบริเวณที่ต้องการ ด้วยหลักการ Cryolipolysis ที่ใช้ความเย็นในการทำงานกับเซลล์ไขมัน โดยการวางแผนควรพิจารณาทั้ง ตำแหน่ง ลักษณะของไขมัน และเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกบริเวณและแนวทางการดูแลให้เหมาะสม
โปรแกรม CoolSculpting Elite คือโปรแกรมดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณด้วยหลักการ Cryolipolysis หรือการใช้ความเย็นแบบควบคุม โดยส่งความเย็นผ่านหัว Applicator ไปยังชั้นไขมันใต้ผิวบริเวณที่ต้องการดูแล ความเย็นจะทำให้เซลล์ไขมันเกิดการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของการรักษา ก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับเซลล์ไขมันเหล่านั้นตามกระบวนการธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ โปรแกรมนี้จึงเน้นการดูแลรูปร่างเฉพาะส่วน ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดน้ำหนักโดยรวม เหมาะสำหรับบริเวณที่มีไขมันสะสมและต้องการดูแลเป็นจุด เช่น หน้าท้อง เอว ต้นแขน หรือต้นขา โดยการเลือกบริเวณและวางแผนควรพิจารณาจากลักษณะไขมันและสรีระของแต่ละบุคคลร่วมด้วย
โปรแกรมนี้พัฒนาต่อยอดจากโปรแกรม CoolSculpting รุ่นเดิม โดยมีหัว Applicator หลายรูปแบบ เพื่อรองรับบริเวณและสรีระที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถเลือกหัวให้เหมาะกับลักษณะของบริเวณที่ต้องการดูแลได้มากขึ้น
อีกจุดหนึ่งคือสามารถใช้งานหัว Applicator พร้อมกัน 2 หัวในบางกรณี จึงสามารถวางแผนดูแลมากกว่าหนึ่งบริเวณในช่วงเวลาเดียวกันได้ การเลือกใช้หัวแต่ละแบบควรพิจารณาจากตำแหน่ง ขนาดและลักษณะของไขมัน รวมถึงสรีระ เพื่อให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล
โปรแกรมนี้ใช้หลักการ Cryolipolysis หรือการใช้ความเย็นแบบควบคุม โดยส่งความเย็นผ่านหัว Applicator ลงไปยังชั้นไขมันใต้ผิวบริเวณที่ต้องการดูแล ระบบจะควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการทำงานกับเซลล์ไขมัน โดยข้อมูลของเครื่องระบุช่วงอุณหภูมิประมาณ -11 ถึง -13°C ทั้งนี้ การตั้งค่าและระยะเวลาในการทำอาจแตกต่างกันตามหัว Applicator ที่ใช้ และบริเวณที่ดูแล
หัว Applicator จะทำหน้าที่แนบหรือจับบริเวณที่ต้องการดูแล พร้อมส่งความเย็นผ่านผิวหนังไปยังชั้นไขมันใต้ผิว ในบางรูปแบบจะมีแรงดูดร่วมด้วย เพื่อช่วยดึงชั้นเนื้อเยื่อเข้าสู่หัว Applicator
การเลือกหัวจึงไม่ได้ดูจากชื่อบริเวณเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณา ตำแหน่ง ขนาดและลักษณะของไขมัน รวมถึงสรีระ เพื่อให้หัว Applicator เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแล
เมื่อเซลล์ไขมันได้รับความเย็นในระดับและระยะเวลาที่เหมาะสม จะเกิดกระบวนการ Cryolipolysis ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ไขมัน และเกี่ยวข้องกับกระบวนการ Apoptosis หรือการตายของเซลล์ตามกลไกที่ร่างกายควบคุม
กระบวนการนี้ไม่ได้ทำให้เซลล์ไขมันหายไปทันทีหลังทำ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลังการดูแล
หลังจากเซลล์ไขมันผ่านกระบวนการดังกล่าว ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับเซลล์เหล่านั้นผ่านกลไกตามธรรมชาติ โดยใช้เวลาเป็นระยะ จึงไม่ควรอธิบายว่าเซลล์ไขมันถูกขับออกจากร่างกายโดยตรงทางปัสสาวะหรืออุจจาระ
การเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ทำจึงค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา และอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับ บริเวณที่ดูแล ลักษณะของไขมัน และการวางแผนการใช้หัว Applicator ร่วมกัน
โปรแกรม CoolSculpting และโปรแกรม CoolSculpting Elite ใช้หลักการเดียวกัน คือ Cryolipolysis หรือการใช้ความเย็นแบบควบคุมเพื่อดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ ความแตกต่างของรุ่น Elite อยู่ที่การพัฒนาระบบและรูปแบบของหัว Applicator ให้รองรับการใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
ในส่วนของรุ่น Elite รองรับการใช้งานหัว Applicator ได้พร้อมกัน 2 หัว จึงสามารถวางแผนดูแล 2 บริเวณในช่วงเวลาเดียวกันได้ โดยระยะเวลาในการทำจะแตกต่างกันไปตามบริเวณและหัว Applicator ที่เลือกใช้ ซึ่งบางรูปแบบสามารถเริ่มต้นการทำได้ประมาณ 35 นาทีต่อบริเวณ
| หัวข้อ | โปรแกรม CoolSculpting รุ่นเดิม | โปรแกรม CoolSculpting Elite |
| หลักการทำงาน | Cryolipolysis | Cryolipolysis |
| รูปแบบหัว Applicator | มีหัว Applicator หลายรูปแบบสำหรับบริเวณที่รองรับ | มีหัวให้เลือกหลากหลายมากขึ้น |
| การใช้งานพร้อมกัน | ขึ้นอยู่กับระบบของเครื่องและแผนการดูแล | ใช้หัว Applicator ได้พร้อมกัน 2 หัว |
| การดูแลหลายบริเวณ | สามารถวางแผนดูแลหลายบริเวณได้ โดยขึ้นอยู่กับหัวที่เลือกใช้ | สามารถดูแล 2 บริเวณพร้อมกันได้ |
| ระยะเวลาในการทำ | ขึ้นอยู่กับบริเวณและหัว Applicator ที่เลือกใช้ โดยทั่วไปประมาณ 35–45 นาทีต่อจุด | ขึ้นอยู่กับบริเวณและหัวที่เลือกใช้ โดยบางรูปแบบใช้เวลาประมาณ 35 นาทีต่อบริเวณ |
ดังนั้น โปรแกรมนี้ไม่ได้เปลี่ยนหลักการทำงานจาก Cryolipolysis เป็นเทคโนโลยีรูปแบบอื่น แต่เป็นการพัฒนาระบบและหัว Applicator ให้รองรับการใช้งานได้หลากหลายขึ้น
โปรแกรมนี้มีหัว Applicator 7 รูปแบบ แบ่งตามลักษณะการใช้งานเป็น Curve Series, Flat Series และ Surface 150 โดยแต่ละแบบมีขนาดและรูปทรงแตกต่างกัน เพื่อให้เลือกใช้ตามบริเวณและสรีระที่ต้องการดูแล
หัว Applicator บางรูปแบบใช้ระบบสุญญากาศเพื่อดึงเนื้อเยื่อเข้าสู่หัว ขณะที่ Surface 150 เป็นหัวที่ออกแบบสำหรับการทำงานบนผิวโดยไม่ใช้ระบบดูด จึงมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันตามบริเวณที่เลือกทำ
| กลุ่มหัว Applicator | รุ่น | ลักษณะหัว | บริเวณที่นำมาพิจารณา |
| Curve Series | Curve 80 หรือ CoolMini | หัวขนาดเล็กและมีความโค้ง | ใต้คาง และใต้แนวกราม |
| Curve Series | Curve 120 | หัวทรงโค้ง ขนาดกลาง รองรับบริเวณที่สามารถดึงเนื้อเยื่อเข้าสู่หัวได้ | ต้นขาด้านใน ต้นแขน หน้าท้อง และด้านข้างลำตัว |
| Curve Series | Curve 150 | หัวทรงโค้งที่มีพื้นที่ทำงานมากขึ้น | หน้าท้อง รอบเอว และบริเวณด้านหลัง |
| Curve Series | Curve 240 | หัวทรงโค้งขนาดใหญ่ เหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่กว้าง | หน้าท้อง และรอบเอว |
| Flat Series | Flat 125 | หัวแบบแบน เหมาะกับบริเวณที่สามารถวางหัวแนบกับผิวได้ | ต้นขาด้านใน และต้นแขน |
| Flat Series | Flat 165 | หัวแบบแบนที่มีพื้นที่ทำงานกว้างขึ้น | ต้นขาด้านใน และต้นแขน |
| Surface | Surface 150 | หัวที่ทำงานบนผิวโดยไม่ใช้ระบบดูดเนื้อเยื่อเข้าสู่หัว | บริเวณที่ไม่เหมาะกับการดึงหรือหนีบเนื้อเยื่อ เช่น บางตำแหน่งของหน้าท้องและต้นขาด้านนอก |
หมายเหตุ: การเลือกหัว Applicator ควรดูจากตำแหน่ง ขนาดและลักษณะของไขมัน รวมถึงสรีระของบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อให้เหมาะกับแต่ละจุด
สามารถใช้ดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณที่มีข้อมูลรองรับ เช่น ใต้คาง ใต้แนวกราม หน้าท้อง รอบเอว ต้นแขน แผ่นหลัง และต้นขา โดยการเลือกบริเวณและหัว Applicator จะพิจารณาตามตำแหน่งและลักษณะไขมันของแต่ละบุคคล
เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ และต้องการดูแลสัดส่วนในจุดที่ควบคุมได้ยาก โดยเน้นการดูแลไขมันเฉพาะส่วน ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยรวม
ลักษณะของผู้ที่อาจพิจารณาทำโปรแกรมนี้ ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของโปรแกรมไม่ได้พิจารณาจากบริเวณที่มีไขมันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดู ตำแหน่ง ปริมาณ และลักษณะของไขมัน รวมถึงสรีระของแต่ละบุคคลร่วมด้วย เพราะลักษณะไขมันในแต่ละบริเวณอาจแตกต่างกัน และส่งผลต่อการเลือกวิธีดูแล
โปรแกรมนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเกี่ยวกับการตอบสนองต่อความเย็น ซึ่งเป็นข้อห้ามตามข้อมูลความปลอดภัยของอุปกรณ์ ได้แก่
นอกเหนือจากข้อห้ามดังกล่าว ยังมีภาวะและประวัติสุขภาพบางอย่างที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เช่น
สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนเช่นกัน เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มดังกล่าวยังมีข้อจำกัด จึงควรพิจารณาความเหมาะสมก่อนวางแผนการทำ
หลังทำโปรแกรมนี้จะสามารถสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เกิดขึ้น โดยบางรายอาจเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ประมาณ 3–4 สัปดาห์ และอาจเห็นได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ลักษณะของไขมัน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ในช่วงนี้ ร่างกายจะค่อย ๆ จัดการกับเซลล์ไขมันที่ผ่านการทำงานด้วยความเย็นตามกระบวนการธรรมชาติ จึงไม่ควรรีบประเมินผลจากช่วงไม่กี่วันแรก โดยในบางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น และข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าการเปลี่ยนแปลงอาจดำเนินต่อเนื่องได้ถึงประมาณ 6 เดือน
หมายเหตุ: รูปร่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามน้ำหนักตัว เซลล์ไขมันที่ยังคงอยู่สามารถมีขนาดเพิ่มขึ้นได้เมื่อมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จึงควรดูแลน้ำหนักและพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กันไป
หลังทำ อาจมีอาการชั่วคราวบริเวณที่ทำ เช่น
อาการเหล่านี้พบได้หลังทำและแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ ส่วนอาการชา เสียวซ่า หรือความไวของผิวที่เปลี่ยนแปลงไป อาจใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเป็นปกติ
หากทำบริเวณใต้คางหรือใต้แนวกราม อาจมีอาการเฉพาะบริเวณ เช่น เจ็บคอหรือรู้สึกแน่นบริเวณด้านหลังลำคอ หากอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้นตามที่ควร ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
นอกจากอาการชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นหลังทำแล้ว ยังมีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่พบไม่บ่อย เช่น
หากพบก้อนหรือความเปลี่ยนแปลงผิดปกติบริเวณที่ทำ โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นภายหลัง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
โปรแกรม CoolSculpting Elite โปรแกรม Emsculpt และโปรแกรมดูดไขมันใช้หลักการทำงานต่างกัน การเลือกวิธีจึงควรดูจากลักษณะไขมัน บริเวณที่ต้องการดูแล และเป้าหมายด้านรูปร่างเป็นหลัก
| โปรแกรม | ใช้พลังงานหรือวิธีใด | เน้นดูแลอะไร |
| โปรแกรม CoolSculpting Elite | ใช้ความเย็นแบบควบคุมกับชั้นไขมันใต้ผิว | ไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ |
| โปรแกรม Emsculpt | ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงหรือ HIFEM กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ | กล้ามเนื้อและการกระชับรูปร่าง |
| โปรแกรมดูดไขมัน | นำเซลล์ไขมันออกจากร่างกายโดยตรง | ลดปริมาณไขมันในบริเวณที่ต้องการโดยตรง |
หมายเหตุ: การเลือกวิธีดูแลควรดูทั้งตำแหน่ง ปริมาณ และลักษณะของไขมัน รวมถึงเป้าหมายด้านรูปร่าง เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ก่อนทำ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ สามารถรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สิ่งสำคัญคือการแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบ เพื่อประกอบการประเมินก่อนทำ โดยเฉพาะ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมของโปรแกรม รวมถึงเลือกบริเวณและ Applicator ให้สัมพันธ์กับลักษณะไขมันและสรีระของแต่ละบุคคล
หลังทำ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยบริเวณที่ทำอาจมีอาการชั่วคราว เช่น
อาการเหล่านี้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา โดยอาการชาและการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกผิวอาจใช้เวลานานกว่าสัปดาห์ในบางราย
หลังทำควรสังเกตบริเวณที่ทำและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกเพื่อประเมินเพิ่มเติม
สำหรับการดูแลรูปร่างในระยะยาว ควรดูแลน้ำหนักและพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กันไป เช่น รับประทานอาหารให้เหมาะสมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากโปรแกรมนี้ เน้นการดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับการลดน้ำหนักโดยรวม
ในการรับบริการต่างๆ ผู้รับบริการไม่ควรดูเพียงว่ามีเครื่องหรือเลือกหัว Applicator รุ่นใด แต่ต้องพิจารณาว่า บริเวณที่ต้องการดูแลมีลักษณะไขมันอย่างไร และควรใช้หัวแบบไหน จึงจะเหมาะกับสรีระของบริเวณนั้น
ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำ เพื่อช่วยวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ไขมันในแต่ละบริเวณมีความหนา ขนาด และการกระจายตัวแตกต่างกัน แพทย์พิจารณาตำแหน่ง ลักษณะ และความหนาของไขมัน รวมถึงสรีระบริเวณที่จะทำ เพื่อประเมินว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับบริเวณนั้นหรือไม่
แต่ละคนมีปัญหาและเป้าหมายแตกต่างกัน จึงวางแผนตามบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น หน้าท้อง รอบเอว ต้นแขน ต้นขา หรือใต้คาง โดยพิจารณาภาพรวมของสัดส่วนร่วมด้วย
เนื่องจากโปรแกรมนี้ มี Applicator หลายรูปแบบ ทั้ง Curve, Flat และ Surface แต่ละหัวมีขนาดและรูปทรงแตกต่างกัน การเลือกใช้จึงต้องดูว่าหัวสามารถวางกับบริเวณนั้นได้เหมาะสม รวมถึงพิจารณาลักษณะของไขมันและสรีระร่วมด้วย
ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic มีประสบการณ์และความชำนาญการในการให้บริการโปรแกรมนี้ อีกทั้งยังประเมินและเลือกใช้หัว Applicator ในบริเวณต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการดูแลไขมันในบริเวณที่แตกต่างกัน เราให้ความสำคัญกับการวางแผนที่เหมาะกับแต่ละบุคคลเพื่อให้ผู้รับบริการพึงพอใจ
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับแนวทางการดูแลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตั้งแต่การให้ข้อมูล การประเมิน การวางแผน และขั้นตอนการดูแล โดยรายละเอียดของโปรแกรมยังปรับตามลักษณะของแต่ละบุคคล
หลังทำสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ดูแลตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อประเมินผลและพิจารณาแนวทางเพิ่มเติมตามความต้องการของแต่ละบุคคล
โปรแกรม CoolSculpting Elite คือโปรแกรมดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณด้วยหลักการ Cryolipolysis หรือการใช้ความเย็นแบบควบคุม โดยมุ่งดูแลไขมันใต้ผิวในบริเวณที่ต้องการ จึงเน้นการดูแลรูปร่างเฉพาะจุด ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยรวม
ไม่ใช่โปรแกรมสำหรับลดน้ำหนักโดยรวม แต่เน้นดูแลไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ เช่น หน้าท้อง รอบเอว ต้นแขน ต้นขา หรือใต้คาง จึงเหมาะกับการดูแลรูปร่างมากกว่าการลดน้ำหนักทั้งตัว
การเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เกิดขึ้นหลังทำ โดยบางรายอาจเริ่มสังเกตได้ในช่วงประมาณ 3–4 สัปดาห์ และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
จำนวนครั้งไม่ได้กำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของแต่ละบุคคล บางบริเวณอาจวางแผนเพียง 1 ครั้ง ขณะที่บางกรณีอาจพิจารณาทำซ้ำเพื่อดูแลไขมันเพิ่มเติม
ระหว่างทำอาจรู้สึกเย็นจัด ดึง รั้ง จี๊ด ชา หรือตึงบริเวณที่ทำ โดยความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเปลี่ยนไปตามช่วงของการทำ
หลังทำอาจมีอาการชั่วคราว เช่น แดง บวม ช้ำ ตึง กดเจ็บ คัน เสียวซ่า หรือชา โดยระยะเวลาที่เกิดอาการแตกต่างกันไป หากมีอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้น ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
สามารถใช้ดูแลไขมันสะสมได้ในหลายบริเวณ เช่น ใต้คาง ใต้แนวกราม ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง รอบเอว ไขมันบริเวณเสื้อชั้นใน แผ่นหลัง และใต้ก้น
ทั้งสองรุ่นใช้หลักการ Cryolipolysis เหมือนกัน แต่รุ่น Elite มีการพัฒนาระบบและหัว Applicator ให้รองรับการใช้งานได้หลากหลายขึ้น รวมถึงสามารถใช้งานหัว Applicator พร้อมกัน 2 หัวตามการออกแบบของระบบ
โปรแกรม CoolSculpting Elite ใช้ความเย็นแบบควบคุมกับชั้นไขมันใต้ผิว ขณะที่โปรแกรมดูดไขมันเป็นการนำไขมันออกจากร่างกายโดยตรง จึงมีขั้นตอนและการดูแลหลังทำแตกต่างกัน การเลือกวิธีควรพิจารณาจากลักษณะและปริมาณไขมัน รวมถึงเป้าหมายของแต่ละบุคคล
เซลล์ไขมันที่ผ่านกระบวนการและถูกกำจัดออกไปแล้วจะไม่กลับมาเพิ่มจำนวนในบริเวณเดิม แต่เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่สามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นได้หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นการดูแลน้ำหนักและพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังมีส่วนสำคัญต่อการดูแลรูปร่างในระยะยาว




