






ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือรอยสิว แม้จะทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอเหมือนกัน แต่มีลักษณะและองค์ประกอบของปัญหาที่แตกต่างกัน ทั้งเม็ดสี รอยแดงจากหลอดเลือด รวมถึง Texture และคุณภาพผิว ดังนั้น การเลือกเลเซอร์จึงควรพิจารณาจากลักษณะผิวและคุณสมบัติของเทคโนโลยีให้สอดคล้องกัน โดยโปรแกรม Super Skin Laser ใช้เลเซอร์ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm ซึ่งมีคุณสมบัติและเป้าหมายในการส่งพลังงานเข้าสู่ผิวแตกต่างกัน แล้วแต่ละความยาวคลื่นทำงานอย่างไร และเหมาะกับปัญหาผิวลักษณะใด? มาทำความเข้าใจหลักการทำงานและแนวทางการเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้คือโปรแกรมเลเซอร์ที่ใช้ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm โดยแต่ละความยาวคลื่นมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานเข้าสู่ผิวและมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาผิวที่ต้องการดูแลได้ นอกจากปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำแล้ว แนวทางการใช้เลเซอร์ยังสามารถนำมาพิจารณาร่วมกับปัญหาผิวอื่น เช่น รอยแดงจากสิว สิวอักเสบ และรอยที่เกิดหลังสิว โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาผิวหลายลักษณะร่วมกัน
เพราะฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดง หรือปัญหา Texture ไม่ได้มีลักษณะเหมือนกัน การเลือกใช้เลเซอร์จึงควรดูมากกว่าสีหรือรอยที่เห็นบนผิวภายนอก โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกันทั้งชนิดของปัญหา ตำแหน่ง ลักษณะของรอย และสภาพผิว ก่อนวางแผนการใช้พลังงานให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน รวมถึงพิจารณาว่าควรใช้ความยาวคลื่นใดเป็นหลักและควรออกแบบแนวทางการดูแลอย่างไรตามปัญหาที่พบ
หลักการทำงานของโปรแกรมนี้สามารถทำความเข้าใจได้จากความแตกต่างของ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm ซึ่งมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อและเป้าหมายที่แตกต่างกัน
ดังนั้น การใช้เลเซอร์จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเลขความยาวคลื่น แต่ยังต้องคำนึงถึงบริเวณที่ต้องการดูแล ลักษณะของปัญหา และพารามิเตอร์ที่ใช้ร่วมกันด้วย
ความยาวคลื่น 589 nm เป็น Yellow wavelength ที่มีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบด้านหลอดเลือด จึงมีการนำมาใช้และศึกษากับปัญหาผิวที่มีรอยแดงร่วมด้วย โดยเฉพาะรอยแดงหลังสิว หรือ Acne Erythema
สำหรับรอยสิว ควรแยกก่อนว่าเป็นรอยแดง รอยดำ หรือมีทั้งสองแบบ เพราะแต่ละปัญหามีลักษณะต่างกัน การเลือกใช้เลเซอร์จึงต้องดูทั้ง Wavelength และพารามิเตอร์ที่ใช้ร่วมกัน ไม่ใช่พิจารณาจากตัวเลขความยาวคลื่นเพียงอย่างเดียว
มีงานวิจัยแบบ Split-face Randomized Controlled Trial ที่ศึกษาการใช้เลเซอร์ Dual-wavelength 589/1319 nm กับ Acne Erythema โดยปรับพารามิเตอร์ให้เหมาะกับผู้เข้าร่วมการศึกษา ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยอธิบายการนำ 589 nm มาพิจารณากับปัญหารอยแดงหลังสิว
ความยาวคลื่น 1319 nm อยู่ในกลุ่ม Near-infrared wavelength สามารถส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อในระดับ Dermis และทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อ เมื่อใช้พลังงานในระดับที่เหมาะสม ผิวจะเกิดการตอบสนองตามกระบวนการทางชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและโครงสร้างผิวในระยะต่อมา
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว 1319 nm จึงสามารถนำมาพิจารณาในเรื่อง Skin Quality, Skin Texture และความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงมีงานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Dual-wavelength 589/1319 nm ในประเด็น Acne Scar อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาควรพิจารณาตามวิธีการรักษา กลุ่มผู้เข้าร่วม และพารามิเตอร์ที่ใช้ ไม่ควรนำมาเหมารวมกับทุกคน
ปัญหาผิวในบริเวณเดียวกันอาจมีมากกว่าหนึ่งองค์ประกอบ เช่น รอยแดง รอยดำ และ Texture ที่เปลี่ยนไป 589 nm และ 1319 nm จึงมีบทบาทต่างกัน และสามารถนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกับปัญหาที่พบ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องใช้ทั้ง 2 ความยาวคลื่นในรูปแบบเดียวกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และพารามิเตอร์ที่เหมาะสม
โปรแกรมนี้สามารถนำมาพิจารณาใช้ดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับ เม็ดสี รอยแดง และคุณภาพผิว โดยแนวทางการใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ฝ้าเป็นปัญหาเม็ดสีที่มีปัจจัยกระตุ้นได้หลายด้าน ทั้งแสงแดด ฮอร์โมน และสภาพผิว การดูแลจึงควรประเมินลักษณะของฝ้าก่อนว่าเป็นลักษณะใด และมีปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วยหรือไม่
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้โปรแกรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดูแลฝ้า โดยต้องวางแผนให้เหมาะกับสภาพผิวและไม่มองการใช้เลเซอร์แยกออกจากการดูแลผิวด้านอื่น
กระมักปรากฏเป็นจุดสีน้ำตาลบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ แต่ลักษณะของกระแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน
ก่อนเลือกแนวทางดูแล แพทย์จึงควรประเมินลักษณะของจุดเม็ดสีให้ชัดเจน เพื่อแยกจากฝ้า จุดด่างดำ หรือรอยเม็ดสีประเภทอื่นที่อาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน
จุดด่างดำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น แสงแดด การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี หรือการอักเสบของผิว การดูแลจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุของรอยก่อน มากกว่ามองว่าเป็นเพียงปัญหาสีผิวเข้มขึ้น
จึงสามารถนำมาพิจารณาใช้ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของจุดด่างดำและสภาพผิวร่วมกันก่อน
รอยหลังสิวอาจมีทั้งรอยดำและรอยแดง ซึ่งเป็นคนละลักษณะกัน การดูแลจึงควรแยกให้ออกก่อนว่าเป็นรอยประเภทใด รวมถึงดูว่ามีแผลเป็นหรือ Texture ของผิวร่วมด้วยหรือไม่
สำหรับรอยดำหลังการอักเสบของสิว แพทย์อาจพิจารณาใช้โปรแกรม Super Skin Laser เป็นหนึ่งในแนวทางดูแลตามความเหมาะสมของผิวแต่ละคน
ปัญหาผิวบางรายไม่ได้มีเพียงเม็ดสี แต่มีรอยแดงร่วมด้วย ทำให้สีผิวโดยรวมดูไม่สม่ำเสมอ การประเมินจึงควรดูองค์ประกอบของรอยแต่ละประเภทก่อนเลือกแนวทาง
สามารถนำโปรแกรมนี้มาพิจารณาใช้ดูแลปัญหารอยแดงบางลักษณะ รวมถึงปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแนวทางให้เหมาะกับสภาพผิว
โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลายด้าน ทั้งฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว รอยแดง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและลักษณะปัญหาก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะสม
กลุ่มที่สามารถเข้ารับการประเมินได้ เช่น
สำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบมาก มีผิวระคายเคือง หรือมีปัญหาเม็ดสีที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มโปรแกรม เพื่อพิจารณาว่าในช่วงนั้นเหมาะกับการใช้เลเซอร์หรือควรดูแลปัญหาอื่นร่วมด้วย
การเตรียมผิวก่อนทำและการดูแลหลังทำโปรแกรมนี้ มีรายละเอียดที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะเรื่องแสงแดดและการระคายเคืองของผิว หากมีการใช้ยา สกินแคร์ หรือมีปัญหาผิวบางอย่างอยู่ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ
ก่อนทำไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสกินแคร์ทั้งหมด แต่ควรเตรียมผิวให้พร้อมและแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ เช่น
การเตรียมตัวอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและรูปแบบการทำเลเซอร์ จึงควรยึดคำแนะนำของแพทย์ที่ประเมินผิวเป็นหลัก
หลังทำควรเน้น 3 เรื่อง คือ กันแดด ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน และลดการระคายเคือง
เพราะปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกรับทำหัตถการจึงควรเริ่มจากการประเมินผิว ไม่ใช่เลือกจากชื่อโปรแกรมเพียงอย่างเดียว Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินโดยทีมแพทย์และการวางแผนเฉพาะบุคคล เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละเคส
ก่อนเริ่มโปรแกรม แพทย์จะประเมินลักษณะของปัญหาผิว ทั้งประเภทและการกระจายตัวของเม็ดสี รวมถึงสภาพผิวโดยรวมและปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้การวางแผนการดูแลมีความเหมาะสมกับปัญหาของแต่ละเคส
หลังจากประเมินปัญหาแล้ว ทีมแพทย์จะนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนการดูแล โดยพิจารณาตามลักษณะผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของแต่ละบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางเดียวกันกับทุกเคส
Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการประเมินและแนวทางการดูแล เพื่อให้การดูแลในแต่ละสาขาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่การประเมินปัญหา การวางแผน ไปจนถึงการติดตามผลหลังทำ
การประเมินปัญหาผิวไม่ได้พิจารณาเฉพาะจุดที่มองเห็น แต่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินแต่ละเคสอย่างเป็นระบบ เพื่อประกอบการเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ทำให้โปรแกรมนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับดูแลปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงหลังสิว และสีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยใช้ 2 ความยาวคลื่น 589 nm และ 1319 nm ผู้ที่มีปัญหาผิวหลายอย่างร่วมกันสามารถเข้ารับการประเมินกับทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic เพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและพิจารณาว่าโปรแกรมเหมาะกับปัญหาผิวหรือไม่ พร้อมวางแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้คือโปรแกรมเลเซอร์ที่ใช้ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm โดยนำมาใช้ตามปัญหาที่ต้องการดูแล เช่น รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ และคุณภาพผิว
สามารถใช้ดูแลฝ้าได้ในบางกรณี แต่ฝ้ามีปัจจัยกระตุ้นหลายด้าน แพทย์จึงควรประเมินลักษณะของฝ้าก่อนเลือกแนวทาง และหลังทำยังต้องดูแลเรื่องแสงแดดอย่างต่อเนื่อง
สามารถใช้กับกระบางประเภทได้ โดยต้องดูลักษณะของเม็ดสีก่อน เพราะกระแต่ละชนิดอาจมีแนวทางการดูแลแตกต่างกัน
สามารถนำมาใช้ดูแลจุดด่างดำบางลักษณะได้ เช่น รอยดำหลังสิว แต่ควรแยกก่อนว่าเป็นเม็ดสีประเภทใด เพื่อเลือกแนวทางให้เหมาะกับปัญหา
ระหว่างทำอาจรู้สึก อุ่น ๆ ดีด หรือจี๊ดที่ผิว ขึ้นอยู่กับบริเวณและพลังงานที่ใช้ ความรู้สึกของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน
หากใช้การตั้งค่าในกลุ่ม Non-ablative โดยทั่วไปจะมี ช่วงพักฟื้นหลังทำน้อยกว่าเลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผลบนผิว แต่อาจมีอาการรอยแดง รู้สึกอุ่น หรือบวมเล็กน้อยหลังทำได้ ทั้งนี้ระยะเวลาที่ผิวกลับเข้าสู่สภาพปกติขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้และการตอบสนองของผิวแต่ละคน
แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาผิว สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้ช่วยลดเลือนและทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าฝ้าจะหายขาดหรือไม่กลับมาเป็นซ้ำได้ เนื่องจากฝ้ามีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น แสงแดด ฮอร์โมน และพันธุกรรม ดังนั้นหลังทำควรดูแลผิวและป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้า
ทั้งโปรแกรม Super Skin Laser และ โปรแกรม Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นและรูปแบบการส่งพลังงานแตกต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายการดูแลที่ต่างกัน
ทั้งนี้การเลือกโปรแกรมควรพิจารณาจากปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมินแนวทางที่เหมาะสม

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )




