โปรแกรม Super Skin Laser คืออะไร? ดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวด้วยเลเซอร์

ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือรอยสิว แม้จะทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอเหมือนกัน แต่มีลักษณะและองค์ประกอบของปัญหาที่แตกต่างกัน ทั้งเม็ดสี รอยแดงจากหลอดเลือด รวมถึง Texture และคุณภาพผิว ดังนั้น การเลือกเลเซอร์จึงควรพิจารณาจากลักษณะผิวและคุณสมบัติของเทคโนโลยีให้สอดคล้องกัน โดยโปรแกรม Super Skin Laser ใช้เลเซอร์ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm ซึ่งมีคุณสมบัติและเป้าหมายในการส่งพลังงานเข้าสู่ผิวแตกต่างกัน แล้วแต่ละความยาวคลื่นทำงานอย่างไร และเหมาะกับปัญหาผิวลักษณะใด? มาทำความเข้าใจหลักการทำงานและแนวทางการเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

โปรแกรม Super Skin Laser คืออะไร?

โปรแกรมนี้คือโปรแกรมเลเซอร์ที่ใช้ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm โดยแต่ละความยาวคลื่นมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานเข้าสู่ผิวและมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาผิวที่ต้องการดูแลได้ นอกจากปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำแล้ว แนวทางการใช้เลเซอร์ยังสามารถนำมาพิจารณาร่วมกับปัญหาผิวอื่น เช่น รอยแดงจากสิว สิวอักเสบ และรอยที่เกิดหลังสิว โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาผิวหลายลักษณะร่วมกัน

เพราะฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดง หรือปัญหา Texture ไม่ได้มีลักษณะเหมือนกัน การเลือกใช้เลเซอร์จึงควรดูมากกว่าสีหรือรอยที่เห็นบนผิวภายนอก โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกันทั้งชนิดของปัญหา ตำแหน่ง ลักษณะของรอย และสภาพผิว ก่อนวางแผนการใช้พลังงานให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน รวมถึงพิจารณาว่าควรใช้ความยาวคลื่นใดเป็นหลักและควรออกแบบแนวทางการดูแลอย่างไรตามปัญหาที่พบ

โปรแกรม Super Skin Laser ทำงานอย่างไร? เข้าใจ 2 ความยาวคลื่น 589 และ 1319 nm

หลักการทำงานของโปรแกรมนี้สามารถทำความเข้าใจได้จากความแตกต่างของ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm ซึ่งมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อและเป้าหมายที่แตกต่างกัน

ดังนั้น การใช้เลเซอร์จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเลขความยาวคลื่น แต่ยังต้องคำนึงถึงบริเวณที่ต้องการดูแล ลักษณะของปัญหา และพารามิเตอร์ที่ใช้ร่วมกันด้วย

ความยาวคลื่น 589 nm ทำงานอย่างไร?

ความยาวคลื่น 589 nm เป็น Yellow wavelength ที่มีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบด้านหลอดเลือด จึงมีการนำมาใช้และศึกษากับปัญหาผิวที่มีรอยแดงร่วมด้วย โดยเฉพาะรอยแดงหลังสิว หรือ Acne Erythema

สำหรับรอยสิว ควรแยกก่อนว่าเป็นรอยแดง รอยดำ หรือมีทั้งสองแบบ เพราะแต่ละปัญหามีลักษณะต่างกัน การเลือกใช้เลเซอร์จึงต้องดูทั้ง Wavelength และพารามิเตอร์ที่ใช้ร่วมกัน ไม่ใช่พิจารณาจากตัวเลขความยาวคลื่นเพียงอย่างเดียว

มีงานวิจัยแบบ Split-face Randomized Controlled Trial ที่ศึกษาการใช้เลเซอร์ Dual-wavelength 589/1319 nm กับ Acne Erythema โดยปรับพารามิเตอร์ให้เหมาะกับผู้เข้าร่วมการศึกษา ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยอธิบายการนำ 589 nm มาพิจารณากับปัญหารอยแดงหลังสิว

ความยาวคลื่น 1319 nm ทำงานอย่างไร?

ความยาวคลื่น 1319 nm อยู่ในกลุ่ม Near-infrared wavelength สามารถส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อในระดับ Dermis และทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อ เมื่อใช้พลังงานในระดับที่เหมาะสม ผิวจะเกิดการตอบสนองตามกระบวนการทางชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและโครงสร้างผิวในระยะต่อมา

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว 1319 nm จึงสามารถนำมาพิจารณาในเรื่อง Skin Quality, Skin Texture และความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงมีงานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Dual-wavelength 589/1319 nm ในประเด็น Acne Scar อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาควรพิจารณาตามวิธีการรักษา กลุ่มผู้เข้าร่วม และพารามิเตอร์ที่ใช้ ไม่ควรนำมาเหมารวมกับทุกคน

ทำไมโปรแกรม Super Skin Laser จึงใช้ 2 ความยาวคลื่น?

ปัญหาผิวในบริเวณเดียวกันอาจมีมากกว่าหนึ่งองค์ประกอบ เช่น รอยแดง รอยดำ และ Texture ที่เปลี่ยนไป 589 nm และ 1319 nm จึงมีบทบาทต่างกัน และสามารถนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกับปัญหาที่พบ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องใช้ทั้ง 2 ความยาวคลื่นในรูปแบบเดียวกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และพารามิเตอร์ที่เหมาะสม

โปรแกรม Super Skin Laser ช่วยเรื่องอะไร?

โปรแกรมนี้สามารถนำมาพิจารณาใช้ดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับ เม็ดสี รอยแดง และคุณภาพผิว โดยแนวทางการใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

1. ฝ้า

ฝ้าเป็นปัญหาเม็ดสีที่มีปัจจัยกระตุ้นได้หลายด้าน ทั้งแสงแดด ฮอร์โมน และสภาพผิว การดูแลจึงควรประเมินลักษณะของฝ้าก่อนว่าเป็นลักษณะใด และมีปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วยหรือไม่

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้โปรแกรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดูแลฝ้า โดยต้องวางแผนให้เหมาะกับสภาพผิวและไม่มองการใช้เลเซอร์แยกออกจากการดูแลผิวด้านอื่น

2. กระ

กระมักปรากฏเป็นจุดสีน้ำตาลบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ แต่ลักษณะของกระแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน

ก่อนเลือกแนวทางดูแล แพทย์จึงควรประเมินลักษณะของจุดเม็ดสีให้ชัดเจน เพื่อแยกจากฝ้า จุดด่างดำ หรือรอยเม็ดสีประเภทอื่นที่อาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน

3. จุดด่างดำ

จุดด่างดำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น แสงแดด การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี หรือการอักเสบของผิว การดูแลจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุของรอยก่อน มากกว่ามองว่าเป็นเพียงปัญหาสีผิวเข้มขึ้น

จึงสามารถนำมาพิจารณาใช้ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของจุดด่างดำและสภาพผิวร่วมกันก่อน

4. รอยดำจากสิว

รอยหลังสิวอาจมีทั้งรอยดำและรอยแดง ซึ่งเป็นคนละลักษณะกัน การดูแลจึงควรแยกให้ออกก่อนว่าเป็นรอยประเภทใด รวมถึงดูว่ามีแผลเป็นหรือ Texture ของผิวร่วมด้วยหรือไม่

สำหรับรอยดำหลังการอักเสบของสิว แพทย์อาจพิจารณาใช้โปรแกรม Super Skin Laser เป็นหนึ่งในแนวทางดูแลตามความเหมาะสมของผิวแต่ละคน

5. รอยแดงและสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ปัญหาผิวบางรายไม่ได้มีเพียงเม็ดสี แต่มีรอยแดงร่วมด้วย ทำให้สีผิวโดยรวมดูไม่สม่ำเสมอ การประเมินจึงควรดูองค์ประกอบของรอยแต่ละประเภทก่อนเลือกแนวทาง

สามารถนำโปรแกรมนี้มาพิจารณาใช้ดูแลปัญหารอยแดงบางลักษณะ รวมถึงปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแนวทางให้เหมาะกับสภาพผิว

ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว อย่าเพิ่งเลือกเลเซอร์ ถ้ายังไม่รู้ว่าผิวต้องการอะไร  

ทีมแพทย์ Rassapoom Clinic ประเมินสภาพผิวและวางแนวทางด้วยโปรแกรม Super Skin Laser ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Super Skin Laser เหมาะกับใคร?

โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลายด้าน ทั้งฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว รอยแดง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและลักษณะปัญหาก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะสม

กลุ่มที่สามารถเข้ารับการประเมินได้ เช่น

  • ผู้ที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือรอยสิว และต้องการดูแลปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบร่วมกับรอยแดงหรือรอยดำ และต้องการวางแผนดูแลปัญหาสิวและรอยไปพร้อมกัน
  • ผู้ที่มีเม็ดสีบนใบหน้าลักษณะอื่น ๆ นอกเหนือจากฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเป็นปัญหาประเภทใด
  • ผู้ที่ต้องการดูแลเฉพาะบริเวณที่มีปัญหา เช่น ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ โดยพิจารณาตามตำแหน่งและลักษณะของรอย
  • ผู้ที่มีหลายปัญหาผิวร่วมกัน เช่น สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดง และ Texture ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูหมอง สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือคุณภาพผิวโดยรวมเปลี่ยนไป และต้องการประเมินแนวทางดูแลเพิ่มเติม
  • ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา และต้องการวางแผนการดูแลผิวโดยคำนึงถึงระยะพักฟื้นและการใช้ชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบมาก มีผิวระคายเคือง หรือมีปัญหาเม็ดสีที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มโปรแกรม เพื่อพิจารณาว่าในช่วงนั้นเหมาะกับการใช้เลเซอร์หรือควรดูแลปัญหาอื่นร่วมด้วย

ก่อนทำและหลังทำโปรแกรมนี้ดูแลตัวเองอย่างไร?

การเตรียมผิวก่อนทำและการดูแลหลังทำโปรแกรมนี้ มีรายละเอียดที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะเรื่องแสงแดดและการระคายเคืองของผิว หากมีการใช้ยา สกินแคร์ หรือมีปัญหาผิวบางอย่างอยู่ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ

ก่อนรับบริการควรเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนทำไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสกินแคร์ทั้งหมด แต่ควรเตรียมผิวให้พร้อมและแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ เช่น

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด และการทำผิวแทนก่อนทำ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสครับหรือขัดผิวแรง ๆ
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับ ยา อาหารเสริม และสกินแคร์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจทำให้ผิวไวต่อแสงหรือระคายเคืองง่าย
  • หากใช้ Retinoid หรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ควรสอบถามแพทย์ก่อนว่าจะต้องพักการใช้หรือไม่
  • หากมีผิวไหม้แดด มีการอักเสบ หรือระคายเคืองบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

การเตรียมตัวอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและรูปแบบการทำเลเซอร์ จึงควรยึดคำแนะนำของแพทย์ที่ประเมินผิวเป็นหลัก

ดูแลผิวอย่างไรหลังรับบริการ?

หลังทำควรเน้น 3 เรื่อง คือ กันแดด ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน และลดการระคายเคือง

  • ทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงแดดโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่ผิวยังไวต่อแสง
  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ถูหรือขัดผิวแรง
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวตามที่แพทย์แนะนำ
  • พักการใช้สกินแคร์ที่อาจทำให้แสบ แห้ง หรือลอก เช่น ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หากแพทย์แนะนำให้หยุด
  • ไม่แกะ เกา หรือถูผิว หากมีอาการแดงหรือระคายเคืองหลังทำ
  • งดกิจกรรมที่ทำให้ผิวสัมผัสความร้อนหรือแสงแดดมากตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรงกว่าที่ได้รับคำแนะนำไว้ ควรติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมิน

ทำไมควรทำโปรแกรม Super Skin Laser กับ Rassapoom Clinic?

เพราะปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกรับทำหัตถการจึงควรเริ่มจากการประเมินผิว ไม่ใช่เลือกจากชื่อโปรแกรมเพียงอย่างเดียว Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินโดยทีมแพทย์และการวางแผนเฉพาะบุคคล เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละเคส

ประเมินสาเหตุของปัญหาผิวก่อนวางแผนการดูแล

ก่อนเริ่มโปรแกรม แพทย์จะประเมินลักษณะของปัญหาผิว ทั้งประเภทและการกระจายตัวของเม็ดสี รวมถึงสภาพผิวโดยรวมและปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้การวางแผนการดูแลมีความเหมาะสมกับปัญหาของแต่ละเคส

วางแผนแนวทางโดยทีมแพทย์ตามสภาพผิวเฉพาะบุคคล

หลังจากประเมินปัญหาแล้ว ทีมแพทย์จะนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนการดูแล โดยพิจารณาตามลักษณะผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของแต่ละบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางเดียวกันกับทุกเคส

ดูแลตามแนวทางและมาตรฐานการประเมินของ Rassapoom Clinic

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการประเมินและแนวทางการดูแล เพื่อให้การดูแลในแต่ละสาขาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่การประเมินปัญหา การวางแผน ไปจนถึงการติดตามผลหลังทำ

ประสบการณ์ของทีมแพทย์ด้านการดูแลผิวและโครงสร้างใบหน้า

การประเมินปัญหาผิวไม่ได้พิจารณาเฉพาะจุดที่มองเห็น แต่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญกับการประเมินแต่ละเคสอย่างเป็นระบบ เพื่อประกอบการเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ทำให้โปรแกรมนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับดูแลปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงหลังสิว และสีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยใช้ 2 ความยาวคลื่น 589 nm และ 1319 nm ผู้ที่มีปัญหาผิวหลายอย่างร่วมกันสามารถเข้ารับการประเมินกับทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic เพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและพิจารณาว่าโปรแกรมเหมาะกับปัญหาผิวหรือไม่ พร้อมวางแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม Super Skin Laser คืออะไร?

โปรแกรมนี้คือโปรแกรมเลเซอร์ที่ใช้ 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ 589 nm และ 1319 nm โดยนำมาใช้ตามปัญหาที่ต้องการดูแล เช่น รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ และคุณภาพผิว

สามารถใช้ดูแลฝ้าได้ในบางกรณี แต่ฝ้ามีปัจจัยกระตุ้นหลายด้าน แพทย์จึงควรประเมินลักษณะของฝ้าก่อนเลือกแนวทาง และหลังทำยังต้องดูแลเรื่องแสงแดดอย่างต่อเนื่อง

สามารถใช้กับกระบางประเภทได้ โดยต้องดูลักษณะของเม็ดสีก่อน เพราะกระแต่ละชนิดอาจมีแนวทางการดูแลแตกต่างกัน

สามารถนำมาใช้ดูแลจุดด่างดำบางลักษณะได้ เช่น รอยดำหลังสิว แต่ควรแยกก่อนว่าเป็นเม็ดสีประเภทใด เพื่อเลือกแนวทางให้เหมาะกับปัญหา

ระหว่างทำอาจรู้สึก อุ่น ๆ ดีด หรือจี๊ดที่ผิว ขึ้นอยู่กับบริเวณและพลังงานที่ใช้ ความรู้สึกของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

หากใช้การตั้งค่าในกลุ่ม Non-ablative โดยทั่วไปจะมี ช่วงพักฟื้นหลังทำน้อยกว่าเลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผลบนผิว แต่อาจมีอาการรอยแดง รู้สึกอุ่น หรือบวมเล็กน้อยหลังทำได้ ทั้งนี้ระยะเวลาที่ผิวกลับเข้าสู่สภาพปกติขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้และการตอบสนองของผิวแต่ละคน

แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาผิว สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

โปรแกรมนี้ช่วยลดเลือนและทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าฝ้าจะหายขาดหรือไม่กลับมาเป็นซ้ำได้ เนื่องจากฝ้ามีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น แสงแดด ฮอร์โมน และพันธุกรรม ดังนั้นหลังทำควรดูแลผิวและป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้า 

ทั้งโปรแกรม Super Skin Laser และ โปรแกรม Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นและรูปแบบการส่งพลังงานแตกต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายการดูแลที่ต่างกัน 

  • โปรแกรม Super Skin Laser เน้นดูแลปัญหาเม็ดสี รอยแดง และฟื้นฟูสภาพผิว 
  • โปรแกรม Pico Laser สามารถเลือกใช้เพื่อดูแลปัญหาเม็ดสีบางประเภท รวมถึงการฟื้นฟูผิวในโหมดที่เหมาะสม 

ทั้งนี้การเลือกโปรแกรมควรพิจารณาจากปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมินแนวทางที่เหมาะสม

Dr. Phatcha Khanasap Rassapoomclinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอหงษ์หยก
พญ.ภัสชา คณาทรัพย์ 
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.63496 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ