






ในปัจจุบัน แนวทางการดูแลผิวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติมเต็มริ้วรอยหรือเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า แต่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพผิวและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวในระยะยาว มากขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในกลุ่ม Collagen Biostimulator คือโปรแกรม PCL+CMC (Polycaprolactone + Carboxymethyl Cellulose) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการดูแลคุณภาพผิวที่แตกต่างจากสารเติมเต็มผิวแบบทั่วไป
แล้วโปรแกรม PCL+CMC คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร และปัจจุบันมียี่ห้ออะไรบ้าง? มาทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้ พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ไปด้วยกัน
โปรแกรม PCL+CMC (Polycaprolactone + Carboxymethyl Cellulose) คือเทคโนโลยีส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 2 ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ PCL microsphere และ CMC gel carrier ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันตามคุณสมบัติของแต่ละส่วนประกอบ
PCL (Polycaprolactone) เป็นพอลิเมอร์ (Polymer) ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และมีการนำไปใช้ในทางการแพทย์หลายด้าน สำหรับวงการความงาม PCL ถูกนำมาใช้ในรูปแบบ PCL microsphere ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator และเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวในระยะต่อมา
ขณะที่ CMC (Carboxymethyl Cellulose) ทำหน้าที่เป็น Gel Carrier หรือสารตัวกลางที่ช่วยพาและกระจาย PCL microsphere ในชั้นผิว โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มในระยะแรกหลังการใช้งาน
ดังนั้น เทคโนโลยีของโปรแกรม PCL+CMC จึงเป็นการผสมผสานคุณสมบัติของ PCL และ CMC เข้าด้วยกัน โดยรายละเอียดด้านสัดส่วน ขนาดอนุภาค PCL และกระบวนการผลิต อาจแตกต่างกันไปตามการออกแบบของแต่ละแบรนด์
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรแกรม PCL+CMC ที่ได้รับความสนใจในวงการความงาม มีอยู่หลายแบรนด์ โดยตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่ โปรแกรม Ellanse (อีลองเซ่) และ โปรแกรม Lafullen (ลาฟูลเลน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ใช้แนวคิดการทำงานร่วมกันระหว่าง PCL microsphere และ CMC gel carrier
แม้ทั้งสองผลิตภัณฑ์จะมีส่วนประกอบหลักในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ PCL microsphere ประมาณ 30% และ CMC gel ประมาณ 70% แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เช่น แหล่งพัฒนา เทคโนโลยีของอนุภาค PCL และแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์
| ผลิตภัณฑ์ | ประเทศผู้พัฒนา | ส่วนประกอบหลัก | จุดเด่นของเทคโนโลยี |
| โปรแกรม Ellanse (อีลองเซ่) | เนเธอร์แลนด์ โดยบริษัท Sinclair | CMC Gel 70% + PCL Microsphere 30% | ใช้ CMC gel carrier ในการเติมเต็มระยะแรก และ PCL microsphere เป็นส่วนประกอบสำคัญของ Collagen Biostimulator |
| โปรแกรม Lafullen (ลาฟูลเลน) | เกาหลีใต้ โดยบริษัท Samyang | CMC Gel 70% + PCL Microsphere 30% | ใช้ PCL porous microsphere พร้อมเทคโนโลยีการกระจายตัวของอนุภาค เพื่อออกแบบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ |
โปรแกรม Ellanse (อีลองเซ่) เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม PCL-based Collagen Biostimulator ที่พัฒนาโดยบริษัท Sinclair จากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยอยู่ในแนวทางของโปรแกรม PCL+CMC (Polycaprolactone + Carboxymethyl Cellulose) ซึ่งใช้เทคโนโลยี PCL microsphere ร่วมกับ CMC gel carrier ภายใต้แนวคิดของ Collagen Biostimulator
แนวคิดของโปรแกรม Ellanse คือการผสมผสานระหว่างการเติมเต็มในระยะแรกและการดูแลคุณภาพผิวในระยะต่อมา โดย CMC gel carrier ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการพาและกระจาย PCL microsphere พร้อมมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มในช่วงแรก ขณะที่ PCL microsphere เป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยี Collagen Biostimulator ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิว
โปรแกรม Ellanse มีส่วนประกอบหลักเป็น CMC gel ประมาณ 70% และ PCL microsphere ประมาณ 30% โดย PCL มีลักษณะเป็นอนุภาคขนาดเล็ก (Microsphere) ซึ่งถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับเนื้อเจล CMC ตามแนวคิดของผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของเทคโนโลยี PCL+CMC คือการทำงานร่วมกันของส่วนประกอบ 2 ส่วนในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
CMC gel carrier มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มและช่วยพยุงโครงสร้างผิวในช่วงแรกหลังการใช้งาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการดูแล
เมื่อเวลาผ่านไป PCL microsphere จะเป็นส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Collagen Biostimulation โดยร่างกายจะเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนรอบอนุภาค PCL ตามกลไกของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้
โปรแกรม Ellanse ไม่ได้มีแนวคิดเพียงการเติมเต็มวอลลุ่มเหมือนสารเติมเต็มผิวทั่วไป แต่ใช้แนวทางของ Collagen Biostimulator ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างผิวผ่านการทำงานของ PCL microsphere
จึงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม PCL-based collagen stimulator ที่ได้รับความสนใจในวงการความงาม และมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ PCL microsphere ร่วมกับ CMC gel carrier ในเอกสารทางวิชาการและข้อมูลจากผู้ผลิต
โปรแกรม Lafullen (ลาฟูลเลน) เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่พัฒนาโดยบริษัท Samyang จากประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้เทคโนโลยีของโปรแกรม PCL+CMC ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง PCL microsphere และ CMC gel carrier
แนวคิดของโปรแกรม Lafullen คือการดูแลคุณภาพผิวผ่าน 2 กลไกสำคัญ ได้แก่ การเติมเต็มผิวในระยะแรกจาก CMC gel carrier และการทำงานของ PCL microsphere ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวในระยะต่อมา
จุดเด่นของโปรแกรม Lafullen คือการใช้ PCL รุ่นที่ 3 (3rd Generation PCL) ซึ่งเป็นการพัฒนาอนุภาค PCL ให้มีขนาดสม่ำเสมอ (Uniform Sized Microsphere) และมีโครงสร้าง Micropore หรือรูพรุนภายในอนุภาค เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของอนุภาค PCL ตามแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์
การพัฒนาของเทคโนโลยี PCL สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่
สำหรับโปรแกรม Lafullen มีการนำแนวคิด PCL Micropore Technology มาใช้ โดยออกแบบอนุภาค PCL ให้มีโครงสร้างรูพรุน ซึ่งตามข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของอนุภาค และเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator
โปรแกรม Lafullen ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน ได้แก่
PCL (Polycaprolactone) เป็น Polymer ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator โดยอยู่ในรูปแบบ PCL microsphere
เมื่ออยู่ในชั้นผิว PCL เป็นส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกของ Collagen Biostimulation ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามระยะเวลา
CMC (Carboxymethyl Cellulose) ทำหน้าที่เป็น Gel Carrier หรือสารตัวกลางที่ช่วยพาและกระจาย PCL microsphere ให้กระจายตัวในชั้นผิวอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ CMC gel ยังมีคุณสมบัติด้านการเติมเต็มในระยะแรก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านวอลลุ่มหลังการใช้งาน ก่อนที่ CMC จะค่อย ๆ สลายไปตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย
ดังนั้น การทำงานร่วมกันของ PCL และ CMC จึงเป็นแนวคิดของการผสมผสานระหว่างการเติมเต็มในระยะแรก และการดูแลคุณภาพผิวผ่าน Collagen Biostimulator ในระยะต่อมา
โปรแกรม Lafullen ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในแนวทางการดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมตามปัญหาและลักษณะผิวของแต่ละบุคคล
ตัวอย่างแนวทางการดูแล เช่น
แม้ว่าโปรแกรม Ellanse และโปรแกรม Lafullen จะอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรแกรม PCL+CMC เหมือนกัน แต่ทั้งสองแบรนด์มีแนวคิดในการพัฒนาเทคโนโลยีและรายละเอียดของอนุภาค PCL แตกต่างกัน จึงอาจเหมาะกับแผนการรักษาและการประเมินของแพทย์ที่แตกต่างกัน
ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างของทั้งสองผลิตภัณฑ์ในภาพรวม
| หัวข้อ | โปรแกรม Ellanse | โปรแกรม Lafullen |
| ผู้พัฒนา | Sinclair | Samyang |
| ประเทศ | เนเธอร์แลนด์ | เกาหลีใต้ |
| เทคโนโลยี | PCL และ CMC | PCL และ CMC |
| PCL | Microsphere | 3rd Generation Uniform Sized Microsphere with Micropore |
| แนวคิดการพัฒนา | Dual-Action เติมเต็มในระยะแรกและ Collagen Biostimulation | พัฒนาอนุภาค PCL ให้มีขนาดสม่ำเสมอ พร้อม Micropore ตามแนวคิดของผู้ผลิต |
| จุดสังเกต | มีการใช้งานในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง | ใช้เทคโนโลยี PCL รุ่นใหม่ของแบรนด์ |
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้พิจารณาจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะประเมินร่วมกับหลายปัจจัย เช่น
ดังนั้น ทั้งโปรแกรม Ellanse และโปรแกรม Lafullen จึงเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของโปรแกรม PCL+CMC ที่มีหลักการทำงานคล้ายกัน แต่มีรายละเอียดด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกให้เหมาะกับแต่ละเคส
การเลือกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรแกรม PCL+CMC ไม่ควรพิจารณาจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ควรอาศัยการประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของการรักษาในแต่ละบุคคล เพราะแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน แต่แนวทางการรักษา เทคนิค และตำแหน่งที่เลือกใช้ อาจแตกต่างกันตามลักษณะปัญหาของแต่ละคน
ที่ Rassapoom Clinic แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา พร้อมอธิบายข้อดี ข้อจำกัด และความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตนเอง
ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะประเมินสภาพผิว คุณภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย สัดส่วนของใบหน้า และเป้าหมายของผู้รับบริการแต่ละราย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ไม่ใช้แนวทางเดียวกับทุกคน
ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์กลุ่ม Collagen Biostimulator และเทคนิคการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึง The Signature Code ซึ่งถ่ายทอดโดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ เพื่อประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบแนวทางการรักษาให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
Rassapoom Clinic นำแนวคิด Advanced Structural Injection Technique มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการรักษา โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างรองรับของใบหน้า (Structural Layer) ควบคู่กับคุณภาพผิว เพื่อช่วยกำหนดตำแหน่งและเทคนิคการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
การวางแผนดังกล่าวอาศัยความเข้าใจด้านกายวิภาคของใบหน้า (Facial Anatomy) ทั้งโครงกระดูก กล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน (Fat Compartment) และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อตามวัย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกแนวทางการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรแกรม PCL+CMC
แม้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator จะมีหลักการทำงานคล้ายกัน แต่แต่ละชนิดมีส่วนประกอบ คุณสมบัติ และข้อพิจารณาในการเลือกใช้ที่แตกต่างกัน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้โปรแกรม PCL+CMC, PLLA หรือ PDLLA + HA
ทีมแพทย์ของ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ตามปัญหาผิว ลักษณะโครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของผู้รับบริการแต่ละราย พร้อมอธิบายความแตกต่าง ข้อดี และข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท เพื่อประกอบการตัดสินใจร่วมกันก่อนเริ่มการรักษา
Rassapoom Clinic ยึดแนวคิด Restore Structure, Not Overfill โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและดูแลโครงสร้างใบหน้าให้มีความสมดุล มากกว่าการเพิ่มปริมาตรในบางตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
การวางแผนการรักษาจึงพิจารณาทั้งสัดส่วนของใบหน้า คุณภาพผิว และการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และสอดคล้องกับหลักความงามที่เป็นสไตล์ธรรมชาติ (Natural Aesthetic)
Rassapoom Clinic เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ทุกขั้นตอน พร้อมดำเนินการรักษาภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ
นอกจากนี้ ทีมแพทย์และบุคลากรยังมีการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลและติดตามข้อมูลทางวิชาการด้านความงามอยู่เสมอ
การดูแลของ Rassapoom Clinic เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการแนะนำการดูแลหลังทำหัตถการและการติดตามผลตามความเหมาะสม
ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนรับบริการ การปฏิบัติตัวหลังทำหัตถการ และข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน
โปรแกรม PCL+CMC เป็นอีกทางเลือกในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลคุณภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าตามแนวคิดของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Ellanse หรือโปรแกรม Lafullen แม้จะใช้สารสำคัญในกลุ่มเดียวกัน แต่ก็มีรายละเอียดด้านเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายในการดูแลของแต่ละบุคคลร่วมกับการประเมินของแพทย์ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละราย
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรแกรม PCL+CMC (Polycaprolactone + Carboxymethyl Cellulose) ที่เป็นที่รู้จักในวงการเวชศาสตร์ความงาม ได้แก่ โปรแกรม Ellanse (อีลองเซ่) และ โปรแกรม Lafullen (ลาฟูลเลน) โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator และมีส่วนประกอบหลักเป็น PCL Microsphere ร่วมกับ CMC Gel Carrier
แม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่แต่ละผลิตภัณฑ์มีการออกแบบเทคโนโลยีและคุณสมบัติของอนุภาค PCL ที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้ตามการประเมินของแพทย์และปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ellanse และ โปรแกรม Lafullen มีสารสำคัญหลักเป็น PCL และ CMC เช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันในด้านเทคโนโลยีการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ และรายละเอียดการใช้งาน
การเลือกใช้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะพิจารณาจากปัญหาผิว คุณภาพผิว ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของผู้รับบริการ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
โปรแกรม PCL+CMC, โปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Juvelook ต่างเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator แต่ใช้สารสำคัญและมีกลไกการทำงานแตกต่างกัน
แม้ว่าจะมีเป้าหมายในการดูแลคุณภาพผิวคล้ายกัน แต่คุณสมบัติของวัสดุและข้อพิจารณาในการเลือกใช้แตกต่างกัน แพทย์จึงเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ตามสภาพผิวและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
โปรแกรม PCL+CMC จัดอยู่ในกลุ่มของโปแกรม Collagen Biostimulator (สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน) ไม่ใช่กลุ่มโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA Filler) ทั่วไป
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรแกรม PCL+CMC อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว หรือความยืดหยุ่นของผิว โดยแพทย์จะประเมินร่วมกับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของการรักษา ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์และวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
สามารถวางแผนทำร่วมกับหัตถการด้านความงามอื่นได้ เช่น โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่องมือพลังงาน โปรแกรมดูแลคุณภาพผิว หรือการรักษาอื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลำดับการรักษา ปัญหาผิว และการประเมินของแพทย์
โดยที่ก่อนรับบริการ แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละหัตถการ เพื่อวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการและการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล
สำหรับการทำหัตถการนี้ มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ 1 ครั้ง โดยหลังรับบริการอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวในระยะแรกจากคุณสมบัติของ CMC Gel Carrier และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวและความกระชับชัดเจนขึ้นในช่วง ประมาณ 3–4 เดือน ตามกลไกการทำงานของผลิตภัณฑ์

หมอหนุ่ม
นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ( ว.19863 )