






วิธีรักษาหลุมสิวในปี 2026 มีหลายแนวทาง เช่น โปรแกรม Subcision, โปรแกรม Fractional CO₂ Laser, โปรแกรม Morpheus8 Pro, โปรแกรม TCA CROSS, โปรแกรม Juvelook และโปรแกรม Deep Scar โดยไม่มีหัตถการใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกวิธีดูแลควรพิจารณาจากประเภทของหลุมสิว ความลึก พังผืดใต้ผิว และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
เนื่องจากหลุมสิวของแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งความลึก ความกว้าง และโครงสร้างใต้ผิว หากเลือกวิธีดูแลไม่ตรงกับสาเหตุ อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ปัจจุบันมีวิธีดูแลหลุมสิวหลายรูปแบบ ทั้งการคลายพังผืดใต้ผิว การใช้พลังงานจากเครื่องมือ การแต้มกรดเฉพาะจุด และการฟื้นฟูคุณภาพผิวด้วยสารในกลุ่ม Collagen Biostimulator ดังนั้น ก่อนวางแผนดูแลหลุมสิว แพทย์จึงควรประเมินประเภทหลุมสิว ระดับความรุนแรง และสภาพผิว เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
หลุมสิว (Acne Scar) คือรอยแผลเป็นชนิดยุบตัวที่เกิดขึ้นหลังสิวอักเสบ โดยเฉพาะสิวเม็ดใหญ่หรือสิวที่อักเสบต่อเนื่องเป็นเวลานาน เมื่อเกิดการอักเสบ โครงสร้างผิวและเส้นใยคอลลาเจนอาจถูกทำลาย หากร่างกายซ่อมแซมได้ไม่สมดุล ผิวบริเวณนั้นจะยุบตัวลงจนกลายเป็นหลุมสิว
ในบางรายยังมีพังผืด (Fibrous Band) อยู่ใต้ผิว ทำหน้าที่ดึงรั้งผิวเอาไว้ ทำให้หลุมสิวเห็นชัดขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี หลุมสิวลักษณะนี้มักไม่ดีขึ้นเอง
หลุมสิวแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
Ice Pick Scar เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นหลุมลึก ปากแผลแคบ ขนาดมักไม่เกิน 2 มม. จัดเป็นหลุมสิวที่รักษาได้ยากที่สุด มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอักเสบจนเนื้อเยื่อและคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ถูกทำลาย ทำให้เกิดหลุมลึกและต้องใช้เวลาในการดูแลให้ค่อย ๆ ตื้นขึ้น
Box Scar เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นหลุมกว้าง ขอบหลุมชัด ลึกประมาณ 3–5 มม. มักเกิดจากสิวอักเสบที่ลึกหรือแผลจากอีสุกอีใส บางรายอาจมีพังผืดในชั้นหนังแท้ร่วมด้วย จึงพบได้ทั้งหลุมตื้นและหลุมลึก
Rolling Scar เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นแอ่งตื้น ขอบหลุมไม่ชัด ผิวดูไม่เรียบ เกิดจากพังผืดที่ดึงรั้งผิวไว้ จัดเป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงน้อย และโดยทั่วไปดูแลได้ง่ายกว่าหลุมสิวประเภทอื่น
หลายคนไม่ได้มีหลุมสิวเพียงชนิดเดียว แต่พบหลายประเภทในบริเวณเดียวกัน จึงมักต้องวางแผนดูแลด้วยหลายเทคนิคร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับลักษณะของหลุมสิวแต่ละแบบ
การเลือกวิธีรักษาหลุมสิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูชนิดของหลุมสิวและสาเหตุร่วมด้วย เช่น พังผืดใต้ผิว การสูญเสียคอลลาเจน หรือพื้นผิวผิวที่ไม่เรียบเนียน โดยแต่ละประเภทอาจเหมาะกับเทคนิคที่แตกต่างกัน
| ประเภทหลุมสิว | หัตถการที่มักใช้ดูแล |
| Ice Pick Scar(หลุมลึก ปากแคบ) | โปรแกรม TCA CROSS, โปรแกรม Fractional CO₂ Laser, โปรแกรม Deep Scar |
| Boxcar Scar(หลุมกว้าง ขอบชัด) | โปรแกรม Fractional CO₂ Laser, โปรแกรม Subcision, โปรแกรม Juvelook |
| Rolling Scar(หลุมเป็นคลื่น มีพังผืดดึงรั้ง) | โปรแกรม Subcision, โปรแกรม Deep Scar |
| หลุมสิวหลายประเภท | โปรแกรม Deep Scar |
ปัจจุบันวิธีรักษาหลุมสิวมีหลายแนวทาง โดยแต่ละเทคนิคออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น การคลายพังผืดใต้ผิว การปรับพื้นผิว การกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว หรือการเสริมคุณภาพผิวบริเวณที่มีหลุมสิว
อย่างไรก็ตาม ไม่มีหัตถการใดที่เหมาะกับหลุมสิวทุกประเภท เพราะหลุมสิวแต่ละคนมีสาเหตุ ความลึก และโครงสร้างผิวแตกต่างกัน การเลือกวิธีรักษาจึงควรพิจารณาจากประเภทของหลุมสิว เช่น Ice Pick Scar, Boxcar Scar, Rolling Scar รวมถึงการมีพังผืดใต้ผิวและสภาพผิวโดยรวม
โดยแพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคเดียว หรือวางแผนแบบ Combination Treatment เพื่อดูแลปัญหาหลายด้านร่วมกัน
หลุมสิวบางประเภท โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar Scar เกิดจากพังผืด (Fibrous Band) ใต้ผิวที่ดึงรั้งให้ผิวเกิดเป็นรอยบุ๋ม การรักษาจึงต้องเน้นการคลายแรงดึงใต้ผิวก่อน เพื่อให้โครงสร้างผิวบริเวณนั้นสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น
โปรแกรม Deep Scar เป็นแนวทางดูแลหลุมสิวแบบ Combination Treatment สำหรับผู้ที่มีหลุมสิวหลายประเภทในบริเวณเดียวกัน เช่น Ice Pick Scar, Boxcar Scar และ Rolling Scar ร่วมกัน
เนื่องจากหลุมสิวในชีวิตจริงมักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงรูปแบบเดียว การใช้หัตถการเพียงประเภทเดียวอาจไม่ครอบคลุมทุกปัญหา โปรแกรม Deep Scar จึงเป็นการวางแผนโดยเลือกใช้หลายเทคนิคตามลักษณะหลุมสิวของแต่ละบุคคล
โดยแพทย์จะประเมินปัจจัยต่าง ๆ เช่น ประเภทหลุมสิว ความลึก พังผืดใต้ผิว และคุณภาพผิว ก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะสม เพื่อดูแลทั้งโครงสร้างใต้ผิวและพื้นผิวผิวโดยรวม
โปรแกรม Deep Scar อาจประกอบด้วยเทคนิคหลายรูปแบบ เช่น
1. โปรแกรม Trifill Pro เทคโนโลยีช่วยคลายพังผืดด้วยก๊าซ CO₂
โปรแกรม Trifill Pro เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ทางการแพทย์ เพื่อช่วยคลายพังผืดใต้ผิว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลุมสิวเกิดการดึงรั้ง โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar Scar
เหมาะสำหรับ
โปรแกรม Subcision เป็นหัตถการที่เน้นแก้ปัญหาพังผืดใต้หลุมสิวโดยเฉพาะ โดยใช้เทคนิคในการคลายหรือตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิว ทำให้แรงดึงใต้ผิวลดลง จึงเหมาะสำหรับหลุมสิวที่มีสาเหตุจากพังผืด เช่น Rolling Scar หรือ Boxcar Scar บางประเภท
แพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคตามลักษณะของพังผืด เช่น
เหมาะสำหรับ
กลุ่มนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน หลุมสิวระดับตื้นถึงปานกลาง หรือมีปัญหารูขุมขนกว้างร่วมด้วย โดยเน้นการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวและปรับสภาพพื้นผิว
โปรแกรม Fractional CO₂ Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์กลุ่ม Ablative Fractional Laser ที่ใช้พลังงาน CO₂ Laser สร้าง Microthermal Zones หรือจุดพลังงานขนาดเล็กบนผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและการปรับโครงสร้างผิว
เหมาะสำหรับ
โปรแกรม Morpheus8 Pro เป็นเทคโนโลยี Fractional RF Microneedling ที่ผสานเข็มขนาดเล็ก (Microneedling) และพลังงาน Radiofrequency (RF) ช่วยส่งพลังงานลงสู่ระดับความลึกที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิว
เหมาะสำหรับ
โปรแกรม Dermaroller เป็นหัตถการกลุ่ม Microneedling หรือ Collagen Induction Therapy (CIT) ที่ใช้เข็มขนาดเล็กสร้าง Microchannels บนผิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว
เหมาะสำหรับ
อย่างไรก็ตาม หากเป็นหลุมสิวลึกหรือมีพังผืดใต้ผิว อาจจำเป็นต้องใช้เทคนิคอื่นร่วมด้วยตามการประเมินของแพทย์
หมายเหตุ: ปัจจุบันโปรแกรม Dermaroller แบบดั้งเดิมได้รับความนิยมน้อยลง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการควบคุมระดับเข็ม และมีความเสี่ยงในการรับบริการ จึงมีการพัฒนาเป็นเทคนิค Microneedling รูปแบบใหม่ที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น
โปรแกรม TCA CROSS (Trichloroacetic Acid Chemical Reconstruction of Skin Scars) เป็นเทคนิคการแต้มกรด TCA ความเข้มข้นสูงเฉพาะบริเวณหลุมสิว เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวบริเวณที่เป็นแผลเป็น
ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรม TCA Peel ที่เน้นการผลัดเซลล์ผิวบริเวณกว้าง เพราะโปรแกรม TCA CROSS จะเน้นเฉพาะจุดภายในหลุมสิว
เหมาะสำหรับ
กลุ่มนี้เน้นการดูแลคุณภาพผิวและสนับสนุนการฟื้นฟูโครงสร้างผิวบริเวณหลุมสิว โดยมักใช้ร่วมกับเทคนิคอื่นตามความเหมาะสม
โปรแกรม Juvelook เป็น Collagen Biostimulator ที่ประกอบด้วย PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid (HA)
PDLLA มีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย ส่วน HA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
เหมาะสำหรับ
โปรแกรม Growth Factor (PDRN) เป็นสารกลุ่มที่ใช้เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิวโดยรวม
เหมาะสำหรับ
ไม่จำเป็นในทุกกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทหลุมสิว สาเหตุของปัญหา และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หากมีหลุมสิวประเภทเดียว อาจใช้เทคนิคที่เหมาะสมเพียงวิธีเดียว เช่น โปรแกรม TCA CROSS สำหรับหลุมสิวลึกปากแคบ หรือโปรแกรม Subcision สำหรับหลุมสิวที่มีพังผืดใต้ผิว
แต่ในกรณีที่มีหลุมสิวหลายประเภท หรือมีทั้งพังผืดใต้ผิวและปัญหาพื้นผิวผิวร่วมกัน แพทย์อาจพิจารณาใช้ Combination Treatment เพื่อดูแลปัญหาแต่ละด้านให้เหมาะสมมากขึ้น
แตกต่างกัน เนื่องจากหลุมสิวแต่ละประเภทมีลักษณะและโครงสร้างใต้ผิวที่ไม่เหมือนกัน การเลือกวิธีดูแลจึงต้องพิจารณาตามลักษณะหลุมสิวที่พบจริง
แพทย์จะประเมินประเภทหลุมสิว ความลึก และสภาพผิว เพื่อวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม
หลุมสิวลึกสามารถดูแลให้มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นได้ โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทหลุมสิว ความลึก พังผืดใต้ผิว และการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล
ในบางกรณีอาจต้องใช้หลายเทคนิคร่วมกัน เช่น การดูแลพังผืดใต้ผิวร่วมกับการฟื้นฟูคุณภาพผิว เพื่อให้เหมาะกับลักษณะปัญหาที่พบ
โปรแกรม Subcision เหมาะกับหลุมสิวที่มีพังผืดใต้ผิวดึงรั้ง ทำให้เกิดลักษณะผิวบุ๋มหรือเป็นคลื่น โดยมักพบในหลุมสิวประเภท Rolling Scar และ Boxcar Scar บางรูปแบบ
หลักการของโปรแกรม Subcision คือการใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อช่วยลดแรงดึงรั้งจากพังผืดใต้ผิว ทำให้บริเวณที่มีปัญหาสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้นตามกระบวนการของร่างกาย
ทั้งโปรแกรม Fractional CO₂ Laser และโปรแกรม Fractional RF Microneedling เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ดูแลปัญหาหลุมสิว แต่มีหลักการทำงานแตกต่างกัน
| โปรแกรม | หลักการทำงาน |
| โปรแกรม Fractional CO₂ Laser | ใช้พลังงานเลเซอร์สร้างจุดพลังงานขนาดเล็กบนผิว เพื่อช่วยปรับพื้นผิวและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว |
| โปรแกรม Fractional RF Microneedling (เช่น โปรแกรม Morpheus8 Pro) | ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงาน Radiofrequency ลงสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยดูแลโครงสร้างผิวจากภายใน |
การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับประเภทหลุมสิว ระดับความลึก สภาพผิว และเป้าหมายของการดูแล
โปรแกรม Fractional CO₂ Laser เหมาะสำหรับหลุมสิวระดับตื้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะหลุมสิวที่เกี่ยวข้องกับพื้นผิวผิว เช่น Rolling Scar หรือ Boxcar Scar บางประเภท
หลักการคือใช้พลังงานเลเซอร์สร้าง Microthermal Zones บนผิว เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและปรับความเรียบเนียนของพื้นผิวผิว
อย่างไรก็ตาม หากหลุมสิวมีพังผืดใต้ผิวดึงรั้งชัดเจน อาจต้องใช้เทคนิคอื่นร่วมด้วยตามการประเมินของแพทย์
โปรแกรม Deep Scar เหมาะสำหรับผู้ที่มีหลุมสิวหลายประเภทในใบหน้าเดียวกัน เช่น Ice Pick Scar, Boxcar Scar และ Rolling Scar ร่วมกัน
เนื่องจากหลุมสิวมักเกิดจากหลายปัจจัย โปรแกรม Deep Scar จึงใช้แนวทาง Combination Treatment โดยผสมผสานหลายเทคนิค เช่น การดูแลพังผืดใต้ผิว การฟื้นฟูโครงสร้างผิว และการดูแลคุณภาพผิว เพื่อให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Juvelook เป็น Collagen Biostimulator ที่ประกอบด้วย PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid (HA)
PDLLA มีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย ขณะที่ HA ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว
ในการดูแลหลุมสิว โปรแกรม Juvelook มักใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูผิว โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกับเทคนิคอื่น เช่น โปรแกรม Subcision หรือพลังงานฟื้นฟูผิว ตามลักษณะหลุมสิวของแต่ละคน
จำนวนครั้งในการดูแลหลุมสิวขึ้นอยู่กับประเภทหลุมสิว ความลึก เทคนิคที่เลือกใช้ และการฟื้นตัวของผิวแต่ละบุคคล
บางเทคนิคอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับหลังจากผิวเริ่มฟื้นตัว ขณะที่บางกรณีอาจต้องทำหลายครั้งตามแผนที่แพทย์ประเมิน
ผลลัพธ์ของการดูแลหลุมสิวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของหลุมสิว ความลึก สภาพผิว และวิธีที่เลือกใช้
โดยทั่วไปเป้าหมายของการรักษาคือ ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และคุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้น ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )