เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
ในปัจจุบัน “การดูแลผิว” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การ เติมเนื้อผิวให้ดูเต็ม ด้วยไฮยาลูโรนิค แอซิด (HA) เท่านั้น แต่ได้พัฒนาไปสู่ยุคของการ “ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน” ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือโปรแกรม Ellanse Filler (เอลลันเซ่) ที่ไม่ได้แค่ช่วยเติมให้เต็ม แต่ยังเข้าไปปลุกผิวให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลสำหรับผู้ต้องการทำหัตถการควรรู้ เพื่อให้เข้าใจความต่างก่อนตัดสินใจดูแลผิว
ทำความรู้จักกับโปรแกรม Ellanse Filler คืออะไร?
โปรแกรม Ellanse คือ สารเติมเต็มประเภท Biostimulator ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง อย.ไทย (Thai FDA) และมาตรฐานยุโรป (CE Mark) จุดเด่นที่ทำให้ Ellansé แตกต่างจากสารเติมเต็มชนิดอื่นคือความสามารถในการ “กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ” ของร่างกายเอง โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ชนิดที่ทำงานร่วมกัน:
- CMC (Carboxymethyl Cellulose): สารเจลพาหะที่ช่วยในการเติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าได้ทันทีหลังทำ มีความปลอดภัยสูงและใช้ในวงการแพทย์มาอย่างยาวนาน
- PCL (Polycaprolactone): อนุภาคทรงกลมขนาดเล็ก (Microspheres) ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนโครงร่างกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาห่อหุ้ม ซึ่ง PCL เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ในการผลิตไหมละลายสำหรับเย็บแผลผ่าตัดหัวใจ จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและการสลายตัว
เจาะลึกความต่าง: โปรแกรม Ellanse Filler และ สารเติมเต็มทั่วไป (HA)
คำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่มักสงสัยคือ “ทำไมต้องเลือกโปรแกรม Ellanse ในเมื่อมีโปรแกรมฟิลเลอร์ HA อยู่แล้ว?” คำตอบอยู่ที่กลไกการทำงานและวัตถุประสงค์ของการใช้:
1. กลไกการทำงาน (Mechanism of Action)
- โปรแกรม ฟิลเลอร์ทั่วไป (HA): ทำงานโดยการนำโมเลกุลของเจลเข้าไปเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวหนังโดยตรง เพื่อเพิ่มปริมาตร (Volume) ในจุดที่ขาดหายไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการคงตัวของตัวเจลเอง
- โปรแกรม Ellanse: ในระยะแรกจะให้ผลการเติมเต็มจากเจล CMC แต่หัวใจสำคัญคือระยะต่อมาที่อนุภาค PCL จะกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast สร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type 1 Collagen) ซึ่งเป็นคอลลาเจนคุณภาพสูงที่พบในผิววัยเยาว์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเกิดจากเนื้อเยื่อของร่างกายเราเอง
2. ระยะเวลาของผลลัพธ์ (Longevity)
- โปรแกรม ฟิลเลอร์ทั่วไป (HA): โดยเฉลี่ยมีอายุการใช้งานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไข้
- โปรแกรม Ellanse: ถูกออกแบบมาให้มีผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า โดยปัจจุบันรุ่นที่นิยมใช้คือ รุ่น S (ให้ผลลัพธ์ประมาณ 1 ปี) และรุ่น M (ให้ผลลัพธ์ประมาณ 2 ปีขึ้นไป) โดยหลังจากการสลายตัวของสารตั้งต้น คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่จะยังคงทำหน้าที่พยุงผิวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
3. สัมผัสและความเป็นสไตล์ธรรมชาติ
- โปรแกรม ฟิลเลอร์ทั่วไป (HA): มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการเติมผิวชั้นตื้น ปาก หรือบริเวณที่ต้องการความนิ่มนวล
- โปรแกรม Ellanse: มีความคงตัวสูง (High Viscosity) และความยืดหยุ่นดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการปรับโครงสร้างใบหน้าในชั้นลึก เช่น การเติมขมับ การยกกระชับกรอบหน้า หรือการเติมร่องแก้มลึก ให้สัมผัสที่เนียนไปกับเนื้อเยื่อเดิมของร่างกาย
พิเศษ! จองวันนี้ รับทันที Gift Voucher มูลค่า 1,500.-
ทำไมโปรแกรม Ellanse Filler ถึงช่วยเรื่องงานผิวได้ดีในระยะยาว?
ความลับอยู่ที่กระบวนการที่เรียกว่า “Statistically Controlled Bioresorption” ซึ่งหมายถึงการที่อนุภาค PCL จะค่อยๆ สลายตัวอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ในขณะที่ปริมาณคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทดแทนในสัดส่วนที่สมดุลกัน ทำให้ปริมาตรบนใบหน้าไม่ลดฮวบลง แต่จะดูอิ่มเอิบอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสารสลายไปหมด
นอกจากนี้ การสร้างคอลลาเจนใหม่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ในบริเวณที่ฉีดให้มีความหนาแน่น ยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีขึ้น
บริเวณที่เหมาะสมในการใช้โปรแกรม Ellanse Filler
เนื่องจากคุณสมบัติความคงตัวสูง แพทย์มักแนะนำให้ใช้โปรแกรม Ellanse ในบริเวณที่ต้องการการพยุงผิวและงานโครงสร้าง:
- ขมับ: เพื่อแก้ปัญหาขมับตอบที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม
- ร่องแก้ม (Nasolabial Folds): เติมเต็มร่องลึกที่เกิดจากการหย่อนคล้อย
- ร่องมุมปาก: ช่วยยกมุมปากและเติมเต็มร่องน้ำหมาก
- คาง: ปรับรูปคางให้ยาวสวยและมีความคงตัว ไม่ไหลย้อย
- กรอบหน้า (Jawline): สร้างแนวกรามให้ชัดเจน ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่จะทำหัตถการ
แม้จะเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ผู้ที่จะทำหัตถการควรทำความเข้าใจข้อจำกัดและข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:
- ไม่สามารถฉีดสลายได้: ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ HA ที่มีตัวยาสลาย (Hyaluronidase) ดังนั้นการใช้โปรแกรม Ellanse จึงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง แม่นยำในกายวิภาค เพื่อวางตำแหน่งยาให้ถูกต้องที่สุด
- การเลือกที่ทำหัตถการ: ต้องเข้ารับบริการในคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และตรวจสอบว่าตัวยาเป็นของแท้ เท่านั้น
- การดูแลหลังทำ: ในช่วง 1-2 วันแรกอาจมีอาการบวมตึงได้มากกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ปกติเล็กน้อย เนื่องจากกระบวนการเริ่มกระตุ้นผิวตามธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรงๆ ในบริเวณที่ทำ
สรุป: ใครคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโปรแกรม Ellanse Filler?
หากคุณคือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การเติมเต็มที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และต้องการฟื้นฟูสุขภาพผิวไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องการเข้ารับบริการบ่อยครั้งโปรแกรม Ellanse อาจเป็นคำตอบที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม “ใบหน้าของแต่ละคนมีปัญหาที่ต่างกัน” การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียด จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเลือกสิ่งที่ “ใช่” สำหรับตัวเอง
หมายเหตุสำคัญ: การทำหัตถการทางการแพทย์ทุกประเภทมีความเสี่ยง ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจและให้ความรู้เบื้องต้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
ทำไมต้องเลือกทำโปรแกรม Ellanse ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก
เมื่อตัดสินใจทำหัตถการเสริมความงาม สิ่งสำคัญคือการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ รัสมิ์ภูมิ คลินิกมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการทำหัตถการนี้
ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
ได้รับการ Training
เทคนิค The Signature Code
โดยตรงจากคุณหมอรัสมิ์ภูมิ
นำเข้าตัวยาแท้จากบริษัทผู้จัดจำหน่ายโดยตรง ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานและปลอดภัย
มั่นใจในทุก Process ความปลอดภัย
เรามีการอบรมบุคลากรทางการแพทย์อย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน
ให้คำปรึกษาความงามโดย
แพทย์ผู้ชำนาญการ
และทีม Customer Service
ดูแลคุณอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ellanse
หลังฉีดโปรแกรม Ellanse Filler จะเห็นผลทันทีเลยหรือไม่?
ในแง่ของการเติมเต็ม คนไข้จะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าหรือร่องลึกที่ดูตื้นขึ้นได้ทันทีหลังทำ เนื่องจากส่วนประกอบของเจล CMC (Carboxymethyl Cellulose) ที่ทำหน้าที่สร้างมิติให้ผิวทันที แต่ผลลัพธ์ในแง่ของ “คุณภาพผิว” และความแน่นกระชับจากการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยอนุภาค PCL จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 3-4 เดือนเป็นต้นไป
โปรแกรม Ellanse Filler ต่างจากโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนอื่นๆ (เช่น โปรแกรม Sculptra) อย่างไร?
แม้จะเป็นกลุ่ม Biostimulator เหมือนกัน แต่มีความต่างที่สำคัญคือ:
- โปรแกรม Ellanse Filler: ให้ผลลัพธ์การเติมเต็ม (Volumizing) ทันทีหลังฉีดด้วยเจล CMC และค่อยๆ กระตุ้นคอลลาเจนต่อ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งการเติมเต็มและงานผิวในคราวเดียว
- โปรแกรมอื่นๆ (เช่น PLLA): มักจะยังไม่เห็นการเติมเต็มทันที (เนื่องจากตัวยาเป็นน้ำหรือต้องรอการสร้างเนื้อเยื่อ) เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวในวงกว้างโดยไม่เน้นการปรับรูปหน้าทันที ดังนั้นการเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล
หากเคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ HA มาก่อน สามารถฉีดโปรแกรม Ellanse Filler ได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่มีข้อแม้ว่าควรเว้นระยะเวลาให้โปรแกรมฟิลเลอร์เดิมสลายตัวไปก่อน หรือหากเป็นบริเวณเดียวกัน แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้การประเมินโครงสร้างใบหน้าและการวางตำแหน่งยาใหม่เป็นไปอย่างแม่นยำที่สุด โดยไม่เกิดการทับซ้อนของสารเติมเต็มต่างชนิดกันในปริมาณที่มากเกินไป
โปรแกรม Ellanse Filler ปลอดภัยจริงไหม จะเกิดพังผืดในอนาคตหรือไม่?
ตัวยาได้รับความเห็นชอบจาก อย. และถูกใช้งานมาอย่างแพร่หลายทั่วโลก สาร PCL และ CMC สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ โดยจะถูกขับออกจากร่างกายในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย (Neocollagenesis) ไม่ใช่การเกิดพังผืดที่ผิดปกติ (Fibrosis) หากเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีความชำนาญและใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
ทำไมโปรแกรม Ellanse Filler ถึงฉีดสลายไม่ได้เหมือน HA?
เนื่องจากส่วนประกอบหลักของโปรแกรม Ellanse Filler ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิค แอซิด จึงไม่มีเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดสที่ใช้ฉีดสลายได้โดยเฉพาะ การทำงานของมันคือการเข้าไปเป็นโครงร่างให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ ดังนั้นคนไข้จึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อวางแผนการรักษาให้แม่นยำตั้งแต่ครั้งแรก
หลังทำจะมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ อาการบวมเล็กน้อย ความรู้สึกตึงผิว หรือรอยเข็มในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อการทำหัตถการ อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองภายใน 3-5 วัน โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
ต้องฉีดบ่อยแค่ไหนเพื่อคงผลลัพธ์?
จุดเด่นของโปรแกรม Ellanse Filler คือความยาวนานของผลลัพธ์ สำหรับรุ่น S จะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน เมื่อสารสลายหมดแล้วคนไข้สามารถกลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวและเติมใหม่ได้ตามความต้องการ
การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
ก่อนทำ:
- งดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น แอสไพริน, น้ำมันปลา) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
หลังทำ:
- การนอน: หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้า
- ความสะอาด: รักษาความสะอาดของใบหน้า และงดการแต่งหน้าในช่วงแรก
- เลี่ยงกิจกรรมทางน้ำ: หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรืออาบน้ำ (แช่น้ำ) ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ
- งดแอลกอฮอล์: งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 72 ชั่วโมงหลังทำ
- เลี่ยงสภาพอากาศจัด: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด การใช้แสง UV และอากาศหนาวจัด
- งดหัตถการอื่น: หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ การทำ Chemical Peeling หรือหัตถการอื่นๆ ที่กระตุ้นผิว
- การดูแลเบื้องต้น: สามารถประคบเย็นบริเวณที่ทำ เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำในข้างต้นช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกได้
ทำไมถึงควรเลือกฉีดโปรแกรม Ellanse ที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก (Rassapoom Clinic)?
รัสมิ์ภูมิ คลินิก เราดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่ผ่านการเทรนนิ่ง และอบรมเทคนิค
การฉีดโปรแกรม Ellanse จากคุณหมอรัสมิ์ภูมิ โดยตรง และยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่สั่งตรงจากบริษัทผู้จัดจำหน่าย มั่นใจได้ถึงคุณภาพการบริการ ตลอดทุก Process การเข้ารับบริการ



