






ในปัจจุบัน “การดูแลผิว” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การ เติมเนื้อผิวให้ดูเต็ม ด้วยไฮยาลูโรนิค แอซิด (HA) เท่านั้น แต่ได้พัฒนาไปสู่ยุคของการ “ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน” ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือโปรแกรม Ellanse Filler (เอลลันเซ่) ที่ไม่ได้แค่ช่วยเติมให้เต็ม แต่ยังเข้าไปปลุกผิวให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลสำหรับผู้ต้องการทำหัตถการควรรู้ เพื่อให้เข้าใจความต่างก่อนตัดสินใจดูแลผิว
โปรแกรม Ellanse คือ สารเติมเต็มประเภท Biostimulator ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง อย.ไทย (Thai FDA) และมาตรฐานยุโรป (CE Mark) จุดเด่นที่ทำให้ Ellansé แตกต่างจากสารเติมเต็มชนิดอื่นคือความสามารถในการ “กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ” ของร่างกายเอง โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ชนิดที่ทำงานร่วมกัน:

คำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่มักสงสัยคือ “ทำไมต้องเลือกโปรแกรม Ellanse ในเมื่อมีโปรแกรมฟิลเลอร์ HA อยู่แล้ว?” คำตอบอยู่ที่กลไกการทำงานและวัตถุประสงค์ของการใช้:
สำหรับเเลกรับ Special Treatment ฟรี!
เพียง 20 ท่านเเรกเท่านั้น
จองคิวปรึกษาแพทย์ฟรี
ให้ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจาก Rassapoom Clinic ช่วยประเมินและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับรูปหน้าของคุณโดยเฉพาะ
ความลับอยู่ที่กระบวนการที่เรียกว่า “Statistically Controlled Bioresorption” ซึ่งหมายถึงการที่อนุภาค PCL จะค่อยๆ สลายตัวอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ในขณะที่ปริมาณคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทดแทนในสัดส่วนที่สมดุลกัน ทำให้ปริมาตรบนใบหน้าไม่ลดฮวบลง แต่จะดูอิ่มเอิบอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสารสลายไปหมด
นอกจากนี้ การสร้างคอลลาเจนใหม่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ในบริเวณที่ฉีดให้มีความหนาแน่น ยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีขึ้น

เนื่องจากคุณสมบัติความคงตัวสูง แพทย์มักแนะนำให้ใช้โปรแกรม Ellanse ในบริเวณที่ต้องการการพยุงผิวและงานโครงสร้าง:
แม้จะเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ผู้ที่จะทำหัตถการควรทำความเข้าใจข้อจำกัดและข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:
หากคุณคือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การเติมเต็มที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และต้องการฟื้นฟูสุขภาพผิวไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องการเข้ารับบริการบ่อยครั้งโปรแกรม Ellanse อาจเป็นคำตอบที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม “ใบหน้าของแต่ละคนมีปัญหาที่ต่างกัน” การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียด จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเลือกสิ่งที่ “ใช่” สำหรับตัวเอง
หมายเหตุสำคัญ: การทำหัตถการทางการแพทย์ทุกประเภทมีความเสี่ยง ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจและให้ความรู้เบื้องต้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
เมื่อตัดสินใจทำหัตถการเสริมความงาม สิ่งสำคัญคือการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ รัสมิ์ภูมิ คลินิกมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการทำหัตถการนี้
ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
ได้รับการ Training
เทคนิค The Signature Code
โดยตรงจากคุณหมอรัสมิ์ภูมิ
นำเข้าตัวยาแท้จากบริษัทผู้จัดจำหน่ายโดยตรง ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานและปลอดภัย
มั่นใจในทุก Process ความปลอดภัย
เรามีการอบรมบุคลากรทางการแพทย์อย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน
ให้คำปรึกษาความงามโดย
แพทย์ผู้ชำนาญการ
และทีม Customer Service
ดูแลคุณอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
ในแง่ของการเติมเต็ม คนไข้จะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าหรือร่องลึกที่ดูตื้นขึ้นได้ทันทีหลังทำ เนื่องจากส่วนประกอบของเจล CMC (Carboxymethyl Cellulose) ที่ทำหน้าที่สร้างมิติให้ผิวทันที แต่ผลลัพธ์ในแง่ของ “คุณภาพผิว” และความแน่นกระชับจากการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยอนุภาค PCL จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 3-4 เดือนเป็นต้นไป
แม้จะเป็นกลุ่ม Biostimulator เหมือนกัน แต่มีความต่างที่สำคัญคือ:
สามารถทำได้ แต่มีข้อแม้ว่าควรเว้นระยะเวลาให้โปรแกรมฟิลเลอร์เดิมสลายตัวไปก่อน หรือหากเป็นบริเวณเดียวกัน แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้การประเมินโครงสร้างใบหน้าและการวางตำแหน่งยาใหม่เป็นไปอย่างแม่นยำที่สุด โดยไม่เกิดการทับซ้อนของสารเติมเต็มต่างชนิดกันในปริมาณที่มากเกินไป
ตัวยาได้รับความเห็นชอบจาก อย. และถูกใช้งานมาอย่างแพร่หลายทั่วโลก สาร PCL และ CMC สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ โดยจะถูกขับออกจากร่างกายในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย (Neocollagenesis) ไม่ใช่การเกิดพังผืดที่ผิดปกติ (Fibrosis) หากเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีความชำนาญและใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
เนื่องจากส่วนประกอบหลักของโปรแกรม Ellanse Filler ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิค แอซิด จึงไม่มีเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดสที่ใช้ฉีดสลายได้โดยเฉพาะ การทำงานของมันคือการเข้าไปเป็นโครงร่างให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ ดังนั้นคนไข้จึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อวางแผนการรักษาให้แม่นยำตั้งแต่ครั้งแรก
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ อาการบวมเล็กน้อย ความรู้สึกตึงผิว หรือรอยเข็มในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อการทำหัตถการ อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองภายใน 3-5 วัน โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
จุดเด่นของโปรแกรม Ellanse Filler คือความยาวนานของผลลัพธ์ สำหรับรุ่น S จะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน เมื่อสารสลายหมดแล้วคนไข้สามารถกลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวและเติมใหม่ได้ตามความต้องการ
ก่อนทำ:
หลังทำ:
รัสมิ์ภูมิ คลินิก เราดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่ผ่านการเทรนนิ่ง และอบรมเทคนิค
การฉีดโปรแกรม Ellanse จากคุณหมอรัสมิ์ภูมิ โดยตรง และยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่สั่งตรงจากบริษัทผู้จัดจำหน่าย มั่นใจได้ถึงคุณภาพการบริการ ตลอดทุก Process การเข้ารับบริการ
ในแง่ของการเติมเต็ม คนไข้จะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าหรือร่องลึกที่ดูตื้นขึ้นได้ทันทีหลังทำ เนื่องจากส่วนประกอบของเจล CMC (Carboxymethyl Cellulose) ที่ทำหน้าที่สร้างมิติให้ผิวทันที แต่ผลลัพธ์ในแง่ของ “คุณภาพผิว” และความแน่นกระชับจากการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยอนุภาค PCL จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 3-4 เดือนเป็นต้นไป
แม้จะเป็นกลุ่ม Biostimulator เหมือนกัน แต่มีความต่างที่สำคัญคือ:
สามารถทำได้ แต่มีข้อแม้ว่าควรเว้นระยะเวลาให้โปรแกรมฟิลเลอร์เดิมสลายตัวไปก่อน หรือหากเป็นบริเวณเดียวกัน แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้การประเมินโครงสร้างใบหน้าและการวางตำแหน่งยาใหม่เป็นไปอย่างแม่นยำที่สุด โดยไม่เกิดการทับซ้อนของสารเติมเต็มต่างชนิดกันในปริมาณที่มากเกินไป
ตัวยาได้รับความเห็นชอบจาก อย. และถูกใช้งานมาอย่างแพร่หลายทั่วโลก สาร PCL และ CMC สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ โดยจะถูกขับออกจากร่างกายในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย (Neocollagenesis) ไม่ใช่การเกิดพังผืดที่ผิดปกติ (Fibrosis) หากเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีความชำนาญและใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
เนื่องจากส่วนประกอบหลักของโปรแกรม Ellanse Filler ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิค แอซิด จึงไม่มีเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดสที่ใช้ฉีดสลายได้โดยเฉพาะ การทำงานของมันคือการเข้าไปเป็นโครงร่างให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ ดังนั้นคนไข้จึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อวางแผนการรักษาให้แม่นยำตั้งแต่ครั้งแรก
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ อาการบวมเล็กน้อย ความรู้สึกตึงผิว หรือรอยเข็มในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อการทำหัตถการ อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองภายใน 3-5 วัน โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
จุดเด่นของโปรแกรม Ellanse Filler คือความยาวนานของผลลัพธ์ สำหรับรุ่น S จะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน เมื่อสารสลายหมดแล้วคนไข้สามารถกลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวและเติมใหม่ได้ตามความต้องการ
รัสมิ์ภูมิ คลินิก เราดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่ผ่านการเทรนนิ่ง และอบรมเทคนิค
การฉีดโปรแกรม Ellanse จากคุณหมอรัสมิ์ภูมิ โดยตรง และยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่สั่งตรงจากบริษัทผู้จัดจำหน่าย มั่นใจได้ถึงคุณภาพการบริการ ตลอดทุก Process การเข้ารับบริการ




