โปรแกรม Hybrid FaceLift ยกหน้า สร้างกรอบ ลดเหนียง LIFT & LOCK แบบ X2ด้วย 2 Advanced Technology ขั้นสุดของการยกกระชับหน้าในตอนนี้

การมีริ้วรอยพร้อมกับความหย่อนคล้อยตามผิวหน้าและผิวกาย อาจเป็นปัญหากวนใจของใครหลาย ๆ คนที่กำลังมีอายุเพิ่มมากขึ้น โปรแกรม Hybrid FaceLift จึงเป็นทางเลือก ที่สามารถช่วยยกกระชับผิวและลดริ้วรอยได้อย่างเห็นผล เจ็บน้อย และปลอดภัย สำหรับใครที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกและความหย่อนคล้อยด้วยการใช้พลังงาน (MMFU: Micro & Macro Focused Ultrasound) และ Monopolar RF (Radio Frequency) ที่ลงลึกถึงชั้นใต้ผิวหนังอย่างได้ผล นับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ก็ว่าได้ แล้ว Hybrid FaceLift คืออะไร ราคาเท่าไหร่ มีหลักการทำงานอย่างไร ทำไมจึงช่วยยกกระชับผิวได้ เรามาดูรายละเอียดไปพร้อมกันเลย

โปรแกรม Hybrid FaceLift คืออะไร

  • Hybrid FaceLift คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวในรูปแบบของพลังงานเลเซอร์ โดยเทคโนโลยีนี้สามารถที่จะตอบโจทย์เรื่องผิวทั้งเรื่องของการยกกระชับหน้า ลดริ้วรอย พร้อมสลายไขมันที่ผิวได้ภายในเทคโนโลยีเดียว เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ครบจบแบบ All In One
  • เทคโนโลยียกกระชับใบหน้า Advanced แบบ X2 เพื่อทําการส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงที่มีความเข้มข้นสูงลงไปใต้ผิวหนัง ในตําแหน่งความลึกตามที่ต้องการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง (MMFU: Micro & Macro Focused Ultrasound) ผนวกกับคลื่นวิทยุ Monopolar RF (Radio Frequency) เพื่อประสิทธิภาพในการทําให้ผิวของใบหน้าที่หย่อนคล้อยยกกระชับและตึงขึ้น ริ้วรอยและร่องลึกในชั้นผิวลดลง สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวได้ด้วย
  • การทำ Hybrid FaceLift เป็นเทคโนโลยีการกระชับใบหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในระยะเวลาในการรักษาสั้นๆ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและได้รับมาตรฐานการรับรองมาตรฐาน อย. ระดับสากลของประเทศเกาหลี (KFDA) รวมไปถึงยังได้รับการรับรองแล้วจาก อย.ประเทศไทย ซึ่งโดยสรุปแล้ว Hybrid FaceLift คือการผนวกรวมเลเซอร์ 2 ชนิด 2 พลังงานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์คนที่เคยยกกระชับใบหน้ามาแล้ว แต่ไม่เห็นผล ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ทุกส่วนของใบหน้า และลําคอ

โปรแกรม Hybrid FaceLift สามารถรักษาในบริเวณไหนได้บ้าง

Hybrid FaceLift
  • กระชับและลดริ้วรอยรอบดวงตา รวมถึงการยกคิ้ว
  • ลดร่องแก้ม ยกมุมปาก
  • ลดรอยเหี่ยวย่น ยกกระชับผิวหนังบริเวณคางและลําคอ
  • ปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ

โปรแกรม Hybrid FaceLift มีหลักการทํางานในการยกกระชับผิวอย่างไร

Hybrid FaceLift

การผสมผสานระหว่าง โปรแกรม Hybrid FaceLift จะใช้วิธีการส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) และ Monopolar RF (Radio Frequency) ลงไปใต้ผิวหนังในตําแหน่งความลึกตามที่ต้องการทําการรักษา โดยหลักการทํางานของเทคโนโลยีนี้จะแยกเป็น 2 แบบ คือ

1. Micro Focused Ultrasound

เครื่องยกกระชับหน้าจะทําการส่งผ่านพลังงานคลื่นลงไปใต้ผิวหนังตั้งแต่ระดับความลึก 1.5 mm, 3.0mm และ 4.5 mm ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่เรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตา การยกหางตา การยกคิ้ว และสามารถที่จะเข้าถึงพื้นที่บริเวณเล็ก ๆ หรือจุดที่เป็นส่วนเว้าส่วนโค้งบนใบหน้าได้ จึงช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม พื้นที่มุมปาก สามารถสลายไขมันบริเวณแก้ม และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิวได้เป็นอย่างดี

การปล่อยพลังงานคลื่นออกไปนั้น จะทําให้เกิดการสะสมความร้อนระดับ 65-70 องศาเซลเซียสที่ใต้ชั้นผิว ทําให้ชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ที่เป็นชั้นผิวเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้าเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวหน้าและลําคอที่เคยหย่อนคล้อยมีความกระชับเรียบตึงขึ้น โดยแพทย์จะสามารถเลือกรูปแบบของการส่งผ่านพลังงานคลื่นได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของจุดที่ทํา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากที่สุด

2. Macro Focused Ultrasound

เป็นการส่งผ่านพลังงานคลื่นลงไปใต้ผิวหนังอีกแบบหนึ่ง โดยจะปล่อยพลังงานความเข้มข้นสูงที่มากกว่าแบบ Micro Focused Ultrasound ถึง 8 เท่า สามารถลงไปใต้ผิวหนังตั้งแต่ระดับความลึก 6 mm, 9 mm และ 13 mm ซึ่งจะช่วยสลายไขมันในชั้นผิวที่อยู่ลึกลงไป สามารถช่วยลดขนาดของสัดส่วนในบริเวณที่ทำได้ ตอบโจทย์ในเรื่องของการยกกระชับและสลายไขมันบริเวณลำตัว รวมถึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

การปล่อยพลังงานคลื่นแบบนี้ออกไป จะทําให้เกิดการสะสมความร้อนระดับ 65-70 องศาเซลเซียสที่ใต้ชั้นผิวเช่นกัน โดยหลักการส่งพลังงานคลื่นที่มีความเข้มข้นสูงเช่นนี้ แพทย์จะใช้สําหรับกรณีการสลายไขมันเพื่อการกระชับสัดส่วนเป็นหลัก และจะใช้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว รวมถึงการปรับผิวที่หย่อนคล้อยให้มีความยืดหยุ่นเรียบเนียนยิ่งขึ้น

3. Monopolar RF (Radio Frequency)

เทคโนโลยี Monopolar RF (Radio Frequency) เพื่อยกกระชับผิว ปรับผิวให้เต่งตึง เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าโดยที่ใบหน้าไม่ตอบ กระตุ้นคอลลาเจน เพื่อผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ โดยมาพร้อมกับ New Function ที่ให้ความปลอดภัย ง่ายต่อการใช้งาน และสะดวกต่อผู้รับบริการมากขึ้น ผสานเทคโนโลยี Gold Continuous RF Technology และ Hydro Cooling System ที่เพิ่มการลงลึกของพลังงานสู่ชั้นเป้าหมายคือ “ ชั้นหนังแท้ ( Dermis ) “ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยความเย็นได้อย่างต่อเนื่องผ่าน “ หัวทิปทองคำ ( Gold RF Technology ) “ เพื่อปกป้องผิวชั้นบนให้ปลอดภัย พร้อมไปกับการ “ กระตุ้นสร้าง Collagen Type lll & Type l ในชั้นผิว Papillar Dermis และชั้น Reticular Dermis ทำให้ผิวมีความอ่อนเยาว์ ยกกระชับผิว ปรับความแน่นเฟิร์ม เพิ่มปริมาตรชั้นผิว โดยระบบ “ Hydro Cooling System “ จะช่วยให้พลังงาน Gold RF Technology ทำงานได้ดีทั้ง 2 ชั้นผิว แบบที่ระบบ Cooling อื่นๆ ไม่สามารถทำได้

จุดเด่นของ โปรแกรม Hybrid FaceLift

  • Hybrid FaceLift เป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าที่มีความปลอดภัยสูงและเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพในการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจากสถาบันชั้นนํา
  • สามารถปล่อยพลังงานคลื่นลงลึกได้ทุกชั้นผิว โดยไม่ทําลายเนื้อเยื่อผิวโดยรอบ
  • เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทําให้แพทย์สามารถกําหนดรูปแบบการปล่อยพลังงานคลื่นและกําหนดตําแหน่งความลึกที่ต้องการรักษาได้อย่างแม่นยําขึ้น ทําให้ประสิทธิภาพในการรักษาดีขึ้น สามารถรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
  • ใช้แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ทั่วทั้งใบหน้า รวมไปถึงลําคอ เหนียง และในส่วนของลําตัวด้วย
  • ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ไม่มีแผลหลังการรักษา
  • แก้ปัญหาผิวและความหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
  • เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังการรักษา

รูปแบบการปล่อยพลังงานคลื่นของ โปรแกรม Hybrid FaceLift

ส่วนหนึ่งที่ทําให้ โปรแกรม Hybrid FaceLift เป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าที่มีความน่าสนใจก็คือ รูปแบบของการปล่อยพลังงานคลื่นหลากหลาย ทําให้แพทย์สามารถเลือกรูปแบบการปล่อยพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แต่ละรายได้ ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับมากขึ้น

โปรแกรม Hybrid FaceLift เหมาะกับใคร

  • ผู้มีปัญหาผิวหนังใบหน้าและลําคอหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ และต้องการยกกระชับหน้า
  • ผู้ที่มีริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น บริเวณใบหน้าและลําคอ
  • ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางตาตก หนังตาตก ขอบตาด้านล่างหย่อนยาน มีริ้วรอยรอบดวงตา
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมตรงบริเวณแก้มและใต้คาง มีแก้มห้อยย้อย มีเหนียง
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก
  • ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ขาดความสดใส
  • ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบนร่างกาย แต่ไม่ต้องการแก้ปัญหาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม

โปรแกรม Hybrid FaceLift สามารถแก้ปัญหาจุดไหนได้บ้าง

Hybrid FaceLift

โปรแกรม Hybrid FaceLift เป็นเทคโนโลยีที่สามารถนํามาแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้หลายจุด โดยหลัก ๆ แล้ว จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้:

1. ใบหน้าและลําคอ

  • หน้าผาก
  • ริ้วรอยรอบดวงตา หางตา ใต้ตา
  • คิ้ว หว่างคิ้ว
  • แก้ม ร่องแก้ม
  • มุมปาก
  • กรอบหน้า
  • สลายไขมันใต้คางและรอยเหี่ยวย่นบริเวณลําคอ

2. บริเวณลําตัวที่มีไขมันส่วนเกินและต้องการยกกระชับ

  • ต้นแขน
  • หน้าอก
  • หน้าท้อง
  • หลัง (ช่วงปีกหลัง)
  • รอบเอว
  • พื้นที่บริเวณเหนือหัวเข่า
  • ต้นขา
  • น่อง
  • เนื้อส่วนเกินบริเวณใต้รักแร้

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นของ โปรแกรม Hybrid FaceLift ทำให้แพทย์สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ลดเวลาการทำจากเทคโนโลยีแบบเดิมไปได้มากถึงราว ๆ 2.5 เท่า โดยเฉลี่ยแล้ว ระยะเวลาในการยกกระชับหน้าและลำคอก็จะอยู่ที่ 30-45 นาที โดยแต่ละจุดก็จะใช้เวลาในการทำแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าจุดที่มีปัญหานั้นอยู่ตรงไหนและมีปัญหามากน้อยเพียงใด

การเตรียมตัวก่อนทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift

การยกกระชับผิวและสลายไขมันด้วย Hybrid FaceLift เป็นหัตถการที่ไม่ใช่การผ่าตัด เจ็บน้อย ปลอดภัย มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้น้อยมาก จึงไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ แต่เพื่อให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่น แนะนำให้เตรียมตัวก่อนทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift ดังนี้:

  • หากมีโรคประจำตัว มีปัญหาผิวบาง หรือเคยทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้ามาก่อน จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการ
  • งดรับประทานยากลุ่มแอสไพริน วิตามิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่ต้องกังวล
  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการทำหัตถการ

ขั้นตอนการทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift

ในส่วนของขั้นตอนการทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift ที่ Rassapoom Clinic นั้น แพทย์จะประเมินปัญหาและลักษณะใบหน้าของคนไข้ก่อนว่าเหมาะกับการรักษาด้วย Hybrid FaceLift หรือเปล่า ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าสามารถทำได้ ก็จะวางแผนการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าให้เหมาะสมกับแต่ละคนที่สุด แล้วค่อยเริ่มทำหัตถการ

สำหรับการยกกระชับผิวหน้าด้วย โปรแกรม Hybrid FaceLift มีขั้นตอนดังนี้:

  • เจ้าหน้าที่จะเตรียมผิวหน้าให้พร้อม โดยการทำความสะอาดใบหน้า และแปะยาชา แล้วให้รอยาออกฤทธิ์ประมาณ 45-60 นาที (หรือบางเคสอาจไม่จำเป็นต้องแปะยาชาก็ได้)
  • หลังจากนั้นแพทย์จะยกกระชับผิวด้วยเครื่อง Hybrid FaceLift ตามแผนการรักษาที่วางไว้ โดยจะปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับชั้นผิวต่าง ๆ ใช้ระยะเวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
  • ในระหว่างที่ทำหัตถการ ผู้เข้ารับการรักษาจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • หลังจากที่ทำเสร็จแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำทันที และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องนอนพักฟื้นแต่อย่างใด

การดูแลตัวเองหลังทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift

โปรแกรม Hybrid FaceLift เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้น้อยมาก แต่เพื่อให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวด้วย Hybrid FaceLift มีประสิทธิภาพมากที่สุด แนะนำให้ดูแลตัวเองหลังทำ Hybrid FaceLift ดังนี้:

  • ในช่วง 4-5 วันแรกหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด และงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวหน้าต้องสัมผัสกับความร้อน เช่น การสตรีม หรือซาวน่า
  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ได้มากที่สุด
  • หากมีอาการบวมแดง สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้
  • หากมีอาการบวมบริเวณที่ทำ สามารถนอนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวมได้ โดยปกติแล้วอาการบวมจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน

ทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift นานไหมกว่าจะเห็นผล

หลังจากที่ทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift แล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ 20% โดยผิวหน้าจะดูยกกระชับมากขึ้น หลังจากนั้นผิวบริเวณที่ทำจะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1-3 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-8 เดือน

ควรทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift บ่อยแค่ไหน

แนะนำให้ทำ Hybrid FaceLift ทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับผิว และทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากขึ้น

ทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift เจ็บไหม

ในระหว่างที่ทำ Hybrid FaceLift จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย โดยจะมีความรู้สึกอุ่นถึงร้อน อาจจะรู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดๆ บริเวณชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว แต่ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะก่อนที่จะทำหัตถการจะมีการแปะยาชาให้ก่อน ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บในระหว่างทำหัตถการได้

ทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift ทั่วหน้ากี่ช็อต

จำนวนช็อตที่เหมาะสมในการทำ Hybrid FaceLift จะขึ้นอยู่สภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล และการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา แต่โดยหลัก ๆ แล้ว จำนวนช็อตในการทำ Hybrid FaceLift ในแต่ละบริเวณ มีดังนี้:

  • ทั่วใบหน้า ประมาณ 400-600 lines
  • หน้าผาก ประมาณ 100-200 lines
  • รอบดวงตา ประมาณ 100-200 lines
  • หน้าแก้มทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 300-500 lines
  • คาง หรือเหนียง ประมาณ 200 lines

โปรแกรม Hybrid FaceLift ราคาเท่าไหร่

การยกกระชับผิวด้วย Hybrid FaceLift ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 36,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้และรวมถึงโปรโมชันของคลินิก (อัปเดต เดือนกรกฎาคม 2567) สภาพผิวหน้าของแต่ละคน เป้าหมายในการรักษา และจำนวนช็อตที่ใช้ สำหรับท่านใดที่อยากทราบราคาค่าบริการที่ชัดเจน สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ที่ Rassapoom Clinic ทั้ง 4 สาขา (พระราม 2, รัตนาธิเบศร์, เลียบด่วน-รามอินทรา, สุขุมวิท 49)

ทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift ที่ไหนดี

แม้ว่า Hybrid FaceLift จะเป็นเครื่องมือยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจาก เกาหลี (KFDA) และ อย.ไทย สามารถช่วยยกกระชับผิว สลายไขมัน และบำรุงผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใสในตัวเดียว แต่ก็ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการ เพราะถ้าทำกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ แล้วแพทย์เลือกใช้หัวยิง หรือปรับค่าพลังงานไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ทำการรักษา ก็อาจทำให้ไม่เห็นผล หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้

โดยการเลือกคลินิก หรือโรงพยาบาลสำหรับทำ โปรแกรม Hybrid FaceLift ควรดูจากปัจจัยเหล่านี้:

  • ห้องทำหัตถการสะอาด เครื่องมือผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล คลินิกมีความเชื่อถือ
  • แพทย์มีความชำนาญการในการยกกระชับหน้าด้วย Hybrid FaceLift โดยเฉพาะ
  • มีรีวิวการยกกระชับหน้าด้วย Hybrid FaceLift จากผู้ใช้บริการจริงมากมาย

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ