






ใบหน้าดูตอบ แก้มยุบ หรืออยากปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น หลายคนจึงเริ่มมองหาหัตถการที่ช่วยเติมเต็มและปรับรูปหน้า พร้อมกับคำถามว่า โปรแกรม Ellanse กับโปรแกรมฉีด Filler ต่างกันอย่างไร และแบบไหนจึงสอดคล้องกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข
ทั้งโปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler สามารถนำมาพิจารณาเพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านส่วนประกอบ กลไกการทำงาน และแนวทางการวางแผนรักษา การพิจารณาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูร่วมกับตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคล
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ส่วนประกอบและกลไกการทำงาน โดยโปรแกรมฉีด Filler กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เน้นการเติมเต็มปริมาตรของบริเวณที่ต้องการปรับ ส่วนโปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญร่วมกับ CMC และมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน
| หัวข้อ | โปรแกรม Ellanse | โปรแกรมฉีด Filler |
| ส่วนประกอบ | PCL+CMC | Hyaluronic Acid (HA) |
| หลักการทำงาน | ช่วยเติมเต็ม และมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน | ช่วยเติมเต็มปริมาตรในบริเวณที่ต้องการปรับ |
| ผลที่เกิดขึ้นหลังทำ | มีการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็ม และอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องจากการกระตุ้นคอลลาเจน | ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ต้องการปรับ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ทำ |
| เหมาะกับการปรับบริเวณใด | ดูจากโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการ | ดูจากบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม ปริมาตร และรูปทรงที่ต้องการปรับ |
| หากต้องการสลายผลิตภัณฑ์ | ไม่มีตัวยาที่ใช้สลาย PCL โดยตรง | สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลาย HA ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน |
ทั้งสองแนวทางสามารถนำมาพิจารณาเพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา บริเวณที่ต้องการปรับ และผลลัพธ์ที่ต้องการ
การเติมเต็มด้วย HA มักใช้ในบริเวณที่ดูตอบหรือยุบลง เช่น ขมับ แก้ม หรือคางที่ต้องการเพิ่มมิติ รวมถึงบางกรณีที่ต้องการปรับสัดส่วนของใบหน้า
อย่างไรก็ตาม การที่บริเวณหนึ่งดูตอบไม่ได้หมายความว่าต้องเติมสารเติมเต็มเสมอไป เพราะลักษณะที่เห็นอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือความหย่อนคล้อย แพทย์จึงควรประเมินสาเหตุของปัญหาก่อนวางแผน
เป็นแนวทางหนึ่งที่พิจารณาทั้งรูปทรงที่ต้องการปรับ โครงสร้างใบหน้า และลักษณะของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น เพื่อประเมินว่าคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคลหรือไม่
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าแนวทางนี้จะเหมาะกับทุกกรณีที่ต้องการปรับรูปหน้า การเลือกผลิตภัณฑ์และตำแหน่งในการทำควรผ่านการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล
ทั้งสองโปรแกรมสามารถใช้ปรับรูปหน้าได้ในหลายบริเวณ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกใช้แทนกันได้ทุกตำแหน่ง การเลือกจึงควรพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการแก้ไข โครงสร้างใบหน้า ปริมาตรของเนื้อเยื่อ และผลลัพธ์ที่ต้องการ
| บริเวณ | สิ่งที่แพทย์ประเมิน | แนวทางที่อาจพิจารณา |
| ขมับ | ความตอบ รูปทรง และสัดส่วนของขมับ | ดูว่าต้องการเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปทรงในลักษณะใด |
| แก้มตอบ | ปริมาตรแก้มที่ลดลง ตำแหน่งของแก้ม และสัดส่วนใบหน้า | พิจารณาจากสาเหตุที่ทำให้แก้มตอบและผลลัพธ์ที่ต้องการ |
| คาง | ความยาว รูปทรง และสัดส่วนของคางกับใบหน้า | พิจารณาจากรูปทรงและสัดส่วนที่ต้องการปรับ |
| กรอบหน้า | แนวกราม ปริมาตรบริเวณกรอบหน้า และความกระชับของผิว | ดูว่าสาเหตุหลักมาจากโครงสร้าง ปริมาตร หรือผิวที่ไม่กระชับ |
| ร่องแก้ม | ความลึกของร่อง ปริมาตรบริเวณรอบ ๆ และลักษณะผิว | ดูสาเหตุของร่องก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม |
| ร่องมุมปาก | ความลึกของร่อง ปริมาตรบริเวณรอบ ๆ และตำแหน่งของเนื้อบริเวณนั้น | พิจารณาจากสาเหตุของร่องและลักษณะบริเวณโดยรอบ |
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น การเลือกโปรแกรมไม่ควรดูจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาในบริเวณเดียวกันอาจมีสาเหตุต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนการรักษา
ลักษณะการเปลี่ยนแปลงหลังทำแตกต่างกันตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ โดยการเติมเต็มด้วย HA เน้นการเพิ่มปริมาตร ส่วนอีกแนวทางมีทั้งการเติมเต็มและคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
| หัวข้อ | โปรแกรม Ellanse | โปรแกรมฉีด Filler |
| ช่วงแรกหลังทำ | มีการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็ม และอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องจากการสร้างคอลลาเจน | เห็นการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็ม โดยขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และปริมาณที่ใช้ |
| การเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา | ประเมินทั้งการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็มและการสร้างคอลลาเจน | ผลลัพธ์หลักมาจากการเติมเต็ม โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ทำ |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน | ประมาณ 12–18 เดือน | ประมาณ 6–18 เดือน |
หมายเหตุ: ระยะเวลาข้างต้นเป็นข้อมูลโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามรุ่นของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง ปริมาณ เทคนิคการรักษา และปัจจัยเฉพาะบุคคล จึงไม่ควรใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นการรับประกันระยะเวลาของผลลัพธ์ในแต่ละคน
การเลือกผลิตภัณฑ์ควรเริ่มจากการประเมินปัญหาและลักษณะใบหน้าก่อน เพราะบริเวณเดียวกันอาจมีสาเหตุของปัญหาแตกต่างกันได้ แพทย์จึงต้องนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบการวางแผน
แพทย์อาจดูสัดส่วนของหน้าผาก โหนกแก้ม คาง และแนวกราม รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน เพื่อประเมินว่าการปรับบริเวณหนึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้าอย่างไร
หากใบหน้าดูตอบหรือยุบ ควรประเมินก่อนว่าเกิดจากเนื้อที่ลดลงจริงหรือไม่ และเกิดขึ้นบริเวณใด เพราะแต่ละตำแหน่งอาจมีสาเหตุและลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน
สภาพผิวและเนื้อบริเวณต่าง ๆ ก็เป็นปัจจัยที่แพทย์นำมาพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อผิวและเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าการเติมเต็มเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติอื่นร่วมด้วย
ใบหน้าที่ดูไม่กระชับอาจไม่ได้เกิดจากเนื้อที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีทั้งผิวที่หย่อนลงหรือเนื้อบริเวณต่าง ๆ เคลื่อนตัวจากเดิมร่วมด้วย การดูสาเหตุเหล่านี้ประกอบกันจึงช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลได้ตรงกับปัญหาและลักษณะใบหน้าของแต่ละคนมากขึ้น
หากเคยฉีดหรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่เคยทำ รวมถึงนำข้อมูลหรือเอกสารของผลิตภัณฑ์เดิมมาให้แพทย์ดู (ถ้ามี) เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพบริเวณนั้นและวางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
เป้าหมายของแต่ละคนอาจต่างกัน เช่น ต้องการเติมบริเวณที่ดูตอบ ปรับสัดส่วนคาง เพิ่มมิติให้ใบหน้า หรือดูแลการเปลี่ยนแปลงของผิวและเนื้อเยื่อตามวัย จึงควรพิจารณาร่วมกับโครงสร้างใบหน้าและข้อจำกัดของแต่ละคน เพื่อให้แพทย์อธิบายทางเลือกที่เป็นไปได้ รวมถึงข้อจำกัดของแต่ละวิธีได้อย่างเหมาะสม
การฉีดบริเวณใบหน้าควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งของหลอดเลือด และลักษณะเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน การเลือกตำแหน่งและวิธีฉีดจึงควรพิจารณาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แพทย์จะดูโครงสร้างใบหน้า ลักษณะเนื้อบริเวณที่จะทำ และจุดที่ต้องการปรับ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน เพราะปัญหาที่ดูคล้ายกันอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน
หากเคยฉีดหรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ โดยเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่เคยทำ หากมีข้อมูลหรือเอกสารของผลิตภัณฑ์เดิม ควรนำมาให้แพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย
ควรแจ้งยาที่ใช้อยู่ ประวัติการแพ้ และข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตอบคำถามที่แพทย์สอบถาม เพื่อช่วยให้ประเมินข้อควรระวังและวางแผนการรักษาได้เหมาะสม
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลาย HA ได้ในบางกรณีตามการประเมินของแพทย์ ส่วนโปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญ และไม่มี Hyaluronidase ที่ใช้สลาย PCL โดยเฉพาะ ดังนั้นก่อนทำควรเข้าใจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และวิธีจัดการที่แตกต่างกัน
การฉีดบริเวณใบหน้าจึงควรทำโดยแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ รวมถึงสามารถประเมินและดูแลเมื่อเกิดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนได้อย่างเหมาะสม
สามารถพิจารณาทำได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรดูจากระยะเวลาที่เว้นเพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาร่วมกับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่เคยฉีด ตำแหน่ง ปริมาณ สภาพบริเวณนั้น และระยะเวลาที่ผ่านมา
หากต้องการทำบริเวณเดิม ควรแจ้งประวัติการฉีดให้ละเอียด โดยเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่เคยทำ หากมีข้อมูลหรือเอกสารของผลิตภัณฑ์เดิม ควรนำมาให้แพทย์ดูด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ที่ยังคงอยู่ในบริเวณนั้นอาจมีผลต่อการวางแผนครั้งใหม่
ดังนั้น หากเคยทำโปรแกรมฉีด Filler มาแล้ว สามารถพิจารณาทำโปรแกรม Ellanse ได้ ควรเว้นระยะประมาณ 2–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ หากต้องการทำบริเวณเดิม ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง
การทำโปรแกรม Ellanse หรือโปรแกรมฉีด Filler ควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลในแต่ละขั้นตอน โดยคำนึงถึงข้อมูลของแต่ละบุคคลและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้
ผู้รับบริการจะได้รับการดูแลโดยแพทย์และทีมบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่การให้ข้อมูลก่อนทำ การทำหัตถการ ไปจนถึงคำแนะนำหลังทำ เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทีมแพทย์ได้รับการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำหัตถการ รวมถึงเทคนิค The Signature Code จาก นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (ว.19863) เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและดูแลผู้รับบริการ
คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทหรือผู้จัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง และตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาใช้ในการให้บริการ
การดูแลครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนทำ ขั้นตอนระหว่างหัตถการ คำแนะนำหลังทำ และการติดตามผลตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้รับบริการมีข้อมูลสำหรับดูแลตัวเองต่อหลังเข้ารับบริการ
ทีม Customer Service ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการเข้ารับบริการ นัดหมาย และประสานงานในส่วนต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ
การเลือกระหว่างโปรแกรม Filler และโปรแกรม Ellanse ขึ้นอยู่กับปัญหาใบหน้า ผลลัพธ์ที่ต้องการ และความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่ง การประเมินโดยแพทย์ช่วยให้คุณเข้าใจทางเลือกและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการที่ รัสมิ์ภูมิ คลินิก เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนดูแลเฉพาะบุคคล พร้อมตรวจสอบข้อมูลสาขาและช่องทางนัดหมายได้ที่ หน้าสาขาของคลินิก
ทั้งสองประเภทมีส่วนประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกัน
จึงมีวิธีเลือกใช้แตกต่างกันตามปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ
ผลิตภัณฑ์กลุ่ม HA มี Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบหลัก ส่วนโปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญและมีคุณสมบัติแตกต่างจาก HA จึงไม่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
มีบางบริเวณที่สามารถพิจารณาใช้ได้ทั้งสองโปรแกรม เช่น ขมับ แก้ม และคาง แต่การเลือกใช้จะพิจารณาจาก
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ทำ โดยมีรายละเอียดมีดังนี้
ทั้งนี้ แต่ละคนอาจเห็นผลได้นานไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ บริเวณที่ทำ ปริมาณ และวิธีการทำ
โปรแกรมฉีด Filler สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้ในบางกรณี ส่วนโปรแกรม Ellanse ยังไม่มีตัวยาที่ใช้สลาย PCL โดยตรง
เริ่มจากดูว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร และต้องการปรับบริเวณไหน รวมถึงสภาพผิวและประวัติการทำหัตถการเดิม จากนั้นแพทย์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาร่วมกับผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อเลือกวิธีและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับแต่ละคน

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )