โปรแกรม Filler vs โปรแกรม Ellanse ต่างกันอย่างไร เลือกโปรแกรมไหนให้เหมาะกับคุณ?

ใบหน้าดูตอบ แก้มยุบ หรืออยากปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น หลายคนจึงเริ่มมองหาหัตถการที่ช่วยเติมเต็มและปรับรูปหน้า พร้อมกับคำถามว่า โปรแกรม Ellanse กับโปรแกรมฉีด Filler ต่างกันอย่างไร และแบบไหนจึงสอดคล้องกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข

ทั้งโปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler สามารถนำมาพิจารณาเพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านส่วนประกอบ กลไกการทำงาน และแนวทางการวางแผนรักษา การพิจารณาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูร่วมกับตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Ellanse กับโปรแกรมฉีด Filler ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ส่วนประกอบและกลไกการทำงาน โดยโปรแกรมฉีด Filler กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เน้นการเติมเต็มปริมาตรของบริเวณที่ต้องการปรับ ส่วนโปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญร่วมกับ CMC และมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน

หัวข้อโปรแกรม Ellanseโปรแกรมฉีด Filler
ส่วนประกอบPCL+CMCHyaluronic Acid (HA)
หลักการทำงาน ช่วยเติมเต็ม และมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยเติมเต็มปริมาตรในบริเวณที่ต้องการปรับ
ผลที่เกิดขึ้นหลังทำมีการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็ม และอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องจากการกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ต้องการปรับ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ทำ 
เหมาะกับการปรับบริเวณใดดูจากโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการ ดูจากบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม ปริมาตร และรูปทรงที่ต้องการปรับ 
หากต้องการสลายผลิตภัณฑ์ ไม่มีตัวยาที่ใช้สลาย PCL โดยตรง สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลาย HA ได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน 

โปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler ใช้ปรับรูปหน้าแตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองแนวทางสามารถนำมาพิจารณาเพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา บริเวณที่ต้องการปรับ และผลลัพธ์ที่ต้องการ

โปรแกรมฉีด Filler เน้นการเติมปริมาตรที่สูญเสียไป

การเติมเต็มด้วย HA มักใช้ในบริเวณที่ดูตอบหรือยุบลง เช่น ขมับ แก้ม หรือคางที่ต้องการเพิ่มมิติ รวมถึงบางกรณีที่ต้องการปรับสัดส่วนของใบหน้า

อย่างไรก็ตาม การที่บริเวณหนึ่งดูตอบไม่ได้หมายความว่าต้องเติมสารเติมเต็มเสมอไป เพราะลักษณะที่เห็นอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือความหย่อนคล้อย แพทย์จึงควรประเมินสาเหตุของปัญหาก่อนวางแผน

โปรแกรม Ellanse พิจารณาทั้งรูปทรงและคุณภาพของเนื้อเยื่อ

เป็นแนวทางหนึ่งที่พิจารณาทั้งรูปทรงที่ต้องการปรับ โครงสร้างใบหน้า และลักษณะของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น เพื่อประเมินว่าคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคลหรือไม่

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าแนวทางนี้จะเหมาะกับทุกกรณีที่ต้องการปรับรูปหน้า การเลือกผลิตภัณฑ์และตำแหน่งในการทำควรผ่านการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

โปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler ใช้กับบริเวณไหนของใบหน้าได้บ้าง? 

ทั้งสองโปรแกรมสามารถใช้ปรับรูปหน้าได้ในหลายบริเวณ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกใช้แทนกันได้ทุกตำแหน่ง การเลือกจึงควรพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการแก้ไข โครงสร้างใบหน้า ปริมาตรของเนื้อเยื่อ และผลลัพธ์ที่ต้องการ

บริเวณสิ่งที่แพทย์ประเมินแนวทางที่อาจพิจารณา
ขมับความตอบ รูปทรง และสัดส่วนของขมับดูว่าต้องการเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปทรงในลักษณะใด
แก้มตอบปริมาตรแก้มที่ลดลง ตำแหน่งของแก้ม และสัดส่วนใบหน้าพิจารณาจากสาเหตุที่ทำให้แก้มตอบและผลลัพธ์ที่ต้องการ
คางความยาว รูปทรง และสัดส่วนของคางกับใบหน้าพิจารณาจากรูปทรงและสัดส่วนที่ต้องการปรับ
กรอบหน้าแนวกราม ปริมาตรบริเวณกรอบหน้า และความกระชับของผิว ดูว่าสาเหตุหลักมาจากโครงสร้าง ปริมาตร หรือผิวที่ไม่กระชับ 
ร่องแก้มความลึกของร่อง ปริมาตรบริเวณรอบ ๆ และลักษณะผิว ดูสาเหตุของร่องก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม 
ร่องมุมปากความลึกของร่อง ปริมาตรบริเวณรอบ ๆ และตำแหน่งของเนื้อบริเวณนั้น พิจารณาจากสาเหตุของร่องและลักษณะบริเวณโดยรอบ 

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น การเลือกโปรแกรมไม่ควรดูจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาในบริเวณเดียวกันอาจมีสาเหตุต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนการรักษา 

ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ellanse กับโปรแกรมฉีด Filler แตกต่างกันอย่างไร?

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงหลังทำแตกต่างกันตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ โดยการเติมเต็มด้วย HA เน้นการเพิ่มปริมาตร ส่วนอีกแนวทางมีทั้งการเติมเต็มและคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

หัวข้อโปรแกรม Ellanseโปรแกรมฉีด Filler 
ช่วงแรกหลังทำมีการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็ม และอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องจากการสร้างคอลลาเจนเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็ม โดยขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และปริมาณที่ใช้
การเปลี่ยนแปลงในระยะต่อมา ประเมินทั้งการเปลี่ยนแปลงจากการเติมเต็มและการสร้างคอลลาเจนผลลัพธ์หลักมาจากการเติมเต็ม โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ทำ
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนประมาณ 12–18 เดือนประมาณ 6–18 เดือน

หมายเหตุ: ระยะเวลาข้างต้นเป็นข้อมูลโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามรุ่นของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง ปริมาณ เทคนิคการรักษา และปัจจัยเฉพาะบุคคล จึงไม่ควรใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นการรับประกันระยะเวลาของผลลัพธ์ในแต่ละคน 

ก่อนเลือกโปรแกรม Ellanse หรือโปรแกรมฉีด Filler ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

การเลือกผลิตภัณฑ์ควรเริ่มจากการประเมินปัญหาและลักษณะใบหน้าก่อน เพราะบริเวณเดียวกันอาจมีสาเหตุของปัญหาแตกต่างกันได้ แพทย์จึงต้องนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบการวางแผน

  1. โครงสร้างและสัดส่วนใบหน้า

แพทย์อาจดูสัดส่วนของหน้าผาก โหนกแก้ม คาง และแนวกราม รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน เพื่อประเมินว่าการปรับบริเวณหนึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้าอย่างไร 

  1. ปริมาตรของเนื้อเยื่อ

หากใบหน้าดูตอบหรือยุบ ควรประเมินก่อนว่าเกิดจากเนื้อที่ลดลงจริงหรือไม่ และเกิดขึ้นบริเวณใด เพราะแต่ละตำแหน่งอาจมีสาเหตุและลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน 

  1. สภาพผิวและเนื้อเยื่อ

สภาพผิวและเนื้อบริเวณต่าง ๆ ก็เป็นปัจจัยที่แพทย์นำมาพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อผิวและเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าการเติมเต็มเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติอื่นร่วมด้วย 

  1. ระดับความหย่อนคล้อย

ใบหน้าที่ดูไม่กระชับอาจไม่ได้เกิดจากเนื้อที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีทั้งผิวที่หย่อนลงหรือเนื้อบริเวณต่าง ๆ เคลื่อนตัวจากเดิมร่วมด้วย การดูสาเหตุเหล่านี้ประกอบกันจึงช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลได้ตรงกับปัญหาและลักษณะใบหน้าของแต่ละคนมากขึ้น 

  1. ประวัติการฉีดหรือหัตถการเดิม

หากเคยฉีดหรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่เคยทำ รวมถึงนำข้อมูลหรือเอกสารของผลิตภัณฑ์เดิมมาให้แพทย์ดู (ถ้ามี) เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพบริเวณนั้นและวางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น 

  1. เป้าหมายของผู้รับบริการ

เป้าหมายของแต่ละคนอาจต่างกัน เช่น ต้องการเติมบริเวณที่ดูตอบ ปรับสัดส่วนคาง เพิ่มมิติให้ใบหน้า หรือดูแลการเปลี่ยนแปลงของผิวและเนื้อเยื่อตามวัย จึงควรพิจารณาร่วมกับโครงสร้างใบหน้าและข้อจำกัดของแต่ละคน เพื่อให้แพทย์อธิบายทางเลือกที่เป็นไปได้ รวมถึงข้อจำกัดของแต่ละวิธีได้อย่างเหมาะสม 

ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกโปรแกรม Ellanse หรือโปรแกรมฉีด Filler? 

เริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า ปัญหาที่ต้องการดูแล และวางแผนการทำหัตถการให้เหมาะกับแต่ละบุคคลที่ Rassapoom Clinic
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form

โปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

การฉีดบริเวณใบหน้าควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งของหลอดเลือด และลักษณะเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน การเลือกตำแหน่งและวิธีฉีดจึงควรพิจารณาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

  1. ควรประเมินใบหน้าก่อนทำ

แพทย์จะดูโครงสร้างใบหน้า ลักษณะเนื้อบริเวณที่จะทำ และจุดที่ต้องการปรับ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน เพราะปัญหาที่ดูคล้ายกันอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน

  1. ควรแจ้งประวัติการฉีดหรือหัตถการเดิม

หากเคยฉีดหรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ โดยเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่เคยทำ หากมีข้อมูลหรือเอกสารของผลิตภัณฑ์เดิม ควรนำมาให้แพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย

  1. แจ้งยาและข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

ควรแจ้งยาที่ใช้อยู่ ประวัติการแพ้ และข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตอบคำถามที่แพทย์สอบถาม เพื่อช่วยให้ประเมินข้อควรระวังและวางแผนการรักษาได้เหมาะสม

  1. ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีวิธีจัดการแตกต่างกัน

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลาย HA ได้ในบางกรณีตามการประเมินของแพทย์ ส่วนโปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญ และไม่มี Hyaluronidase ที่ใช้สลาย PCL โดยเฉพาะ ดังนั้นก่อนทำควรเข้าใจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และวิธีจัดการที่แตกต่างกัน

การฉีดบริเวณใบหน้าจึงควรทำโดยแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ รวมถึงสามารถประเมินและดูแลเมื่อเกิดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนได้อย่างเหมาะสม

เคยทำโปรแกรมฉีด Filler มาแล้ว สามารถทำโปรแกรม Ellanse ได้ไหม?

สามารถพิจารณาทำได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรดูจากระยะเวลาที่เว้นเพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาร่วมกับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่เคยฉีด ตำแหน่ง ปริมาณ สภาพบริเวณนั้น และระยะเวลาที่ผ่านมา

หากต้องการทำบริเวณเดิม ควรแจ้งประวัติการฉีดให้ละเอียด โดยเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่เคยทำ หากมีข้อมูลหรือเอกสารของผลิตภัณฑ์เดิม ควรนำมาให้แพทย์ดูด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ที่ยังคงอยู่ในบริเวณนั้นอาจมีผลต่อการวางแผนครั้งใหม่

ดังนั้น หากเคยทำโปรแกรมฉีด Filler มาแล้ว สามารถพิจารณาทำโปรแกรม Ellanse ได้ ควรเว้นระยะประมาณ 2–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ หากต้องการทำบริเวณเดิม ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง 

จุดเด่นของการทำโปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler ที่ Rassapoom Clinic 

การทำโปรแกรม Ellanse หรือโปรแกรมฉีด Filler ควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ ที่ Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลในแต่ละขั้นตอน โดยคำนึงถึงข้อมูลของแต่ละบุคคลและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้

ดูแลโดยแพทย์และทีมบุคลากรทางการแพทย์

ผู้รับบริการจะได้รับการดูแลโดยแพทย์และทีมบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่การให้ข้อมูลก่อนทำ การทำหัตถการ ไปจนถึงคำแนะนำหลังทำ เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการทำหัตถการ

ทีมแพทย์ได้รับการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำหัตถการ รวมถึงเทคนิค The Signature Code จาก นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ (ว.19863) เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและดูแลผู้รับบริการ

ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์

คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทหรือผู้จัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง และตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาใช้ในการให้บริการ

ดูแลต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนทำจนถึงหลังทำ

การดูแลครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนทำ ขั้นตอนระหว่างหัตถการ คำแนะนำหลังทำ และการติดตามผลตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้รับบริการมีข้อมูลสำหรับดูแลตัวเองต่อหลังเข้ารับบริการ

มีทีมงานให้ข้อมูลและประสานการดูแล

ทีม Customer Service ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการเข้ารับบริการ นัดหมาย และประสานงานในส่วนต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ

วางแผนปรับรูปหน้าให้เหมาะกับคุณที่รัสมิ์ภูมิ คลินิก

การเลือกระหว่างโปรแกรม Filler และโปรแกรม Ellanse ขึ้นอยู่กับปัญหาใบหน้า ผลลัพธ์ที่ต้องการ และความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่ง การประเมินโดยแพทย์ช่วยให้คุณเข้าใจทางเลือกและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ

ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการที่ รัสมิ์ภูมิ คลินิก เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนดูแลเฉพาะบุคคล พร้อมตรวจสอบข้อมูลสาขาและช่องทางนัดหมายได้ที่ หน้าสาขาของคลินิก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ellanse และโปรแกรมฉีด Filler

โปรแกรม Ellanse กับโปรแกรมฉีด Filler ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองประเภทมีส่วนประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกัน 

  • โปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญและมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนร่วมกับการเติมเต็ม 
  • โปรแกรมฉีด Filler กลุ่ม HA เน้นการเติมเต็มปริมาตร 

จึงมีวิธีเลือกใช้แตกต่างกันตามปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม HA มี Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบหลัก ส่วนโปรแกรม Ellanse มี PCL เป็นส่วนประกอบสำคัญและมีคุณสมบัติแตกต่างจาก HA จึงไม่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

มีบางบริเวณที่สามารถพิจารณาใช้ได้ทั้งสองโปรแกรม เช่น ขมับ แก้ม และคาง แต่การเลือกใช้จะพิจารณาจาก

  • ปัญหาที่ต้องการแก้ไข เช่น บริเวณที่ดูตอบหรือขาดมิติ
  • ปริมาตรและลักษณะของเนื้อเยื่อ ในบริเวณที่จะทำ
  • สัดส่วนและรูปทรงของใบหน้า
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น เติมเต็ม ปรับรูปทรง หรือดูแลการเปลี่ยนแปลงของผิวและเนื้อเยื่อ

ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ทำ โดยมีรายละเอียดมีดังนี้

  • โปรแกรม Ellanse: ประมาณ 12–18 เดือน
  • โปรแกรมฉีด Filler: ประมาณ 6–18 เดือน

ทั้งนี้ แต่ละคนอาจเห็นผลได้นานไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ บริเวณที่ทำ ปริมาณ และวิธีการทำ

โปรแกรมฉีด Filler สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้ในบางกรณี ส่วนโปรแกรม Ellanse ยังไม่มีตัวยาที่ใช้สลาย PCL โดยตรง

เริ่มจากดูว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร และต้องการปรับบริเวณไหน รวมถึงสภาพผิวและประวัติการทำหัตถการเดิม จากนั้นแพทย์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาร่วมกับผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อเลือกวิธีและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับแต่ละคน

Dr. Thadanat Sungtrakanakul Rassapoom clinic 01

ตรวจสอบความถูกต้องโดย

หมอพลอย
พญ.ธดาณัฐ ซึงตระกาณกูล
แพทย์ผู้ชำนาญการ ( ว.69902 )

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form