โปรแกรม Subbrow Lifting คืออะไร? เทคนิคยกหางตา แก้หนังตาหย่อนโดยไม่เปลี่ยนชั้นตาเดิม

หางตาดูตก หนังตาบนเริ่มหย่อน จนชั้นตาเดิมดูไม่ชัดเหมือนเมื่อก่อน? ปัญหานี้อาจไม่ได้หมายความว่าต้องสร้างชั้นตาใหม่เสมอไป โปรแกรม Subbrow Lifting คือเทคนิคที่จัดการผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบนผ่านแนวใต้คิ้ว โดยเน้นบริเวณหางตา เพื่อช่วยให้บริเวณรอบดวงตาดูเปิดขึ้น และชั้นตาเดิมดูชัดขึ้น โดยไม่เน้นการสร้างชั้นตาใหม่

โปรแกรม Subbrow Lifting คืออะไร?

โปรแกรม Subbrow Lifting คือเทคนิคจัดการผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณเปลือกตาบนผ่านแนวใต้คิ้ว โดยเป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อยกกระชับผิวหนังบริเวณรอบดวงตาและหางตาที่หย่อนคล้อย ตัดผิวหนังส่วนเกินออกทางใต้ฐานคิ้ว และเย็บซ่อนแผลให้แนบเนียนกับขอบคิ้วด้านล่าง เทคนิคนี้เน้นดูแลเฉพาะบริเวณที่ต้องการ พร้อมคงลักษณะชั้นตาเดิมไว้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีชั้นตาอยู่แล้ว แต่มีผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนลงมาบดบังจนชั้นตาดูไม่ชัดเหมือนเดิม

การวางแผนดูแลไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาณผิวหนังส่วนเกิน แต่ต้องดูตำแหน่งคิ้ว รูปตา ชั้นตา และโครงสร้างเนื้อเยื่อรอบดวงตาร่วมกัน เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อทั้งลักษณะของหางตาและแนวทางที่เหมาะสม

ก่อนวางแผนดูแล แพทย์จึงควรประเมินลักษณะรอบดวงตาและความสมดุลของดวงตาทั้งสองข้าง เพื่อแยกว่าปัญหาหลักเกิดจากผิวหนังส่วนเกิน ความหย่อนของเนื้อเยื่อ ตำแหน่งคิ้ว หรือปัจจัยอื่น

สำหรับผู้ที่ต้องการคงชั้นตาเดิม โปรแกรมนี้จึงเป็นเทคนิคที่มุ่งจัดการบริเวณเปลือกตาบนผ่านแนวใต้คิ้ว โดยไม่เน้นการสร้างหรือเปลี่ยนชั้นตาใหม่ ทั้งนี้ ความเหมาะสมของเทคนิคขึ้นอยู่กับโครงสร้างและปัญหาของแต่ละบุคคล

หางตาตกเกิดจากอะไร และต้องแยกจากปัญหาหนังตาตกอย่างไร?

หางตาตก คือ ลักษณะที่บริเวณหางตาดูต่ำลง หรือมีผิวหนังเปลือกตาบนหย่อนลงมาบริเวณหางตา ทำให้ชั้นตาช่วงหางตาดูไม่ชัด และดวงตาอาจดูเศร้า เหนื่อยล้า หรือดูมีอายุมากขึ้น

ลักษณะดังกล่าวพบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เนื่องจากผิวหนังสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบดวงตา แต่หางตาที่ดูตกสามารถพบได้ในวัยอื่นเช่นกัน โดยอาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างดวงตาเดิม พันธุกรรม หรือปัจจัยเฉพาะบุคคล

ปัจจัยที่ทำให้หางตาดูตก

หางตาที่ดูตกไม่ได้เกิดจากผิวหนังหย่อนเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับหลายองค์ประกอบรอบดวงตา ได้แก่

  • ผิวหนังเปลือกตาบน: ความยืดหยุ่นของผิวลดลงหรือมีผิวหนังส่วนเกินลงมาบริเวณหางตา
  • เนื้อเยื่อและไขมันรอบดวงตา: การเปลี่ยนแปลงของปริมาณและตำแหน่งของเนื้อเยื่ออาจทำให้เปลือกตาดูหนา อูม หรือบดบังชั้นตา
  • ตำแหน่งคิ้ว: โดยเฉพาะหางคิ้วที่อยู่ต่ำ อาจทำให้เปลือกตาบนดูหนักและทำให้หางตาดูตกมากขึ้น
  • กล้ามเนื้อรอบดวงตา: การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการยกเปลือกตาอาจส่งผลต่อลักษณะของดวงตา
  • โครงสร้างดวงตาเดิม: รูปตา ชั้นตา และสัดส่วนรอบดวงตาของแต่ละคนมีผลต่อระดับและความชัดของหางตา

หางตาตกต่างจากหนังตาตกอย่างไร?

หางตาตกและหนังตาตกเป็นปัญหาบริเวณรอบดวงตาที่อาจมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกัน แต่มีสาเหตุและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน การแยกความแตกต่างจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเลือกแนวทางดูแล โดยสามารถสังเกตความแตกต่างเบื้องต้นได้จากตำแหน่งที่ตกและลักษณะของปัญหา ดังนี้

ประเด็นหางตาตกหนังตาตก (Ptosis)
ลักษณะที่เห็นหางตาดูต่ำลง หรือผิวหนังบริเวณหางตาดูหย่อน ทำให้รูปตาดูตกหรือดูเหนื่อยขอบเปลือกตาบนตกลงมามากกว่าปกติ ทำให้ตาดูเปิดได้น้อยลง
สาเหตุที่เกี่ยวข้องอาจเกี่ยวข้องกับผิวหนังส่วนเกิน ตำแหน่งคิ้ว และเนื้อเยื่อรอบดวงตาเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างที่ช่วยยกเปลือกตา
ตำแหน่งที่สังเกตบริเวณหางตาและผิวหนังรอบดวงตาขอบเปลือกตาบน
ผลต่อดวงตาทำให้หางตาหรือรูปตาดูตก แต่ไม่ได้หมายความว่าขอบเปลือกตาจะตกเสมอไปอาจทำให้ช่องตาดูแคบลงหรือเปิดตาได้ไม่เต็มที่ 

หมายเหตุ: หางตาตกและหนังตาตกสามารถเกิดร่วมกันได้ จึงควรประเมินสาเหตุและโครงสร้างรอบดวงตาโดยแพทย์ก่อนเลือกเทคนิคดูแล เพื่อให้แนวทางที่เลือกตรงกับปัญหามากที่สุด

โปรแกรม Subbrow Lifting ทำร่วมกับตาสองชั้นได้ไหม?

สามารถพิจารณาทำร่วมกับการทำตาสองชั้นได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีหนังตาหย่อนจะต้องทำทั้งสองเทคนิคร่วมกัน เพราะแต่ละเทคนิคมีจุดประสงค์แตกต่างกัน

แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะหนังตา ชั้นตา ตำแหน่งคิ้ว และโครงสร้างรอบดวงตา รวมถึงความต้องการของแต่ละบุคคล

ลักษณะปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการวิธีการรักษาที่แนะนำแนวทางการประเมินของแพทย์
• มีหนังตาส่วนเกิน และต้องการคงชั้นตาเดิมมีผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนลงมา แต่ยังพึงพอใจกับชั้นตาเดิม โปรแกรม Subbrow Liftingเทคนิคจัดการผิวหนังส่วนเกินผ่านแนวใต้คิ้ว แพทย์จะประเมินปริมาณและตำแหน่งของผิวหนังส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณหางตา เพื่อวางแนวการดูแลและซ่อนแผลไว้บริเวณใต้แนวคิ้ว 
• หนังตาหย่อนลงมาบดบังชั้นตาเดิมชั้นตาดูไม่ชัดจากผิวหนังที่หย่อนคล้อย ประเมินลักษณะหนังตาและโครงสร้างรอบดวงตา แพทย์จะตรวจว่าปัญหาเกิดจากผิวหนังส่วนเกิน กล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างรอบดวงตา เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับสาเหตุ 
• ต้องการสร้างหรือปรับชั้นตาใหม่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบชั้นตา หรือทำให้ชั้นตาดูชัดขึ้น การทำตาสองชั้น แพทย์จะประเมินรูปตา ชั้นตาเดิม และสัดส่วนรอบดวงตา เพื่อออกแบบชั้นตาให้เหมาะกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล 
• มีทั้งหนังตาส่วนเกินและต้องการปรับชั้นตามีผิวหนังหย่อนลงมาบดบังชั้นตา และต้องการเปลี่ยนรูปแบบชั้นตาร่วมด้วย อาจพิจารณาทำร่วมกันโปรแกรม Subbrow Lifting + การทำตาสองชั้น แพทย์จะประเมินปริมาณผิวหนังส่วนเกินและรูปแบบชั้นตา หากปัญหามีทั้งสองส่วน อาจพิจารณาจัดการผิวหนังส่วนเกินและออกแบบชั้นตาร่วมกัน 
• ปัญหาหลักเกี่ยวข้องกับตำแหน่งคิ้วหรือโครงสร้างรอบดวงตาแนวคิ้วตกหรือโครงสร้างรอบดวงตาหย่อนคล้อยจนทำให้บริเวณเปลือกตาดูแน่นหรือกองรวมกัน ประเมินสาเหตุเพิ่มเติมและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม แพทย์จะตรวจตำแหน่งคิ้วและโครงสร้างรอบดวงตา เพื่อพิจารณาว่าควรใช้เทคนิคอื่น เช่น โปรแกรม Brow Lift หรือแนวทางเฉพาะบุคคลหรือไม่ 

ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องทำร่วมกับตาสองชั้นในทุกกรณี การเลือกว่าจะทำเพียงเทคนิคเดียวหรือพิจารณาทำร่วมกัน ขึ้นอยู่กับปัญหา โครงสร้างรอบดวงตา และเป้าหมายที่ต้องการ

โปรแกรม Subbrow Lifting เหมาะกับใคร และกรณีไหนอาจไม่เหมาะ?

อาจเหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณเปลือกตาบน โดยเฉพาะช่วงหางตา และต้องการคงลักษณะชั้นตาเดิมไว้ เช่น หนังตาหย่อนลงมาบดบังชั้นตา ทำให้หางตาดูหนัก หรือดวงตาดูเปิดน้อยลง

ใครบ้างที่เหมาะทำโปรแกรมนี้

โดยโปรแกรมนี้อาจเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • มีผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณเปลือกตาบน โดยเฉพาะช่วงหางตา
  • หนังตาหย่อนลงมาบดบังชั้นตาเดิม ทำให้ชั้นตาดูไม่ชัดเหมือนเดิม
  • มีชั้นตาเดิมที่ต้องการคงไว้ และไม่ได้ต้องการสร้างชั้นตาใหม่
  • หางตาดูหนักหรือดวงตาดูเหนื่อยล้าจากผิวหนังที่หย่อนลงมา
  • เคยทำตาสองชั้นแล้ว แต่ยังมีผิวหนังหย่อนบริเวณหางตา
  • ต้องการดูแลปัญหาเฉพาะบริเวณหางตาและเปลือกตาบน

ทั้งนี้ ความเหมาะสมไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินว่าความหย่อนและผิวหนังส่วนเกินเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหรือไม่

ใครที่ไม่เหมาะกับโปรแกรมนี้

แม้ว่าโปรแกรม Subbrow Lifting (การผ่าตัดยกเปลือกตาและซ่อนแผลไว้ใต้คิ้ว) จะเป็นทางเลือกยอดนิยมในการแก้ปัญหาหนังตาตกอย่างเป็นธรรมชาติ แต่หัตถการนี้ก็ไม่เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะหรือปัญหาเหล่านี้ค่ะ: [1, 2]

1. กลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างใบหน้าและดวงตา

  • ผู้ที่ไม่มีพื้นที่ผิวหนังส่วนเกิน: หากผิวหนังเปลือกตาไม่ได้หย่อนคล้อยมากพอ การฝืนตัดแต่งผิวหนังออกอาจเสี่ยงทำให้เกิดภาวะหลับตาไม่สนิทตามมาได้
  • ผู้ที่มีระยะห่างระหว่างคิ้วกับตาใกล้กันมากเกินไป: เนื่องจากเทคนิคนี้เป็นการดึงผิวหนังบริเวณใต้คิ้วขึ้นไป หากระยะห่างเดิมแคบอยู่แล้ว การทำ Subbrow Lift จะยิ่งทำให้คิ้วและตาดูชิดกันมากเกินไปจนหน้าดูดุหรือผิดสัดส่วนได้
  • ผู้ที่คิ้วตกอย่างรุนแรง: หัตถการนี้เป็นการตัดหนังตาส่วนเกินใต้คิ้ว ไม่ใช่การยกตำแหน่งคิ้วขึ้น หากคนไข้มีปัญหาคิ้วตก (Eyebrow Ptosis) ร่วมด้วย การทำวิธีนี้อย่างเดียวอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีพอ และควรเปลี่ยนไปใช้เทคนิคดึงหน้าผากหรือยกคิ้ว (Endotine / Brow Lift) แทน

2. กลุ่มที่มีปัญหาดวงตาจุดอื่นที่ต้องการแก้ไข

  • ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรูปทรงหรือทำตาสองชั้นใหม่: หัตถการนี้เน้นแก้ปัญหาหนังตาตกทับชั้นตาเดิม โดยดึงเฉพาะเปลือกตาด้านนอกขึ้น ดังนั้นไม่สามารถสร้างชั้นตาใหม่ หรือเปลี่ยนตาหลบในให้กลายเป็นตาสองชั้นหนา ๆ ได้ กรณีนี้ต้องแก้ไขด้วยการทำตาสองชั้นโดยตรง
  • ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง: คนที่มีอาการตาปรือ ตาดูง่วงนอนตลอดเวลาจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา การทำโปรแกรมนี้จะไม่ช่วยรักษาอาการนี้ จำเป็นต้องรับการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยเฉพาะแทน

3. กลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพและผิวพรรณ

  • ผู้ที่ไม่มีขนคิ้วหรือคิ้วบางมาก: เนื่องจากแผลผ่าตัดจะถูกซ่อนไว้ใต้แนวคิ้วพอดิบพอดี หากเป็นคนไม่มีขนคิ้วเลยหรือคิ้วบางมาก แผลผ่าตัดก็อาจจะสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าปกติค่ะ (ยกเว้นในกรณีที่มีแพลนจะสักคิ้วทับหลังแผลหายดีแล้ว)
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid): แม้แผลใต้คิ้วจะเนียนไปกับผิวได้ดี แต่หากคนไข้มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ง่าย อาจเสี่ยงเกิดรอยแผลเป็นที่เห็นชัดใต้แนวคิ้วได้
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงหรือทานยาบางประเภท: เช่น โรคที่ส่งผลต่อการสมานแผล (เบาหวานที่ควบคุมอาการไม่ได้) หรือผู้ที่ต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นประจำ ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนเสมอ

ดังนั้น การพิจารณาทำโปรแกรมนี้ควรดูจากสาเหตุของปัญหาและโครงสร้างรอบดวงตาเป็นหลัก ไม่ใช่พิจารณาจากลักษณะหางตาที่ดูตกเพียงอย่างเดียว 

โปรแกรม Subbrow Lifting ต่างจากการทำตาสองชั้นอย่างไร?

โปรแกรม Subbrow Lifting และการทำตาสองชั้นมีเป้าหมายในการดูแลบริเวณเปลือกตาที่แตกต่างกัน โดยโปรแกรม Subbrow Lifting เน้นจัดการผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณเปลือกตาบนผ่านแนวใต้คิ้วและคงชั้นตาเดิม ขณะที่การทำตาสองชั้นเน้นการสร้างหรือปรับลักษณะชั้นตา

ประเด็นโปรแกรม Subbrow Liftingการทำตาสองชั้น
จุดที่เน้นผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณใต้คิ้ว โดยเฉพาะช่วงหางตาการสร้างหรือปรับชั้นตา
ชั้นตาเดิมเน้นคงลักษณะชั้นตาเดิมสามารถสร้างหรือปรับลักษณะชั้นตาได้
เหมาะกับปัญหาแบบไหนมีผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบน และต้องการลดความหย่อนโดยยังคงชั้นตาเดิมต้องการสร้างชั้นตาใหม่ หรือปรับรูปแบบชั้นตาเดิม
สิ่งที่ต้องพิจารณาปริมาณผิวหนังส่วนเกิน ตำแหน่งคิ้ว และลักษณะชั้นตาเดิมรูปตา ชั้นตาเดิม และลักษณะที่ต้องการออกแบบ

ทั้งสองเทคนิคจึงไม่ได้มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา โครงสร้างรอบดวงตา และความต้องการเกี่ยวกับชั้นตา การประเมินโดยแพทย์จึงมีส่วนสำคัญในการเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล 

การเตรียมตัวก่อนโปรแกรมนี้

ก่อนเข้ารับบริการ ควรให้แพทย์ประเมินลักษณะหนังตา ตำแหน่งคิ้ว และโครงสร้างรอบดวงตาก่อน เพื่อวางแผนแนวทางที่เหมาะสม พร้อมแจ้งประวัติสุขภาพและยาหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ

สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

  • แจ้งประวัติการรักษา โรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่
  • หากรับประทานยาหรืออาหารเสริมที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin ยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิตามิน E น้ำมันปลา หรือสมุนไพรบางชนิด ไม่ควรหยุดยาเอง ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ในวันเข้ารับบริการ ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา
  • หากใส่คอนแทคเลนส์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคลินิกเกี่ยวกับการถอดก่อนเข้ารับบริการ

ข้อปฏิบัติหลังทำโปรแกรมนี้

หลังทำ ในช่วงแรกอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงบริเวณรอบดวงตาได้ ระยะเวลาและความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และดูแลแผลอย่างเหมาะสม

การดูแลในช่วงแรก

  • ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์
  • นอนยกศีรษะสูงในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา กด หรือสัมผัสบริเวณแผล
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนบริเวณรอบดวงตา
  • รักษาความสะอาดของแผล และหลีกเลี่ยงการให้แผลโดนน้ำโดยตรงตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากได้รับยา ควรรับประทานตามที่แพทย์สั่งและไม่ปรับยาเอง

การกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ

สำหรับการแต่งหน้า ออกกำลังกาย และว่ายน้ำ ควรพิจารณาตามสภาพแผลและคำแนะนำของแพทย์

ไม่ควรกำหนดระยะเวลาในการกลับไปทำกิจกรรมแบบเดียวกันสำหรับทุกคน เพราะการฟื้นตัวแตกต่างกัน

ควรมาตามนัดเพื่อติดตามผลและตัดไหมตามกำหนดที่แพทย์ประเมิน

หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง ปวดมากขึ้น มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีอาการเกี่ยวกับการมองเห็น ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

โปรแกรม Subbrow Lifting มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

หลังทำ อาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณรอบดวงตาได้ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำ อาการและระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อาการที่อาจพบหลังทำ ได้แก่

  • บวม ช้ำ หรือตึงบริเวณรอบดวงตา โดยมักพบในช่วงแรกหลังทำ และความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • ชาหรือความรู้สึกบริเวณแนวแผลเปลี่ยนแปลงชั่วคราว รวมถึงความรู้สึกตึงบริเวณผิวหนังที่ได้รับการดูแล โดยความรู้สึกจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ
  • รอยแผลเป็น ซึ่งลักษณะของแผลขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิม เทคนิคที่ใช้ และการดูแลหลังทำ
  • รูปทรงของบริเวณที่ทำอาจดูแตกต่างกันระหว่างสองข้างได้ และควรประเมินร่วมกับโครงสร้างเดิมของแต่ละบุคคล 
  • ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อย เช่น การติดเชื้อ เลือดออก หรือแผลแยก ซึ่งควรได้รับการประเมินและดูแลโดยแพทย์

หากหลังทำมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงหรือปวดมากขึ้น มีเลือดออกผิดปกติ มีหนอง หรือมีการเปลี่ยนแปลงด้านการมองเห็น ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว

หมายเหตุ: ความเสี่ยงและการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์ควรประเมินโครงสร้างรอบดวงตาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อนทำ เพื่ออธิบายความเสี่ยงและวางแผนการดูแลให้เหมาะสม

ทำไมควรเลือกทำโปรแกรม Subbrow Lifting ที่ Rassapoom Clinic?

การเลือกทำโปรแกรม ควรพิจารณาจากโครงสร้างรอบดวงตา ลักษณะปัญหา และความต้องการของแต่ละบุคคล Rassapoom Clinic จึงให้ความสำคัญตั้งแต่การประเมินก่อนทำ การวางแนวทางโดยคำนึงถึงชั้นตาเดิม ไปจนถึงการติดตามดูแลหลังทำ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

ประเมินโครงสร้างรอบดวงตาก่อนวางแผน

ก่อนเลือกเทคนิค แพทย์จะประเมินลักษณะหนังตาส่วนเกิน ตำแหน่งคิ้ว ชั้นตา และโครงสร้างรอบดวงตา เพื่อพิจารณาสาเหตุของปัญหาและความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

วางแนวทางโดยคำนึงถึงชั้นตาเดิม

สำหรับผู้ที่ต้องการคงชั้นตาเดิม การวางแผนจะพิจารณาร่วมกับลักษณะชั้นตาและรูปตาที่มีอยู่เดิม โดยเน้นจัดการกับปัญหาผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณที่เกี่ยวข้อง โดยไม่เน้นการสร้างชั้นตาใหม่ ทั้งนี้ แนวทางที่ใช้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละบุคคล

ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและมีแนวทางการดูแลที่เป็นระบบ

Rassapoom Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลโดยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแลบริเวณรอบดวงตา พร้อมมีแนวทางและมาตรฐานการดูแลที่กำหนดร่วมกัน เพื่อให้กระบวนการประเมินและการดูแลเป็นไปอย่างเป็นระบบในทุกสาขา

พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

หางตาตกหรือหนังตาหย่อนอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน บางรายอาจเหมาะกับโปรแกรมนี้ ขณะที่บางรายอาจเหมาะกับแนวทางอื่น หรืออาจพิจารณาทำร่วมกับหัตถการบริเวณรอบดวงตา แพทย์จึงควรประเมินปัญหา โครงสร้าง และความต้องการของแต่ละคนก่อนเลือกแนวทาง

ติดตามและให้คำแนะนำหลังทำ

หลังทำควรมีการติดตามตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการฟื้นตัวของแผลและการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบดวงตา พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลต่อเนื่องตามสภาพของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Subbrow Lifting

 โปรแกรม Subbrow Lifting คืออะไร?

โปรแกรม Subbrow Lifting คือเทคนิคที่จัดการผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบนผ่านแนวใต้คิ้ว โดยเน้นบริเวณหางตา เพื่อช่วยลดการบดบังของผิวหนังบริเวณเปลือกตา และคงลักษณะชั้นตาเดิมไว้ ทั้งนี้ แพทย์ควรประเมินโครงสร้างรอบดวงตาก่อนว่าเหมาะกับเทคนิคนี้หรือไม่

อาจเหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือความหย่อนบริเวณเปลือกตาบน โดยเฉพาะช่วงหางตา และต้องการดูแลบริเวณดังกล่าวโดยไม่เน้นการสร้างชั้นตาใหม่ อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมต้องพิจารณาจากลักษณะคิ้ว ชั้นตา และโครงสร้างรอบดวงตาของแต่ละบุคคล

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ตำแหน่งและเป้าหมายของเทคนิค โดยจะเน้นการจัดการผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนผ่านแนวใต้คิ้ว และมุ่งคงชั้นตาเดิม ขณะที่การทำตาสองชั้นมีเป้าหมายหลักในการสร้างหรือปรับชั้นตา ดังนั้นจึงควรเลือกตามปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล

สามารถพิจารณาทำร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องทำทั้งสองเทคนิค แพทย์จะพิจารณาจากปริมาณหนังตาส่วนเกิน รูปแบบชั้นตา ตำแหน่งคิ้ว โครงสร้างรอบดวงตา และเป้าหมายของผู้รับบริการก่อนวางแผน

ระหว่างทำสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ตามแผนการดูแล โดยอาจยังรู้สึกถึงแรงกดหรือความตึงบริเวณที่ทำได้ หลังทำอาจมีอาการตึง บวม ช้ำ หรือไม่สบายบริเวณรอบดวงตา ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถดูแลได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และรายละเอียดของแต่ละบุคคล จึงไม่ควรกำหนดระยะเวลาเดียวเป็นมาตรฐานสำหรับทุกกรณี แพทย์สามารถแจ้งระยะเวลาที่เหมาะสมหลังประเมินและวางแผนการทำ

มีแนวแผลบริเวณใต้คิ้วตามเทคนิคที่ใช้ โดยตำแหน่งแผลจะวางให้สอดคล้องกับแนวคิ้วและโครงสร้างบริเวณนั้น ลักษณะของรอยแผลหลังการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามเวลา การดูแลแผล และการตอบสนองของผิว

การทำโปรแกรม Subbrow Lifting (ยกกระชับหางตาและหนังตาตกซ่อนแผลใต้คิ้ว) ใช้เวลาพักฟื้นน้อยมาก เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยมีไทม์ไลน์คร่าว ๆ ดังนี้:

  • 1–3 วันแรก: มีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อย สามารถพักผ่อนที่บ้านหรือกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้
  • 5–7 วัน: อาการบวมและรอยช้ำเริ่มลดลงชัดเจน และแพทย์มักนัดมาตัดไหม (ถ้ามี) ทำให้สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้
  • 1–2 สัปดาห์: รอยแผลและอาการบวมจะค่อย ๆ เนียนดีขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบกลืนไปกับแนวคิ้ว
  • 1–3 เดือน: แผลยุบเข้าที่เต็มที่ และเนื้อเยื่อสมานกันสนิทจนดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ

ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์บริเวณแนวแผลในช่วงแรก และกลับมาใช้เมื่อแผลมีความพร้อมตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามลักษณะแผลและการฟื้นตัวของแต่ละคน

ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว แต่ไม่สามารถระบุจำนวนปีที่แน่นอนสำหรับทุกคน เนื่องจากผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบดวงตายังคงเปลี่ยนแปลงตามอายุ สภาพผิว และปัจจัยเฉพาะบุคคล จึงอาจเกิดความหย่อนคล้อยขึ้นอีกในอนาคต

อาจพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ในบางกรณี แต่ไม่จำเป็นต้องทำร่วมกันทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการดูแล โครงสร้างรอบดวงตา และเป้าหมายของแต่ละบุคคลก่อนเลือกหัตถการเพิ่มเติม

อาจพบอาการ บวม ช้ำ ตึง หรือความรู้สึกบริเวณแนวแผลเปลี่ยนแปลงชั่วคราว ได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องแผลเป็น ความไม่สมมาตร การติดเชื้อ เลือดออก หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรงขึ้น ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมิน

นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษา

ทักแชตปรึกษาทางไลน์ หรือฝากข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหาและออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคล
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
Register to receive exclusive privileges Form
ที่ตั้งของเรา
5 สาขา
มาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยมาตรฐานการรักษาเดียวกันในทุกสาขา พร้อมแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล
เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ และได้มาตรฐานในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ.
สาขาสุขุมวิท 49
(ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท) 129/2 ซอย กลาง ถนน สุขุมวิท49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ  10110
สาขาพระราม 2
291 293 299 ถ.พระรามที่ 2 แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ 10150
สาขารัตนาธิเบศร์
(ใกล้ซอยท่าอิฐ) 110/34 ,110/35, ตำบล ไทรม้า, อำเภอเมืองนนทบุรี, นนทบุรี 11000
สาขาเลียบด่วนรามอินทรา
(หลังเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์) 102 นาคนิวาส 6 แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230
สาขาทวีวัฒนา
355/2-3 ชั้น 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
ดีไซน์ความงามเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์รัสมิ์ภูมิ คลินิกPersonalized Consultation by Rassapoom Clinic
มั่นใจในผลลัพธ์ที่ดูเป็นสไตล์ธรรมชาติ  ด้วยเทคนิคและมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ และทีมแพทย์  ณ Rassapoom Clinic ทั้ง 5 สาขา
เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. · 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ