เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงกลาง 20 ปีขึ้นไป กระบวนการสูญเสียคอลลาเจนในผิวจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนใหม่ลดลง ส่งผลให้เกิดปัญหาริ้วรอย ความหมองคล้ำ และความหย่อนคล้อยตามมา ปัจจุบันวงการแพทย์ความงามได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อย้อนวัยผิวที่ตรงจุดกว่าเดิม บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของโปรแกรม Deusaderm เทคโนโลยีฉีดกระตุ้นคอลลาเจนบริสุทธิ์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในการฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำความรู้จักกับ โปรแกรม Deusaderm
เทคโนโลยีฉีดคอลลาเจนบริสุทธิ์ เพื่อฟื้นฟูผิว เเละเติมเต็มร่องลึก อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรม Deusaderm คือ เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนบริสุทธิ์ (Injectable Collagen Gel) เข้มข้นถึง 35 mg/ml ที่มาพร้อมกับส่วนผสมของยาชา Lidocaine 3 mg/ml เพื่อช่วยให้สบายผิวระหว่างการรักษา เทคโนโลยีนี้แตกต่างจากการฉีดสารเติมเต็มหรือโปรแกรมฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) อย่างสิ้นเชิง
หากเปรียบเทียบโครงสร้างผิวของเราเป็นเหมือน “ที่นอน” คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermis) จะทำหน้าที่เสมือน “สปริง” ที่ให้ความยืดหยุ่น เมื่ออายุมากขึ้นสปริงเหล่านี้จะพังและยุบตัว การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์เข้าไปก็เหมือนการยัดนุ่นเพื่อเติมเต็มส่วนที่ยุบลงไป แต่ไม่สามารถซ่อมแซมสปริงให้กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ในขณะที่ โปรแกรม Deusaderm จะเข้าไปทำหน้าที่ปรับปรุงคุณภาพผิว ทำให้ผิวหนาตัวขึ้น โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (Collagen Type I และ Type III) ทำให้ผิวกลับมาเด้งฟู ยืดหยุ่น และแข็งแรงอย่างแท้จริง
โปรแกรม Deusaderm ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรได้บ้าง?
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาผิวที่เสื่อมสภาพตามวัยโดยเฉพาะ ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิวอย่างครอบคลุม ได้แก่
- แก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตา และบริเวณร่องน้ำตาลึกให้ดูตื้นขึ้น
- ฟื้นฟูผิวที่สูญเสียคอลลาเจนตามวัย และผิวที่เริ่มขาดความยืดหยุ่น
- เติมเต็มบริเวณผิวที่เป็นร่องลึก และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า
- จัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตา พวงแก้ม และกรอบหน้า นอกจากนี้ ตัวยายังมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่ดูดซึมน้ำ (Non-water absorbent) จึงไม่ทำให้เกิดปัญหาหน้ายุบหรือบวมน้ำหลังทำ มอบผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียนเเลดูธรรมชาติ
หากคุณมีปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตาดูตื้น แล้วไม่รู้จะแก้ยังไง ปรึกษาเราได้เลย
ให้แพทย์ผู้ชำนาญการของ Rassapoom Clinic ช่วยประเมินโครงสร้างผิว เพื่อดีไซน์การรักษาที่แม่นยำและเห็นผลที่สุดสำหรับคุณ
- ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
- มั่นใจในทุก Process ความปลอดภัย
- ดูแลคุณอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
เจาะลึกเทคโนโลยี Atelopeptide และโครงสร้าง Complete Triple Helix ในโปรแกรม Deusaderm
ความโดดเด่นที่ทำให้โปรแกรมนี้ เหนือกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในท้องตลาด คือเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ได้รับสิทธิบัตรโดยเฉพาะ
- เทคโนโลยี Atelopeptide (Telopeptides Removal Technique): เป็นการสกัดและกำจัดส่วนของ Telopeptide (ส่วนปลายของโปรตีน N & C terminal) ออกไป ซึ่งส่วนนี้มักเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ กระบวนการนี้ทำให้ได้คอลลาเจนที่บริสุทธิ์ (Pure Atelocollagen) มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพกับร่างกายมนุษย์สูง ไม่ก่อให้เกิดการเเพ้
- โครงสร้าง Complete Triple Helix: นำเทคโนโลยีการจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ (Fiber Reconstitution) มาใช้ เพื่อให้เนื้อคอลลาเจนกลับมามีโครงสร้างเกลียว 3 สาย (Triple Helix) ที่สมบูรณ์แบบใกล้เคียงกับคอลลาเจนธรรมชาติในผิวของมนุษย์มากที่สุด ช่วยให้เนื้อเจลคงรูปได้ดี และให้ผลลัพธ์การค้ำจุนโครงสร้างผิวที่ชัดเจนในทันที
- เทคโนโลยี Cross-link: แบรนด์แรกที่มีการใช้สาร Glutaraldehyde (GA) ในการเชื่อมโครงสร้างสายเปปไทด์ให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ตัวยาสลายตัวช้าลง ทนต่อการถูกย่อยสลาย ส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานถึง 8-12 เดือน โดยสาร GA จะถูกล้างออกจนหมดในกระบวนการผลิต ทำให้มีความปลอดภัยสูงและไม่เป็นพิษตกค้างในร่างกาย (Non-toxic)
จัดการปัญหารอยคล้ำใต้ตาและร่องน้ำตา
ทำไม โปรแกรม Deusaderm ถึงตอบโจทย์ผิวบริเวณนี้ที่สุด
บริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ผิวบอบบางที่สุดบนใบหน้า โปรแกรม Deusaderm เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่แพทย์แนะนำสำหรับบริเวณนี้ด้วยเหตุผลสำคัญ คือตัวยามีกลไกยับยั้งการสร้างเม็ดสี (Melanin Control Mechanism) เมื่อเนื้อคอลลาเจนเริ่มสลายตัว จะแตกตัวเป็นเปปไทด์และกรดอะมิโน ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นตัวการหลักในการผลิตเม็ดสีเมลานิน กระบวนการนี้จะเข้าไปสกัดกั้นการเปลี่ยน Tyrosine เป็น L-DOPA ส่งผลให้รอยคล้ำใต้ตาและจุดด่างดำจางลง ผิวรอบดวงตาจึงดูสว่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ อนุภาคของ โปรแกรม Deusaderm ยังมีขนาดเล็กกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปถึง 15 เท่า และมีความหนืดสูง จึงลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion หรือ VO) ได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีประวัติความปลอดภัยระดับโลกยาวนานกว่า 25 ปีโดยไม่มีรายงานเคสหลอดเลือดอุดตันเลยแม้แต่รายเดียว
การออกแบบแผนการรักษาเพื่อผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนที่ต่อเนื่อง
เพื่อให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่และกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เป็นไปอย่างต่อเนื่องและเห็นผลสูงสุด แพทย์จะออกแบบแผนการรักษาออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้:
- ระยะเริ่มต้น (Preparative Stage) ในปีแรก: แนะนำให้ฉีดติดตามผลทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อซ่อมแซมและสร้างรากฐานโครงสร้างผิวใหม่ให้แข็งแรง
- ระยะฟื้นฟูและคงผลลัพธ์ (Restoring & Sustaining Stage) ในปีถัดมา: สามารถทิ้งระยะห่างการทำหัตถการออกไปเป็นทุกๆ 6-8 เดือน
- ระยะดูแลระยะยาว (Subsequent Stage) ในปีที่สามเป็นต้นไป: สามารถฉีดเพื่อคงสภาพผลลัพธ์เพียงปีละ 1 ครั้ง หรือเว้นระยะทุกๆ 8-12 เดือนได้ สำหรับปริมาณตัวยาที่แนะนำ บริเวณรอบดวงตาจะใช้ประมาณ 2 ml, บริเวณกลางใบหน้า 4-8 ml และสำหรับการฟื้นฟูทั่วใบหน้า (Full-Face) จะใช้ประมาณ 10-20 ml ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นหลัก
ใครบ้างที่เหมาะ และใครที่ควรหลีกเลี่ยงการทำโปรแกรม Deusaderm
ข้อควรรู้ โปรแกรม Deusaderm จะมีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยที่สุด
กลุ่มที่เหมาะกับการฉีด ได้แก่:
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ช่วงกลาง 20 ปีเป็นต้นไป: เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่กระบวนการสูญเสียคอลลาเจนในผิวจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ลดลง
- ผู้ที่มีปัญหารอบดวงตา: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขรอยคล้ำใต้ตา ร่องน้ำตา รวมถึงผิวบริเวณรอบดวงตาที่เริ่มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น: เหมาะกับผู้ที่เผชิญปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น หรือมีผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและกรอบหน้า
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยและร่องลึก: ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า หรือผิวเริ่มเป็นร่องลึกอย่างเห็นได้ชัด
- ผู้ที่มีภาวะสูญเสียคอลลาเจนตามวัย: ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรง
กลุ่มที่ไม่แนะนำให้ฉีด (Contraindication):
เพื่อความปลอดภัย มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่มที่ไม่ควรฉีด ได้แก่:
- สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจน แพ้โปรตีน หรือมีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีโรคประจำตัวเป็น SLE (โรคแพ้ภูมิตัวเอง)
- ผู้ที่มีแผลผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อบริเวณใบหน้า หรือมีประวัติเป็นคีลอยด์ได้ง่าย
- ผู้ที่มีความผิดปกติในระบบการแข็งตัวของเลือด
รวมผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Deusaderm
หากคุณมีปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตาดูตื้น แล้วไม่รู้จะแก้ยังไง ปรึกษาเราได้เลย
ให้แพทย์ผู้ชำนาญการของ Rassapoom Clinic ช่วยประเมินโครงสร้างผิว เพื่อดีไซน์การรักษาที่แม่นยำและเห็นผลที่สุดสำหรับคุณ
- ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
- มั่นใจในทุก Process ความปลอดภัย
- ดูแลคุณอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ข้อปฏิบัติตัวสำหรับการฉีดโปรแกรม Deusaderm
ก่อนฉีด (BEFORE)
- แจ้งประวัติให้แพทย์ทราบ ประวัติการทำหัตถการ/ยา/โรคประจำตัว/การแพ้ยา เพื่อให้แพทย์ประเมิน และกำหนดปริมาณการฉีดที่เหมาะสม
- แจ้งยาที่ทานกลุ่มละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน, ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs)
- แนะนำงดวิตามิน อาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามิน C, E, K, Fish Oil อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อป้องกันรอยช้ำจากการฉีด
- แนะนำงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันรอยช้ำที่อาจเกิดขึ้น
หลังฉีด (AFTER)
- งดแต่งหน้า อย่างน้อย 1-2 วัน เนื่องจากยังมีรูเข็มเปิดอยู่ ป้องกันการติดเชื้อ
- สามารถล้างหน้าได้ แต่แนะนำหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว เช่น กลุ่มผลัดเซลล์ผิว, AHA, BHA
- รักษาความสะอาดบนใบหน้า ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าโดยการใช้ผ้า หรือกระดาษเช็ดหน้าที่สะอาด
- แนะนำงดวิตามิน อาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามิน C, E, K, Fish Oil อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อป้องกันรอยช้ำจากการฉีด
- แนะนำงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันรอยช้ำที่อาจเกิดขึ้น
- งดกดนวดบริเวณใบหน้าที่ฉีดแรงๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาอยู่ในตำแหน่งเดิม และกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด 1 เดือน เช่น แช่น้ำร้อน ซาวน่า เลเซอร์ อบไอน้ำ และการโดนแดดจัด ควรทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ
ทำไมต้องเลือกฟื้นฟูผิวด้วยโปรแกรม Deusaderm ที่ รัสภูมิ์ คลินิก
ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่ได้รับการ Training โดยตรงจากคุณหมอรัสมิ์ภูมิ มั่นใจได้ในฝีมือและมาตรฐานระดับสูงของแพทย์ทุกท่าน
การฉีดกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่อิ่มฟู สวยงามเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ประเมินและทำการรักษา” ที่ รัสภูมิ์ คลินิก เราให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการทุกท่านของคลินิกได้รับการฝึกอบรม (Training) ถ่ายทอดเทคนิคความรู้โดยตรงจากคุณหมอรัสมิ์ภูมิอย่างเข้มข้น คุณจึงสามารถวางใจได้เกินร้อยว่า ไม่ว่าจะเข้ารับบริการกับคุณหมอท่านใด แพทย์ทุกคนก็มีความเก่งกาจ เชี่ยวชาญ และมีฝีมือประณีตในมาตรฐานระดับสูงที่ทัดเทียมกันทั้งหมด แพทย์ทุกท่านสามารถวิเคราะห์ปัญหาผิวเชิงลึก ประเมินปริมาณคอลลาเจนที่เหมาะสม และใช้เทคนิคการเดินเข็มที่แม่นยำ เพื่อสร้างสรรค์ผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์ที่ดีที่สุดสำหรับโครงสร้างใบหน้าของคุณโดยเฉพาะ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทีมแพทย์ด้านผิวหนังและความงาม มีประสบการณ์สูง ให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล
ปลอดภัยและเจ็บน้อย การทำหัตถการแม่นยำ ลดความเจ็บ แต่ผลลัพธ์ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์ยาวนาน ผิวตึงกระชับ ลดริ้วรอย ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ได้อย่างต่อเนื่อง
การดูแลครบวงจร ตั้งแต่ก่อนทำ จนถึงหลังทำ มีคำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Deusaderm
โปรแกรม Deusaderm คือฟิลเลอร์ใช่หรือไม่?
โปรแกรม Deusaderm ไม่ใช่โปรแกรม Filler (สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid) แต่เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่ทำหน้าที่เสริมบำรุงผิวตามธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ยุบหรือบวมน้ำเหมือนสารสังเคราะห์
สามารถฉีดสลายได้แบบ Filler หรือไม่?
ไม่สามารถฉีดสลายได้ เนื่องจากปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่มีเอนไซม์สำหรับสลายคอลลาเจน (ตัวยา Hyaluronidase ใช้สลายได้เฉพาะ HA Filler เท่านั้น) แต่ โปรแกรม Deusaderm จะค่อยๆ ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ หากต้องการเร่งกระบวนการสลายตัว สามารถใช้เครื่องมือกลุ่มพลังงาน (EBD) เข้ามาช่วยได้
สามารถใช้ร่วมกับการทำหัตถการอื่นๆ ได้หรือไม่?
สามารถทำร่วมกันได้ หากเป็นการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ (HA) ในชั้นผิวที่ต่างกันสามารถทำควบคู่กันได้เลย แต่หากต้องการฉีดในชั้นผิวเดียวกัน แนะนำให้ฉีดสลายโปรแกรมฟิลเลอร์เดิมออกก่อน หรือควรเว้นระยะห่างจากการฉีดหัตถการอื่นๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนการใช้เครื่องยกกระชับ (Energy-Based Device: EBD) แนะนำให้ทำ EBD ก่อน แล้วจึงตามด้วยการฉีด โปรแกรม Deusaderm
เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังฉีดจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เลย ผิวจะดูเรียบเนียน อิ่มฟู และสว่างขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา และตัวยาจะเริ่มกลืนเข้ากับผิวดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นใน 1 สัปดาห์ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง หากเข้ารับการรักษาครบตามแผนการรักษาที่แนะนำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้ยาวนาน 8-12 เดือน
ใช้เวลาทำนานแค่ไหน ต้องพักฟื้นหรือไม่?
ใช้เวลาในการฉีดเพียงประมาณ 30 นาที และไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ตัวยาถูกพัฒนามาให้มีส่วนผสมของยาชา Lidocaine ในตัว จึงช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ