Botox

Rassapoom Skin Clinic คลินิกที่ได้รับความไว้วางใจจากดารา นักแสดง มากที่สุด เรื่องการปรับรูปหน้า และดูแลด้านความงามอย่างครบวงจร

 

 

 
“เบนซ์ศึกษามาอย่างดี ฉีดโบทอกซ์แล้วต้องเป็นธรรมชาติ  พี่หมอหนุ่มเชี่ยวชาญมากจริงๆ ชื่อเสียงได้รับรางวัลหมอฉีดเยอะที่สุด  ระดับเอเชีย    เบนซ์มั่นใจว่าจะสวยอย่างเป็นธรรมชาติด้วยมือหมอค่ะ”

คุณเบนซ์ ปุณยาพร, ดารา นักแสดง นางแบบ

โบท็อกซ์ หรือ Botox คือ ชื่อทางการค้า ของโบทูลินุ่มท็อกซิน ของบริษัท Allergan จากประเทศ อเมริกา เนื่องจาก Allergan คือผู้ผลิตและจำหน่ายเป็นเจ้าแรกในตลาด จนเกิดการเรียกติดปาก ว่าโบท็อกซ์ หรือ Botox

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เป็นนวัตกรรมหนึ่งในการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นวิธีดูแลความงามที่เห็นผลชัดเจน ในเวลาที่รวดเร็ว ภายใน 3-7 วัน ปลอดภัย ไม่ต้องพักฟื้น และอยู่ได้นาน 3-6 เดือน หรืออาจมากกว่านั้น ตามแต่สภาพผิว และความต่อเนื่องในการรักษา

วิธีการทำงานของโบท็อกซ์ Botox เป็นอย่างไร?

เมื่อแพทย์ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในส่วนที่ต้องการรักษา โบท็อกซ์จะเข้าไปทำงานที่ปลายประสาททำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอ่อนแรงลงชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ คลายตัว หากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า หยีตา เลิกหน้าผาก ขมวดคิ้ว ย่นจมูก ผลลัพธ์ที่ได้คือ ริ้วรอยจะดูหายไป ​

ในส่วนกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อกราม กล้ามเนื้อน่อง ผลลัพธ์ที่จะได้คือกรามดูเล็กลง น่องดูเรียวขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงนั่นเอง นอกจากนั้นยังนำมาใช้รักษาโรคอื่น ๆ เช่น ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน หรือแก้อาการตาเหล่

การฉีดโบท็อกซ์ปลอดภัยหรือไม่

โบท็อกซ์ (Botox) ผลิตจากแบคทีเรียที่ชื่อ Clostridium Botulinum C ซึ่งเจ้าตัวโบทูลินั่มชนิดนี้ สามารถพบได้ในพืช, ดิน, น้ำ และในลำไส้สัตว์ มีหน้าที่เข้าไปปิดกั้นการปล่อย “Acetylcholine (อะซีทิลคอลีน)” ซึ่งเป็นระบบประสาทตัวสำคัญในการทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเคลื่อนไหว เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ ไปยังส่วนใบหน้าตรงไหนอะซีทิลคอลีนก็จะถูกทำลายส่งผลให้กล้ามเนื้อตรงนั้น เป็นอัมพาตเป็นเวลานานหลายเดือน

ถึงแม้ว่าโบท็อกซ์จะถูกผลิตมาจากสารพิษ ในวงการแพทย์นั้นได้มีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคบางชนิดมาเป็นเวลานานมากกว่า 30 ปีแล้ว รวมถึง การใช้โบท็อกซ์นั้นมีการวิจัยมากมายที่แสดงเห็นว่า Botox มีความปลอดภัย เมื่อในปริมาณที่เล็กน้อยและอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง

การฉีดโบท็อกซ์ Botox เห็นผลเมื่อไหร่

สามารถเห็นผลลัพธ์หลังการฉีดได้ภายใน 2 – 3 วัน สำหรับริ้วรอยตื้นๆ และรอยลึกจะเริ่มเห็นผลประมาณ 7 – 14 วัน เมื่อฉีดไปแล้วยังสามารถแสดงสีหน้าได้ตามปกติ เพียงแค่ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์จะหายไป หลังการฉีดผลลัพท์จะอยู่ได้นาน 6 – 8 เดือน หลังจากนั้นริ้วรอยก็จะกลับมาเหมือนเดิม

ฉีดโบท็อกซ์จุดใดได้บ้าง?

1. ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย Upper Fac

โบท็อกซ์ หางตา : ริ้วรอยรอบดวงตาและหางตา ส่วนใหญ่จะมาจากการยิ้ม ทำให้เกิดริ้วรอย ที่เรียกกันว่า ‘ตีนกา’ การฉีด Botox ลดริ้วรอยบริเวณนี้จะช่วยทำให้ริ้วรอยและรอยย่นเลือนหายไป ​

โบท็อกซ์ หน้าผาก : ริ้วรอยบนหน้าผากเกิดจากการแสดงอารมณ์ สีหน้า และเมื่อเวลาผ่านไปริ้วรอยบริเวณนี้จะเริ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการฉีด Botox ลดริ้วรอยบนหน้าผากสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นเหล่านี้ได้ โบท็อกซ์ ระหว่างคิ้ว : ระหว่างคิ้วเป็นบริเวณนี้เกิดริ้วรอยได้ง่ายมาก รอยย่นระหว่างคิ้วทำให้ใบหน้าดูแก่ ไม่สดใส การฉีดโบท็อกซ์ ริ้วรอยระหว่างคิ้ว จะช่วยยับยั้งการหดตัวและทำให้ผิวหนังส่วนบนเรียบขึ้น ​

โบท็อกซ์ ใต้ตา : การเกิดริ้วรอยบริเวณใต้ตาจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ไม่สดใส การฉีดโบท็อกซ์ใต้ตา จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยจะจางลง แต่ข้อระวังคือไม่ควรรฉีดโบท็อกซ์รอบดวงตามากเกินไป เพราะจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ แสดงสีหน้าไม่ได้ตามปกติ

2. ฉีดโบท็อกซ์ ปรับรูปหน้า

โบท็อกซ์ ลดกราม : เมื่อนำโบท็อกซ์มาฉีดบริเวณกราม จะช่วยให้กล้ามเนื้อกรามคลายตัวและอ่อนแรงลง เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแรงจึงไม่มีการทำงาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ หดเล็กลง จึงช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น การฉีดลดขนาดกล้ามเนื้อกรามสามารถฉีดซ้ำได้ทุก ๆ 6 เดือน เหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ และต้องการให้หน้าเรียวขึ้นโดยไม่ผ่าตัด ​

โบท็อกซ์ ลดปีกจมูก : บริเวณปีกจมูกจะมีกล้ามเนื้อที่ใช้ขยายรูจมูก ส่งผลทำให้รูจมูกดูใหญ่ขึ้น จมูกดูไม่เรียวเล็ก ซึ่งเราสามารถฉีดโบท็อกซ์ปีกจมูก เพื่อทำให้จมูกดูเล็กลงได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้ยกและขยายรูจมูกจะไม่ทำงาน ปีกจมูกจะลู่ลงทำให้จมูกดูเล็กลง ​

โบท็อกซ์ รัดแกนจมูก : คือการฉีดโบท็อกซ์บริเวณสันจมูกส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อที่เหมือนหูรูดของจมูก เมื่อกล้ามเนื้อมัดนี้หดตัวจะกดสันจมูกและกดจมูกอ่อนให้ยุบตัวลง เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้คลายตัว สันจมูกจะดูยกขึ้น ดูเป็นสันขึ้น ช่วยลดรอยย่นบริเวณสันจมูกที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ ให้ดูเรียบขึ้น การฉีดโบท็อกซ์รัดแกนจมูกสามารถฉีดได้ต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ได้หลังจาก 3-4 เดือน โบท็อกซ์ เปิดเปลือกตา : คือการฉีดโบท็อกซ์บริเวณโหนกคิ้ว ทำให้เปลือกตาเปิดขึ้น ในบางเคสอาจจะต้องฉีดกล้ามเนื้อบริเวณหว่างคิ้ว และปลายคิ้วเพิ่ม เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อระหว่างคิ้วและกล้ามเนื้อหน้าผาก ผลที่ได้คือคิ้วนั้นจะยกขึ้นและเปิดตาขึ้นด้วย การฉีดโบท็อกซ์เปิดเปลือกตา เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาสั้น ไม่ต้องพักฟื้น และอยู่ได้นาน 3-6 เดือน

3. ฉีดโบท็อกซ์ยกกระชับหน้าตึง-คอเรียวระหง

โบท็อกซ์ ลิฟท์หน้า : เป็นการฉีดโบท็อกซ์ในผิวชั้นตื้นบริเวณรอบ ๆ กรอบหน้า เพื่อให้เกิดผลในการยกกระชับ ทำให้เห็นกรอบหน้าชัดยิ่งขึ้น มีความแตกต่างจากการฉีดลดริ้วรอย หรือลดขนาดกล้ามเนื้อ หลัง Botox ออกฤทธิ์เต็มที่ใน 2 สัปดาห์แล้ว จะเห็นถึงผลการกระชับและตึงขึ้นของผิว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกระชับผิวแบบเร่งด่วน สามารถทำซ้ำได้หลัง 6 เดือนขึ้นไป ​

โบท็อกซ์ คลายกล้ามเนื้อคอ-ลิฟท์คอ (Super Lifting): คือ การฉีดโบท็อกซ์ไปที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่เรียกว่า Platysma เพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้หย่อนคล้อยจะส่งผลให้ดึงรั้งผิวให้หย่อนลงมา ส่งผลให้กรอบหน้าไม่ชัด คางสองชั้นดูชัด หลังฉีด Botox หน้าจะกระชับมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อ Platysma จะไม่ไปดึงรั้งผิวลงมา ผลลัพธ์ของ Botox คลายกล้ามเนื้อคอ จะอยู่ได้นานกว่าการฉีดโบท็อกซ์ลิฟท์หน้า

4. ฉีดโบท็อกซ์กระตุ้นคอลลาเจน' (Dermo Toxin)

เป็นการฉีดโบท็อกซ์ในผิวชั้นตื้นหรือชั้นหนังแท้ ที่เป็นชั้นผิวที่มีคอลลาเจน เมื่อ Botox ออกฤทธิ์ในผิวชั้นนี้ จะช่วยกระตุ้นการหดตัวของ Fibroblast และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใย Fibroblast หรือที่เรามักจะเรียกรวม ๆ ว่าคอลลาเจน ให้เกิดการผลิตและเรียงตัวขึ้นมาใหม่ หลังฉีดโบท็อกซ์กระตุ้นคอลลาเจน จะทำให้ผิวดูกระชับ ใส เปล่งปลั่งขึ้น การฉีด Botox กระตุ้นคอลลาเจน อยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน

5. ฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อ

คือ การที่แพทย์จะใช้ตัวยาโบท็อกซ์สะกิดเข้าไปทั่ว ๆ บริเวณที่มีปัญหาเหงื่อออกมาก เช่น รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และไรผม เป็นต้น เป็นทางเลือกของผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) ให้การใช้ชีวิตนั้นสะดวกมากขึ้น การทำงานของโบท็อกซ์ลดเหงื่อ คือ Botox จะเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อใกล้กับต่อมเหงื่อ ทำให้กล้ามเนื้อบีบรัดน้อยลง ซึ่งส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลงด้วย หลังฉีดโบท็อกซ์ จะเริ่มเห็นผลว่าเหงื่อลดลงตั้งแต่ช่วง 1-3 วันแรก ถ้าถึงขั้นแห้งสนิทใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งถือว่ารวดเร็วทันใจ ส่วนผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 4 – 12 เดือนต่อการรักษาแต่ละครั้ง จุดที่นิยมฉีดลดเหงื่อบนร่างกายคือ
  • โบท็อกซ์ ลดเหงื่อมือ
  • โบท็อกซ์ ลดเหงื่อเท้า
  • โบท็อกซ์ ลดเหงื่อรักแร้
  • 6. ฉีดโบท็อกซ์แก้ไขรอยยิ้ม' Gummy Smile (ยิ้มเห็นเหงือก)

    การยิ้มเห็นเหงือก คือ การที่เวลายิ้มแล้วเห็นเหงือกมากกว่าปกติที่บริเวณฟันบน การฉีดโบท็อกซ์แก้ไขยิ้มแล้วเห็นเหงือก เป็นอีกทางเลือกที่ง่ายและไม่ต้องใช้การผ่าตัดศัลยกรรม และจะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ อาจต้องดูสาเหตุก่อนว่าการยิ้มเห็นเหงือก (Gummy smile) เกิดจากอะไร เช่น
    1. เหงือกยาว
    2. ตำแหน่งฟันยาว
    3. กระดูกยาว
    ซึ่งการแก้ไขอาจจะต้องใช้การศัลยกรรมหรือจัดฟันช่วย โดยส่วนนี้จะต้องปรึกษาทันตแพทย์ และศัลยแพทย์ เพื่อการรักษาที่ตรงกับปัญหา

    7. ฉีดโบท็อกซ์ แก้ไขไมเกรน

    เป็นทางเลือกหนึ่งในการบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน การฉีด Botulinum Toxin ชนิด A หรือโบท็อกซไมเกรน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์นำมาใช้รักษาไมเกรน นับว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และได้ผลจริง มีการยอมรับกันมานานทั่วโลก โดยจะทำการฉีดโบท็อกซ์ ที่บริเวณระหว่างคิ้ว หน้าผาก ท้ายทอย ต้นคอ และบ่า หลังฉีดโบท็อกซ์ไมเกรนแล้วจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ มีผลอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน

    การเตรียมตัวก่อนทำฉีดโบท็อกซ์ Botox

    การฉีดโบท็อกซ์ Botox แทบจะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย เป็นวิธีการต้านความชราที่ง่ายและปลอดภัย ปกติแพทย์จะแนะนำให้งดวิตามินและยาแก้อักเสบก่อน 7 วันเพื่อป้องกันการไหลของเลือดที่เยอะกว่าปกติและหลีกเลี่ยงอาการช้ำ

    สิ่งที่เกิดหลังจากฉีดโบท็อกซ์ Botox

    หลังจากฉีดโบท็อกซ์ Botox อาจมีอาการปวดศีรษะหรือปวดในบริเวณที่ฉีดโบท็อซ์ botox แต่ก็จะหายไปเองในเวลาไม่นาน บางรายอาจจะเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้นโดยเฉพาะอาหารที่แข็งและเหนียวเพราะการขยับกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดมีความหนืดมากขึ้น และห้ามวดหน้าหลังฉีด 1 อาทิตย์ ทั้งนี้การฉีดโบท็อกซ์ Botox จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์เป็นส่วนสำคัญเพราะถ้าฉีดผิดตำแหน่งอาจเกิดผลข้างเคียงอย่างตาตก ปากเบี้ยวยิ้มไม่ได้ หรือหน้าไม่เท่ากัน

    ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ Botox

    การฉีดโบท็อกซ์ BOTOX เป็นหัตถการหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากที่สุดไปทั่วโลกทั้งในเอเชียและในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากประโยชน์จากโบท็อกซ์ Botox ในแง่ของความงาม และบุคลิกภาพ ดังนี้

    1. สร้างภาพลักษณ์ให้คุณดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ลบรอยลึกที่เกิดจากการแสดงอารมณ์บนใบหน้า การแสดงออกทางสีหน้า เช่น ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หยีตาและการแสดงออกทางสีหน้าอื่น ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าของคุณทำงานหนักเกินไปจนนำไปสู่ความเสียหายของผิวที่อยู่ในรูปของริ้วรอยและร่องลึก การฉีดโบท็อกซ์ BOTOX ทำให้กล้ามเนื้อมัดที่มีปัญหาผ่อนคลายขึ้นและทำให้ผิวตรงบริเวณที่ฉีดดูเรียบเนียนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ผลที่ได้คือการหายตัวไปของเส้นขมวดและตีนกาที่ปรากฏขึ้นรอบดวงตา ​

    2. มอบประสิทธิภาพในการดูแลผิวที่มากกว่าการทาครีมทั่วไป และเป็นทางเลือกที่รวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับการทำหัตถการเลเซอร์ต่าง ๆ และจะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นหลายเท่า เมื่อทำควบคู่กับหัตถการความงามอื่น ๆ ​

    3. ป้องกันริ้วรอยในอนาคต นอกจากโบท็อกซ์จะช่วยลดรอยเหี่ยวย่นที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว ยังสามารถทำหน้าที่ป้องกันริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากการที่กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยถูกหยุดการทำงาน ทำให้ลดโอกาสที่จะเกิดริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ใหม่บนใบหน้า ที่จะกลายเป็นริ้วรอยที่ลึกหรือถาวรเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า การฉีดโบท็อกซ์ Botox ติดกัน 4 ครั้ง ตตต่อปี ขจะทำมห้ลดริ้วรอยถาวร ​

    4. หากต้องออกงาน หรือต้องการสวยแบบด่วน การฉีดโบท็อกซ์ Botox เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายและรวดเร็ว การฉีดโบท็อกซ์ Botox ถูกเรียกว่าเป็น “Lunch time beauty” เพราะเป็นการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว เพราะการฉีดโบท็อกซ์ BOTOX ใช้เวลาเพียงแค่ 15 -20 นาที ไม่ต้องพักฟื้น คนไข้สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมปกติได้ทันที การดูแลง่าย และอยู่ได้นานถึง 3-6 เดือน

    จะเลือกฉีดโบท็อกซ์ Botox ยี่ห้อไหนดี

    โบท็อกซ์อเมริกา แบรนด์ Botox ( Allergan, USA )
    เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงมานานกว่า 30 ปี เนื่องจากชื่อเสียง มาตรฐาน และงานวิจัยที่มีต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และยังได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำทั่วโลกมากกว่า 30 ปี โบท็อกซ์ หรือ Botox ของแบรนด์ Allergan ได้รับการยอมรับจากแพทย์ในเรื่องของความแม่นยำของผลการรักษา เนื่องจากมีการกระจายตัวแคบที่สุด ทำให้แพทย์สามารถคาดคะเนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ได้แม่นยำ ตัวยามีความบริสุทธิ์และอ่อนโยนมาก เห็นผลชัดเจน ให้ผลที่เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และอยู่ได้นานที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ

    โบท็อกซ์อังกฤษ ( Dysport, UK )
    ข้อแตกต่างของโบท็อกซ์แบรนด์ Dysport คือตรงที่กระจายตัวได้กว้าง แพทย์อาจเลือกใช้ในการฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ออกฤทธิ์ให้ผิวค่อนข้างตึง แก้ปัญหา ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น ที่ลึก ลดปริมาณเหงื่อ กลิ่นตัว

    โบท็อกซ์เยอรมัน ( Xeomin, Germany )
    เป็นโบท็อกซ์แบรนด์ที่เน้นความบริสุทธิ์ เพราะมีความบริสุทธิ์ 100% ออกฤทธิ์ได้นาน จากงานวิจัยเป็นยี่ห้อที่ไม่เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย สามารถฉีดซ้ำต่อเนื่องเป็นเวลานานได้โดยไม่ทำให้มีการดื้อต่อโบท็อกซ์ตามมาในอนาคต ฉีดแล้วไม่ตึงจนเกินไป แพทย์หลายท่านจะใช้กับคนไข้ที่เคยดื้อโบท็อกซ์มาก่อน แต่ต้องเว้นระยะห่าง 3-4 ปี ถึงจะฉีดให้กับคนไข้ได้

    โบท็อกซ์เกาหลี ( Nabota, Nueronox, Botulax – Korea )
    ได้รับความนิยมสูงมาเป็นเวลานานประมาณ 10 ปี โบท็อกซ์เกาหลีมีราคาที่ไม่สูงมาก แต่มีประสิทธิภาพดี มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง อยู่ได้นาน 3-4 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและชำนาญการของแพทย์ผู้ฉีด เพราะเนื่องจากตัวยาสามารถกระจายตัวได้มากกว่า อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติได้

    การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์

    1. หากกลัวว่าจะช้ำง่าย ควรการทานอาหารเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา โสม หรือสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายร้อน ประมาณ 2-3 วันก่อนฉีด
    2. ห้ามกินยาแก้อักเสบหรือแอสไพรินก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์
    3. แพทย์จะงดฉีดโบท็อกซ์ สำหรับสตรีมีครรภ์ และให้นมบุตร
    4. หาข้อมูลเพื่อความมั่นใจว่าจะได้ฉีดโบท็อกซ์ของแท้ กับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

    ข้อแนะนำหลังฉีดโบท็อกซ์

    1. หลังฉีดโบท็อกซ์ทันทีควรขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที เพื่อให้โบท็อกซ์ถูกดูดซึมและทำงานกับกล้ามเนื้อได้ดี ​

    2. ห้ามสัมผัส นวดคลึงบริเวณที่ฉีด รวมไปถึงการการนวด สปาหน้า ด้วย เพราะการฉีดโบท็อกซ์คือการฉีดเฉพาะจุด ยาจะถูกวางไว้บริเวณนั้น ๆ เพื่อบล็อกกล้ามเนื้อ หากไปนวดคลึง อาจทำให้ตัวยากระจายไปโดนส่วนที่เราไม่ต้องการ และทำให้ผลที่ได้คลาดเคลื่อนจากที่แพทย์วางแผน ​​

    3. งดการนอนราบเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลที่ว่า เราต้องการให้ตัวยาอยู่ที่บริเวณที่ฉีดจนถูกดูดซึมและทำปฏิกิริยากับกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณนั้น ๆ ​​

    4. งดการใช้ความร้อนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์ผิวพรรณ การเข้าซาวน่า การอาบน้ำอุ่นจัด เพราะความร้อนมีผลต่อการทำงานของโบท็อกซ์ในช่วงที่กำลังออกฤทธิ์ 1-2 สัปดาห์แรก ​​

    5. ควรฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานการรักษา เพราะมีการวิจัยออกมาแล้วว่า หากฉีดโบท็อกซ์ 4 ครั้งต่อเนื่อง ห่างกัน 3-6 เดือนในแต่ละครั้ง จะช่วยยืดอายุให้การรักษาริ้วรอยอยู่ได้นานขึ้นเรียกว่ากึ่งฐาวร ทำให้การรักษาด้วยโบท็อกซ์นั้นคุ้มค่า และหลังจากครั้งที่ 4 ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องฉีดโบท็อกซ์ถี่ ๆ เหมือนเคย ​​

    6. ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ถี่จนเกินไป เพราะการฉีดโบท็อกซ์ก่อนเวลาที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายสร้าง antibody ทำให้เกิดการ “ดื้อโบท็อกซ์” ได้ การดื้อโบท็อกซ์ หมายความว่า เมื่อฉีดโบท็อกซ์ครั้งต่อไป จะทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ และไม่สามารถรู้ได้ด้วยว่าร่างกายจะกลับมารับโบท็อกซ์ได้อีกเมื่อไหร่ อาจทำให้ใครหลาย ๆ คนทุกข์ใจและกังวลกับริ้วรอยที่จำเป็นต้องใช้โบท็อกซ์แก้เท่านั้น

    Rassapoom Channel

    Rassapoom Channel

    การันตีความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นคลินิก อันดับ 1 ในเอเชีย ที่มีการฉีดฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์สูงสุด มอบรางวัลโดย บรษัท แอลเลอร์แกน ประเทศไทย ตัวแทนจาก Allergan USA ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย โบท็อกซ์ BOTOX และฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

    ทีมแพทย์ “นักปั้นหน้า” ที่ทำการรักษา

    Ulthera by Rassapoom Skin Clinic

    contact

    ติดต่อสอบถามรายละเอียด

    ยินดีให้คำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    คลิก ICON ข้างล่างได้เลย

    ติดต่อนัดหมาย

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า